<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังชัดๆ&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นผมก็กลัวติดคุกไม่ห่วงตำแหน่งแต่หวงประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 - &amp;nbsp; ที่ห้องแกรนด์ ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถา ในงานสัมมนา &amp;quot;ภาคธุรกิจไทยในวิถียั่งยืน&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า วันนี้โลกของเราไม่ใช่โลกใบเก่า แต่เป็นโลกใบใหม่ เวลาตนไปคุยกับเอกอัครราชทูตหลายประเทศหลายปีที่ผ่านมา เขาก็พอใจประเทศไทย เขามีความสุขอยู่ประเทศไทย หลายคนบอกมีคนไม่อยากคุยกับตน แต่ตนก็เห็นเขาคุยกับตนทุกคน การประชุมต่างๆเขาก็เชิญไปทุกประเทศ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ตนไม่ได้บอกคนนั้นถูก คนนั้นผิด แล้วตนถูก มันไม่ใช่ ก็ต้องฟังกันทุกคน แล้วมาใคร่ครวญดูว่าสิ่งที่ทำมาแล้วดีหรือยัง ถ้าไม่ดีแล้วจะทำอย่างไร เราต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่มีใครได้มากได้น้อย รัฐบาลไม่ได้อะไร เรื่องทุจริตต่างๆถ้าเห็นก็แจ้งกันมา ช่วงที่ผ่านมามีเยอะพอควร ก็ลงโทษกันไป สิ่งเหล่านี้เป็นคนละบริบท ถ้าเอามาพันกันทั้งหมดทุกอย่าง มันก็ไม่ดีหมด ก็เป็นอยู่อย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า วันนี้มันเป็นอย่างนี้ ซึ่งนี้คือโลก คือประเทศ ไม่ใช่ตัวเรา หรือบริษัทเราบริษัทเดียว รัฐบาลต้องมองในภาพรวม ทำอย่างไรให้คน 70 ล้านคนมีความสุขอย่างยั่งยืนและพอเพียง แต่ความต้องการของมนุษย์ไม่มีวันเพียงพอ ตนยอมรับหลักการตรงนี้ ซึ่งต้องนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ พระองค์ท่านทรงทำไว้หมดแล้ว อยู่ที่ว่าเราจะนำมาปฏิบัติได้อย่างไร อยู่ที่จิตใจประชาชนทุกคน ไม่อย่างนั้นขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้ หลักการและเหตุผล จะทำอะไรต้องดู อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ อะไรที่ไม่ควรทำ นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลดูในภาพรวม เราต้องทำอย่างนี้เสมอ เพราะมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง รัฐบาลกำลังเร่งรัดการพัฒนาให้เป็นไปตามโลกปัจจุบัน ก็คือเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีทั้งบวกและลบ วันนี้กฎหมายต่างๆเกี่ยวกับออนไลน์ก็ออกมา แต่เราไม่ให้ความสนใจ กฎหมายมีทั้งคนได้และไม่ได้ มีทั้งคนเสียมากและเสียน้อย แต่กฎหมายต้องทำออกมา แต่กฎหมายต้องทำให้คนส่วนใหญ่ปฏิบัติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่ได้ห่วงที่ตัวผมเรื่องตำแหน่งอะไรทั้งสิ้น แต่ผมห่วงฐานะประเทศไทยจะไปอยู่ตรงไหน และถ้าเขาไม่มา ย้ายฐานผลิตไปที่อื่นกันหมดจะทำอย่างไร เรื่องสิทธิประโยชน์ก็จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของเราว่าจะให้มากน้อยแค่ไหน มากเกินไปก็กลายเป็นเอื้อประโยชน์ ให้น้อยเกินไปเขาก็ไม่มา การปกครองต่างกัน สังคมนิยมประชาธิปไตยกับประชาธิปไตย มันต่างกันตรงไหนนี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องเอามาคิด&amp;quot;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การที่มองว่าประเทศนั้นเขาทำได้ เพราะเขามีอำนาจถึงทำได้ แต่ตนมีอำนาจก็เหมือนไม่มี ตนไม่ต้องการอำนาจ แต่ต้องการความเข้าใจ ความร่วมมือ ที่พูดทุกวันหลายคนบอกว่าพูดเยอะ ซึ่งตนต้องการอธิบายให้ฟัง ต้องพูดตรงนี้ ไม่ได้พูดเพื่อให้อยู่ไปนานๆ ตนจะอยู่ถึงอายุ100 ปี หรืออย่างไร ที่นี่มีใครอายุ 100 ปีบ้าง หลายเรื่องเอามาพันกันจนมีปัญหาแต่มันไม่ใช่ สิ่งดีๆเรามีเยอะ ตนพูดให้ฟังไม่ได้บ่น ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ เพราะเห็นว่ามันยุ่งกันพออยู่แล้ว จะพูดอะไรก็เป็นเรื่องไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่ใช้ศัตรูของสื่อใดๆทั้งสิ้น จะรอดูพาดหัวว่ายังไง ผมไม่จำกัดความคิด แต่จะเขียนอะไรระวังนิด ไม่ใช่ระวังผม