<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินจนเท้าแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศพรรคประชาธิปัตย์แลดูเงียบเหงา อาจเป็นเพราะ &amp;ldquo;พี่มาร์ค&amp;rdquo;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าค่ายแม่พระธรณีบีบมวยผม ตะลุยหาเสียงรัวๆ ตั้งแต่ภาคอีสาน จังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม สระบุรี นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น จากนั้นลงต่อเนื่องที่จังหวัดนราธิวาส สงขลา ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ มีการประชุมทีมเศรษฐกิจ ทำให้พรรคคึกคักขึ้นมาบ้าง บรรดาผู้สมัคร ส.ส.ก็ใช้วันนี้เข้าพรรค เมาธ์มอยกับเพื่อนผู้สมัครอย่างสนุกสนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปะหน้า &amp;ldquo;สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล&amp;rdquo; ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 จังหวัดสุโขทัย จึงไถ่ถามสถานการณ์ในพื้นที่ ในฐานะเป็นแชมป์เก่า เพราะรอบนี้รู้สึกว่าคู่แข่งจะร้อนแรงเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าตัวอัพเดต...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมก็เดินแต่เช้า ตั้งแต่แปดโมงถึงห้าโมงเย็น เดินหาชาวบ้านทุกวัน จนตอนนี้เท้าแตก ทุกวันนี้ต้องหาอะไรมารอง ในไร่มันสำปะหลังผมก็เดินไปหาเขาหมด เพราะเชื่อว่าไม่มีอะไรจะสู้การใกล้ชิดประชาชน การที่ประชาชนเห็นหน้าเห็นตาเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถมบอกอีกว่า &amp;ldquo;อยู่การเมืองมานาน ไม่เคยเห็นเลือกตั้งไหนสู้กันหนักมากเท่าครั้งนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฮ้อ...ไม่มีอำนาจใดจะสู้อำนาจความจริงใจของนักการเมืองได้ดอก ชาวบ้านเขาสัมผัสได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30593</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, มินนี่เมาธ์, สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล, เดินจนเท้าแตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;แบ่งเขต&quot; เขย่าไฮโล &quot;แทงประยุทธ์&quot; &quot;สงครามน้ำลาย&quot; สัญญาณเดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พลันที่มีพระราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 77 จังหวัด จำนวน 350 เขต คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เหล่าพรรคการเมืองที่ต้องลงสนามการเลือกตั้งที่ตั้งไว้ในระหว่างปลายเดือน ก.พ.ไปจนถึงเดือน พ.ค.นั้น นักการเมืองก็เกิดอาการ &amp;quot;บ่นอุบ&amp;quot; กันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้นอาจไม่ค่อยปักใจเชื่อนักว่า กกต.จะกล้าแบ่งเขตเลือกตั้งเอื้อให้กับพรรคการเมืองพันธมิตรกับ คสช.อย่างโจ่งแจ้ง แต่ทว่าเมื่อผลออกมาสิ่งที่คาดการณ์ไว้กลายเป็นข้อเท็จจริง จึงไม่แปลกที่นักการเมืองที่อยู่ตรงข้าม และต้องลงสู้ในกติกาและเงื่อนไขที่ &amp;quot;กรรมการ&amp;quot; ออกอาการเข้าข้างอีกฝ่าย จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นธรรมดาที่ต้องไปถามความเห็นจาก บิ๊ก คสช. ที่ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากผลการเลือกตั้งที่จะออกมา ไล่ตั้งแต่ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ชี้แจงทันที เพราะกระแสสังคมเชื่อว่า การดำเนินการของ กกต.ไม่ได้อิสระ และตกอยู่ภายใต้ คสช. ซึ่งมีพรรคการเมืองที่มี รัฐมนตรีของรัฐบาล คสช.เข้าไปอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยให้เหตุผลว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งรอบแรก กกต.ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 แต่ระหว่างรอการประกาศราชกิจจานุเบกษา หัวหน้า คสช.ก็มีคำสั่งที่ 16/2561 จึงมีการเปิดรับฟังข้อร้องเรียน ซึ่งพบว่ามีการร้องเรียนเข้ามาใน 33 จังหวัด 98 คำร้อง โดยย้ำว่าการพิจารณาของ กกต.เป็นไปตามมาตรา 27 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ให้รวมพื้นที่อำเภอเป็นเขตเลือกตั้ง คำนึงถึงพื้นที่ติดต่อใกล้ชิดกัน คมนาคมสะดวก และการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน และหลังสิ้นสุดการรับคำร้องในวันที่ 25 พ.ย. ก็มีข้อร้องเรียนเพิ่มมาอีก 11 คำร้อง กกต.ตรวจสอบแล้วเห็นว่าเป็นการวิจารณ์ที่ไม่ได้มีการเสนอรูปแบบแบ่งเขตที่เหมาะสม จึงให้ยุติเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแบ่งเขตของ กกต.ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 ก่อนหน้านี้ก็เป็นไปตามกฎหมาย และเมื่อมีข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นประโยชน์และบางครั้งดีกว่า กกต.ก็ปรับปรุง การพิจารณาเป็นลักษณะเฉพาะในแต่ละพื้นที่ แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ผลที่ได้กลับมากระทบใครบ้างฝ่ายการเมืองต้องยอมรับ เพราะการแบ่งเขตแบบเดิมไม่มีการกำหนดจำนวน ส.ส.ในสภาฯ แต่กำหนดจำนวนประชากรต่อจำนวน ส.ส. ก็จะทำให้จำนวน ส.ส.ไม่แน่นอน ซึ่งนักการเมืองทราบดี และหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ได้&amp;quot; รองเลขาฯ กกต.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคที่อยู่คนละฝ่ายกับ คสช. ที่ได้รับผลกระทบเรื่องนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย สรุปได้ว่า ปรากฏการณ์การแบ่งเขตที่เกิดขึ้นเป็นการเอาเปรียบจนนาทีสุดท้าย และเป็นวิธีการที่พิสดารที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ออกมาปฏิเสธว่า คสช.ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการแบ่งเขต และจะไปรู้ได้อย่างไรว่ามีการแบ่งเขตกันอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก็เกิดอาการ &amp;quot;นอตหลุด&amp;quot; หลังจากมีการถามเรื่องนี้มากๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระหว่างการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 5/2561 มีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ชื่อ &amp;quot;สภาพัฒน์&amp;quot; ซัดผู้สื่อข่าวที่ถามเรื่องนี้ ที่เนื้อความมีการพูดถึงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สื่อข้างนอกก็ถามกันอย่างเดียว เรื่องการแบ่งเขต จะตายห่ากันให้หมดหรืออย่างไรก็ไม่รู้กับไอ้เรื่องซังกะบ๊วยพวกนี้ ก็ว่ากันไปตามกติกา จะผิดหรือถูกผมไม่รู้ กติกาว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ผมจะไปรู้อะไร นายกฯ จะรู้เรื่องการแบ่งเขตหรือ ไม่เกี่ยวหรอก ใครได้ใครเสียก็ว่าไป&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเว็บไซต์ &amp;quot;คมชัดลึก&amp;quot; ได้นำเสนอข้อมูล เรื่อง &amp;quot;ผ่าสมรภูมิเลือกตั้ง 62 แบ่งเขต..ใครได้-ใครเสีย?&amp;quot; เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยยกตัวอย่างว่า ในจังหวัดใหญ่ เช่น นครราชสีมา สุโขทัย กาญจนบุรี นครสวรรค์ ที่การแบ่ง เฉือนอำเภอ โดยมีปัจจัยเรื่องพื้นที่และผู้สมัครเข้ามาพิจารณเรื่องความน่าจะเป็นในการแพ้-ชนะการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งหากเป็นไปตามข้อมูล และการออกมาให้สัมภาษณ์ของนักการเมืองที่ได้รับผลกระทบ ย่อมปฏิเสธได้ยากว่า การแบ่งเขตที่ออกมาเป็น &amp;quot;ปัจจัย&amp;quot; หนึ่งที่มีผลต่อการเลือกตั้ง ยังไม่นับเหล่าบรรดา ส.ส.ที่ถูกดูดไปก่อนหน้านี้ จากทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;แค่เริ่มแบ่งเขต ก็เริ่มไม่โปร่งใสแล้ว กกต.สุโขทัยผ่านรูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้งไป 3 รูปแบบ กลับมีแบบที่ 4 โผล่มา แบ่งเขตใหม่หมด ทั้งที่สุโขทัยแบ่งเขตเลือกตั้งไปแล้วเมื่อปี 57 ปีนี้เขตเลือกตั้งเท่าเดิม จำนวนประชากรแบบเก่ากับแบบใหม่อาจใกล้เคียงกัน แต่เขต 2 ระหว่าง อ.บ้านด่านลานหอย กับ อ.ทุ่งเสลี่ยม มีส่วนติดกันอยู่แค่ประมาณ 500 เมตร ไม่เป็นไปตาม พ.ร.ป. ส.ส.สักนิด ขอปลุกพลังคนสุโขทัยว่าเราต้องไม่เอาคนโกงมาเป็นตัวแทน สุโขทัยไม่ใช่จังหวัดของคนขี้โกง ประกาศไปเลยว่าเราไม่ขออยู่ข้างเผด็จการ ใช้การเลือกตั้งครั้งนี้สั่งสอน...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่น่าสนใจคือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไปกล่าวกับชาวบ้านตอนหนึ่งว่า ไม่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวายอีก จึงเข้ามาอยู่พรรคพลังประชารัฐ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่สามารถกลับประเทศได้ หากกลับมาคงเกิดสงครามกลางเมือง ต้องถูกจองจำ คุมขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์มีโอกาสเป็นนายกฯ มากกว่าใคร มี ส.ว. 250 เสียง หา ส.ส.อีก 125 เสียงไม่ใช่เรื่องยาก ภาษาการพนันบอกว่าเปิดไฮโลแล้วแทง ถ้าผิดจากนี้ไม่รู้ว่าอย่างไรแล้ว&amp;quot; นายสมศักดิ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภาพรวมการเมือง ที่ คสช.ต้องการผลักดันแนวทางฝ่ายตนเองเพื่อนำพายุทธศาสตร์ชาติไปต่ออีก 20 ปี โดยชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องมีเสียงของนักการเมืองที่มากพอสนับสนุน อีกทั้งนักการเมืองที่อยู่ในวังวนการเมืองไทยมานานย่อมวิเคราะห์อย่างรอบด้านแล้วว่า ควรจะอยู่ฝ่ายชนะ เพราะ 7 ปีที่นักการเมือง น้ำลายเหนียว ไร้ตัวตน ไม่มีงบประมาณลงพื้นที่ อาจจะเรียกว่า อดอยากปากแห้ง มานาน ควรจะเลือกไหลไปรวมกับพรรคที่อยู่ฝ่ายเดียวกับ คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้นในสนามแข่งขันภาคอีสาน ยังถือเป็น &amp;quot;ฮาร์ดแลนด์&amp;quot; ทางการเมือง ซึ่งนักการเมืองที่ยังเชื่อในกระแส &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ไม่เลือกที่จะย้ายค่าย และเชื่อว่ายังมีโอกาสลุ้น แม้จะก้ำกึ่ง แต่เมื่อดูจากผลการแบ่งเขตแล้วก็ตาม โอกาสที่จะเกิด &amp;quot;แลนด์สไลด์&amp;quot; ตามแผนที่ทางการเมืองของ &amp;quot;นายใหญ่&amp;quot; อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่นับ &amp;quot;กับดัก&amp;quot; ทางกฎหมายอีกมาก ซึ่งไม่เอื้อให้เพื่อไทยได้ประโยชน์จากกติกาครั้งนี้ ยิ่งทำให้นักการเมืองหลายคนต้องใช้การวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง ต่อปรากฏการณ์เอาเปรียบที่เกิดขึ้นดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าสนใจว่า ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ที่ คสช.จะนัดพรรคการเมือง และ กกต.เข้าร่วมหารือเพื่อพิจารณารับฟังความคิดเห็นถึงการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม โดยนายกฯ ได้ให้สมาชิก คสช.ไปทำการบ้าน จัดทำรายละเอียดกันมาว่าจะมีอะไรบ้างที่ต้องนำไปคุยในวันที่ 7 ธ.ค. พร้อมเห็นว่าหลังประชุมแล้วควรมีระเบียบกฎเกณฑ์ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ทำตามกฎเกณฑ์เหล่านี้ ส่วนเรื่องการปลดล็อกยังเป็นไปตามเดิม คือหลังจากมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้ง สำหรับวันเลือกตั้งที่ประชุม คสช.ได้ประเมินสถานการณ์แล้ว ยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม คือวันที่ 24 ก.พ.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งน่าสนใจว่า เมื่อมีการ ปลดล็อก การหาเสียงของนักการเมืองย่อมเกิดขึ้น ปมสำคัญคือ นโยบาย-โครงการของ คสช.