<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.สั่งมหา&#039;ลัยทะยอยปิดภายในสองสัปดาห์ และเรียนออนไลน์ภายใน 1 เมษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ อว.ได้เสนอ 6 มาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คือ มาตรการแรก ได้แก่ มาตรการการบริหารจัดการดูแลนิสิต​นักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยให้มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนจากระบบปกติเป็นระบบออนไลน์และให้ปิดมหาวิทยาลัยภายใน 2 สัปดาห์ โดยใช้การเรียนการสอนออนไลน์ ภายในวันที่ 1 เมษายนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และให้ปรับ เลื่อนหรือยกเลิกการสอบ การฝึกงาน งดกิจกรรมเพื่อลดการสัมผัสเชื้อ มาตรการที่สอง ให้มีการทำงานที่บ้านสำหรับบุคลากรของ อว.เพื่อลดการเดินทางและลดการสัมผัสเชื้อให้มากที่สุด สำหรับงานที่ต้องมีการปฏิบัติการ ให้ปฏิบัติการด้วยประสิทธิภาพเท่าเดิม แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการหรือ บริหารจัดการให้มีความเหมาะสมตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ และงดกิจกรรมของทุกหน่วยงานที่ต้องมีคนจำนวนมาก มาตรการที่สาม เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์ โดยสั่งการให้เครือข่ายโรงพยาบาล กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ประสานงานกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องขั้นตอนและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม ตั้งแต่ผู้ป่วยเข้าสู่โรงพยาบาลไปจนถึงการรักษา แผนการส่งต่อผู้ป่วย การดูแลผู้ป่วย การลดผู้ป่วยที่สามารถรอการรักษา การเตรียมหอผู้ป่วย การเตรียมไอซียู(ICU) เครื่องช่วยหายใจ จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ และห้องแยกพิเศษ พร้อมเตรียมการรองรับกรณีเกิดการระบาดในวงกว้าง เตรียมพื้นที่รองรับเพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เช่น โรงยิม และหอประชุมของมหาวิทยาลัย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า มาตรการที่สี่ จัดทำระบบบริหารความเสี่ยงด้วยนวัตกรรม เพื่อรองรับสถานการณ์ในระยะยาว อาทิ การพัฒนาระบบการติดตามและตรวจสอบ การใช้ระบบการแพทย์และสุขภาพทางไกล การจัดทำระบบแสดงตำแหน่งและจัดส่งสิ่งจำเป็นทางการแพทย์ มาตรการที่ห้า การสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับโควิด &amp;ndash; 19 โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดเตรียมกรอบงบประมาณ 250 ล้านบาท ในการจัดสรรทุนวิจัยใน 4 ประเด็นสำคัญเร่งด่วน ตั้งแต่ การศึกษาทางพันธุกรรมและทางชีววิทยาของไวรัสเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของเชื้อ การใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อวิเคราะห์การแพร่กระจายของเชื้อ การผลิตชุดตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ รวดเร็ว &amp;nbsp;โดยขณะนี้ ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซน์ ในการผลิตชุดตรวจโควิด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจง่ายขึ้นและเพียงพอต่อความต้องการ โดยจะส่งมอบทั้งหมด 1 ล้านชิ้น ภายในระยะเวลา 6 เดือน จากปัจจุบันที่มีความต้องการในการใช้เฉลี่ย จำนวน 4,000 ชิ้น/วัน และคาดว่าจะสามารถลดต้นทุนการผลิตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 40 เหลือเพียงประมาณ 1,000 บาท จากเดิมราคาประมาณ 4,000 บาท เป็นต้นและมาตรการที่หก การสนับสนุนในด้านอื่นๆ โดยมุ่งเน้นในการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก เช่น หน้ากากอนามัยจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5, หน้ากากผ้าแบบซักได้, หุ่นยนต์ช่วยประเมินผู้ป่วย เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60056</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., #โควิด-19, สั่งปิดมหาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5ce8fe09211.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