แต่ระวังประเทศชาติจะเกิดความวุ่นวายและมีปัญหา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาของเราผูกรายได้ประเทศกับการส่งออก ตามมาคือเรื่องการท่องเที่ยว สัดส่วนที่สำคัญอีกอย่างคือ การใช้จ่ายภาครัฐ เราจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมดคิดแบบเดิมไม่ได้ อาจเหมาะสมแค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถึงวันนี้ต้องเปลี่ยน ด้วยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน ทั้งการค้าและอุตสาหกรรม ทั้งหมดเราต้องสร้างความเข้าใจในหลักการและวิธีการดำเนินการ ถ้าหลักการไม่เข้าใจก็จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อย หรือรัฐบาลมัวแต่แก้ปัญหาจากคำวิจารณ์ทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ จะอีรุงตุงนังไปหมด ทุกขั้นตอนมีรายละเอียดและกฎกติกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมก็กลัวติดคุกเหมือนกัน หรือใครไม่กลัวบ้าง ไม่มีหรอก ยกเว้นบางคนไม่กลัวก็มี ก็แล้วแต่ เพราะกฎหมายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนอยู่ร่วมกันได้ในสังคม นั่นคือกฎหมายและความเท่าเทียม เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน ไม่ว่าจะผมหรือใคร ส่วนที่ว่าใครจะบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ไปฟ้องร้องหรือฟื้นคดีขึ้นมา ถือเป็นช่องทางตามประชาธิปไตยอยู่แล้ว ถ้าจะคิดเอาเองก็เป็นแบบนี้ หลายอย่างก็จริง แต่หลายอย่างก็ไม่จริง หากจริงก็ต้องแก้ไข ก็แก้ได้ทั้งหมดให้ความเป็นธรรม ผมก็รื้อทุกอันมาให้ อย่ามองทุกอย่างเป็นปัญหาไปหมด ปัญหาบางอย่างมีไว้ให้แก้ มีไว้ให้ฟันฝ่าเป็นบทเรียน ประวัติศาสตร์มีไว้ให้เป็นบทเรียน เอามาศึกษาอะไรไม่ดีอย่าไปทำอีก บางประเทศที่เขาไม่ทะเลาะกันเพราะเขาเคยเผชิญหน้าแบบนี้มาแล้ว อย่างเช่นเรื่องของสงครามโลก สงครามเหนือใต้ตายเป็นล้านคน เขาไม่ต้องการให้เกิดอีก นั่นคือสิ่งที่เขาคิดแต่ของเราไม่เคยเจอแบบนี้ ผมก็หวังว่ามันจะไม่มีอยู่แล้ว แต่เราชอบรบกันด้วยความคิด รบกันด้วยโซเชียล ก็ต้องระมัดระวัง ขอให้เรียนรู้ว่าอะไรคืออะไร ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าการทำงานที่ผ่านมาผมพยายามลงไปดู ไปจี้ ไปถาม และมีคำสั่งในกรอบของนายกรัฐมนตรี ผมไปลงรายละเอียดมากไม่ได้ ให้ข้าราชการทุกคนมีสิทธิ์คิด ผมและคณะทำงานก็มากลั่นกรองกันอีกครั้ง ถ้าใช่ก็ทำ ถ้าไม่ใช่ก็ต้องหาวิธีการ ผมทำงานแบบนี้ไม่ใช่ทำส่งเดชไปเรื่อย ทำขนาดนี้ก็ยังมีหลุดรอดเหมือนกัน ก็ต้องมาแก้ไข เราทำงานด้วยคณะทำงาน ผมไม่ใช่ซูเปอร์แมน ที่จะทำคนเดียว เศรษฐกิจก็มีคนคิดหลายคน มีทั้งฝ่ายกฎหมายฝ่ายทำงาน ผมต้องฟังทุกฝ่ายกฎระเบียบ สิ่งสำคัญคือเราต้องสร้างพื้นฐานของประเทศให้มีแบบแผนด้วยหลักการเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่ไม่ใช่สอนให้คนจน แต่ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามฐานะของตัวเอง มีเหตุผลเพียงพอต่อการใช้จ่าย&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดช่วงปาฐกถาของพล.อ.ประยุทธ์ ได้มีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด แม้บางจังหวะเจ้าตัวจะพยายามชี้แจงว่าไม่ได้บ่นแต่เป็นการเล่าสู่กันฟัง แต่สีหน้าก็ยังคงเคร่งเครียด ขณะเดียวกันในช่วงท้ายก่อนเดินลงจากเวทีพล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวอีกว่า อย่าไปพาดหัวข่าวว่านายกฯบ่น ตนเพียงแต่เล่าให้ฟังเท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83478</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ปาฐกถา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภาคธุรกิจไทยในวิถียั่งยืน, สัมมนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab71b3dd220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การสัมมนาคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย คณะกรรมการประมวลกฎหมาย และคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดโครงการสัมมนาคณะกรรมการประจำปี พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการสัมมนาร่วมกันระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย คณะกรรมการประมวลกฎหมาย และคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ภายใต้หัวข้อ เรื่อง &amp;ldquo;บทบาทและความท้าทายของคณะกรรมการกฤษฎีกาในการรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและการประยุกต์ใช้&amp;rdquo; เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 ณ โรงแรม Avani+ Riverside (เจริ&amp;shy;นคร) กรุงเทพมหานคร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;การสัมมนามีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ประสบการณ์ และตระหนักถึงความสำคั&amp;shy;และบทบาทของนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของภาครัฐ ในการเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการภายในหน่วยงานของภาครัฐและการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ควบคู่ไปกับความท้าทายในบริบทของกฎหมายที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้อง มีความทันสมัย และเหมาะสมกับ สถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นภารกิจหลักของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 และประธานกรรมการพัฒนากฎหมาย นายปีติพงศ์ พึ่งบุ&amp;shy; ณ อยุธยา กรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 และนายรพี สุจริตกุล ที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยร่วมอภิปรายในมิติด้านกฎหมาย ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเงินและตลาดทุนที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด โดยนำเสนอแนวคิดข้อเสนอแนะ บทบาทของคณะกรรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการคณะต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมและรองรับในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะได้นำแนวคิดและข้อเสนอแนะจากการสัมมนามาปรับใช้เป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย การให้ความเห็นทางกฎหมาย และการพัฒนากฎหมายของสำนักงานฯ รวมทั้งเพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะต่าง ๆ ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46241</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, มีชัย  ฤชุพันธุ์, สัมมนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84df556c167.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Energy Disruption ระดมภาครัฐ-เอกชนถกทิศทางพลังงานไทย ยุค ดิสรัปชั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (5 ส.ค.62) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานกล่าวเปิดวิสัยทัศน์ ในการสัมมนา Energy Disruption : พลังงานไทย ยุค ดิสรัปชั่น ว่าคงปฏิเสธไม่ได้ว่าพลังงานเป็นเรื่องของอนาคต และแทรกซึมอยู่ในทุกมิติ แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไป และพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกกำลังเข้ามาแทนพลังงานฟอสซิล&amp;nbsp; และทิศทางในอนาคตพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นพลังงานที่เหมาะสมกับประเทศไทย&amp;nbsp; และต่อไปในวงการพลังงานจะเปลี่ยนแปลงไป แต่จะแปรเปลี่ยนไปสู่ยุค Prosumer คือคนส่วนใหญ่จะเป็นทั้งผู้บริโภค ผู้ผลิต และผู้ขาย พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานอื่นๆ ได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หัวใจสำคัญการดิสรัปของโลกพลังงานคือระบบกักเก็บพลังงานหรือ Energy Storage เพราะการผลิตพลังงานมีทั้งพลังงานส่วนเกิน และพลังงานที่ปล่อยแล้วสูญเสีย และถ้าหากสามารถทำระบบกักเก็บได้ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะนำไปสู่โลกอนาคตของพลังงานที่จะเกิดขึ้น ที่ไม่ใช่เฉพาะวงการพลังงาน แต่จะทำให้สามารถเข้าไปเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย ซึ่งก็คืออุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตคงหลีกไม่พ้นรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV และ EV จะเดินหน้าไปได้อยู่ที่ระบบกักเก็บพลังงาน และเป็นทิศทางที่ประเทศไทยจะต้องเร่งปรับตัว ไม่เพียงประโยชน์ของพลังงาน แต่จะเป็นประโยชน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่วันนี้ประเทศไทยถือเป็นยักษ์ใหญ่ของภูมิภาค ไม่เช่นนั้นประเทศอินโดนีเซียที่ปัจจุบันกำลังส่งเสริมเรื่อง EV จะแซงหน้าประเทศไทย และอาจจะส่งผลให้ฐานการผลิตรถยนต์ในอนาคตอาจจะเปลี่ยนไปได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเกี่ยวเนื่องถึงเรื่อง Green Energy ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ และรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นตัวแก้ปัญหาของสิ่งแวดล้อมในอนาคต เพราะถ้าหากไม่แก้ไขเรื่อง Source Energy โดยเฉพาะเรื่องภาคขนส่งต่อไปจะต้องเจอปัญหา PM 2.5 ที่จะเป็นกับดักของสิ่งแวดล้อม การแก้ไข PM 2.5 จะเป็นเรื่องยากถ้าหากรถยนต์ยังใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นทิศทางหนึ่ง แต่ระหว่างทางจะเป็นกลุ่ม Biofuel เช่น ปาล์มน้ำมันที่จะช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเรื่องไบโอดีเซลจะไม่เกิดผลกระทบการดิสรัปในเชิงเทคโนโลยีแต่จะไปช่วยให้เกษตรกรมีความแข็งแกร่ง&amp;nbsp; มีความยั่งยืนในการแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิสรัปทั้งหมดนั้นจะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าดิสรัปนั้นไม่ส่งต่อพี่น้องประชาชน ถ้าดิสรัปนั้นไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ในการกำหนดทิศทางให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขัน ให้ประเทศมีความมั่นคงในด้านพลังงาน และสิ่งที่สำคัญควบคู่กับการจัดการดิสรัปชั่น คือ การเลือกการเปลี่ยนผ่านดิสรัปชั่นให้สอดรับกับจุดแข็งของประเทศ &amp;rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวสรุปถึงนโยบายของกระทรวงพลังงานเพื่อรับยุคดิสรัปชั่น ว่า ประกอบไปด้วย 4D และ1E ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-Digitalization สนับสนุนการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้เป็น Smart Grid สนับสนุนการพัฒนา Energy Storage สร้างเสถียรภาพให้กับโรงไฟฟ้าชุมชนที่มีชาวบ้านเป็นเจ้าของ และโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-Decarbonizatiom&amp;nbsp; ลดคาร์บอน ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนที่มีปล่อยคาร์บอนน้อยลง&amp;nbsp; ผลิตและใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ชีวมวล และชีวภาพ &amp;nbsp;หนุนนโยบายให้ภาคพลังงานดูดซับสินค้าเกษตรส่วนเกินมาผสมน้ำมันเพื่อลดคาร์บอน และยังช่วยยกระดับราคา ผ่านการผลิตและใช้ B7, B10 และ B20 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-Decentralization สนับสนุนการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่ง และนอกระบบสายส่ง สนับสนุนการสร้างความสมดุลของพื้นที่ไฟฟ้าในทุกภูมิภาค &amp;nbsp;และอยู่ระหว่างสำรวจเครือข่ายพลังงานทั่วประเทศให้ชัดเจนในการเชื่อมโยงโรงไฟฟ้าระดับชุมชนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-De-Regulation บริหารโดยมีความยืดหยุ่นในการลงทุน ผ่อนคลายกฎระเบียบ ลดต้นทุน&amp;nbsp; ส่งเสริมให้เกิด Start Up ด้านพลังงาน แก้ไขกฎเกณฑ์กองทุนอนุรักษ์ส่งเสริมพลังงานให้ส่งเสริมธุรกิจพลังงานชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-Electrification ขยายระบบโครงข่ายรถไฟฟ้า และส่งเสริมยานยนต์ EV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงปัญหาสถานการณ์พลังงานไทยว่า ในปัจจุบันความเสี่ยงของโลก มี 3 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรา 1.ภูมิอากาศที่ยากจะคาดเดา 2.ความไม่สำเร็จของการลดภาวะโลกร้อน 3.