ที่จะเป็นตัวชูโรงให้กับพรรคฝ่าย คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกนำขึ้นมาโจมตีอย่างหนักหน่วง ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายจะเริ่มเข้มงวดจนนักการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์ คสช.ขยับตัวได้ยาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏการณ์ทางการเมืองจะไม่ &amp;quot;นิ่ง&amp;quot; เหมือนเดิม อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ที่ต้องถูกเปิดหน้าทางการเมือง ต้องเจอกับกระแสโจมตีอย่างต่อเนื่อง จะทนกับเหตุการณ์เหล่านี้ได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากโค้งสุดท้าย กระแสสังคมโดยภาพรวมยังมีส่วนที่รับได้กับ คสช. ก็เป็นเรื่องที่ &amp;quot;นายใหญ่&amp;quot; ต้องแก้เกมด้วยแนวอื่น ที่สุ่มเสี่ยงไปสู่สภาวะแวดล้อมในการปฏิเสธการแข่งขันในสนามเลือกตั้งที่ไม่ยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองในช่วงก่อนปีใหม่ เหมือนเป็นการชิมลางปฏิบัติการของ คสช.ว่าสังคมจะตอบสนองอย่างไร แต่หลังปีใหม่ไปแล้ว เชื่อได้ว่าการเมืองจะดุเดือดเลือดพล่านกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน!!!.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทีมข่าวการเมือง&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น่าสนใจว่า เมื่อมีการปลดล็อก การหาเสียงของนักการเมืองย่อมเกิดขึ้น ปมสำคัญคือ นโยบาย-โครงการของ คสช.ที่จะเป็นตัวชูโรงให้กับพรรคฝ่าย คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกนำขึ้นมาโจมตีอย่างหนักหน่วง ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายจะเริ่มเข้มงวดจนนักการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์ คสช.ขยับตัวไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล, ทีมข่าวการเมือง, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181201/image_big_5c028b7696c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบ่งเขตตามใบสั่ง! 4พรรคโวยเอาเปรียบ/กกต.เผยบางจว.ปรับใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 77 จังหวัด 350 เขต &amp;quot;กกต.&amp;quot; ยันยึดตามเสียงประชาชน ยอมรับบางจังหวัดปรับใหม่ ไม่ได้ใช้ทั้ง 4 รูปแบบที่วางไว้ ปัดเอกสารหลุดก่อนไม่ได้มาจากสำนักงาน ชี้นักการเมืองต้องยอมรับผลกระทบ &amp;quot;ทษช.-พท.-พพช.-ปชป.&amp;quot; ประสานเสียงโวยลั่น ซัดทำเอาใจผู้มีอำนาจ เอาเปรียบกันจนนาทีสุดท้าย &amp;quot;ภท.-ชทพ.&amp;quot; บอกรับได้ใช้นโยบายหาเสียงสู้ &amp;quot;สมชัย&amp;quot; จี้ กกต.ต้องโปร่งใส ทำให้สังคมยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 พ.ย.61 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 77 จังหวัด จำนวน 350 เขตเลือกตั้ง &amp;nbsp;ลงนามโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า กกต.ได้มีมติในการพิจารณาการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 54/2561 เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2561 ถึงครั้งที่ 62/2561 เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2561 ครั้งที่ 63/2561 เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2561 ครั้งที่ 67/2561 เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2561 และครั้งที่ 68/2561 เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2561 เห็นชอบให้มีการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 350 เขตเลือกตั้ง จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2561 คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2561 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 14 ก.ย.2561 คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 16 พ.ย.2561 ประกาศเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งให้ทราบทั่วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.จำนวน 350 เขตเลือกตั้ง แบ่งเป็นจังหวัดที่มี 1 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดตราด นครนายก พังงา แม่ฮ่องสอน ระนอง สมุทรสงคราม สิงห์บุรี และอ่างทอง, จังหวัดที่มี 2 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ชัยนาท บึงกาฬ แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร ลำพูน สตูล อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และจันทบุรี, จังหวัดที่มี 3 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดชุมพร ตรัง ตาก น่าน ปราจีนบุรี พะเยา พัทลุง พิจิตร เพชรบุรี ยโสธร ยะลา เลย สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สุโขทัย หนองคาย และหนองบัวลำภู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่มี 4 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา นครพนม นราธิวาส ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ระยอง ลพบุรี ลำปาง และสุพรรณบุรี, จังหวัดที่มี 5 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี กาฬสินธุ์ นครปฐม พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มหาสารคาม และราชบุรี, จังหวัดที่มี 6 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี สกลนคร และสุราษฎร์ธานี, จังหวัดที่มี 7 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ และสุรินทร์, จังหวัดที่มี 8 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดชลบุรี นครศรีธรรมราช ศรีสะเกษ สงขลา และอุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่มี 9 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดที่มี 10 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี, จังหวัดที่มี 14 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา, จังหวัดที่มี 30 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (รายละเอียดอ่านหน้า 4)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. แถลงถึงการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งรอบแรก กกต.ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2561 แต่ระหว่างรอการประกาศราชกิจจานุเบกษา หัวหน้า คสช.ก็มีคำสั่งที่ 16/2561 จึงมีการเปิดรับฟังข้อร้องเรียน ซึ่งพบว่ามีการร้องเรียนเข้ามาใน 33 จังหวัด 98 คำร้อง แบ่งเป็นภาคกลาง 19 คำร้อง ภาคเหนือ 21 คำร้อง ภาคอีสาน 52 คำร้อง ภาคใต้ 6 คำร้อง โดยได้มีการพิจารณาคำร้องแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 พ.ย. และเห็นชอบให้มีการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งในวันที่ 28 พ.ย. และประกาศราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 พ.ย.&amp;nbsp;
ชี้ยึด ปปช.เป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพิจารณาของ กกต.เป็นไปตามมาตรา 27 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ให้รวมพื้นที่อำเภอเป็นเขตเลือกตั้ง คำนึงพื้นที่ติดต่อใกล้ชิดกัน คมนาคมสะดวก และการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน และหลังสิ้นสุดการรับคำร้องในวันที่ 25 พ.ย. ก็มีข้อร้องเรียนเพิ่มมาอีก 11 คำร้อง กกต.ตรวจสอบแล้วเห็นว่าเป็นการวิจารณ์ที่ไม่ได้มีการเสนอรูปแบบแบ่งเขตที่เหมาะสม จึงให้ยุติเรื่อง จากนี้ไปก็จะเป็นการเตรียมบุคลากร ซึ่งก็จะมีการเปิดรับสมัครผู้อำนวยการ และ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า&amp;quot; นายณัฏฐ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า เมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะประกาศสถานที่รับสมัครหลัง กกต.ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและวันรับสมัคร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงเดือนม.ค.62 โดยทุกอย่างจะมีความชัดเจนหลังการประชุมร่วมแม่น้ำ 5 สาย ในวันที่ 7 ธ.ค. กระบวนจากนี้จึงไม่สะดุด เดินหน้าเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแบ่งเขตของ กกต. ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 ก่อนหน้านี้ก็เป็นไปตามกฎหมาย และเมื่อมีข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นประโยชน์และบางครั้งดีกว่า กกต.ก็ปรับปรุง การพิจารณาเป็นลักษณะเฉพาะในแต่ละพื้นที่แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ผลที่ได้กลับมากระทบใครบ้างฝ่ายการเมืองต้องยอมรับ เพราะการแบ่งเขตแบบเดิมไม่มีการกำหนดจำนวน ส.ส.ในสภา แต่กำหนดจำนวนประชากรต่อจำนวน ส.ส. ก็จะทำให้จำนวน ส.ส.ไม่แน่นอน ซึ่งนักการเมืองทราบดี และหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ได้&amp;quot; รองเลขาฯ กกต.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์กล่าวว่า การพิจารณาแบ่งเขตของ กกต.ในรอบแรก เป็นการรับฟังใน 3 รูปแบบ ผอ.กกต.จว.มีสิทธิที่จะปรับปรุงนอกเหนือจาก 3 รูปแบบได้ และ กกต.เห็นว่าอำนาจการแบ่งเขตเป็นของ กกต. จึงได้สั่งให้มีการทำรูปแบบที่ 4 แต่ก็มีที่ กกต.ไม่ได้เลือก และในบางจังหวัดก็มีการปรับโดยไม่ยึดทั้ง 4 รูปแบบ ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าบางจังหวัดซอยอำเภอเป็น 3 เขตเลือกตั้งนั้น จะมีเฉพาะอำเภอเมืองของจังหวัดใหญ่ที่มีประชากรมาก แต่จะไม่พบในอำเภอรอง เพราะ กกต.ก็ฟังที่ประชาชนร้องเรียนว่าถ้าตำบลต้องถูกแบ่งออกไปจะทำให้อำนาจต่อกับฝ่ายการเมืองลดลงไป และถูกละเลยจากฝ่ายการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ 54 จังหวัดไม่มีการเพิ่มลดของจำนวน ส.ส. แต่กลับมีการแบ่งเขตนั้น ก็เกิดจากการย้ายถิ่นที่อยู่ของประชาชน อย่างในบางจังหวัดของภาคใต้ เมื่อไปดูประชากรหายไปถึง 6 หมื่นคน เพราะคำนึงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองจึงย้ายเข้ามา ก็ต้องมีการแบ่งเขตใหม่ หรืออย่างกาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ประชากรกระจุกตัวอยู่บางจุด ขณะที่บางพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ประชากรอยู่กันกระจาย ซึ่งทำให้เกิดการได้เปรียบในการหาเสียงและมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นการแบ่งเขตครั้งนี้ทำตามความเหมาะสมของพื้นที่ ภูมิภาค และจังหวัดจริงๆคล้ายกับการตัดเสื้อให้ตรงตามรูปแบบของแต่ละจังหวัด&amp;quot; นายณัฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า มีหลายฝ่ายข้องใจเรื่องเอกสารการแบ่งเขตหลุดออกมาก่อนราชกิจจานุเบกษาประกาศ รองเลขาฯ กกต.กล่าวว่า การที่มีเอกสารแบ่งเขตหลุดก่อนมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ใช่สิ่งที่สำนักงานต้องกังวล เพราะในการดำเนินการจำกัดคนทำงาน จึงเชื่อว่าไม่ได้หลุดจากสำนักงาน กกต.อย่างแน่นอน และไม่เห็นประโยชน์ที่จะต้องไปดำเนินการกับใครที่เกี่ยวข้องกับเอกสารหลุด เพราะขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ประเทศกำลังเดินไปสู่การเลือกตั้ง เราควรที่จะช่วยกันประคับประคองเพื่อให้ไปสู่การเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ Chaturon Chaisang ระบุว่า วันก่อนได้ยินมาว่าการแบ่งเขตล่าสุดเป็นไปตามข้อเสนอของผู้สมัครหลายคนแบบขอยังไงได้ยังงั้น ทั้งๆ ที่ไม่มีฐานจากความคิดเห็นของประชาชนชนเลย ผมก็เลยขอให้ความเห็นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นสักหน่อยครับ
