<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ข้องใจงบกระทรวงคมนาคม&#039;จ้างที่ปรึกษา-ซ่อมถนน&#039;อื้อซ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย หรือเสี่ยติ่ง ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2564 ว่า กมธ.ได้ใช้เวลามาทั้งหมด 16 วันแล้ว &amp;nbsp;โดยได้พิจารณางบประมาณของ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้พิจารณางบประมาณของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมจนครบทุกหน่วยงานงบประมาณทั้งสิ้น 193,554,304,900 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า ในการพิจารณางบประมาณ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท คณะ กมธ.ได้หารือกันเกี่ยวกับการจ้างที่ปรึกษาซึ่งในแต่ละปีมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงมี กมธ.สอบถามหน่วยงานว่า เพราะเหตุใดหน่วยงานจึงต้องจ้างที่ปรึกษาในโครงการก่อสร้างต่างๆ ของหน่วยงาน ทั้งที่หน่วยงานมีวิศวกรและสถาปนิกที่มีความสามารถอยู่แล้ว ทั้งนี้กรมทางหลวงชนบทได้ชี้แจงว่า หน่วยงานมีนโยบายให้วิศวกรและสถาปนิกเป็นผู้ออกแบบและดำเนินการโครงการเองอยู่แล้ว แต่ที่ต้องจ้างที่ปรึกษา เพราะการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) หรือการจัดทำอีไอเอ หน่วยงานไม่สามารถดำเนินการได้เอง ต้องให้บุคคลที่ 3 เป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น หน่วยงานจึงต้องมีการจ้างที่ปรึกษาในโครงการต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการพิจารณางบประมาณของกรมทางหลวง ก็ได้มี กมธ.สอบถามเกี่ยวกับการซ่อมแซมถนนของหน่วยงานว่ามีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ซึ่งหน่วยงานได้ชี้แจง ถึงระดับการซ่อมแซมบำรุงรักษาถนนว่ามีทั้งหมด 4 ระดับโดยในระดับแรกเป็นการซ่อมบำรุงปกติธรรมดา เช่น การตัดหญ้าพื้น ระดับที่สอง เป็นการซ่อมบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา โดยจะมีการฉาบผิว เมื่อถนนมีอายุ การใช้งาน 3-5 ปี จะมีรอยแตกซึ่งหากน้ำเข้าไปในรอยแยกนั้นจะทำให้ถนนเสียหาย จึงต้องมีการฉาบผิว ซึ่งหน่วยงานจะใช้งบประมาณตารางเมตรละ 100 บาท ระดับที่สาม เป็นการบำรุงรักษาพิเศษ โดยจะเป็นการขุดลื้อถึงชั้นพื้นถนนเพื่อซ่อมบำรุง ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก และระดับสุดท้าย คือ การรื้อทำใหม่ทั้งหมดซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา, กระทรวงคมนาคม, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย, เสี่ยติ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a2755217c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลเมืองไทย&#039;ประชุมใหญ่สามัญ &#039;เสี่ยติ่ง&#039;ลุยฟื้นท่องเที่ยวกระตุ้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 - นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา พรรคพลเมืองไทยได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2563 ที่โรงแรม รอยัลริเวอร์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากกรรมการพรรค และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกันอย่างหนาแน่น โดยการประชุมได้แบ่งออกเป็นสองช่วง คือช่วงเช้า เป็นการสัมนาการใช้ชีวิตหลังสถานการณ์โควิด19 ในรูปแบบ new normal และช่วงบ่าย เป็นการประชุมของพรรคในหัวข้อต่างๆ และให้สมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วมในการเสนอชื่อกรรมการพรรค เพื่อมาแทนตำแหน่งที่ว่างอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศที่ร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวกับพรรคพลเมืองไทย ถึงแม้พรรคเราจะมี ส.ส.เพียงแค่คนเดียว เป็นพรรคการเมืองเล็กๆ แต่กรรมการและสมาชิกพรรคก็ยังร่วมมือกันทำงานลงพื้นที่รับฟัง ประสานงาน แก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ ก็ต้องถือว่าทุกคนมาทำหน้าที่ตรงนี้เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส. ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค กล่าวว่าทางพรรคและตนเองยังคงมุ่งเน้น ผลักดันเรื่องของการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวไวยิ่งขึ้น เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก ยิ่งรัฐบาลออกโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ยิ่งกระตุ้นเม็ดเงินในประเทศได้อย่างมหาศาล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71263</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, พรรคพลเมืองไทย, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, เสี่ยติ่ง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bb6ade283b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระอา!แย่งชามข้าว ต้นแบบไม่ดีให้เยาวชน/อึ้ง!พรรคเล็กหนุน&#039;ตี๋เต้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลเผยเยาวชนยี้ผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองแย่งตำแหน่ง รมต. จ้องถอนทุนคืนไม่เป็นแบบอย่างเด็กและเยาวชน ลั่นจะไม่เชื่อผู้ใหญ่ในรัฐบาลชี้แนะสั่งสอน สวนดุสิตโพลระบุการเปลี่ยนแปลงใน พปชร.แค่การแย่งชิงอำนาจ เชื่อการเมืองไทยยังเหมือนเดิม ด้าน พปชร.เปลี่ยนแผนเทียบเชิญ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; จะเดินทางเข้าที่พรรคพร้อมจัด ส.ส.รอหามนั่งหัวหน้า ฮือฮา &amp;quot;พิเชษฐ&amp;quot; รับ 7 ใน 11 พรรคเล็กหนุน &amp;quot;เต้-พระราม 7&amp;quot; ได้โควตา รมต. ขณะที่ 2 พรรคเล็กจ่อยุบรวม พปชร.ซ้ำรอย &amp;quot;พรรคไพบูลย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง การเมืองกับเยาวชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,539 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15-20 มิ.ย.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการประพฤติตัว ปฏิบัติตนของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมือง แบบอย่างแก่เด็กและเยาวชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 ระบุแย่งตำแหน่งรัฐมนตรี จ้องจะถอนทุนคืน รองลงมาคือร้อยละ 88.7 ระบุคิดคด ทรยศ หักหลัง ฆ่าลูกน้องและเพื่อนร่วมต่อสู้กันมา แบบเสร็จนาฆ่าโคถึก, ร้อยละ 86.1 ระบุกร่าง หัวร้อนใช้อำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องคนอื่นไปทั่ว, ร้อยละ 78.1 ระบุมีภาวะตัณหาอยากมีอยากเป็น ที่น่าเป็นห่วงคือ เพียงร้อยละ 8.7 เท่านั้นที่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองเป็นคนดี มีคุณธรรม เข้าวัดปฏิบัติธรรม และเพียงร้อยละ 7.9 ที่รักประชาชน ไม่เลือกปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.6 ระบุไม่ดีเลย แย่สุดๆ ในเรื่องแบบอย่างที่เยาวชนได้รับจากการทำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมือง มีเพียงร้อยละ 10.4 ระบุว่าดี นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 ระบุเยาวชนจะไม่เชื่อไม่ทำตามเมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลชี้แนะและสั่งสอน มีเพียงร้อยละ 8.6 ระบุเชื่อฟัง ทำตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงเช่นกันคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.9 ระบุการทำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองกำลังไปสู่การเมืองเก่า ที่มีแต่ทุจริต คอร์รัปชัน ไม่ซื่อสัตย์ ร้อยละ 7.1 เท่านั้นที่ระบุการเมืองใหม่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.2 ระบุไม่เห็นผลงานรัฐบาลทำอะไรที่ดูแลเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของเยาวชนเลย ในขณะที่ร้อยละ 22.8 เห็นผลงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านสวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่องประชาชนคิดอย่างไร? กับการปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จากความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,108 คน ระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย.2563 สรุปผลได้ดังนี้ &amp;nbsp;1.