<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนโควิดกลายพันธุ์แพร่ติดเด็กมากขึ้น สิงคโปร์สั่งปิดโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสิงคโปร์เตือนว่าไวรัสโคโรนากลายพันธุ์เช่นสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดีย กำลังทำให้เด็กๆ ในสิงคโปร์ติดโรคโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น พร้อมสั่งปิดการเรียนในโรงเรียนตั้งแต่ระดับประถมถึงเตรียมอุดมศึกษาตลอดทั้งเทอมนี้ ทราเวลบับเบิลกับฮ่องกงเลื่อนอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ครูวัดอุณหภูมินักเรียนก่อนเข้าโรงเรียนในสิงคโปร์ (Photo by Suhaimi Abdullah/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสิงคโปร์เพิ่งประกาศใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภายหลังมีผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่สัปดาห์มานี้ จากที่แทบไม่มีผู้ติดเชื้อหรือติดเชื้อรายใหม่เป็นตัวเลขหลักเดียวในแต่ละวันมานานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม กล่าวว่า ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ประกาศว่า โรงเรียนระดับประถมศึกษา, มัธยมศึกษา และเตรียมอุดมศึกษา ทุกแห่งจะต้องเปลี่ยนไปเรียนระบบทางไกลจากบ้านตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป จนถึงสิ้นภาคเรียนนี้คือวันที่ 28 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการแถลงข่าวทางไกลครั้งนี้ ทางการสิงคโปร์ยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาภายในประเทศอีก 38 คน เป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันสูงที่สุดในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ในจำนวนนี้รวมถึงเด็ก 4 คนที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ศูนย์กวดวิชาแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ กระทรวงสาธารณสุขแถลงข้อมูลล่าสุดถึงช่วงเที่ยง สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่อีก 21 คน โดย 11 คนไม่พบความเชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อรายอื่น จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศที่มีประชากร 5.7 ล้านคนแห่งนี้เพิ่มเป็นมากกว่า 61,000 คน เสียชีวิต 31 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการแถลงข่าวผ่านระบบทางไกลเมื่อวันอาทิตย์ ออง เย คุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อ้างคำสนทนาระหว่างตัวเขากับเคนเนธ มัก ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ของกระทรวง ว่า สายพันธุ์ B.1.617 &amp;quot;ดูเหมือนจะส่งผลต่อเด็กมากขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า มีเด็กๆ ติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดียนี้กี่ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาน ชุน ซิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในการแถลงข่าวเดียวกันว่า การกลายพันธุ์บางอย่างทำให้มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น และดูเหมือนว่าจะแพร่เชื้อติดเด็กที่อายุน้อยลงกว่าเดิมด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายกังวล แต่ยังไม่มีเด็กที่ติดเชื้อไวรัสรายใดป่วยหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในข้อความที่โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ชานบอกด้วยว่า รัฐบาลกำลังเตรียมแผนที่จะฉีดวัคซีนให้นักเรียนที่อายุน้อยกว่า 16 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากขึ้นยังส่งผลกระทบต่อโครงการเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องกักตัวหรือทราเวลบับเบิล ระหว่างสิงคโปร์กับฮ่องกง ซึ่งกำหนดจะเริ่มต้นในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ หลังจากความพยายามรอบแรกล้มเหลว โดยโฆษกรัฐบาลฮ่องกงเปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ทำให้รัฐบาลของสองฝ่ายตัดสินใจชะลอการเปิดโครงการนี้ออกไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103220</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทราเวลบับเบิล, สั่งปิดโรงเรียน, สิงคโปร์, โควิด-19, ไวรัสกลายพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a24cacd67d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สกัดพม่านำเข้าโควิด19 สั่งเข้มชายแดน-ปิด3รร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผวาโควิดรอบ 2! สั่งปิดโรงเรียน 3 แห่ง &amp;quot;กาญจนบุรี-ประจวบฯ&amp;quot; หลังพบเด็กไข้ขึ้นสูง-ผู้ปกครองกลับจากพม่า นายกฯเพิ่มมาตรการคุมเข้มชายแดนสกัดเชื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน ครม.