โวยแบ่งเขตตามใบสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแบ่งเขตเลือกตั้งก่อนหน้านี้มีการรับฟังความเห็นประชาชนให้ใครมาเสนอความเห็นได้เต็มที่จนได้ข้อสรุปไปแล้ว แต่การแบ่งเขตครั้งสุดท้ายคนทั่วไปไม่รับรู้ด้วย คนไม่กี่คนเสนอผ่านช่องทางพิเศษกันมา และก็ได้ผลตามนั้นอย่างน่าอัศจรรย์ เรียกว่าเอาเปรียบกันจนนาทีสุดท้าย คำสั่ง คสช.เรื่องการแบ่งเขต ต้องการให้คุณให้โทษกับผู้สมัคร โดยเฉพาะผู้ที่ร้องผ่านรัฐบาลและ คสช.ย่อมได้ประโยชน์ ใครเป็นคู่แข่งก็ต้องเสียเปรียบ แต่จะขยับขยายก็ไม่ได้แล้ว การเอาเปรียบกันนี้เมื่อ กกต.ทำให้ แม้ไม่ชอบธรรม แต่ก็ไม่ผิดกฎหมายใดๆ เพราะคำสั่ง คสช.บอกว่าทำอะไรก็ชอบด้วยกฎหมายไปหมด&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งบางจังหวัดเป็นการทำตามความต้องการของผู้มีอำนาจ ขณะที่บางจังหวัดก็ไม่มีปัญหา ซึ่ง กกต.ไปพลาดตรงที่ไม่รีบประกาศตั้งแต่แรก พออำนาจตามมาตรา 44 เข้ามาปัญหาก็เลยเกิด สุดท้ายคือการเอาเปรียบทางการเมืองจนเกิดเหตุของบางพรรคการเมือง ทำให้ กกต.ซึ่งวางตัวเป็นกลางเสียหายไปด้วย คนเริ่มที่จะไม่เชื่อมั่น ดังนั้น กกต.ต้องเร่งกู้ชื่อกลับคืนมา โดยดูแลการเลือกตั้งให้ตรงไปตรงมา อย่าเข้าข้างใคร ต้องสร้างภาพลักษณ์ขึ้นมาใหม่ว่า กกต.ไม่ได้อยู่ภายใต้เงาของ คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ได้เห็นประกาศดังกล่าว และได้ทำการสอบถามไปยังอดีต ส.ส.ภาคเหนือหลายคน พบมีเฉพาะ จ.สุโขทัยเท่านั้นที่มีการแบ่งเขตแบบพิสดารมากหน่อย ทราบมาว่าการแบ่งเขตนี้ได้ผ่าฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยให้อดีต ส.ส.ต้องไปอยู่เขตอื่น อย่างไรก็ตาม อดีต ส.ส.ในพื้นที่ยืนยันว่าคงไม่มีปัญหา มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการได้ ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็ไม่มีอะไร และในส่วนภาคอีสาน เช่น จ.นครราชสีมา จากที่คาดการณ์ว่าจะแบ่งเขตออกเป็น 4 ส่วน แต่ปรากฏว่าแบ่งเป็น 2 ส่วน ก็ถือว่ายังดีกว่าแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่เคยเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จริงๆ เราไม่ได้พูดถึงความเสียเปรียบได้เปรียบ เพราะเชื่อว่ามีประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่อยากให้ กกต.ทำงานด้วยการเป็นตัวของตัวเอง ไม่ถูกแทรกแซง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากที่เราพยายามขอให้ กกต.พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ถือว่ายังสามารถคาดหวังกับ กกต.ชุดนี้ได้ จากที่ตอนแรกกลัวจะเละเทะมากกว่า โดยหลายจังหวัดยังแบ่งเขตตามที่ กกต.จังหวัดส่งมา ในภาพรวมถือว่าเรารับได้&amp;quot; อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ (พพช.) กล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งนี้เอาเปรียบจนนาทีสุดท้าย เพราะเห็นได้ชัดว่าแบ่งพื้นที่ไม่เท่ากัน แม้จะอ้างว่ายึดจำนวนประชากร แต่พื้นที่ไม่ติดต่อกัน อีกทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งนี้ฟังเสียงของคนสองสามคน และเห็นว่ามีนักการเมืองบางกลุ่มที่ได้เปรียบ เพราะเอื้อให้กับผู้สมัครในพื้นที่ของพรรคการเมืองบางกลุ่ม นอกจากนี้ยังทำให้ผู้สมัครที่อยู่ในพื้นที่นั้นโต้แย้งไม่ได้ ส่งผลให้พรรคเพื่อชาติต้องปรับยุทธศาสตร์อีกมากสำหรับการเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกถ้าไม่พอใจการแบ่งเขตให้ฟ้องศาลปกครองนั้น แต่ก็ไม่สามารถฟ้องร้องได้ เพราะติดมาตรา 44 และคำสั่ง คสช.ที่ 16/2561 ซึ่งนายวิษณุต้องรับผิดชอบคำพูดดังกล่าวในฐานะเป็นมือกฎหมายของ คสช. โดยหลังจากนี้ พรรคจะปรึกษาหารือฝ่ายกฎหมายเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งต่อไป&amp;quot; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแบ่งเขตที่ออกมาใน จ.สุโขทัย เป็นแบบที่ 4 ทั้งที่เดิม กกต.จังหวัดจัดทำไว้ทั้ง 3 แบบ โดยผ่านความคิดเห็นทั้ง 3 แบบเป็นที่เรียบร้อย แต่กลับมีนักการเมืองอาวุโส ซึ่งอยู่ในซีกรัฐบาลปัจจุบันได้ส่งแบบที่ 4 แบบลับๆ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากจังหวัดเลย และสุดท้ายก็ออกมาในแบบที่ 4 ตามนักการเมืองอาวุโสเสนอ &amp;nbsp;ทั้งที่ได้มีการท้วงติงการแบ่งเขตแล้วว่าขอให้ กกต.ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เที่ยงธรรมทุกฝ่าย แต่ตอนนี้ผลออกมากลับเป็นแบบที่ไม่ได้ผ่าน กกต.ของจังหวัดเลย
สมชัยจี้ กกต.ต้องโปร่งใส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ชาวบ้านเรียกว่าการแบ่งเขตแบบพิสดาร บอกได้เลยว่า จ.สุโขทัย กกต.หมดความชอบธรรม ไม่ สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ อยู่ใต้อาณัติ คสช. อนาคตการเลือกตั้งจะไม่มีคำว่าโปร่งใส ยุติธรรม เพราะเขาสามรถทำทุกรูปแบบเพื่อให้ได้มา คือ 1.ดูดทุกภาค ทุกพรรค 2.แบ่งเขตให้ตนเองได้เปรียบ 3 โกงการเลือกตั้ง ใช้อำนาจเงินซื้อผู้นำ ซื้อชาวบ้าน ซื้อ อสม. และได้มีการกระทำแล้วใน จ.สุโขทัย ทำกันอย่างครึกโครมโดยไม่มีความละอายแก่ใจ และ 4.เรื่องการโกงบัตรเลือกตั้ง เพราะแต่ละเขตจะมีเบอร์ไม่เหมือนกัน และการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีพรรคการเมืองลงสนามที่เรียกว่าพรรคชั้นนำไม่ต่ำกว่า 10-15 พรรคต่อเขต และปัจจุบันใช้ให้ผู้ใหญ่บ้านไปเก็บบัตรประชาชนทุกหลังคาบ้าน ทั้งคนมีและคนจน มาทำบัตรคนจนให้ ซึ่งคนสุโขทัยบอกว่าไม่เป็นไร ในเมื่อเขาไม่เห็นด้วยกับการแบ่งเขตอย่างนี้ เขาจะสั่งสอนให้รู้ตอนเข้าไปกาบัตรเลือกผู้แทน&amp;quot; อดีต ส.