ประชาชนคิดอย่างไร? กับการปรับเปลี่ยนในพรรค พปชร. อันดับ 1 เป็นการแย่งชิงอำนาจ 62.16%, อันดับ 2 มีปัญหาภายในพรรค 57.22%, อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเกมการเมือง 56.12%, อันดับ 4 สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง 27.79%, อันดับ 5 สมบัติผลัดกันชม 25.78%, อันดับ 6 เพื่อปรับ ครม. 25.59%, อันดับ 7 เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานใหม่ 18.65%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. ถึงเวลาที่จะมีการปรับเปลี่ยนในพรรค พปชร.หรือยัง? อันดับ 1 ถึงเวลาแล้ว 72.20% เพราะไม่มีผลงาน ขาดประสิทธิภาพ การทำงานจะได้ดีขึ้น ต้องการผู้ที่เหมาะสมมีความรู้จริง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ฯลฯ, อันดับ 2 ยังไม่ถึงเวลา 27.80% เพราะยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า เสียเวลา ควรทำงานต่อไป ถึงเปลี่ยนใหม่ปัญหาต่างๆ ก็ยังเหมือนเดิม ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.คิดว่าใคร? สมควรจะเป็น &amp;ldquo;หัวหน้าพรรค&amp;rdquo; อันดับ 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;54.26%, อันดับ 2 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 14.36%, อันดับ 3 นายวิรัช รัตนเศรษฐ 13.83%, อันดับ 4 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 9.57%, อันดับ 5 นายไพบูลย์ นิติตะวัน &amp;nbsp;7.98%
เปลี่ยนแผนหามป้อมที่พรรค &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.คิดว่าใคร? สมควรจะเป็น &amp;ldquo;เลขาธิการพรรค&amp;rdquo; อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 35.76%, อันดับ 2 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 24.35%, อันดับ 3 นายไพบูลย์ นิติตะวัน 13.99%, อันดับ 4 นายอนุชา นาคาศัย 13.21%, อันดับ 5 นายอิทธิพล คุณปลื้ม 12.69% และ &amp;nbsp;5.การปรับเปลี่ยนภายในพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้การเมืองไทยเป็นอย่างไร? อันดับ 1 เหมือนเดิม 54.15%, &amp;nbsp;อันดับ 2 แย่ลง 25.99%, อันดับ 3 ดีขึ้น 19.86%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าการเทียบเชิญพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ว่าได้รับทราบจากนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ว่าเนื่องจากวันดังกล่าวตรงกับวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทาง พล.อ.ประวิตร จะเดินทางไปพบกับ ส.ส.ภายหลังการประชุม ครม.ในช่วงบ่ายด้วยตนเองที่ศูนย์ประชุมพรรค โดยมี ส.ส.จำนวนมากจากทุกกลุ่มมารอต้อนรับ เพื่อเรียนขอร้องให้ พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นที่รักและเคารพของสมาชิก ยอมลงมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อช่วยทำให้พรรคเป็นเอกภาพ มีความมั่นคง เป็นปึกแผ่น เติบโตได้อย่างมั่นคง และสนับสนุนงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า ส่วนการประชุมใหญ่สามัญพรรค พปชร.ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายนนั้น เชื่อว่าการประชุมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนรายชื่อของกรรมการบริหาร (กก.บห.)พรรค ก็จะเป็นบุคคลที่เป็นคนของพรรค สังคมรู้จักอยู่แล้ว โดยตำแหน่งที่สำคัญและ ส.ส.อยากเห็นชื่อมากที่สุดก็คือชื่อของ พล.อ.ประวิตร ในการมานั่งเป็นหัวหน้าพรรค สิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองในการปรับ ครม.และการเปลี่ยนแปลงของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าตนไม่ได้ให้ความสนใจหรือติดตามความเคลื่อนไหวการเมืองใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง ยังมีภารกิจที่จะต้องทำงานเพื่อประชาชนต่อไปอีก คือติดตามตรวจสอบโครงการต่างๆ จึงไม่ต้องมาหวาดระแวงตนในเรื่องนี้ เพราะไม่มีความคิดหรือความกระสันที่จะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ และไม่มีความคิดจะเข้าไปเป็น กก.บห.ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวใดๆ ภายในพรรค จะขอทำหน้าที่เป็น ส.ส.จะเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนประเทศได้มากกว่าตำแหน่งอื่นใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงความเคลื่อนไหวภายในพรรค ปชป. ว่าเรื่องต่างๆ ต้องจบด้วยการพูดคุยกัน แม้การพูดคุยจะเป็นเรื่องง่าย แต่ตนไม่รู้ว่าเหตุใดจึงทำยาก ที่ผ่านมาเรื่องข่าวความเคลื่อนไหว การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น ฟังกันมาคนละทิศละทางแล้วจับเป็นประเด็น ตนได้ยินชัดๆ จริงๆ แค่ว่าให้คุยกันหน่อยไหม เรื่องทิศทางการทำงานของพรรค การประชุม กก.บห. วันที่ 29 มิ.ย.นี้ เชื่อว่าไม่มีเรื่องการเสนอเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคนะ มีแต่คนที่จะขอพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาพรรคเท่านั้น ที่ผ่านมามี ส.ส. อดีต ส.ส. และบางคนใน กก.บห.ประมาณ 30 คน ติดต่อมายังตนให้ช่วยสื่อสารให้เกิดการพูดคุย ล่าสุดตนจะเป็นเจ้าภาพให้เอง ซึ่งคงจะจัดขึ้นที่ กทม. โดยจะเน้นอดีต ส.ส.ภาคใต้เป็นหลัก มาพูดคุยปรับการทำงาน เบื้องต้นยังไม่ได้กำหนดวันว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่ แต่น่าจะเร็วๆ นี้
พรรคเล็กหนุน&amp;#39;มงคลกิตติ์&amp;#39;นั่งรมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวกรณีพรรคเล็กรวมตัวเพื่อสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ให้ได้โควตารัฐมนตรีว่า ทางพรรคเล็ก 11 พรรคมีการหารือเรื่องดังกล่าวจริง โดยหารือกันมาโดยตลอด มองว่าถ้าเป็นไปได้ ในฐานะ 11 พรรคเล็กที่สนับสนุนรัฐบาลมาโดยตลอด อยากมีตัวแทนของ 11 พรรคเข้าไปทำหน้าที่รัฐมนตรี ซึ่งตนก็ได้เสนอนายมงคลกิตติ์ เนื่องจากเห็นว่ามีคุณสมบัติที่ครบ เหมาะสม ทั้งวุฒิการศึกษา วัยวุฒิ ผลงานในสภา มีความสามารถ รอบรู้ เป็นคนรุ่นใหม่ และมีน้ำใจ จะเห็นว่าช่วงโควิด-19 นายมงคลกิตติ์ยอมสละเงินเดือน ส.ส. จึงคิดว่ามีความเหมาะสม มีพรรคที่เห็นด้วยจำนวน 7 พรรค กับการเสนอรายชื่อของนายมงคลกิตติ์ แต่ทั้งนี้อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดเป็นของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย ในฐานะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และในฐานะผู้ประสานงาน 11 พรรคเล็ก กล่าวว่า ขณะมีการเคลื่อนไหวกันหลายพรรค แต่ในส่วนพรรคเล็กที่ตนทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานนั้น ยังไม่ได้ข่าวว่าจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ หรือจะมีโควตาให้พรรคเล็กหรือไม่ โดยส่วนตัวก็ไม่มีความคิดที่จะเข้าไปเป็น เนื่องจากเราเป็นพรรคเล็ก และขณะนี้รัฐบาลโดยการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร มีเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลประชาชนมากมาย ดังนั้นพวกเราไม่อยากไปเสนอตัวหรือไปสร้างข่าวให้ท่านเกิดความกังวลมากเพื่อท่านจะได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการบริหารงานและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังจากผ่านเหตุการณ์โควิด-19 ยืนยันว่าพรรคเล็กไม่มีการเรียกร้องเรื่องตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รักษาการรองหัวหน้าพปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว 2 พรรคเล็กเตรียมยุบรวมกับพรรคพปชร. ว่าเป็นไปตามข่าวที่ปรากฏ เบื้องต้นทราบว่าอยู่ระหว่างรอกระบวนการต่างๆ ของพรรคให้เสร็จสิ้นก่อนจึงดำเนินการได้ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การควบรวมพรรค แต่เป็นการเลิกกิจการพรรค ตัวเขาในฐานะที่เป็น ส.ส. ก็มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมายที่สามารถดำเนินได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ หัวหน้าพรรคประชานิยม กล่าวถึงกระแสข่าวว่าเตรียมยุบรวมกับพรรค พปชร.ว่า ข้อเท็จจริงยอมรับ มีกรรมการบริหารพรรคลาออกจำนวน 9 คน จึงได้เรียกประชุม กก.บห.