<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัมผัสสัญญาณ “ประนีประนอม”  โหมดถอย-พัก ในวันที่ยังไม่จบศึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังต่อสู้กันมายาวนานตลอดปี และดุเดือดในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านไป ดูเหมือนสถานการณ์การเมืองเริ่มเข้าสู่ &amp;ldquo;ช่วงถอย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ช่วงพัก&amp;rdquo; ของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลแล้ว ที่กล่าวเช่นนี้นั้น สังเกตได้จากท่าทีของฝ่ายรัฐบาลและภาครัฐ ผู้ใช้อำนาจในกระบวนการยุติธรรม มีการผ่อนคลายสถานการณ์บางประเด็น เช่น การยอมให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ การยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง การแสดงท่าทียินยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งมาถึงการปล่อยตัวแกนนำและผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ออกจากเรือนจำ หลังจากฝ่ายผู้ชุมนุมเดินหน้ารุกหนักเรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมเองก็คงเป็นเรื่องธรรมดา หลังจากลุยมายาวนานเป็นเดือนเป็นปีย่อมมีความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า สูญเสียกำลังทรัพย์กันไปบ้าง มากน้อยต่างกันไป ใครเหนื่อยก็พักอยู่ ใครหายเหนื่อยก็ออกมา การชุมนุมแบบรายวันยังมีให้เห็น แม้จำนวนผู้ชุมนุมไม่มากเท่ากับช่วงดุเดือดที่ต่างคนต่างมีพลังเต็มเปี่ยมก็ตาม ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเห็นได้ว่าผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลส่วนหนึ่งจำต้องพักเหนื่อยจริงถึงลดลง แต่ไม่อาจพักอย่างเต็มรูปแบบได้ เพราะเป้าหมายหลักในการให้ &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ยังไม่ได้รับการตอบสนองชัดแม้แต่ข้อเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของกระบวนการยุติธรรมที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในช่วงดุเดือดของสถานการณ์ชุมนุม จนถูกกล่าวโจมตีจากฝ่ายผู้ชุมนุมและสนับสนุนการชุมนุมว่าเป็น &amp;ldquo;นิติสงคราม&amp;rdquo; ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมเองก็ใช้ &amp;ldquo;อารยะขัดขืน&amp;rdquo; ในการต่อต้านรัฐบาล เป็นเหตุให้ได้รับคดีหลากหลายครั้ง หลากหลายข้อหา น่าจะมากกว่าการชุมนุมของกลุ่มใดๆ ที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ชาติไทย นอกจากจะเป็นภาระต่อผู้ชุมนุมแล้ว แน่นอนว่า &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; ก็ต้องปฏิบัติภารกิจเพิ่มมากขึ้นด้วยจากการสนองอำนาจรัฐในการเข้าจับกุมดำเนินคดีแกนนำและผู้ชุมนุมจำนวนมาก ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจตกต่ำย่ำแย่ในสายตาของผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เพียงเท่านั้น ภารกิจนิติสงครามสู้อารยะขัดขืนครั้งนี้ จากตำรวจผู้เริ่มต้นก็ถูกส่งต่อสู่ &amp;ldquo;ศาลยุติธรรม&amp;rdquo; ให้มีภาระมากขึ้นตามไปด้วย ในการพิจารณาออกหมายจับ พิจารณาคำร้องฝากขัง คำคัดค้านฝากขัง และการประกันตัวแกนนำและผู้ชุมนุม แรกเริ่มในช่วงสถานการณ์ดุเดือด ดูเหมือนศาลจะเข้มข้นตามสิ่งที่ตำรวจร้องขอ ไม่ว่าจะเป็นการออกหมายจับ อนุญาตฝากขัง จนถึงการไม่ให้ประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหาแกนนำและผู้ชุมนุมหลายครั้ง ทำให้แกนนำและผู้ชุมนุมถูกส่งตัวไปนอนเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางในชั้นฝากขัง จนสายตาของผู้ชุมนุมย่อมมองศาลในแง่ลบตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาต่อมากระแสการผ่อนปรนก็เริ่มเข้ามามากขึ้นในส่วนของศาล โดยในบางครั้งบางคดี ศาลอุทธรณ์ก็ยินยอมให้ประกันตัวได้ เช่น คดีของ &amp;ldquo;ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลู&amp;rdquo; กับพวก หรือคดีของ &amp;ldquo;อานนท์ นำภา-ประสิทธิ์ ครุธาโรจน์&amp;rdquo; ที่เชียงใหม่ รวมถึงคดีผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งมีอัตราโทษไม่หนัก ศาลชั้นต้นให้ประกันตัวทันทีไม่ต้องนอนเรือนจำ เช่น คดีของ &amp;ldquo;มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล&amp;rdquo; นอกจากเรื่องการให้ประกันตัวมากขึ้นแล้ว ยังมีการยกคำร้องขอหมายจับ เช่น กรณีที่ตำรวจร้องขอหมายจับ &amp;ldquo;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; ประธานคณะก้าวหน้า กับพวกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกระทั่งล่าสุดในกลุ่มที่ไม่ได้รับการประกันตัว อย่างผู้ต้องหากลุ่มคดีชุมนุม &amp;ldquo;19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร&amp;rdquo; และกลุ่มคดีขบวนเสด็จบางราย ศาลได้ใช้วิธีการยกคำร้องฝากขังที่ตำรวจยื่นมา เพราะไม่มีเหตุผลความจำเป็นที่จะฝากขังต่อ แล้วส่งหมายปล่อยตัวผู้ต้องหาออกจากเรือนจำในที่สุด ทำให้แกนนำและผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ได้รับอิสรภาพในช่วงสถานการณ์ผ่อนปรนนี้แล้ว ปรากฏการณ์ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องดีต่อศาลยุติธรรมที่สามารถแบ่งรับแบ่งสู้ ลดกระแสความร้อนแรงทางการเมืองได้ส่วนหนึ่ง ไม่ทำให้ถูกสังคมมองว่าเป็นเครื่องมือของฝ่ายผู้มีอำนาจรัฐมากจนเกินไป แต่ที่น่าเสียดายคือ ในส่วนของตำรวจ ซึ่งดูเหมือนยังไม่สามารถขจัดภาพลักษณ์ดังที่กล่าวลงไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัญญาณของการประนีประนอม ได้เริ่มแสดงออกมากขึ้นแล้ว ณ เวลานี้ ที่ต่างฝ่ายเข้าสู่ช่วงถอยบ้าง พักบ้าง แต่ตราบใดที่ศึกยังไม่จบ การประนีประนอมจะดำรงอยู่หรือเพิ่มขึ้นเพียงใด จะถึงจุดที่นำไปสู่ทางออกประเทศได้จริงหรือไม่ คือสิ่งที่คนไทยไม่น้อยต่างคาดหวังให้วิกฤติครั้งนี้จบลงไม่เหมือนเดิม คือไม่มีการบาดเจ็บสูญเสียเกิดขึ้นอีกดังเช่นวิกฤติการเมืองที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นายชาติสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82719</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, นายชาติสังคม, สัมผัสสัญญาณ “ประนีประนอม”  โหมดถอย-พัก ในวันที่ยังไม่จบศึก, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa166a9c0582.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