ส.สุโขทัยพรรคประชาธิปัตย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรรเสริญ สมะลาภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแล กทม. กล่าวว่า การแบ่งเขตที่ออกมาเป็นแบบที่ 1 แต่ของพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำเตรียมไว้ทั้ง 4 แบบ โดยจัดคนไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งในส่วนของพื้นที่กทม. จากเดิมมี 33 เขต ลดเหลือ 30 เขต บางพื้นที่ก็ถูกรวมกับพื้นที่อื่น ทำให้การจัดคนลงสมัครยุ่งยากขึ้น เพราะจำนวนเขตลดลง คนที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งก็ไม่ได้ลง ซึ่งตามหลักก็ต้องยึด ส.ส.เดิม ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงเขตก็จะต้องขึ้นบัญชีรายชื่อ โดยเราก็พยายามทำให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พื้นที่ กทม.มีการแบ่งเขตเหมือนต้องการช่วยเหลือบางพรรคการเมือง เช่น เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ ที่แบ่งเขตดุสิต บางส่วนที่มีทหารอาศัยอยู่เข้าไปด้วย นายสรรเสริญกล่าวว่า ตนไม่อยากบอกว่าเป็นการจงใจหรือไม่ เพราะเขาจัดตามจำนวนประชากร และต้องดูที่ตัวคนลงสมัครด้วย ซึ่งของพรรคประชาธิปัตย์คือนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ อดีต ส.ส.เขตนี้ เราเชื่อว่านางเจิมมาศเอาอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในส่วนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การแบ่งเขตของ กกต.โดยรวมแล้วพรรคภูมิใจไทยเรายอมรับได้ เพราะเราไม่ได้เอาเรื่องพื้นที่ทั้งหมดมาเป็นตัวตั้ง ไม่ว่า กกต.จะขยับเขตอย่างไร แต่ภาพรวมเห็นว่ายังเป็นเขตเลือกตั้งที่เราสามารถทำงานได้อยู่ พรรคภูมิใจไทยเราไม่ได้มีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แน่นอนอาจจะมีผู้สมัครเขตที่มีผลกระทบอยู่ แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องหลัก เราเน้นนำเสนอนโยบายเป็นหลัก ส่วนตัวผู้สมัครจะขยับจากเขตไหนไปเขตไหนก็ไม่ใช่ปัญหา หรือจะมีเขตไหนแหว่งไป เรามีตัวผู้สมัครมาเสริมอยู่แล้ว ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะหากไม่ได้ ส.ส.เขต เราก็ได้คะแนนบัญชีรายชื่อ&amp;quot; นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรค ก็กล่าวว่า ขอบคุณ กกต.ที่ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และเร็วกว่าที่คาดการณ์ ส่วนการตรวจสอบรายละเอียดของการแบ่งเขตเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ว่าจะมีปัญหาและกระทบต่อบุคคลที่พรรคจะส่งสมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตหรือไม่ ตนยังตอบไม่ได้ เพราะต้องรอให้ผู้ที่แสดงเจตจำนงลงเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่แจ้งรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครที่มีนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค เป็นประธานสรรหาฯ นั้น คาดว่าจะนัดประชุมภายในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง กกต.ต้องโปร่งใส และทำให้สังคมยอมรับ โดยเนื้อหาตอนหนึ่งได้ตั้งคำถาม กกต.ต้องตอบสังคมว่า 1.เอกสารการแบ่งเบตเลือกตั้งหลุดออกมาสู่สื่อได้อย่างไร เพราะการแบ่งเขตที่พรรคการเมืองบางพรรคได้รู้ก่อน ย่อมเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง 2.กกต.ใช้เวลาวันใดเวลาใด มีกระบวนการขั้นตอนกลั่นกรองอย่างไร จึงสามารถแจ้งรองนายกรัฐมนตรีว่าแบ่งเขตเรียบร้อยในวันที่ 27 พ.ย.61 และ 3.ถ้าให้เกิดความโปร่งใสว่าการแบ่งเขตไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐบาล หรือ คสช. ขอให้ กกต.เปิดเผย เฉพาะคำร้องที่ผ่าน ครม.และ คสช. ว่ามีจำนวนกี่เรื่อง ยื่นโดยใคร ยื่นมาเมื่อใด และมีสาระอย่างไร เพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบกับผลการแบ่งเขตที่ประกาศโดย กกต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยรักษาชาติ, วิษณุ เครืองาม, สมคิด เชื้อคง, สมชัย ศรีสุทธิยากร, สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล, สามารถ แก้วมีชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bfff6aad3f81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อนไทยซัดดูถูกปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อนไทย&amp;quot; อัดกลับเพื่อไทย ดูถูก ปชช. ย้อนเจ็บโลโก้ พ.พาน มีหัวชัดเจน แต่เพื่อไทย พ.พาน ไม่มีหัว ไม่รู้เพื่ออะไร ตอกสมุนยังค้าความขัดแย้ง ปิดทางนายใหญ่กลับประเทศ เพื่อแม้วท้าทุกฝ่ายแข่งนโยบาย &amp;nbsp; ปชป.แฉกลุ่มสามมิตรแอบดูดว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนล่าง เย้ย ปชช.ไม่เอาด้วย &amp;quot;สุภรณ์&amp;quot; แย้มจูบปาก &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ไกล่เกลี่ยกับ ภท. แต่ยังดำเนินคดีกับบุคคลในพื้นที่ จ่อซบพลังประชารัฐ &amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; ลั่น รปช.ร่วมรัฐบาลแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายสิระ พิมพ์กลาง ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทย กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย และนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ามาตรวจสอบ พรรคเพื่อนไทย เนื่องจากทั้งชื่อพรรค สัญลักษณ์พรรค คล้ายกัน อาจทำให้ประชาชนสับสนตอนลงคะแนนเสียง &amp;nbsp;ว่าไม่เข้าใจว่านายภูมิธรรม นายวัฒนา คิดแบบนั้นได้อย่างไร พรรคเพื่อนไทยตัวย่อมี พ.