ทั้งหมด ก่อนที่ทุกคนจะมีมติร่วมกันว่าดำเนินการต่อไปไม่ไหว เพราะต่างคนต่างมีภารกิจของตัวเอง และไม่สามารถแบกรับภาระได้ จึงได้ทำเรื่องถึง กกต. เพื่อขอแจ้งการเลิกกิจการพรรคฯ และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งใช้รูปแบบเดียวกับกรณีที่นายไพบูลย์ดำเนินการยื่นยุบพรรคประชาชนปฏิรูปก่อนหน้านี้ ส่วนสถานะ ส.ส.ของตนเองที่จะต้องหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดจะเป็นพรรค พปชร.ตามกระแสข่าวหรือไม่ ทุกอย่างจะต้องรอขั้นตอนต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อน แต่ที่ชัดเจนเรายังอยู่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลแน่นอน เพราะเราสนับสนุนการทำงานมาตั้งแต่ต้น ส่วนจะเป็นพรรคไหน ให้ว่ากันไปตามกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพรรคการเมืองขนาดเล็ก 2 พรรค เตรียมเลิกกิจการพรรคนั้น ใช้โมเดลเดียวกับนายไพบูลย์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 91 วรรคท้าย ในเรื่องการรับรองสิทธิ ส.ส.กรณีที่มีการเลิกพรรค ซึ่งทำให้พรรคสิ้นสภาพนั้น ถือว่าเป็นกรณียุบพรรค ส.ส.ของพรรคดังกล่าวไป สามารถหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน ไม่เช่นนั้นก็จะพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศเรื่องดังกล่าวลงในราชกิจจานุเบกษา
&amp;ldquo;อ้วน&amp;rdquo;สวนกลับใครริษยารู้กันดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุต้องการทำงบ 64 และปรับวิธีทำงาน New Normal ให้จบก่อน ถึงจะทำเรื่องปรับ ครม. ว่ากระแสข่าวปรับ ครม.ที่ไม่มีความชัดเจน ปล่อยให้อึมครึมนานๆ จะส่งผลเสียต่อประเทศชาติและประชาชน รัฐมนตรีที่มีข่าวจะถูกปรับออก คงไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานอะไร สภาพไม่น่าจะแค่เกียร์ว่าง บางกระทรวงอาจถึงขั้นล็อกเกียร์ ข้าราชการทำงานต่อลำบาก เพราะต้องลุ้นหลายขยัก ตั้งแต่ปรับโครงสร้างพรรครองรับการปรับครม. ปรับสัดส่วนโควตาพรรคร่วมรัฐบาล จนปั่นป่วนวุ่นวาย สร้างมุ้ง ดูด ส.ส.งูเห่า โชว์ตัวเลข รวมแต้มวางบิล ปั่นราคา ทวงโควตารัฐมนตรี ทำให้การเมืองไทยยังวนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์ เป็นพฤติการณ์ Old Normal ครม.เก่าหรือใหม่ อาจตอบโจทย์เพียงการเปลี่ยนตัวเล่นลากยาวอำนาจ แต่ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศที่วิกฤติรอบด้าน ไวรัสโควิด คนไทยช่วยกันป้องกันได้ แต่ไวรัสการเมืองน้ำเน่าระบาด ถ้าไม่ปฏิรูปการเมืองจริงจัง ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ไม่สามารถแก้ไขได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแคร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสกับพิษเศรษฐกิจหลังโควิด แทนที่จะได้เห็นนักการเมืองร่วมมือช่วยกันนำเสนอหาทางเลือกทางรอดให้ประชาชน แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นกลับตรงข้าม เพราะเมื่ออ่านบทสัมภาษณ์ผู้นำทางการเมืองช่วงนี้ ต่างกล่าวโจมตีและโยนความผิดกันไปมา คงเป็นไปตามความถนัด คนที่เก่งสร้างภาพด้วยการโยนผิดใส่คนอื่น ล้วนทำไปด้วยโมหจริตของปุถุชน ความจริงๆ เป็นเช่นไร ผู้คนทั่วไปต่างรู้ดี..ไม่จำเป็นต้องแก้ต่าง ไม่จำเป็นต้องลงไปเกลือกกลั้วให้เปื้อนโคลน เพราะใครเป็นนักสร้างภาพสร้างอีเวนต์ ใครจริง ใครปลอม ใครริษยา ผู้คนเค้ารู้กันดี!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโพสต์ข้อความอย่างดุเดือดของนายภูมิธรรมครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าเกิดขึ้นหลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหา คำพูดบางตอนที่ดูเหมือนอาจจะไปพาดพิงสมาชิกพรรคบางคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมสามัญประจำปีของพรรคว่า ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการกำหนดวาระการประชุม โดยคาดว่าจะจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีหลังการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 64 น่าจะมีขึ้นประมาณกลางเดือน ก.ค.เป็นต้นไป โดยวาระการประชุมจะกำหนดให้เป็นไปตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด สำหรับโครงสร้างและจำนวนของ กก.บห.พรรคคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวบุคคลก็คงมีการดำเนินการปรับปรุงให้เป็นไปตามโครงสร้างและข้อบังคับของพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจในพรรคหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ขอยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยไม่เคยมีขั้วอำนาจ ผู้บริหารและสมาชิกพรรคต่างร่วมมือกันทำงานด้วยความสามัคคี ในการทำงานที่ผ่านมาอาจมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่ไม่ใช่การแตกแยก และการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทุกคนต่างทำงานโดยยึดอุดมการณ์และเป้าหมายในการเป็นพรรคแกนนำของฝ่ายประชาธิปไตยร่วมกัน แม้จะมีการปรับเปลี่ยน กก.บห.พรรคบางตำแหน่ง ก็มั่นใจพรรคจะเป็นปึกแผ่นเช่นเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69327</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์, พิเชษฐ สถิรชวาล, ภูมิธรรม เวชยชัย, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เทพไท เสนพงศ์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef61ced17d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามนายกฯหนีถกงบ ฝ่ายค้านจี้อยู่ประชุมทั้งวัน รบ.มั่นใจ9พรรคเล็กหนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิปรัฐบาลพร้อมถกร่าง พ.ร.บ.งบ 63 มั่นใจผ่านฉลุย 9 พรรคเล็กการันตีโหวตหนุน ฝ่ายค้านติวเข้มวางตัว 90 คนรอชำแหละ จี้นายกฯ ต้องนั่งอยู่ในที่ประชุมสภาตลอดทั้งวัน ไม่ใช่มากล่าวหลักการและเหตุผลแล้วหนี พท.ลั่นไร้งูเห่า &amp;quot;มงคลกิตติ์&amp;quot; โวยอึดอัด 2 ฝั่งบีบยกมือแลกเวลาอภิปราย จ่อพบ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ขอโควตาฝ่ายค้านอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2563 ระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค.62 ว่าไม่มีปัญหา ทุกอย่างเรียบร้อย เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว และพรรคร่วมรัฐบาลต้องพร้อมที่จะโหวตตลอดเวลา ต้องอยู่พร้อมกันหมดทุกคน ขณะที่พรรคพลังประชารัฐจะมีการประชุม ส.ส. ในวันที่ 15 ต.ค.เพื่อซักซ้อมเตรียมพร้อม รวมถึงวางตัวบุคคลที่จะทำหน้าที่ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ และทำความเข้าใจรายละเอียดงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่รัฐบาลเผชิญเสียงปริ่มน้ำ จนหลายฝ่ายกังวลว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะคว่ำนั้น ส่วนตัวเชื่อว่า ส.ส.ในสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด 253 เสียงจะลงมติครบถ้วนจนสามารถผ่านร่างงบประมาณได้ เนื่องจากเป็นกฎหมายสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งทุกคนรู้หน้าที่อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้หากวันลงมติแล้วมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลคนใดไม่เข้าร่วมหรืองดออกเสียง ย่อมเป็นที่จับตาของสังคม จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ทั้งในส่วนของพรรค พปชร.และการทำงานของวิปรัฐบาลจะสามารถคุมเสียงในสภาให้เกิดความเรียบร้อยได้ ในส่วนของ ส.ส.พรรคเล็กหรือฝ่ายค้านอิสระนั้น เชื่อว่าต่างมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าอะไรที่ดีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศก็จะสนับสนุน อะไรไม่ดีก็ไม่สนับสนุน ไม่ได้มีพฤติกรรมตั้งท่าค้านไปทุกเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันที่ 15 &amp;nbsp;ต.ค.นี้ได้นัด ส.ส.ของพรรคมาประชุมเวลา 13.30 น. เพื่อสรุปเนื้อหาสาระและจำนวนบุคคลที่จะอภิปราย &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการอภิปรายงบประมาณของพรรค คือ 1.อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ 2.อภิปรายเสนอแนะตรวจสอบเพื่อให้งบประมาณเกิดประโยชน์แก่ประชาชนทุกระดับอย่างแท้จริง 3.มีการเตรียมงบประมาณให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ประกาศไว้หรือไม่อย่างไร และ 4.งบประมาณสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อมั่นว่าการอภิปรายงบประมาณของพรรคจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเดินหน้าประเทศโดยรวม และส่งเสริมให้ประชาชนฐานรากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี รวมทั้งเชื่อมั่นว่างบประมาณจะผ่านการพิจารณาของสภาโดยไม่มีปัญหาอะไร ถึงแม้เสียง ส.ส.รัฐบาลจะปริ่มน้ำก็ตาม เพราะทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างตระหนักดีว่างบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อประโยชน์ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;quot; นายองอาจระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) &amp;nbsp;กล่าวว่า ในวันที่ 15 ต.ค. ช่วงเช้าจะมีการประชุมร่วมกันกับสำนักงบประมาณ และหน่วยงานจัดเก็บรายได้ที่จะมาชี้แจงกับ ส.ส.โดยเฉพาะกับกลุ่มที่จะอภิปราย จากนั้นช่วงบ่ายจะมีการประชุมวิปฝ่ายค้าน ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ทำการบ้านอย่างเต็มที่ เพียงแต่จะมาคุยกันถึงเรื่องลำดับและทิศทาง หรือกรอบเนื้อหาในการอภิปรายว่าจะเดินไปในทิศทางไหน เป็นการทบทวนอีกครั้งหนึ่ง และสุดท้ายจะมีการวางสคริปต์กันอย่างหลวมๆ ว่าลำดับคนอภิปรายจะเป็นใคร อย่างไรบ้าง และจะต้องมีข้อสรุปว่าจะลงมติกันอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้อภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านมีประมาณ 90 คน โดยเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย 60 คน แต่คาดว่า 2 วันสุดท้ายก่อนอภิปรายอาจจะมีการเพิ่มขึ้นหรือปรับลดได้ ขณะนี้มีการวางตัวในการอภิปรายในด้านต่างๆ แล้วประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของพรรคฝ่ายค้านอิสระนั้นยังไม่มีการแสดงความจำนงขอร่วมอภิปราย แต่หากจะมาขอเวลาในการอภิปรายกับพรรคฝ่ายค้านจะต้องมีการโหวตไปในทิศทางเดียวกับเรา ถ้าเขาไม่พร้อมเราก็ขอสงวนเวลาอภิปรายให้คนของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า เวลาในการอภิปรายฝ่ายค้านได้ประมาณ 20 ชั่วโมง พรรคเพื่อไทยได้เวลาประมาณ 670 นาที พรรคร่วมอื่นๆ ลดหลั่นกันไป พรรคเพื่อไทยจะได้อภิปรายคนละ 7-8 นาที &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดเปิดอภิปรายประมาณ 30 นาที และตนจะพูดปิดประมาณ 30 นาที นอกจากนี้มีการวาง ส.ส.ประมาณ 7 คน ให้เวลาอภิปรายประมาณ 15-20 นาทีเพื่อเก็บตกและเติมเต็ม เสริมเนื้อหาให้ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นช่วงๆ คือ 1.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว &amp;nbsp;ส.ส.น่าน 2.นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ 3.นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู 4.น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด 5.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. 6.นายขจิต ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี และ 7.นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยวางมาตรการป้องกัน ส.ส.โหวตสวนอย่างไรบ้าง นายสุทินกล่าวว่า วิปแต่ละจังหวัดคอยทำความเข้าใจกับ ส.ส.ในพื้นที่ พรรคเพื่อไทยไม่มีมาตรการลงโทษสำหรับเรื่องนี้ แต่จะให้สังคมเป็นผู้ลงโทษเอง เท่าที่ตรวจสอบล่าสุดไม่มีงูเห่าในพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกันหาก ส.ส.งดออกเสียงหรือไม่เข้าร่วมประชุมนั้น เมื่อเกิดพฤติกรรมลักษณะนี้ขึ้นเขาจะต้องอธิบายกับสังคม แต่ยังเชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ความสำคัญต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วย ไม่ใช่แค่การมากล่าวเสนอหลักการและเหตุผล จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแต่เพียงอย่างเดียว ในภาพรวมแน่นอนว่ารัฐมนตรีย่อมมีสิทธิ์ในการชี้แจงต่อสภา แต่โดยมารยาทแล้วนายกฯ ไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะกฎหมายเป็นงบประมาณสำคัญ ดังนั้นฝ่ายค้านจะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ในสองสถานะด้วยกัน ได้แก่ในฐานะนายกฯ ที่กำกับภาพรวมการบริหารประเทศ และในฐานะ รมว.กลาโหม ถ้าโอกาสอย่างนี้นายกฯ ไม่ให้ความสำคัญกับสภาแล้ว ก็ไม่รู้จะมาให้ความสำคัญตอนไหน อย่างที่บอกเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ นายกฯ ต้องนั่งอยู่สภาตลอดทั้งวันเลยทีเดียว&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผยว่า ในฐานะฝ่ายค้านอิสระ พรรคไทยศรีวิไลย์ และพรรคประชาธรรมไทย ได้ไปขอเวลาอภิปรายจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน &amp;nbsp;ปรากฏว่าทั้ง 2 ฝ่ายต่างยื่นเงื่อนไข โดยถ้าฝ่ายรัฐบาลให้เวลาอภิปรายก็ต้องโหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 เช่นเดียวกันกับฝ่ายค้านให้เวลาอภิปรายก็ต้องโหวตไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ทำให้รู้สึกอึดอัดมาก จึงได้หารือกับนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ว่าในวันที่ 16 ต.ค.นี้จะไปหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอเวลาให้ฝ่ายค้านอิสระอภิปรายคนละ 5-10 นาที แยกออกจากเวลาของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะได้ไม่ต้องมีบุญคุณต่อกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ส่วนฝ่ายค้านอิสระจะโหวตให้ฝ่ายใดนั้น ขอดูเนื้อหาฟังการอภิปรายของทั้งสองฝ่ายก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย และที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ประสานงาน 10 พรรคเล็ก กล่าวว่า 9 พรรคการเมืองยังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเชื่อว่างบประมาณเป็นกฎหมายที่สำคัญ เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นคิดว่าการพิจารณาในวาระ 1 จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยพรรคเล็กได้โควตา 1 คนเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ส่วนจะส่งใครเป็นตัวแทนนั้น พรรคเล็กจะหารือกันในวันที่ 16 ต.ค. เวลา 14.00 น. ณ ที่ทำการพรรคประชานิยม รวมทั้งซักซ้อมการอภิปรายด้วยว่าใครจะอภิปรายกระทรวงใดอย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48044</URL_LINK>
                <HASHTAG>มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, วิรัช รัตนเศรษฐ, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, สุชาติ ชมกลิ่น, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da4799bd412c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.พร้อมรอคนดีปกครองปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลเผย ปชช.ส่วนใหญ่รอผลนับคะแนนอย่างเป็นทางการได้ถ้าได้คนดีปกครองบ้านเมือง ทำให้ประเทศชาติสงบสุข &amp;quot;สุวิทย์&amp;quot; นำทีม พปชร.แห่ขอบคุณชาวสงขลา ฮือฮา! เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด ลั่นหลังตั้งรัฐบาล 100 วันผลงานต้องเป็นรูปธรรม โวพรรคเล็กพร้อมหนุน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งนายกฯ &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ซัด กกต.คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ตามอำเภอใจ นัดถกฝ่ายกฎหมายคำนวณใหม่ &amp;quot;อนค.&amp;quot; จับว่าที่ ส.ส.ลงสัตยาบันหนุนนายกฯ ตามมติพรรค ห้ามทรยศ &amp;quot;ถาวร&amp;quot; เตือน ปชป.