ไฟเขียว 883 ล้านให้ กห.ทำสถานที่กักกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 5 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,417 ราย หายป่วยเพิ่ม 22 ราย ยอดหายป่วยสะสมรวม 3,274 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 85 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย มาจากฟิลิปปินส์ โดยรายที่ 1-3 เป็นหญิงสัญชาติฟิลิปปินส์ อายุ 26, 28 และ 37 ปี อาชีพครูสอนภาษา เดินทางถึงไทยวันที่ 25 ส.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวแบบทางเลือก กรุงเทพฯ และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 28 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่วนรายที่ 4-5 เป็นเด็กชายสัญชาติฝรั่งเศส อายุ 3 ขวบ และนักเรียนหญิงสัญชาติฝรั่งเศส อายุ 15 ปี เดินทางมาพร้อมครอบครัว ถึงไทยวันที่ 29 ส.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวแบบทางเลือก กรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ในวันที่ 29 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีโรงเรียนตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาสั่งปิดโรงเรียน เนื่องจากมีชาวเมียนมาหนีการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ 2 เข้ามาในไทย และพบเด็กนักเรียนหลายคนมีไข้สูงว่า การป้องกันการแพร่ระบาดระลอก 2 ได้เคยบอกไปแล้ว วันนี้เราได้เพิ่มมาตรการที่เข้มข้นตามแนวชายแดนในการสกัดกั้น มีการตั้งจุดตรวจและการวางกำลังเพิ่มเติมตามแนวลำน้ำที่มีภาพว่าแรงงานต่างด้าวว่ายน้ำเข้ามา เมื่อเจอจะนำมาเข้าตรวจคัดกรองรักษา ในส่วนท้องถิ่นชุมชนจะมีการรายงานเข้ามา ทุกคนต้องเป็นหูเป็นตาแทนด้วย ทุกหน่วยงานทราบดีอยู่แล้วว่าความสำคัญในการป้องกันแพร่ระบาดรอบ 2 อยู่ที่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เรามุ่งเน้นในการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อให้การเดินอากาศภายในประเทศมีรายรับ ไม่อย่างนั้นต้องลดลูกจ้าง พนักงาน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องไปหางบประมาณในการจ้างงานเพิ่ม ทั้งนิสิต นักศึกษา และผู้ที่ตกงานด้วยเหตุผลจากโควิด-19 หรือจากการขาดสภาพคล่อง ต้องดูทุกมิติ เรื่องการทำงานไม่ง่ายนักหรอก แต่ต้องทำ และทำให้ได้ก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้มีการปิดโรงเรียนชั่วคราวในบางโรงเรียนเพื่อการป้องกันไว้ก่อน เพราะเป็นโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนใกล้กับประเทศเพื่อนบ้าน เรื่องของการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้าน ผมได้ติดตามสถานการณ์จาก ศบค.ตลอด และได้สั่งการไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งการเพิ่มกำลังตำรวจ ทหาร เพิ่มเติม และเพิ่มความเข้มงวด ช่องทางเข้า-ออกประเทศไทย ทั้งทางบก น้ำ อากาศ ทุกช่องทาง ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกันเข้มงวดมากขึ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ถึงแม้ไทยไม่มีผู้ติดเชื้อมา 3 เดือน ไม่ใช่จะไม่มีโอกาสจะเกิดขึ้น เพราะหลายประเทศเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ขอย้ำอีกด้านหนึ่งว่าเราเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ไม่ว่าสถานพยาบาล อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฉะนั้นเราต้องมอง 2 อย่างให้สมดุลกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2563 เพิ่มเติม งบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น วงเงิน 883 ล้านบาท