<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ปลด &#039;จอห์น โบลตัน&#039; กุนซือสายเหยี่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลด &amp;quot;จอห์น โบลตัน&amp;quot; ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสายเหยี่ยว อ้างทัศนคติไปด้วยกันไม่ได้ ท่ามกลางข่าวความขัดแย้งหลายด้านทั้งเกาหลีเหนือ, อิหร่าน, อัฟกานิสถาน และรัสเซีย ขณะเจ้าตัวโต้ว่าขอลาออกเอง นักวิเคราะห์เชื่อว่าน่าจะส่งผลต่อการวางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ฟังคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว / Brendan Smialowski / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2562 ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตแจ้งข่าวการปลดที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสายเหยี่ยวจ๋าวัย 70 ปีรายนี้เมื่อเวลาราวเที่ยงวันของวันอังคารตามเวลาสหรัฐ โดยบอกว่า เขาได้แจ้งต่อจอห์น โบลตัน เมื่อคืนวันจันทร์ว่า ทำเนียบขาวไม่ต้องการให้เขาทำงานให้อีก ตัวเขามีความเห็นขัดแย้งอย่างรุนแรงกับคำแนะนำหลายเรื่องของโบลตัน คนอื่นๆ ในรัฐบาลนี้ก็ไม่เห็นด้วยกับโบลตันเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงคนที่ 3 ของรัฐบาลทรัมป์ โดยเข้ารับตำแหน่งนี้เมื่อเดือนเมษายน 2561 แทนที่เอช. อาร์. แม็กมาสเตอร์&amp;nbsp; เขาเป็นหัวขบวนของสายเหยี่ยวด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ไม่ว่าการรุกเร้าทรัมป์อย่าได้ผ่อนปรนการกดดันเกาหลีเหนือ ทั้งที่รัฐบาลทรัมป์พยายามใช้การทูตคลี่คลาย เขายังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงต่อต้านอิหร่านและคัดค้านการเจรจาระหว่างทรัมป์กับผู้นำอิหร่าน และยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐกับรัสเซีย รวมถึงล่าสุดกับการเจรจากับผู้นำตอลิบันอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า โบลตันมีความขัดแย้งบ่อยครั้งกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศที่มีความภักดีต่อทรัมป์ ภายหลังคำประกาศไล่ออก ปอมเปโอยอมรับว่า มีหลายครั้งที่เขากับโบลตันมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่เขาย้ำว่า คงไม่มีผู้นำชาติไหนในโลกที่จะทึกทักเอาว่าเพราะมีใครบางคนจากไป แล้วนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์จะเปลี่ยนแปลงในเชิงสาระสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวดูเหมือนจะไม่รู้ล่วงหน้าเมื่อทรัมป์ทวีตแจ้งข่าว ในข้อความแจ้งหมายถึงนักข่าวยังระบุว่า โบลตันจะแถลงข่าวเกี่ยวกับประเด็นก่อการร้ายพร้อมกับปอมเปโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโบลตันทวีตไปอีกทิศทางว่า เขาต่างหากเป็นฝ่ายยื่นลาออกต่อทรัมป์เมื่อคืนวันจันทร์ แล้วทรัมป์ก็บอกว่าเดี๋ยวค่อยคุยกันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันเคยเป็นอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติผู้มีบทบาทใกล้ชิดกับการตัดสินใจรุกรานอิรัก ในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ว่ากันว่าช่วงที่เขาทำงานในกระทรวงการต่างประเทศสมัยบุช โบลตันวางระเบิดมือที่ปลดชนวนแล้วไว้ที่โต๊ะทำงานของเขา หนังสือบันทึกความทรงจำขอ
เขาเมื่อปี 2560 ตั้งชื่อว่า &amp;quot;การยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เคยกล่าวติดตลกเกี่ยวกับภาพลักษณ์ความเป็น &amp;quot;นักกระหายสงคราม&amp;quot; ของโบลตันหลายครั้ง เชื่อกันว่าเขาหนุนหลังแผนการโจมตีทางอากาศถล่มอิหร่านเมื่อต้นปีนี้ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านยิงโดรนสอดแนมของสหรัฐตกในช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ยกเลิกคำสั่งโจมตีเพียงไม่กี่นาทีก่อนปฏิบัติ ช่วงหลังจากนั้นทรัมป์แสดงความเต็มใจจะเจรจากับผู้นำอิหร่านภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ซึ่งโบลตันคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร็อบ มัลเลย์ ประธานอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป กล่าวว่า การพ้นจากตำแหน่งของโบลตันน่าจะทำให้สหรัฐต้องจัดวางนโยบายด้านอัฟกานิสถาน, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ และเวเนซุเอลาใหม่ ที่ผ่านมาทรัมป์ได้ยินเสียงกระซิบทั้งของฝ่ายการทูตที่คัดค้านการทำสงคราม กับฝ่ายที่กระหายสงคราม เมื่อโบลตันไม่อยู่เสียงของฝ่ายหลังก็เบาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกไว้ว่า เขาจะแต่งตั้งที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ในสัปดาห์หน้า รอยเตอร์กล่าวว่า มีหลายชื่อที่คาดว่าอยู่ในข่าย อาทิ สตีเฟน บีกัน ผู้แทนพิเศษของสหรัฐด้านเกาหลีเหนือ, จอห์น ซัลลิแวน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ที่เชื่อว่าจะถูกเสนอชื่อเป็นเอกอัครราชทูตประจำรัสเซีย และริชาร์ด กรีเนลล์ เอกอัครราชทูตประจำเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2560 ทรัมป์ปลดหรือเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงแล้วจำนวนมาก มีทั้งรัฐมนตรีกลาโหม 2 คน, รักษาการรัฐมนตรี 2 คน, รัฐมนตรีต่างประเทศ 2 คน, ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง 2 คน และผู้อำนวยการด้านการสื่อสารอีก 6 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45557</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, สั่งปลด, สายเหยี่ยว, โดนัลด์ ทรัมป์, ไล่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78f89a04b93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 22:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปอีกหนึ่ง &#039;ทรัมป์&#039; ปลด &#039;จอห์น เคลลี&#039; พ้นหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า จอห์น เคลลี หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว จะออกจากตำแหน่งสิ้นปีนี้ ภายหลังมีข่าวทรัมป์เตรียมปลดมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 จอห์น เคลลี มองประธานาธิบดีโดนัลด์&amp;nbsp; ทรัมป์ ระหว่างการพบปะกับชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ที่ทำเนียบขาว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคมที่ทำเนียบขาว ก่อนบินไปเป็นประธานในงานฟุตบอลประเพณีระหว่างกองทัพบกกับกองทัพเรือที่เมืองฟิลาเดลเฟีย โดยระบุว่า จอห์น เคลลี หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว จะออกจากตำแหน่งสิ้นปีนี้ และในอีก 1-2 วันจะแต่งตั้งผู้เข้ามารักษาการในตำแหน่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดการณ์กันว่า ทรัมป์ต้องการให้นิก เอเยอร์ส วัย 36 ปี หัวหน้าคณะทำงานของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ มาดำรงตำแหน่งคณะทำงานทำเนียบขาวแทนเคลลี เนื่องจากเป็นคนหนุ่มและมีความเชี่ยวชาญทางการเมือง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เคลลี วัย 68 ปี เป็นทหารนาวิกโยธินเกษียณ เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 แทนที่ไรนซ์ พรีบัส ก่อนหน้านี้เคลลีดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เคลลีได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำระเบียบวินัยกลับสู่ทำเนียบขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคลลีเคยให้สัมภาษณ์ว่าการรับตำแหน่งนี้เหมือนโดนคำสาป และพระเจ้าได้ลงโทษเขาให้รับตำแหน่งนี้ ส่วนทรัมป์บอกว่าเขาไม่เห็นด้วยกับอารมณ์ขันเรื่องนี้ของเคลลี และแม้ทรัมป์เคยพูดว่าต้องการให้เคลลีรับตำแหน่งไปจนถึงปี 2563 แต่เขาพูดเป็นนัยเรื่องต้องการปลดเคลลีมาแล้วเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน โดยบอกว่าการทำงานของเคลลีมีทั้งสิ่งที่เขาชอบและไม่ชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัฐบาลทรัมป์มีคณะทำงานทำเนียบขาวที่ลาออกหรือโดนไล่ออกไปแล้วหลายสิบคน เช่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ทรัมป์สั่งปลดมิรา