เป็นฝ่ายค้านอิสระจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เกิดความวุ่นวายเข้าทางทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความสงบสุขของบ้านเมือง กรณีศึกษาประชาชนคนวัยทำงานทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ &amp;nbsp;จำนวน 1,059 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 25-30 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.7 ระบุควรรอผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ หลัง 9 พฤษภาคม ในขณะที่ร้อยละ 17.3 ระบุควรจัดตั้งรัฐบาลทันที นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.9 ระบุอยากเห็นความรัก ความสามัคคีของคนในชาติมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 14.1 อยากเห็นรัฐบาลใหม่ มากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.2 ต้องการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองมากกว่า ในขณะที่เพียงร้อยละ 1.8 เท่านั้นที่ต้องการรักษาพรรคการเมืองที่ชอบมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.5 ระบุ คุณลักษณะของผู้บริหารประเทศที่ต้องการคือ เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่หลอกลวงประชาชน รองลงมาคือร้อยละ 72.7 ระบุไม่ก่อความขัดแย้งในสังคม ดูแลบ้านเมืองสงบสุข เชื่อมประสานได้ทุกฝ่าย, ร้อยละ 71.8 แก้ปัญหาปากท้องได้, ร้อยละ 69.7 กล้าตัดสินใจ, ร้อยละ 53.2 พูดจาดีมีหลักการ และร้อยละ 27.8 อื่นๆ เช่น มีความรับผิดชอบ จิตใจดี ช่วยเหลือผู้อื่น การศึกษาดี ร่ำรวย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าคนที่ตัดสินใจเลือกไปแล้วมารู้ทีหลังว่าเป็นคนไม่ดี จะยังคงสนับสนุนต่อไปหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.5 ระบุว่าไม่สนับสนุน ในขณะที่ร้อยละ 1.5 ระบุว่ายังคงสนับสนุน ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ จ.สงขลา แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค และทีมกรรมการบริหารพรรค ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนชาวสงขลา โดยตลอดเส้นทาง แกนนำและผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคได้สลับกันกล่าวขอบคุณประชาชนที่ได้ให้การสนับสนุนพรรค พปชร. จนทำให้ได้จำนวน ส.ส. ถึง 4 คนใน จ.สงขลา และรวม 13 คนในภาคใต้ และยังขอบคุณประชาชนชาวสงขลาและภาคใต้ที่สนับสนุนนายกฯ ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างขึ้นรถแห่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่นั้น เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด เป็นบริเวณกว้าง สร้างความหวัง กำลังใจ มั่นใจกับทีมพรรคมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นช่วงบ่าย ที่ศูนย์ประสานงานเลือกตั้งพรรค พปชร. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ผอ.ศูนย์ประสานงานพรรคฯ พบและประชุมว่าที่ ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส.พรรค พปชร.ภาคใต้ 50 คน โดยนายสุวิทย์กล่าวตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา เป็นความมหัศจรรย์ที่ทำให้การเมืองในภาคใต้เกิดการเปลี่ยน แต่การเมืองยังต้องเดินทางอีกยาวไกล ขณะนี้มีเสียงออกมาก้ำกึ่ง 2 ขั้ว แต่ตนอยากให้ความสำคัญพระราชพิธีฯ มากกว่า การเมืองไว้หลังวันที่ 9 พ.ค.จะมีความชัดเจนมากขึ้น และมองข้ามไปอีกซ็อต ในอนาคตแนวการต่อสู้จะเกิดขึ้นระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคอนาคตใหม่ โครงสร้างของการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ขอให้ว่าที่ ส.ส.อย่างนิ่งนอนใจกับกระแสคนรุ่นใหม่
ภายใน 100 วันมีผลงานชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวิทย์ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ว่าที่ ส.ส.ไม่นิ่งนอนใจ ต้องทำตามสัญญาประชาคมให้ไว้กับประชาชน ต้องเดินหน้าให้เป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ภายใน 100 วันหลังจากได้รัฐบาลแล้ว โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ของภาคใต้ คิดถึงการกระจายอำนาจและการกระจายโอกาส โดยเจาะเมืองใหญ่ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพปชร. กล่าวว่า พปชร.มั่นใจว่าจะสามารถรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน เพราะพรรคที่เราประสานต้องการให้ประเทศสงบ ให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า เป็นการทำความดีเพื่อบ้านเมืองและประชาชน ไม่ให้คนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายมาปกครองบ้านเมือง ตนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหัวหน้าพรรคเล็กบางพรรคที่ได้ 1 เสียง ซึ่งต่างก็เห็นด้วยที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อเพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่งให้กับประเทศ ส่วนใหญ่มองว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครเหมาะเท่า พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงนี้เป็นช่วงที่พี่น้องคนไทยมีความสุข เนื่องจากจะมีงานพระราชพิธีที่สำคัญที่พี่น้องคนไทยเฝ้ารออีกด้วย ดังนั้นขอให้ประชาชนเป็นกำลังใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดงานครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคพลเมืองไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งของพรรคที่ได้ 1 ที่นั่งในสภา หลัง กกต.เปิดเผยผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไม่เป็นทางการ ถึงการกำหนดจุดยืนในการร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้านว่า ยังไม่มีการพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากวันที่ 6 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมใหญ่พรรค ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เพื่อเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ รวมถึงการกำหนดแนวทางทางการเมืองของพรรค ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือก 1 เสียงของพรรคนั้น ก็ต้องทำตามมติของพรรคอยู่แล้ว ส่วนกระแสข่าวการร่วมหารือของ 10 พรรคการเมืองเล็กที่นำโดย พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทยนั้น ยังไม่มีการติดต่อมา รวมถึงพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ทุกพรรคมีการพูดคุยหารือกันอยู่แล้ว แต่ไม่ได้พูดรายละเอียดถึงขั้นว่าจะรวมกับพรรคใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงข้อความตอนหนึ่งในสารของ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงประชาชนชาวไทยว่า ผู้ที่มีสิทธิ์ตามกฎหมายจะเลือกว่าใครดี และจะให้ใครมาบริหารบ้านเมือง ก็คือประชาชนมิใช่หรือที่มีสิทธิ์นั้น พรรคเพื่อไทยเคารพสิทธิ์ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกคนเลือกพรรคการเมืองที่ประชาชนมองว่าดีที่สุดไปทำหน้าที่แทน ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งตลอดมา การเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ประชาชนได้มอบฉันทานุมัติเลือก ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนมากที่สุด 137 คน ทุกคนย่อมมองเห็นแล้วว่าประชาชนเลือกใครให้มาบริหารประเทศ
พท.คำนวณสส.ปาร์ตี้ลิสต์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ได้เกิดความผิดปกติขึ้นมากมายประชาชนกำลังส่งเสียงให้รับรู้กันว่า เป็นการไม่ไว้ใจประชาชน ไม่เคารพสิทธิ์เสียงของประชาชน จะเห็นได้ว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีการใช้อำนาจรัฐอย่างไร้ขีดจำกัด แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนไว้ใจได้ ทำให้เกิดความล้มเหลวมากน้อยแค่ไหน ประเทศชาติเสียหายอย่างไรบ้าง สิ่งเหล่านี้เชื่อว่าประชาชนรู้ดีว่าใคร พรรคการเมืองใดเหมาะสมเข้ามาบริหารประเทศ ดังนั้นผู้ที่มีอำนาจและยังต้องการสืบทอดอำนาจ ควรหยุดเล่ห์เหลี่ยมเอาเปรียบทางการเมืองเสียที&amp;quot; นางลดาวัลลิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรค พท. กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำ พปชร. ระบุความพยายามในการตั้งรัฐบาลของพรรค พท.เป็นการสู้เฮือกสุดท้าย ว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมปฏิบัติตามกติกา ไม่เชื่อว่าจะมีพรรคการเมืองใดที่ไม่เชื่อมั่นระบบรัฐสภา จนนำม็อบออกมากลางถนน ในทางกลับกัน ต้องถามว่าพรรค พปชร.สามารถเจรจาต่อรองพรรคร่วมรัฐบาลได้เสียงเพิ่มขึ้นจาก 117 ที่นั่งแล้วหรือไม่ และถ้าไม่สามารถนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้ พปชร.จะก่อม็อบชัตดาวน์ประเทศอีกหรือไม่ เพราะแกนนำ กปปส.หลายคน วันนี้มาเป็นแกนนำพรรค พปชร. ผสานเสียงกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ขู่ประชาชนว่าถ้าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยได้รับเลือกตั้ง จะนำม็อบออกสู่ท้องถนนอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า วันที่ 1 เม.