การขาดแคลนน้ำ ซึ่งสังคมโลกกล่าวโทษว่าพลังงานเป็นต้นเหตุ จะเห็นได้ว่า ทิศทางของโลกจะเปลี่ยนแปลงจากยุคฟอสซิลซึ่งเป็น First Generation System ไปสู่ Second Generation System คือพลังงานทดแทน ซึ่งภารกิจ กฟผ.จะต้องบริหารจัดการ Integrated ฟอสซิลกับพลังงานทดแทนให้ไปได้อย่างราบรื่นไม่กระทบต่อผู้ใช้ มีต้นทุนที่ต่ำที่สุด เพื่อรักษาความมั่นคง และความเพียงพอของไฟฟ้าภายในประเทศ แนวทางปฏิบัติจึงต้องสร้างความยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นกับระบบ Grid &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่มากกว่าความต้องการใช้ เพราะมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ทาง กฟผ. จึงสนับสนุนนโยบาย Grid Connectivity ของรัฐ พร้อมเตรียมตัวรับกับการเปิดเสรี ศึกษาเรื่องการตั้ง Energy Trading ตลาดซื้อขายไฟฟ้าเพื่อเตรียมสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวัฒน์ พิทยศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ นวัตกรรมและดิจิทัล บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวประเมินสถานการณ์โลกด้านการผลิตไฟฟ้าว่า ระยะยาว 20-30 ปีจะขึ้นอยู่กับพลังงานทดแทนเป็นหลักสัดส่วนมากถึง 60% ขณะที่สถานการณ์ด้านราคาน้ำมันโลกจะไม่ปรับขึ้นไปมากกว่า 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มองราคาพลังงานจะค่อนข้างเสถียรถ้าไม่มีปัจจัยระยะสั้นเข้ามากระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปตท.ได้วางโครงสร้างองค์กรรับมือกระแสเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี มี New Business ปรับ Business Model ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมยกตัวอย่าง ปั๊ม ปตท. ที่วางแนวทางไว้ว่าไม่ได้เป็นแค่ปั๊มน้ำมัน แต่เป็น Life Station แปลงธุรกิจไปหลายรูปแบบให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบัน เช่น การมีร้านสะดวกซื้อ ฟาสต์ฟู้ด ร้านกาแฟ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42787</URL_LINK>
                <HASHTAG>Energy Disruption, กระทรวงพลังงาน, ยุค ดิสรัปชั่น, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สัมมนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d4828ad2404c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;บอกไม่อยากเข้าไปยุ่งวงสัมมนา&#039;พปชร.&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62- &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติภารกิจตามปกติ พร้อม โดยสื่อซักประเด็นเห็นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปปรากฏตัวในวงสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ทำไมนายสมคิดไม่ไปปรากฏตัวบ้าง นายสมคิด ตอบพร้อมยิ้มว่า &amp;ldquo; ไม่หรอก ผมไม่ไป ไม่อยากเข้าไปยุ่ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41594</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, พรรคปลังประชารัฐ, สัมมนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac5c52d5039e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;โผล่พบส.ส.พปชร.ที่มาสัมมนาโคราชเตรียมรับฝ่ายค้านอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62- เมื่อเวลา 07.40 น. ที่ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่งานสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.) เพื่อพบปะพูดคุย ก่อนจะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 25 - 26 ก.ค.นี้ โดยมี นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ ฯลฯ พร้อมด้วย นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ มาจากกรุงเทพ มาลงที่ค่ายสุรนารี ก่อนนั่งรถตู้เบนซ์กันกระสุน ทะเบียน ฌบ 7902 กรุงเทพ &amp;nbsp;มาที่รีสอร์ท โดยใช้รถส่วนตัว โดยไม่ได้ใช้รถประจำตำแหน่ง และไม่มีรถนำ &amp;nbsp;ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส สวมกอดทักทาย ส.ส.พรรค พปชร.เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึง พล.อ.ประวิตร ได้ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับบรรดา ส.ส.พรรค พปชร.พร้อมพูดคุยถึงการเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาล โดยนายวีรกร แจ้งต่อ พล.อ.ประวิตร ว่า พรรค พปชร.ได้เตรียมพร้อมสำหรับการแถลงนโยบายไว้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง &amp;nbsp;เพราะเราได้เตรียมทีมไว้ทั้งการอภิปรายเรื่องส่วนตัวและเรื่องคุณสมบัติ โดยให้คอยช่วยกัน ส่วนเรื่องเนื้อหาสาระนั้น พล.อ.ประวิตร ตอบเองก็จะเก่งที่สุด เพราะเป็นคนที่รู้เรื่องมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีรกร ได้ย้ำกับ พล.อ.ประวิตรว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือเรื่องอารมณ์ ในระหว่างที่มีการอภิปราย ขอให้ พล.อ.ประวิตร ใจเย็นๆ ยิ้มอย่างเดียวก็ชนะใจแล้ว กินน้ำแข็งเยอะๆ ในการอภิปราย เรื่องของ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและของท่าน อาจโดนเยอะหน่อย ซึ่งต้องใจเย็นๆ ขอให้มีหน้าตาสดใส เหมือนกับที่เดินทางมาในวันนี้ นั่งยิ้มแบบนี้ตลอดการอภิปราย ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41566</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สัมมนา, แถลงนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35151dcfc80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก็บตกสัมมนา&#039;พปชร.&#039;คาวบอยไนท์&#039;รมต.-ส.ส.&#039;ก่อนรับศึกแถลงนโยบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ​งานสัมมนา​ของพรรคพลังประชารัฐ​ ที่อ.วังน้ำเขียว​ จ.นครราขสีมา​ ช่วงค่ำวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการจัดเลี้ยง​ ส.ส.​ของพรรค​ โดยรัฐมนตรี​ และ​ ส.ส.ได้แต่งกายในธีมคาวบอย​กันมาอย่างคึกคัก​ นำโดยนายสุริยะ​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์​ เทพสุทิน​ รมว.ยุติธรรม​ นายสันติ​ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง​ นายพุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์​ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ ร.อ.ธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ รมช.เกษตรและสหกรณ์​ นายอิทธิพล​ คุณปลื้ม​ รมว.วัฒนธรรม​ นายอธิรัฐ​ รัตนเศรษฐ​ รมช.คมนาคม นอกจากนี้บรรดา​ ส.ส.หญิงก็พร้อมใจแต่งกายคาวบอยหญิงแบบจัดเต็ม​ สร้างเสียงฮือฮาและสีสันให้กับงาน​ อาทิ​ 3​ ส.ส.ราชบุรี​ คือ​ น.ส.ปารีณา​ ไกรคุปต์​ น.ส.กุลวดี​ นพอมรวดี​ และนางบุญยิ่ง​ นิติกาญจนา​ กลุ่ม​ ส.ส.หญิงของกทม.​ นำโดย​น.ส.ภาดา​ วรากานนท์​ น.ส.พัชรินทร์​ ซำศิริพงษ์​ น.ส.กานต์กนิษฐ์​ แห้วสันตติ​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในงานยังได้เปิดเพลง​ Take me home country roads ของศิลปิน​ จอห์น​ เดนเวอร์​ โดยนายวิรัช​ รัตนเศรษฐ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ และประธานวิปรัฐบาล​ อธิบายว่าเป็นเพลงที่ยินดีต้อนรับทุกคนกลับบ้าน​ จากนั้นได้พิธีบายศรีสู่ขวัญ​ โดยให้​ส.ส.ผูกข้อไม้ข้อมือ 7​ รัฐมนตรีของพรรค​ เพื่อเป็นการรับขวัญรัฐมนตรีใหม่​ นอกจากนี้​ ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจก่อนรับศึกใหญ่ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า​ ทั้งนี้​ ในงานสัมมนาครั้งนี้ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย​ รวมถึงการเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัย​ที่​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกฯ​ จะลงพื้นที่ในวันที่​ 22​ ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41563</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาวบอยไนท์, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, สัมมนา, แถลงนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35085172709.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