ริคาร์เดล รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติทำเนียบขาว ภายหลังเธอมีเรื่องขัดแย้งกับเมลาเนีย ภริยาของเขา ระหว่างเดินทางเยือนทวีปแอฟริกา และยังปลดเจฟฟ์ เซสชันส์ พ้นตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรม เนื่องจากไม่พอใจที่เซสซันส์ไม่ช่วยปกป้องเขาจากการสอบสวนของอัยการพิเศษกรณีรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23865</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น เคลลี, สั่งปลด, หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181209/image_mid_5c0d24bd84a64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ปลดรองที่ปรึกษาความมั่นคงตามใบสั่ง &#039;เมลาเนีย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มการปรับคณะรัฐมนตรีตามความคาดหมายเมื่อวันพุธ เหยื่อรายแรกคือ &amp;quot;มิรา ริคาร์เดล&amp;quot; รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ที่สตรีหมายเลขหนึ่งไม่ชอบขี้หน้า เชื่อหัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาวและรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิเป็นคิวถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมลาเนีย และโดนัลด์ ทรัมป์ ชมพิธีสวนสนามเนื่องในโอกาสครบ 100 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ประตูชัยในกรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ผ่านโฆษกของเธอเมื่อวันอังคาร เรียกร้องอย่างอึกทึกครึกโครมให้ประธานาธิบดีผู้สามีของนางปลดรองที่ปรึกษาหญิงรายนี้ โดยอ้างเหตุผลว่าริคาร์เดลไม่สมควรได้รับเกียรติให้ทำงานในทำเนียบขาวอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อสหรัฐรายงานกันว่า นางทรัมป์ไม่พอใจริคาร์เดลส่วนหนึ่งเพราะการโต้เถียงกันเรื่องการจัดที่นั่งบนเครื่องบินระหว่างที่ภริยาประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางเยือนแอฟริกาแบบลุยเดี่ยวครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ทีมงานของนางทรัมป์ยังเชื่อด้วยว่า ริคาร์เดลเป็นต้นตอข่าวแง่ลบของนางทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานว่า ในวันพุธ ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว แถลงยืนยันว่า ริคาร์เดลถูกปลดพ้นจากตำแหน่งรองที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของทำเนียบขาวแล้ว โดยเธอถูกโยกไปรับหน้าที่ใหม่ภายในรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดอะเดลีคอลเลอร์ เว็บไซต์ของฝ่ายขวา อ้างคำพูดของทรัมป์ด้วยว่า จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติมตามมาอีก &amp;quot;มีคนอีกมากอยากเข้ามา นักการเมืองที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในหน้าที่การงานจำนวนมากอยากเข้ามา&amp;quot; ทรัมป์คุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อสหรัฐคาดเดากันว่า บุคคลที่จะโดนทรัมป์ปรับออกนั้นรวมถึงจอห์น เคลลี หัวหน้าที่คณะทำงานประจำทำเนียบขาว โดยว่ากันว่าอดีตนายพลแห่งกองกำลังนาวิกโยธินผู้นี้ทำให้นางทรัมป์โกรธ เพราะเขาปฏิเสธการเลื่อนตำแหน่งคนของนาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคลลีเป็นพันธมิตรสำคัญของริคาร์เดล และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็น &amp;quot;ผู้ใหญ่&amp;quot; ในรัฐบาลที่เต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวายของทรัมป์ คาดกันว่านิค อายเยอร์ส หัวหน้าคณะทำงานของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ วัยเพียง 36 ปี อาจมารับตำแหน่งนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคนที่อยู่ในข่ายโดนปลดคือคริสเตน นีลเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะตัดสินใจเกี่ยวกับกระทรวงนี้ในอีกไม่ช้า นีลเซนโดนทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงวิจารณ์เรื่องการรับมือปัญหาผู้อพยพเข้าเมืองจากอเมริกากลางที่มาจ่อชายแดนเม็กซิโกแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22032</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสเตน นีลเซน, จอห์น เคลลี, มิรา ริคาร์เดล, รองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, สั่งปลด, เมลาเนีย ทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed379c874ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมลาเนีย&#039; เขม่นรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ จี้ &#039;ทรัมป์&#039; สั่งปลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ไม่พอใจรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ออกแถลงอย่างเปิดเผยเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สามี ปลดเจ้าหน้าที่อาวุโสรายนี้ในช่วงที่ทรัมป์เตรียมปรับ ครม.หลังเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งรัฐมนตรีความมั่นคงมาตุภูมิอยู่ในข่ายโดนปลดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมลาเนีย ทรัมป์ ลงจาเครื่องบินทหารที่สนามบินลิลองเวในมาลาวี ระหว่างทริปเยือนแอฟริกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวัน 14 พฤศจิกายน 2561 ว่านางทรัมป์ได้ประกาศเจตนารมณ์นี้ผ่านแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสเตฟานี กริชแชม โฆษกของนาง โดยระบุว่าสำนักงานของสตรีหมายเลขหนึ่งมีจุดยืนว่านางมีรา ริคาร์เดล ไม่สมควรได้รับเกียรติทำงานในทำเนียบขาวแห่งนี้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสหรัฐกล่าวกันว่า หลังบ้านของประธานาธิบดีสหรัฐไม่ชอบหน้าริคาร์เดล รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะหลังจากนางทรัมป์ต้องเดินทางเยือนแอฟริกาใต้เป็นครั้งแรกโดยไร้เงาสามีเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา วอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างแหล่งข่าวหลายรายที่ไม่เปิดเผยนามเมื่อวันอังคารว่า&amp;nbsp; ริคาร์เดลทะเลาะกับทีมงานของภริยาประธานาธิบดีระหว่างทริปนี้ และทีมงานของนางเมลาเนียเชื่อว่าริคาร์เดลอยู่เบื้องหลังการปล่อย &amp;quot;ข่าวลบ&amp;quot; เกี่ยวกับเมลาเนียและทีมงานของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานวอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างด้วยว่า ริคาร์เดลโดนไล่ออกและถูกพาตัวออกจากทำเนียบขาวแล้ว&amp;nbsp; แต่เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์รายหนึ่งปฏิเสธกับผู้สื่อข่าวเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า ริคาร์เดลทำงานในตำแหน่งรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ภายใต้การนำของจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติมานาน 7 เดือน แต่ริคาร์เดลมีประสบการณ์ทำงานในรัฐบาลสหรัฐมานานหลายสิบปี ก่อนที่โบลตันจะดึงตัวเธอมาจากกระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ริคาร์เดลเคยทำงานในกระทรวงกลาโหมสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช&amp;nbsp; และยังเคยทำงานให้ ส.ว.บ็อบ โดล แห่งพรรครีพับลิกันครั้งที่เขาดำรงตำแหน่งผู้นำวุฒิสมาชิกเสียงข้างมากในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานข่าวของสื่อสหรัฐกล่าวกันว่า นางทรัมป์และนางริคาร์เดลทะเลาะกันเรื่องการจัดที่นั่งบนเครื่องบินในทริปเยือนแอฟริกา ระหว่างการเยือนครั้งนั้น นางทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับเอบีซีว่า มีคนในทำเนียบขาวที่เธอไม่ไว้ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เธอได้ให้คำแนะนำอย่างซื่อตรงและความคิดเห็นที่ซื่อตรงต่อประธานาธิบดี และประธานาธิบดีก็จะทำในสิ่งที่เขาอยากทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับรายงานข่าวนี้ ทรัมป์ได้โพสต์ทวิตเตอร์เป็นภาพชุดหลายภาพที่เขาร่วมพิธีดิวาลีที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร โดยมีนางริคาร์เดลอยู่ในเฟรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิรา ริคาร์เดล (ขวาสุด) ร่วมคณะของประธานาธิบดีในพิธีดิวาลี ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร / Twitter @realDonaldTrump&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ทรัมป์กำลังเตรียมปรับคณะรัฐมนตรีของเขาภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อต้นเดือนนี้ โดยข่าวระบุว่าผู้ที่อาจโดนปลดรวมถึงคริสเตน นีลเซน รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของจอห์น เคลลี หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว เนื่องจากทรัมป์ไม่พอใจผลงานของนีลเซนในการรับมือสถานการณ์ที่ชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21995</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิรา ริคาร์เดล, รองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, สตรีหมายเลขหนึ่ง, สั่งปลด, เมลาเนีย ทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bec2eb7ad060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 23:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทษฐานเมาแล้วขับ สหรัฐปลด ผบ.หน่วยนาวิกโยธินแดนจิงโจ้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้บังคับการหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐประจำเมืองดาร์วินในออสเตรเลีย โดนปลดจากตำแหน่ง ภายหลังโดนจับฐานเมาแล้วขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นาวาเอกเจมส์ ชเนลล์ ภาพ Keri Megelus / The Australian&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองบัญชาการนาวิกโยธินสหรัฐแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2561 ว่านาวาเอกเจมส์ ชเนลล์ ผู้บังคับการหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐประจำเมืองดาร์วิน รัฐนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีของออสเตรเลีย ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว &amp;quot;สืบเนื่องจากสูญเสียความไว้ใจและความเชื่อมั่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีเอบีซีของออสเตรเลียรายงานว่า ชเนลล์ไปดื่มที่บาร์สไตล์ไอริชแห่งหนึ่งในย่านไนต์คลับของเมืองดาร์วิน เขาดื่มถึงช่วงกลางดึกเข้าสู่วันที่ 30 กันยายน จากนั้นก็ขับรถยนต์กลับบ้าน แต่เจอตำรวจเรียกหยุดรถและขอตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ จนพบว่าเขามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้เขาต้องเดินกลับบ้านระยะทาง 3.4 กิโลเมตร และรายงานเรื่องนี้ต่อผู้บังคับบัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกศาลเมืองดาร์วินเผยเมื่อวันจันทร์ว่า เขาให้การรับสารภาพว่ากระทำผิดจริงในข้อหาเมาแล้วขับ และโดนปรับเงิน 500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 11,640 บาท และห้ามขับรถยนต์ 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชเนลล์แถลงขอโทษทางอีเมล ขอรับผิดชอบต่อการตัดสินใจส่วนตัวที่ย่ำแย่ที่ได้ทำลงไปในวันนั้น แต่ความผิดของเขาไม่ควรจะบดบังความสำเร็จของการวางกำลังหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สหรัฐสับกำลังนาวิกโยธินประจำเมืองดาร์วินทุกปี ปัจจุบันมีนาวิกโยธิน 1,587 นายปฏิบัติหน้าที่ในการวางกำลังนาน 6 เดือนนี้ ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2554 ตามแผนปักหมุดเอเชียของประธานาธิบดีบารัค โอบามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐจะมอบหมายให้นาวาโทเจรามี บราดี รับตำแหน่งแทนชเนลล์ ระหว่างรอการสับเปลี่ยนกำลังชุดใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาร์วิน, นาวิกโยธินสหรัฐ, สั่งปลด, ออสเตรเลีย, เจมส์ ชเนลล์, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb7ecc4e422.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