พาน มีหัวตัวเดียว สะท้อนว่าพรรคนี้มีหัวชัดเจน ส่วนเพื่อไทย เป็น พ.พานกับ ท.ทหาร แต่ พ. ไม่มีหัว ไม่รู้ว่าเปรียบเหมือนการขาดหัวหรือไม่ สีสัญลักษณ์ของเราประกอบด้วยธาตุทุกสี สื่อถึงพร้อมหลอมรวมคนในชาติไม่ว่าสีใดให้เกิดความสามัคคี ปรองดอง อีกทั้งคำว่า เพื่อ กับ เพื่อน ต่างกัน เพื่อนหมายถึงพร้อมเป็นเพื่อนทุกพรรคทุกสี แต่คำว่า เพื่อนั้น ไม่รู้หมายถึงเพื่ออะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลองตรองดูจะรู้ว่าทั้ง 2 พรรคมีความต่างกัน การพูดลักษณะกลัวประชาชนจะสับสนเป็นการดูถูก ประชาชนว่าอ่านหนังสือไม่ออก เลยอาจทำให้เลือกพรรคผิดใช่หรือไม่ ประชาชนเขาฉลาด หากจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ก็เลือกอยู่ดี การจะให้ฝ่ายกฎหมายไปร้องเรียน กกต. เหมือนเป็นการดูถูกภูมิปัญญาคณะทำงานกกต. เพราะตั้งแต่ไปยื่นขอจดจอง จดแจ้งพรรค กกต.ย่อมต้องตรวจสอบพรรคที่มานั้น ทั้งสี สัญลักษณ์ ชื่อ ความหมาย ไปซ้ำซ้อนพรรคอื่นหรือเปล่า หากเห็นว่าใช่ &amp;nbsp;คงไม่อนุมัติและอนุญาตให้ทำกิจกรรมได้&amp;quot; นายสิระ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวอีกว่า ประเทศตอนนี้ต้องการความสามัคคีปรองดอง นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เน้นย้ำถึงเรื่องปรองดอง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยลูกสาวของท่าน โพสต์ภาพขณะดูดน้ำด้วยหลอดสีเหลือง แดง สะท้อนถึงความพร้อมปรองดอง แต่คนในพรรคบางส่วนกลับยังให้สัมภาษณ์ แสดงความเห็นเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง เรียกว่าไม่ต้องการให้เกิดความปรองดอง ความสามัคคีของคนในชาติ ยังมัวแต่ค้าความขัดแย้งแล้วอย่างนี้นายทักษิณจะมีโอกาสกลับประเทศได้หรือไม่ ยืนยันว่าพรรคเพื่อนไทยตั้งพรรคมาไม่ได้หวังเก็บตกคะแนนเสียงจากคนที่เข้าใจผิด ไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางปรองดอง ดังนั้นนายภูมิธรรม นายวัฒนา อย่ามาชวนทะเลาะ ตนไม่เอาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนก้าวข้ามการตอบโต้ทางการเมือง ไปสู่ประเด็นว่าแต่ละพรรคการเมืองมีจุดยืนทางการเมืองในเรื่องสำคัญๆ อย่างไร เช่น การสืบทอดอำนาจ จุดยืนเรื่องประชาธิปไตย แต่ละพรรคการเมืองมีแนวทางและนโยบายในการแก้ปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ และจะนำพาประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองได้อย่างไร ดังนั้นจึงเชิญชวนให้แต่ละฝ่ายแข่งขันกันเสนอนโยบายตอบโจทย์ประเทศ เพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชนว่าจะเลือกพรรคใด ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งมีคุณค่า แต่ที่ยังไม่เข้าใจและเสียดาย คือยังมีข้อห้ามมิให้ประชาชนชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และยังไม่สามารถไปพบปะประชาชนเพื่อมีกระบวนการจัดทำนโยบายอย่างมีส่วนร่วมของประชาชนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้แต่พรรคจะสื่อสารจุดยืนและนโยบายในบางเรื่องผ่านออนไลน์ ก็อาจถือว่าเป็นการหาเสียงตามคำสั่งที่ 13/61 ซึ่งความไม่ชัดเจนนี้ไม่เอื้อต่อการทำหน้าที่ของพรรคการเมืองอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ หวังว่าผู้มีอำนาจจะตระหนักในประเด็นนี้ และเปิดให้พรรคการเมืองได้ทำหน้าที่ นึกไม่ออกว่าการทำและสื่อสารประเด็นนโยบายออนไลน์จะนำไปสู่ความวุ่นวายได้อย่างไร&amp;quot; นายนพดลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยกเลิกการจัด ครม.สัญจรตลอดเดือนตุลาคม เพราะมีกำหนดเดินทางไปต่างประเทศว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไปบอกกับประเทศต่างๆ ว่าจะจัดการเลือกตั้ง แต่กลับมาก็ไม่จัดและเลื่อนเลือกตั้งออกไป ต่างกรรมต่างวาระ อย่างน้อย 4 ครั้ง ท่าทีลักษณะนี้ต้องระมัดระวัง อะไรคือแก่น อะไร คือกระพี้ของการทำงาน ท่านต้องเลือกให้ชัด เพราะหากในประเทศไม่เชื่อมั่น ไปต่างประเทศเขาก็ไม่เชื่อมั่นหรือไม่ ประกอบกับพฤติกรรมที่ผ่านมาอาจทำให้การฟื้นความเชื่อมั่น
แฉสามมิตรแอบดูด ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึง กกต.เชิญพรรคการเมืองเข้าประชุมปรึกษาหารือถึงแนวทางการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองวันที่ 28 ก.ย.นี้ ว่า ปชป.พร้อมเข้าร่วมประชุมโดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นำคณะเข้าร่วมประชุม โดยหวังว่าจะทำให้เกิดความชัดเจนถึงแนวทางที่พรรคการเมืองต่างๆ จะปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2561 เรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่มีลักษณะเป็นการหาเสียงนั้น จะมีขอบเขตครอบคลุมแค่ไหนอย่างไร อะไรที่เป็นการหาเสียง ก็ควรมีความชัดเจนเช่นเดียวกัน และขอฝากไปยัง กกต.ชุดใหม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการซื้อเสียง ทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมทั้งไม่ปล่อยให้มีการใช้อำนาจรัฐเข้ามาร่วมด้วยช่วยเหลือบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งให้ได้เปรียบในการเลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคปชป. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่เข้าพูดคุยกับนักการเมืองในพื้นที่ภาคเหนือว่า สำหรับ จ.สุโขทัย อดีต ส.ส.ปชป.ไม่มีใครย้ายพรรค เพราะทุกคนรู้ว่าต้นทุนของพรรคมีสูง หากอยู่กับ ปชป.