ย. เวลา 10.00 น. แกนนำพรรคพร้อมด้วยฝ่ายกฎหมายของพรรค จะหารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ ส.ส. ที่ขณะนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ โดยเรามองว่าสูตรการคำนวณ ส.ส.ของ กกต.อาจเป็นการคำนวณที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเลือกตั้ง ดังนั้นทางพรรคจะหารือกัน พร้อมทั้งเอาตัวเลขมาคำนวณตามกฎหมาย เพื่อดูว่าแต่ละพรรคควรจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเท่าไหร่ ขณะเดียวกันก็ต้องรอให้ทางกกต.ออกมาชี้แจงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก่อนจะมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยใช้หลักตามอำเภอใจ เพื่อสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่งคงจะไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วน 7 พรรคการเมืองที่เคยประกาศจับมือกันตั้งรัฐบาลนั้น ขณะนี้ก็ยังเป็นไปอย่างมั่นคง ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนจะมีงูเห่าเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ก็มีความพยายามจากฝั่งตรงข้ามในการดูด ส.ส.ของพรรค แต่ในการประชุมพรรคสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ให้ผู้สมัครส.ส.ทั้งหมดลงนามคำปฏิญาณตนว่าจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นหากใครย้ายไปอยู่กับฝั่งตรงข้าม ก็จะเสียคนไปเอง&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชลบุรี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวในการงานสัมมนาว่าที่ ส.ส.พรรค อนค. เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ตอนนี้มีราคาตลาด 10 ล้านบาทขึ้นไปว่า เงินจำนวนนี้อาจจะเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง ถ้ารับไปจะทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่คำถามที่อยากให้ถามตัวเองคือ การมารวมกันที่นี่เพราะอยากมีอนาคตดีขึ้นคนเดียวเท่านั้นหรือไม่ หรือเข้ามาเพราะอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศดีขึ้น คุณมีทางเลือกที่จะหยิบเงินจำนวน 10 ล้านนั้น แล้วหันหลังให้เพื่อนเราในห้องนี้และจากไป หรือปฏิเสธมันแล้วนั่งอยู่กับเราทุกคนในห้องนี้ และร่วมกันยืนยันว่าอนาคตที่เราอยากเห็น คือสิ่งที่เราจะร่วมกันสร้างขึ้นมาผ่านพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอย่างนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยืนยันจุดยืนของพรรคให้มั่นคงแข็งแรง เราจะไม่ยอมให้ก้าวแรกของพรรคอนาคตใหม่ในสภาผู้แทนราษฎรต้องเสื่อมเสีย แปดเปื้อน ผมจึงขอเรียกร้องให้ทุกคนร่วมลงสัตยาบันร่วมกัน&amp;quot; นายธนาธร กล่าว&amp;nbsp;
อนค.ลงสัตยาบันห้ามแตกแถว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายธนาธรได้อ่านคำประกาศสัตยาบันของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่เป็น ส.ส. ซึ่งระบุว่า ด้วยข้าพเจ้าตามรายชื่อท้ายคำประกาศนี้ ขอให้สัตย์ปฏิญาณในการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ คือ จะสนับสนุนและผลักดันบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามมติของพรรคอนาคตใหม่ และจะไม่เสนอชื่อหรือให้ความเห็นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงจะสนับสนุนการลบล้างผลพวงรัฐประหารของ คสช. สนับสนุนให้มีการปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ทุกประการ และจะต่อสู้ร่วมกันจนกว่าจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก เป็นภาพการสัมมนาว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ จ.ชลบุรี จากเพจพรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party พร้อมข้อความว่า &amp;ldquo;ฉะนั้น ข้าพเจ้าจะไม่ทรยศต่อประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดโดยเด็ดขาด&amp;rdquo; ว่าที่ ส.ส. &amp;ldquo;อนาคตใหม่&amp;rdquo; ลงนามสัตยาบัน-ประกาศ 5 ข้อ &amp;ldquo;ยุติสืบทอดอำนาจ-ลบล้างผลพวงรัฐประหาร-ปฏิรูปกองทัพ-ยึดอุดมการณ์พรรค-เดินหน้าทวงคืนอำนาจให้ ปชช.&amp;rdquo; ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า กรณีของนายธนาธร ที่มีหลักฐานของทางราชการว่า เป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด การที่นายธนาธรอ้างว่าบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ไม่ได้ผลิตหนังสือพิมพ์แล้ว น่าจะไม่ใช่ประเด็นที่ต้องพิจารณา เพราะตราบใดที่บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ยังไม่จดทะเบียนเลิกบริษัทหรือจดทะเบียนเปลี่ยนวัตถุประสงค์ของบริษัทโดยยกเลิกการประกอบกิจการเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ก็ต้องถือว่าบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ยังประกอบกิจการอยู่ และวัตถุประสงค์ดังกล่าวก็ยังมีอยู่เช่นเดียวกัน หลังจากมีผู้ไปยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้พิจารณาเรื่องนี้ มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ของ กกต.กำลังขอเอกสารจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว น่าเชื่อว่าคงไม่นานก็จะรู้ว่า กกต.มีความเห็นอย่างไร เพราะพยานหลักฐานเป็นเอกสารราชการ จึงไม่ยากที่จะตรวจสอบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชูชาติระบุด้วยว่า ส่วนกรณีที่นายธนาธรกล่าวดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี ก็มีข่าวไปในทางที่ดีเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
ตั้ง รบ.ไม่ได้เข้าทางแม้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ภายหลังการเลือกตั้งตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เอาชนะ ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม ความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ หรือการปล่อยข่าวว่ามีการโกงการเลือกตั้ง มีแนวทางแปลกๆ นำไปสู่การทำลายความมั่นคง ทั้งที่พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นการที่จะเดินเกมของนักการเมืองที่จะทำให้จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เป็นสิ่งที่จะเข้าทางนายทักษิณ ถ้าพรรค ปชป.จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ จะไม่มีสิทธิได้เป็นฝ่ายค้าน เพราะเมื่อไม่มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ก็จะเข้าทางการทำให้เกิดความวุ่นวาย เข้าทางนายทักษิณแน่นอน&amp;rdquo; นายถาวรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ ส.ส.ตรัง พรรคปชป. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงกรณีที่ปชป.หารือกับอดีต ส.ส. และว่าที่ ส.ส.ของพรรค เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้ให้ความเห็นกับที่ประชุม ตามความคิดเห็นของคนเขต 2 ไปแล้วว่า เราน่าจะสนับสนุนให้มีการจัดตั้งรัฐบาลให้ทำงานได้ เพื่อมาแก้ปัญหาของประชาชน และต้องดูแลประเทศจากคนที่คิดไม่ดี แต่พรรคควรเน้นว่าประชาชนต้องการแก้ปัญหาราคายาง ปาล์ม ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นหลัก และยังเสนอว่าพรรคต้องถอดบทเรียนและมาปฏิรูปพรรคกันใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการให้ไปร่วมรัฐบาล และฝ่ายที่ต้องการให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา โดยฝ่ายที่ต้องการให้ไปเป็นฝ่ายค้านนั้นมีจำนวนมากกว่าเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ &amp;ldquo;ไอติม&amp;rdquo; สมาชิกพรรค ปชป. และกลุ่มนิวเดม เสนอให้พรรค ปชป.เลือกเป็นฝ่ายค้านอิสระว่า การที่ไอติมออกมาพูดขอให้พรรค ปชป.ยอมเป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระนั้นฟังดูแล้วเหมือนจะดี แต่ก็จะเป็นผลทำให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองตรงข้ามฝ่ายเครือข่ายทักษิณตกอยู่ในสภาพที่เป็นไปเกือบไม่ได้ ความยุ่งยากก็จะเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลืมการร้องเพลงชาติหน้าเสาธงตอนเด็กๆ แล้วหรือไอติม ว่าเนื้อเพลงมันว่าอย่างไร หรือไม่ก็ออกไปอยู่อนาคตหมดเสียเลย&amp;quot; พล.