ให้กับสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินการจัดทําพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine) ในส่วนของสถานที่เอกชน สําหรับแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ระยะที่ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีการหารือถึงการบริหารจัดการพื้นที่บริเวณชายแดน เนื่องจากประเทศเมียนมาเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19&amp;nbsp;รอบที่ 2 ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เอง ก็ได้มีการกำชับโรงเรียนที่อยู่บริเวณพื้นที่ชายแดนให้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขของเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำชับไปยังโรงเรียนใน 10 จังหวัดที่ติดอยู่กับประเทศเมียนมาให้ระมัดระวัง เช่น กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ตาก แม่ฮ่องสอน และหากมีเด็กนักเรียนเดินทางมาจากต่างประเทศ ให้กักตัวตามมาตรการที่ ศบค.แนะนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้มีเด็กนักเรียนใน จ.กาญจนบุรี 1 ราย ที่มีไข้ขึ้นสูง ทางโรงเรียนจึงพาไปพบแพทย์และหารือกับศูนย์ควบคุมโรคติดต่อของจังหวัดแล้ว แต่ผลการตรวจยังไม่ออกมาว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปิดโรงเรียน 2 แห่ง เนื่องจากมีเด็กไปใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จึงให้โรงเรียนประสานไปยังศูนย์ควบคุมโรคติดต่อของจังหวัดก่อนว่าจะต้องปิดโรงเรียนต่อหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&amp;rdquo; เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน พบ 2 โรงเรียนเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงคือ โรงเรียนอานันท์ หมู่ 2 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ และโรงเรียนบ้านห้วยไคร้ หมู่ 3 ต.บึงนคร โดยให้ทั้ง 2 โรงเรียนหยุดการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 1-7 ก.ย. หลังพบว่าทั้ง 2 โรงเรียนมีนักเรียนทั้งชาวไทยและชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและเมียนมา ซึ่งมีผู้ปกครองนักเรียนเดินทางข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติจากประเทศเมียนมา จึงส่งเจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนและควบคุมโรคจากสาธารณสุข อ.หัวหิน และโรงพยาบาลหัวหินได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและเก็บตัวอย่างผู้ที่เสี่ยงไปทดสอบหาเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนบ้านกุยแหย่ ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งปิดการเรียนการสอน 1-3 ก.ย. นายสืบสาย ศักดิ์โสภิษฐ์ นายอำเภอทองผาภูมิ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สาธารณสุขอำเภอทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่เทศบาลลิ่นถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันบิ๊กคลีนนิงฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาดห้องเรียนและโดยรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่ 23/2563 เรื่องการปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงนามโดยพล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการฯ โดยให้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจ สกัดกั้น และจับกุมแรงงานต่างด้าวในเขตรับผิดชอบ โดยเฉพาะพื้นที่ตามตะเข็บชายแดน ช่องทาง ท่าข้ามธรรมชาติ พื้นที่เพ่งเล็ง พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่สนใจ ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยประสานกลไกด้านปกครองในระดับพื้นที่เฝ้าระวัง ค้นหา และการแจ้งเบาะแสผู้หลบหนีเข้าเมือง ตลอดจนเพิ่มมาตรการการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะในพื้นที่จังหวัดชายแดนและพื้นที่ชั้นใน โดยเฉพาะขบวนการนำพาและผู้ให้ที่พักพิงกับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76198</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คุมเข้มชายแดน, ผู้ปกครองกลับจากพม่า, สั่งปิดโรงเรียน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e60d1a0ca2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ่องกงวิกฤติ! สั่งปิดโรงเรียน นศ.จีนหนีตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้ประท้วงในฮ่องกงเปลี่ยนกลยุทธ์ป่วนย่านธุรกิจในวันทำงานเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันเมื่อวันพุธ พร้อมเปิดสมรภูมิใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ทางการสั่งปิดโรงเรียนทุกระดับวันพฤหัสบดี นักศึกษาจีนแผ่นดินใหญ่เผ่นหนีตาย สถานกงสุลใหญ่ฯ เตือนคนไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 13 พ.ย.62 เผยว่า สถานการณ์ประท้วงในฮ่องกงเกิดการปะทะรุนแรงขั้นเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 5 เดือน นับแต่ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและรัฐบาลจีนเมื่อเดือนมิถุนายน การประท้วงรุนแรงครั้งนี้เกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน โดยมีชนวนจากเหตุการณ์ตำรวจใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ประท้วงไร้อาวุธได้รับบาดเจ็บสาหัสกลางย่านธุรกิจในเขตเซ็นทรัล ภาพดังกล่าวเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ขณะเดียวกันบรรยากาศความขัดแย้งก็เข้มข้นขึ้น โดยตำรวจกล่าวว่า &amp;quot;ผู้ก่อจลาจล&amp;quot; ซึ่งเป็นคำที่ทางการใช้เรียกผู้ประท้วงก่อความรุนแรง ราดน้ำมันจุดไฟเผาชายวัย 57 ปีคนหนึ่งที่สนับสนุนจีนระหว่างการโต้เถียงกัน เขาบาดเจ็บสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เขตเซ็นทรัล ผู้ประท้วงราว 1,000 คนออกมาชุมนุมปิดถนนหลายสายในช่วงพักเที่ยงจำนวนมากแต่งชุดพนักงานออฟฟิศสวมหน้ากากปิดใบหน้าออกมาเดินขบวนและขว้างปาก้อนอิฐระเกะระกะถนน บริเวณใกล้ตลาดหุ้น ตำรวจปราบจลาจลพยายามขับไล่ฝูงชน ใช้ไม้กระบองไล่ตีและจับกุมไว้ได้บางราย การประท้วงขยายสู่สมรภูมิใหม่เมื่อวันอังคารโดยมีการปะทะในรั้วมหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นครั้งแรก การปะทะรุนแรงเกิดขึ้นตลอดคืนวันอังคาร ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ส่วนผู้ประท้วงใช้ระเบิดขวดและก้อนอิฐ สถานการณ์ตึงเครียดต่อเนื่องถึงวันพุธ นักศึกษาพากันจัดตั้งสิ่งกีดขวาง โดยตำรวจเฝ้าคุมเชิงไม่คิดฝ่าแนวกั้นเข้าไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การปะทะรุนแรงมักจะรุนแรงขึ้นในช่วงค่ำ สภาพโกลาหลที่สุดเมื่อคืนวันอังคาร เกิดภายในมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (ซียูเอชเค) มีทั้งเสียงระเบิด กลุ่มควัน เสียงร้องตะโกน ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางอย่างไม่หยุดยั้ง มีคนบาดเจ็บหลายรายที่นี่ ส่วนการปะทะที่อื่นๆ นั้น ผู้ประท้วงปิดถนน เผารถหลายคัน ปาระเบิดขวดใส่โรงพัก และทุบทำลายทรัพย์สินภายในศูนย์การค้าใหญ่แห่งหนึ่ง ตำรวจกล่าวว่ามีผู้ประท้วงถูกจับกุม 142 คนนับแต่วันอังคาร ธนาคารและร้านค้าหลายแห่งในย่านธุรกิจของฮ่องกงปิดทำการเมื่อวันพุธ ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนเป็นอัมพาต นอกจากถนนใช้สัญจรไม่ได้แล้ว ระบบรถไฟและรถไฟใต้ดินก็ได้รับผลกระทบ รถไฟใต้ดินหลายสายระงับบริการทำให้คนจำนวนมากไม่สามารถไปทำงานได้ และต้องหยุดการเดินรถเร็วขึ้น 2 ชั่วโมงเป็นเวลา 22.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานการศึกษาฮ่องกงประกาศปิดโรงเรียนทุกระดับชั้นในวันพฤหัสบดีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนทุกแห่งถูกปิดเพราะการชุมนุมประท้วง ส่วนระดับอุดมศึกษานั้น มหาวิทยาลัยหลายแห่งเปลี่ยนไปใช้การศึกษาทางไกล หรือยกเลิกการเรียนการสอนช่วงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจฮ่องกงและมหาวิทยาลัยหลายแห่งเผยด้วยว่า นักศึกษาชาวจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มหนีออกจากฮ่องกงแล้วเมื่อวันพุธ ทั้งโดยรถบัสและเรือข้ามฟาก เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าใด ภาพข่าวจากสแตนด์นิวส์สื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นผู้คนหลายสิบคน บางคนลากกระเป๋าเดินทาง ยืนรอเรือที่มีตราของตำรวจเพื่ออพยพออกจากซียูเอชเค เพราะไม่สามารถอพยพผ่านทางรถยนต์ได้เนื่องจากถนนถูกปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครฮ่องกง ออกคำเตือนผ่านเพจ Royal Thai Consulate-General, Hong Kong ว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับรายงานว่าในวันพุธที่ 13 พ.