ต่อไปจะมีโอกาสได้รับเลือกตั้งสูง เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ไม่เอาทหาร เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ถูกกำหนดไว้หมด แม้แต่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เพิ่งจัดงานวันเกิดให้ภรรยา มีการเชิญประชาชนและผู้นำไปร่วมงาน ก็เป็นการสร้างภาพ เพราะชาวสุโขทัยไม่ชอบ เว้นแต่จะโกงเลือกตั้งถึงจะชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดกลุ่มสามมิตรมีตารางจะไปในจังหวัด เช่น น่าน พะเยา สุโขทัย พิจิตร เป็นต้น โดยเฉพาะพิจิตร ที่มีการชักชวนมือขวาของนายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าปชป. ที่ดูแลภาคเหนือ ซึ่งเป็นบุคคลที่พรรควางตัวให้ลงสมัครรับเลือกตั้งใน จ.พิจิตร แต่เมื่อนายสมศักดิ์ทราบเรื่อง ก็ได้โทรศัพท์ไปขอโทษนายอัศวิน ที่เข้าไปในพื้นที่โดยไม่ได้ขออนุญาต และได้เลิกชักชวนคนสนิทของนายอัศวินแล้ว&amp;quot; นายสัมพันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร และรองเลขาธิการ ปชป. กล่าวว่า ช่วงที่กลุ่มสามมิตรลงพื้นที่ จ.พิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก และสุโขทัยนั้น เขาพยายามหาสมาชิกพร้อมกับเจรจาดึงตัวคนที่เราวางตัวไว้ให้ลงสมัคร ส.ส.ในเขตต่างๆ แต่ยังเงียบอยู่ ไม่มีอะไร ส่วนใน จ.พิจิตร เคยมาชักชวนอดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นคนที่ ปชป.วางตัวไว้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 และเขายืนยันจะลงสมัคร ส.ส.ในนาม ปชป.ตามเดิม ยอมรับว่าความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยน่าหนักใจกว่า เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังเห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี และเขาไม่ค่อยรู้สึกคล้อยตามสิ่งที่กลุ่มสามมิตรพยายามนำเสนอเท่าไหร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำ นปช.และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ หลังวันที่ 29 ก.ย.นี้ ก็คงจะมีความชัดเจน ส่วนตำแหน่งภายในพรรคตนก็ไม่ได้เรียกร้องแล้ว แต่ผู้ใหญ่ของพรรคจะพิจารณา ทั้งนี้ ตนจะลงสมัคร ส.ส.ระบบเขต พื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง แน่นอน ส่วนคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง ตนไม่ได้มีความหวั่นไหวหรือวิตกกังวลใดๆ เพราะเชื่อมั่นในพลังศรัทธาของประชาชน ส่วนกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่โพสต์ในเฟซบุ๊กกรณีความขัดแย้งถึงขั้นฟ้องร้องกันนั้น เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้พบกับนายอนุทินในงานศพมารดาของนายธีระชัย แสนแก้ว ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว นายอนุทินเป็นผู้ใหญ่ที่เอ็นดูและเมตตาตนเองมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;
รปช.ลั่นร่วมรัฐบาลแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้ติดใจอะไรกับพรรคภูมิใจไทย และให้ความเคารพผู้ใหญ่ของภูมิใจไทยทุกคน สุดท้ายก็คงต้องมีการไกล่เกลี่ยกัน ไม่ก้าวล่วงถึงพรรคภูมิใจไทยและผู้บริหารพรรค ส่วนตัวบุคคลในพื้นที่ที่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและผิดคำสั่ง คสช. ก็ต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรค ใครทำผิดก็ต้องยอมรับ ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งตัวบุคคลผมยังคงจะเดินหน้าร้องเรียนและดำเนินคดีต่อไป&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า หรือสามมิตรจะซ้ำรอยมัชฌิมา หลังการรัฐประหารปี 49 ของ คมช. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้รวบรวมอดีต ส.ส.ได้มากกว่า 70 คน (มากกว่ายุคสามมิตร) &amp;nbsp;ได้พูดคุยกับผู้นำเผด็จการในยุคนั้น จนมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ สุดท้ายประสบความล้มเหลว ในการเลือกตั้งปี 2550 ได้ ส.ส.ต่ำสิบ หลังการรัฐประหารปี 57 ของ คสช. นายสมศักดิ์อาจถูกหว่านล้อมจากผู้นำเผด็จการยุคปัจจุบันให้รวบรวมอดีต ส.ส.เหมือนสมัยทำมัชฌิมาอีกครั้ง แต่เชื่อว่าบทสรุปสุดท้ายก็เหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารทู แปซิฟิค เพลส สุขุมวิท ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ว่าที่หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกันแถลงนโยบายพรรคว่า พรรคจะแถลงข่าวทุกวันอาทิตย์บ่ายโมง เพื่อให้ได้รับความคืบหน้าของพรรค รปช. เพราะขณะนี้พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองได้แล้ว สำหรับ รปช. ต่อให้ไม่ได้เป็นรัฐบาล เราก็จะเป็นตัวแทนประชาชนในสภา และพร้อมที่จะคุยหรือทำงานร่วมกับรัฐบาล แต่อย่างไรก็ดี เราจะพยายามเป็นรัฐบาล ถึงไม่ได้เป็นเราก็จะพยายามช่วยทุกฝ่าย ในการเลือกตั้งครั้งใหม่เราจะนำเสนอนโยบายพรรคให้กับประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรค กล่าวว่า เราจะต้องเอาปัญหาของประชาชนมากลั่นกรองเป็นนโยบายของพรรค ในทางปฏิบัติอาจจะมีปัญหาระหว่างการรับฟังปัญหาประชาชนกับการหาเสียง เราพยายามระมัดระวังพฤติกรรมของเราที่ออกไปรับฟังปัญหาประชาชน ถ้าใครจะตีความว่าเราหาเสียงก็อาจกล่าวหากันได้ แต่ด้วยข้อเท็จจริง เราเคารพกฎหมาย เราไม่ได้ไปหาเสียง เพียงแต่ต้องการรับฟังปัญหาของประชาชน รวมถึงเรื่องการทำไพรมารีโหวต เรายืนยันว่า เราจะทำไพรมารีโหวต ทำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18254</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง, นพดล ปัทมะ, นราพัฒน์ แก้วทอง, ภูมิธรรม เวชยชัย, วัฒนา เมืองสุข, สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล, สิระ พิมพ์กลาง, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, ไทกร พลสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba79d35bfcee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