ท.นันทเดชระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32662</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ธนกร วังบุญคงชนะ, นพดล กรรณิกา, พรรคพลังประชารัฐ, ภูมิธรรม เวชยชัย, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca0c0922e14f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา!&#039;พรรคเสี่ยติ่ง&#039;ชูจุดขายส่งผู้สมัครหญิงชิงเก้าอี้ส.ส.กทม.ครบทุกเขต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61- ที่สำนักงานคณะรกรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลังพลเมืองไทย เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้าการยื่นคำขอจัดประชุมใหญ่ของพรรคอีกครั้งในวันที่ 21 ต.ค. ที่รร.มิราเคิล โดยระบุว่า ที่ต้องยื่นคำจัดประชุมใหญ่อีกครั้งซึ่งจะมีกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกเข้าร่วมกว่า 300 คน เพราะต้องการเพิ่มกรรมการบริหารพรรค ที่สำคัญจะมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ซึ่งเชื่อว่าพรรคพลังพลเมืองไทยเป็นพรรคการเมืองแรกที่มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร โดยขณะนี้พรรคก็เร่งในเรื่องของการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนประจำจังหวัดตามเงื่อนไขของคำสั่งคสช.ที่ 13/2561 ที่กำหนดว่าเมื่อคณะกรรมการสรรหาคัดสรรผู้สมัครของพรรคแล้วต้องรับฟังความเห็นจากตัวแทนสาขาพรรคหรือตัวแทนประจำจังหวัด รวมทั้งหาสมาชิกมาสังกัดพรรคเพื่อให้ทันต่อกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดว่าต้องเป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 90 วันจนถึงวันเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหากจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. วันสุดท้ายที่ต้องเป็นสมาชิกสังกัดพรรคการเมืองคือวันที่ 24 พ.ย. โดยขณะนี้มีสมาชิกที่พร้อมจะเป็นผู้สมัครทั่วประเทศแล้วประมาณ 200 คน ส่วนที่เหลือก็จะพยายามดำเนินการให้มาสมัครและคัดเลือกเป็นผู้สมัครให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พ.ย. โดยเวลาที่เหลือหลังนั้นพรรคจะได้ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นผู้สมัครเพราะรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยเฉพาะที่กำหนดว่าต้องมีหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาติดต่อกัน 3 ปี ซึ่งขณะนี้ว่าที่ผู้สมัครของพรรคหลายคนยังมีปัญหาไม่สามารถไปขอคัดเอกสารนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัมพันธ์ ยังกล่าวอีกว่าในส่วนของกรุงเทพมหานคร พรรคมีแนวความคิดที่จะส่งผู้สมัครที่เป็นผู้หญิงลงแข่งขันในทั้ง 30 เขตเลือกตั้ง ในกรุงเทพฯ และขณะนี้พรรคมีผู้แสดงความจำนงไว้แล้ว 15 คน จึงอยากให้ผู้หญิงที่มีความสนใจการเมือง มีอุดมการณ์ที่อยากทำงานรับใช้ประเทศได้สมัครเข้ามาสมาชิกพรรค อย่างไรก็ตามยอมรับว่าพรรคมีความกังวลต่อเงื่อนไขต่างๆ ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งว่าอาจจะทำไม่ทัน และคิดว่าพรรคการเมืองอื่นๆ รู้สึกไม่ต่างกัน แต่ก็จะพยายามดำเนินการให้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คงไม่เราเรื่องที่พรรคการเมืองทำตามเงื่อนไขต่างไม่ทัน มาเป็นเหตุให้ร้องเลื่อนเลือกตั้ง เรามีแต่อยากจะให้เลือกตั้งเร็วขึ้น รวมทั้งเวลานี้ฝ่ายที่ดูแลเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะนายก หรือกกต.ก็ยังไม่มีการพูดว่าเลื่อนเลือกตั้งออกไป เราเป็นพรรคการเมืองก็ต้องช่วยตัวเองทำทุกอย่างให้พร้อมมากที่สุด &amp;quot;นายสัมพันธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20105</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคพลังพลเมืองไทย, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, ส่งผู้สมัครส.ส.หญิงทุกเขตในกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6d82b70427.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.-อนค.ขึ้นนำ พรรคในใจปชช. &#039;ประชารัฐ&#039;รั้งที่4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ยังครองอันดับ1 พรรคที่ประชาชนให้ความสนใจที่สุด &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; รั้งที่ 2 แซง &amp;quot;ประชาธิปัตย์&amp;quot; 86 ปีประชาธิปไตยยังสอบตก 10 พรรคประสานเสียงไม่เอานายกฯ ใบสั่ง &amp;quot;จาตุรนต์-ธนาธร&amp;quot; จับมือฉีก รธน. ล้างมรดก คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน &amp;quot;สวนดุสิตโพล&amp;quot; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,105 คน ระหว่างวันที่ 19-23 มิ.ย.61 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อ &amp;quot;พรรคการเมืองเก่า&amp;quot; กับ &amp;quot;พรรคการเมืองใหม่&amp;quot; เนื่องจากกระแสการเมืองในช่วงนี้มีความร้อนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ ที่เริ่มมีการเคลื่อนไหว ทั้งการดูดตัวผู้สมัครเข้าสู่พรรค การเตรียมตัวของพรรคการเมืองเก่า รวมถึงการเปิดตัวพรรคใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย &amp;quot;3 อันดับพรรคการเมืองเก่า&amp;quot; ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ วันนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 55.59 ระบุว่า พรรคเพื่อไทย รองลงมาร้อยละ 39.89 พรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 4.52 พรรคภูมิใจไทย ส่วน &amp;quot;3 อันดับพรรคการเมืองใหม่&amp;quot; ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ วันนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 57.51 ระบุว่า พรรคอนาคตใหม่ รองลงมาร้อยละ 24.35 พรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 18.14 พรรคพลังชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาความสนใจในภาพรวมทั้งพรรคการเมืองเก่า และพรรคการเมืองใหม่ &amp;quot;5 อันดับพรรคการเมือง&amp;quot; ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ วันนี้ พบว่า &amp;nbsp;อันดับ 1 ร้อยละ 55.0 ระบุ พรรคเพื่อไทย เพราะชื่นชอบที่เป็นพรรคใหญ่ อยากให้เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ช่วยเหลือประชาชน มีนักการเมืองเก่ง มีชื่อเสียง อันดับ 2 ร้อยละ 34.18 พรรคอนาคตใหม่ เพราะเป็นพรรคใหม่ มีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน มีนโยบายน่าสนใจ อยากเปิดโอกาสให้เข้ามาทำงาน อันดับ 3 ร้อยละ 33.88 พรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคเก่าแก่ ก่อตั้งมานาน มีประสบการณ์ ชื่นชอบการทำงาน มีผู้สมัครที่น่าสนใจ เลือกพรรคนี้มาโดยอันดับ 4 ร้อยละ 17.39 พรรคพลังประชารัฐ เพราะมีกระแสต่อเนื่องเกี่ยวข้องกับรัฐบาลปัจจุบัน เป็นพรรคใหม่ มีนักการเมืองเข้ามาร่วมหลากหลาย และอันดับ 5 ร้อยละ 12.59 พรรคภูมิใจไทย เพราะชอบการบริหารงานที่ผ่านมา เป็นพรรคเล็กที่มีบทบาทสำคัญ อยากรู้ความเคลื่อนไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้สมัคร ส.ส.ที่สังกัด &amp;quot;พรรคการเมืองเก่า&amp;quot; กับ &amp;quot;พรรคการเมืองใหม่&amp;quot; มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 54.33 ระบุว่ามีผล เพราะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ชอบคน แต่ไม่ชอบพรรค นโยบายแต่ละพรรคแตกต่างกัน นอกจากจะดูที่ตัวบุคคลแล้วก็ดูว่าสังกัดพรรคที่ชอบด้วยหรือไม่ การเลือกสังกัดพรรคส่งผลต่อความน่าเชื่อ และร้อยละ 45.67 ไม่มีผล เพราะดูที่ตัวบุคคล ประวัติ ประสบการณ์ ผลงานที่ผ่านมา ชอบเป็นการส่วนตัว ไม่พิจารณาว่าสังกัดพรรคใด หากเป็นคนดีอยู่พรรคใดก็ทำงานได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเลือก ส.ส. ระหว่าง &amp;quot;ตัวผู้สมัคร&amp;quot; กับ &amp;quot;พรรคที่สังกัด&amp;quot; ประชาชนให้ความสำคัญอะไรมากกว่ากัน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 41.63 ระบุว่าพอๆ กัน เพราะต้องพิจารณาทั้งตัวผู้สมัครและพรรคที่สังกัดไปพร้อมๆ กัน อยากได้ทั้งผู้สมัครและพรรคที่ดีมีคุณภาพ หากพรรคมีนโยบายที่ดี ก็จะส่งผลให้ผู้สมัครทำงานได้ดี มีผลงาน รองลงมาร้อยละ 36.92 ตัวผู้สมัครมากกว่า เพราะเน้นที่ตัวผู้สมัคร อยากได้คนดี ทำงานเป็น มีผลงาน มีความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ พรรคการเมืองที่ดีต้องมีผู้สมัครที่ดี และร้อยละ 21.45 พรรคที่สังกัดมากกว่า เพราะพรรควางนโยบายของผู้สมัคร พรรคที่มีการบริหารที่ดีจะทำให้ผู้สมัครทำงานได้ดียิ่งขึ้น ผู้สมัครต้องปฏิบัติตามแนวทางของพรรค พรรคที่เข้มแข็งสามารถให้การสนับสนุนผู้สมัครได้เต็มที่