ย.62 เวลาตั้งแต่ 07.00 น. เป็นต้นไป มีการชุมนุมประท้วงด้วยการขัดขวางเส้นทางจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ (รถประจำทาง รถราง และรถไฟใต้ดิน MTR) ทั่วเกาะฮ่องกง จึงแจ้งมาเพื่อให้คนไทยทุกคนในฮ่องกงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ความไม่สะดวกที่อาจจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ และเผื่อเวลาเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ เนื่องด้วยการชุมนุมประท้วงในขณะนี้มีการใช้ความรุนแรงบ่อยครั้ง สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงขอย้ำคนไทยในฮ่องกงและนักท่องเที่ยวไทยในฮ่องกง โปรดหลีกเลี่ยงการเดินทางหรือเข้าใกล้สถานที่มีการชุมนุมประท้วง และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหากเกิดการประท้วงในบริเวณใกล้ รวมทั้งโปรดงดการถ่ายภาพในระยะใกล้ของเหตุการณ์ประท้วง ผู้ประท้วง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการกระทำอื่นๆ ที่อาจเป็นการยั่วยุผู้ประท้วง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยทุกคน รวมทั้งเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน MTR.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป่วนย่านธุรกิจ, สั่งปิดโรงเรียน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮ่องกง, เกิดการปะทะรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc1375a3bf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.ปิดเอง!โฆษกรัฐบาลปัดนายกฯสั่งปิดโรงเรียนในราชบุรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย 62 - จากกรณีที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กสอบถามลงในกลุ่มปิดเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ทุกวันที่ราชบุรี&amp;rdquo; พร้อมภาพเอกสารสำเนาหนังสือจากศาลากลางจังหวัดราชบุรี 1 ฉบับ ลงวันที่ 7 พ.ย. 62 โดยมีใจความถึงผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ขอแจ้งปิดการเรียน ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. 62 โดยระบุเหตุผลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ที่ยิมเนเซียมจังหวัดราชบุรี ซึ่งจะมีประชาชนในทุกอำเภอของจังหวัดเดินทางมาร่วมกิจกรรม ทำให้อาจกระทบต่อการจราจรของผู้ปกครอง นักเรียน ในการเดินทางมาโรงเรียน จึงให้ปิดเรียนวันดังกล่าว ผู้โพสต์เฟซบุ๊กยังตั้งคำถาม &amp;quot;คือทำไมการมาของนายกฯ ถึงต้องมาลงกับการต้องหยุดโรงเรียนของนักเรียน ต้องปิดถนน ปิดเมืองราชบุรีเลยมั้ย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชูทิศราชบุรี มาหารือกับฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองกรณีดังกล่าวแล้ว ทางผู้อำนวยการโรงเรียนฯจะยกเลิกการปิดเรียน แต่ผ่อนผันให้นักเรียนที่มาเรียนช้ากว่าเวลาเข้าเรียนในวันที่11พ.ย.ได้ โดยไม่ถือว่ามาสายหรือขาดเรียน เพราะคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการจราจรที่น่าจะติดขัดมากในช่วงเช้าของวันดังกล่าว เพราะจำนวณนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศฯ 3,000 คน และยังมีวิทยาลัยสารพัดช่าง 600 คน นักเรียนโรงเรียนสุริยวงศ์ 500 คน มวลชนจาก 10 อำเภอ 4,000 คน สื่อมวลชน ข้าราชการจากส่วนกลางอีก 1,000 คน รวมจำนวนผู้ที่จะเข้าพื้นที่ช่วงเช้าในละแวกดังกล่าวประมาณ 9,000-10,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวด้วยว่า เรื่องการปิดเรียนดังกล่าว นายกรัฐมนตรีและทางทำเนียบรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้สั่งปิด และผู้ว่าราชการจังหวัดฯก็ไม่ได้สั่งเช่นกัน แต่ทางโรงเรียนได้ประกาศปิดเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49871</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดราชบุรี, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, สั่งปิดโรงเรียน, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d498be857f02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