86 ปี ปชต.ไทยสอบตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี มีการจัดรายการวอร์มอัพ ไทยแลนด์ สเปเชียล ตอน &amp;ldquo;86ปี ประชาธิปไตยไทย ก้าวต่ออย่างไรให้ยั่งยืน&amp;rdquo; โดยมีตัวแทนนักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ 10 พรรค ร่วมพูดคุยถึงอนาคตประชาธิปไตยไทย ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ พรรคพลังพลเมือง นายชวน ชูจันทร์ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเกรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวงเสวนาได้ตั้งคำถามกับตัวแทนพรรคการเมืองว่า &amp;ldquo;86 ปี ให้คะแนนประชาธิปไตยไทยอย่างไร ปัจจัยเกื้อหนุน อะไรคืออุปสรรค?&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า 86 ปีที่ผ่านมาประชาธิปไตยมีความก้าวหน้า สังคมมีความตื่นตัว ประชาชนต้องการสิทธิเสรีภาพมากขึ้น ขณะที่ในปัจจุบัน ผู้ทำรัฐประหารต้องตอบคำถามสังคมว่าประเทศจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งได้เมื่อใด เรามีรัฐธรรมนูญกว่า 20 ฉบับ แต่อาจยังมีจุดบอดคือต้องเผชิญภาวะประชานิยม และเผด็จการ ถ้าจะให้คะแนนประชาธิปไตยไทยในวันนี้ เดิมเคยอยู่ที่ประมาณ 7-8 คะแนน แต่วันนี้เรากำลังถดถอยเหลือประมาณ 5 คะแนน แต่จะสอบผ่านหรือไม่อยู่ที่ประชาชนและสังคมไทยว่าการเลือกตั้งในปี 62 จะเป็นอย่างไร ซึ่งหวังว่าหลังการเลือกตั้งจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล หากทำได้คะแนนจะเพิ่มขึ้น ถ้าทำไม่ได้จะถือว่าคะแนนลดและสอบตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ประชาธิปไตยไทยวันนี้คะแนนเต็ม 10 ตนให้ 3 คะแนน เพราะยังอยู่ภายใต้แกนนำของกองทัพ และประชาชนมีส่วนร่วมน้อยมาก ทั้งความคิดและบทบาท ตนเชื่อว่าประชาชนสามารถชี้ความเป็นไปของบ้านเมืองได้ สิ่งที่เราจะทำคือต้องสร้างใหม่และพัฒนาให้ยั่งยืน จะเสนอว่าให้มีการเลือกตั้งที่เสรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ใช้อำนาจเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้ง แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อไม่ให้ คสช.สืบทอดอำนาจ ถ้าคนใน คสช.จะมาในรูปแบบใด เราไม่เอาด้วยทั้งนั้น ไม่ว่าจะคนนอกหรือคนใน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้สิ่งที่ คสช.และพวกสร้างเอาไว้ถือเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่พรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรจะสานต่อ มีแต่รื้อทิ้งแล้วจะทำใหม่ ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น จะแสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และจะขัดขวางทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ คสช.สืบทอดอำนาจได้ เช่นเดียวกับการที่จะมีคนของ คสช.เข้ามาในการโหวตนายกรัฐมนตรีทั้งรอบแรกและรอบสอง เราก็จะไม่เอาด้วย ทางพรรคเพื่อไทยยินดีเป็นฝ่ายค้าน และเราไม่ทำพรรคให้เป็นสโมสรที่รวมนักการเมืองแล้วให้ใครเป็นนายกฯ เหมือนกับที่เขาทำอยู่ในขณะนี้&amp;rdquo; นายจาตุรนต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวว่า 86 ปีประชาธิปไตยไทยล้มลุกคุกคลาน เราล้มบ้างลุกบ้าง จะเห็นได้ว่าคนไทยชอบพรรคนี้ เวลาผ่านไปก็ชอบอีกพรรค ยังมีวาทกรรม เช่น พรรคเทพ พรรคมาร ผิดพลาดก็ทำรัฐประหาร แล้วก็มีการมอบดอกไม้ให้ทหาร แต่ผ่านไปเริ่มเปลี่ยน การเมืองไทยเหมือนละคร สลับกันเป็นพระเอกผู้ร้าย ตนให้คะแนน 6 เต็ม 10 ซึ่งการเลือกตั้งปี 2562 แสดงว่าสุดท้ายคนไทยเลือกประชาธิปไตย คนไทย 50 ล้านคนเชื่อในระบบ และจะเห็นว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะรัฐประหารกี่ครั้งก็ต้องจบด้วยการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ขอไม่ให้ผ่าน ถ้าเราบอกเป็นประชาธิปไตย แต่กลับมีการรัฐประหาร จากนี้ไปเราต้องทำให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์และผ่านไปได้ ควรคืนอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นของเขา ตรงนี้เชื่อว่าจะทำให้การเมืองผ่านฉลุยไปได้ หวังว่าการเลือกตั้งปี 62 ต้องทำให้ทุกคนยอมรับ แล้วปีหน้ามานั่งคุยกันใหม่ ตนจะบอกว่าเราให้คะแนนผ่าน
ไม่เอานายกฯ คนนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ให้ 1.97 คะแนน เพราะต้องมีบรรทัดฐานชี้วัด 86 ปีที่ผ่านมา เรามีรัฐบาลโดยคำนวณจากรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งในรอบ 86 ปี ต่อค่าเปอร์เซ็นต์ ย้ำว่าการรัฐประหารต้องจบในรุ่นเรา ไม่ส่งต่อให้ลูกหลานอีกต่อไป เพราะประชาธิปไตยประเมินเป็นค่าตัวเลขไม่ได้ โดยปี 2475 คือ เราเปลี่ยนจากไพร่เป็นพลเมือง คนมีอำนาจเอาอำนาจไปจากประชาชนเป็นเพียงอภิสิทธิ์ชนไม่กี่คน ซึ่งส่งผลการกระจายอำนาจ การเหลื่อมล้ำต่างๆ เพราะการรวบอำนาจ สิ่งสำคัญคือการรัฐประหาร โดยประชาธิปไตยไม่เคยได้เติบโต ประชาชนไม่เคยได้ใช้อำนาจตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกคนฟังให้ดีว่าใครที่พูดอะไรเกี่ยวข้องกับทหาร เกี่ยวข้องกับรัฐประหารเอาไว้อย่างไรแล้วให้ไปดูว่าสิ่งที่พวกเขาจะทำกันหลังเลือกตั้ง เราอยู่กับความขัดแย้งมา 12 ปี เราต้องชนะให้ขาดด้วยการเลือกตั้ง อย่าให้ใครเอาคำว่าประชาธิปไตยมาตีกิน เราต้องจับมือกันให้ได้เสียงในสภาฯ 376 เสียง และเราจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้ได้ทันที เพราะต้องล้มล้างผลพวงของคณะรัฐประหาร ถ้าทำได้เพียงแค่ครั้งเดียว ผมก็มั่นใจว่าการทำรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย ส่วนพวกที่แอบหวังว่าจะไปเป็นรัฐมนตรี หรือไปร่วมรัฐบาลก็ต้องตอบให้ชัดว่าจะไปอยู่กับ คสช.หรือไม่ ถ้าพรรคไหนตอบไม่ชัดเราไม่ต้องเลือก&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายได้มีการเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ตั้งคำถามกับผู้ร่วมรายการ โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.คลัง ได้ลุกขึ้นถามว่า ขอความชัดเจนว่าหากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา พรรคของท่านจะเลือกขั้นตอนแบบไหนระหว่าง 1.เลือกพรรคการเมืองที่มี 250 เสียงขึ้นไป และ 2.ไม่เป็นอะไร ให้ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยให้ ส.ว.มาร่วมโหวตด้วย ปรากฏว่าทุกพรรคการเมืองพูดในทิศทางเดียวกันว่า ให้การเลือกนายกฯ จบในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง รวมตัวทำกิจกรรม &amp;quot;Happy Birthday 86 ปีประชาธิปไตย&amp;quot; และกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์แสดงเจตนารมณ์ของคณะราษฎร เนื่องในโอกาส 86 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยทางกลุ่มได้แต่งตัวเป็นผีประชาธิปไตย เพื่อแสดงให้เห็นถึงประชาธิปไตยถูกฆ่ามาแล้ว 13 ครั้ง พร้อมเป่าเทียนเค้กวันเกิดรูปสัญลักษณ์หมุดคณะราษฎร พร้อมถือแปรงขัดส้วม และแปรงสีฟันอันใหม่ เพื่อแสดงถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายธนวัฒน์ พรหมจักร ตัวแทนกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ที่คณะราษฎรหวังไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12027</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ชวน ชูจันทร์, ธนวัฒน์ พรหมจักร, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พรรคการเมืองเก่า, พรรคการเมืองใหม่, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, วราวุธ ศิลปอาชา, สมบัติ บุญงามอนงค์, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2fac7924027.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
