<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปักป้ายรื้อถอนรีสอร์ทดังรุกอุทยานฯเขาแหลม เผยทนายอ้างเป็นของผู้ยากไร้ขอให้ระงับไว้ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10&amp;nbsp;ก.ย.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3(บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนายเทวินทร์&amp;nbsp;มีทรัพย์&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาย เดินทางไปยังรีสอร์ท &amp;quot;กระท่อมริมธาร&amp;quot; ตำบลชะแล&amp;nbsp;อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยดำเนินการปักป้ายคำสั่งให้รื้อถอน ซึ่งเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย ลงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ก.ย.2563 ให้นายกิตติพงศ์ ต้นสมบูรณ์&amp;nbsp;และนางสมหวัง ต้นสมบูรณ์ อดีตข้าราชการครู&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ท ดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ท &amp;quot;กระท่อมริมธาร&amp;quot; เลขที่&amp;nbsp;8/7&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลชะแล&amp;nbsp;อำเภอทองผาภูมิ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หลัง ที่ได้ปลูกสร้างบุกรุก พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เนื้อที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;1 งาน&amp;nbsp;45 ตารางวา ไปให้พ้นจากอุทยานฯเขาแหลม ภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน นับแต่วันประกาศคำเตือนครั้งสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่าหลังจากหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม ได้ประกาศคำสั่งรื้อถอนที่ 104/2560&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ก.ย.2560&amp;nbsp;และประกาศคำเตือนที่&amp;nbsp;28/2563&amp;nbsp;ลงวันที่ 15&amp;nbsp;เม.ย&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ไปแล้วนั้น&amp;nbsp;เจ้าของรีสอร์ทดังกล่าวยังดื้อแพ่ง ไม่ยินยอมรื้อถอน จึงได้สั่งการให้หัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม ติดป้ายประกาศคำเตือน ลงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ก.ย.2563&amp;nbsp;อีกครั้งหนึ่ง และเป็นครั้งสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากครั้งนี้ยังดื้อแพ่งไม่ยอมรื้อถอนภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน ตามประกาศคำเตือนครั้งสุดท้ายแล้ว ทางหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลมจะเข้าทำการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หลังโดยทันที และนำพื้นที่ดังกล่าวมาฟื้นฟูกลับคืนมาเป็นสภาพป่าตามธรรมชาติดังเดิม กลับคืนมาเป็นสมบัติของคนไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ยังได้รับจดหมายลงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ส.ค.2563&amp;nbsp;จากทนายความคนหนึ่ง อ้างว่า ที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว เป็นของนายสมาน หงษ์เอี่ยม ซึ่งเป็นบุคคลผู้ยากไร้ กำลังขออนุญาตทำประโยชน์และอยู่อาศัยในที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว ต่อสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จประมาณเดือนพ.ย.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ขอให้ทางผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3 (บ้านโป่ง)&amp;nbsp;หรือหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม มีคำสั่งระงับการดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ทในที่ดินดังกล่าวไว้ก่อน หากมีการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;จะสร้างความเดือดร้อนและเสียหายให้แก่นายสมาน หงษ์เอี่ยม บุคคลผู้ยากไร้เป็นอย่างมาก ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องฟ้องร้อง เป็นคดีความทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;เห็นว่าที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว ตามที่ ทนายความ กล่าวอ้างว่า เป็นของนายสมาน หงษ์เอี่ยม นั้น เป็นที่ดินรีสอร์ทแปลงเดียวกันกับของนายกิตติพงศ์ฯที่ได้ถูกหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลมตรวจยึดพื้นที่ พร้อมรีสอร์ทจำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หลัง และถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหายึดถือ ครอบครอง ที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมโดยมิได้รับอนุญาต ในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลอาญาจังหวัดทองผาภูมิ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่&amp;nbsp;227/2560&amp;nbsp;คดีหมายเลขแดงที่&amp;nbsp;223/2560&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;พิพากษาว่า นายกิตติพงษ์&amp;nbsp;จำเลย มีความผิด ฐาน ยึดถือ ครอบครอง ในเขตอุทยานฯเขาแหลม โดยมิได้รับอนุญาต ลงโทษ จำคุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน และปรับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นบาท โทษจำคุก ให้รอลงอาญา และให้นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารออกจากป่าที่เกิดเหตุ และให้นายกิตติพงศ์จำเลย ชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานแห่งชาติฯ จำนวน&amp;nbsp;101,499&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;จำเลยไม่อุทธรณ์ คดีถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำพิพากษา ศาลอาญาจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติว่า นายกิตติพงศ์ ต้นสมบูรณ์ เป็นผู้ครอบครองที่ดินรีสอร์ท ที่ผิดกฎหมาย ในเขตอุทยานฯเขาแหลม ดังกล่าว การที่ทนายความ อ้างว่า นายสมาน&amp;nbsp;บุคคลผู้ยากไร้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นผู้ครอบครองที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว จึงขัดกับข้อเท็จจริงเป็นอันยุติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3 (บ้านโป่ง) จึงให้ทางอุทยานฯเขาแหลม นัดทนายความ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำนายสมาน&amp;nbsp;มาชี้แนวเขต และยืนยันว่านายสมานเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.ย.2563&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.บริเวณที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;จากนั้นทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77053</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อมริมธาร, จังหวัดกาญจนบุรี, บุกรุกเขตอุทยาน, สั่งรื้อรีสอร์ต, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59e91d32fe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039; สั่งรื้อรีสอร์ตเขากึมกัง ทุนเกาหลีใต้สร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ มีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารในรีสอร์ตบนเขากึมกัง แหล่งท่องเที่ยวที่เคยยอดนิยมสร้างโดยบริษัทฮุนไดอาซานของเกาหลีใต้ อ้างอุจาดตาและไม่มีอัตลักษณ์ของความเป็นชาติเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเคซีเอ็นเอเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 คิม จองอึน ตรวจสถานที่ท่องเที่ยวเขากัมกึง / KCNA VIA KNS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า คำสั่งรื้อถอนโรงแรมและรีสอร์ตครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้อยู่ในช่วงย่ำแย่ แม้ว่าเมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ผู้ส่งเสริมการเกี่ยวพันกับเกาหลีเหนือมายาวนาน เพิ่งจะกล่าวต่อสภาในกรุงโซลถึงประโยชน์จาก &amp;quot;เศรษฐกิจสันติภาพ&amp;quot;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือเมื่อวันพุธที่ 23 ตุลาคม กล่าวว่า คิมเดินทางไปเยี่ยมรีสอร์ตและโรงแรมที่เขากึมกังแห่งนี้ และได้กล่าวตำหนิอาคารสิ่งปลูกสร้าง &amp;quot;โกโรโกโส&amp;quot; ว่าเป็นเหมือนต้มจับฉ่ายที่ไม่มีอัตลักษณ์ความเป็นชาติแม้แต่น้อย อาคารเหล่านี้สร้างเหมือนกระโจมชั่วคราวในพื้นที่ประสบภัยพิบัติหรือห้องขังแยก อีกทั้งสถาปัตยกรรมยังล้าหลังมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคซีเอ็นเอกล่าวว่า คิมแนะนำให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เจริญตาทั้งหมดของเกาหลีใต้ และให้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการบริการสมัยใหม่ขึ้นแทนในแบบของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงแรมและรีสอร์ตบนเขากึมกังแห่งนี้ก่อสร้างโดยบริษัท ฮุนไดอาซาน ของเกาหลีใต้ เปิดเมื่อปี 2541 โดยใช้ทุนก่อสร้าง 2.2 แสนล้านวอน (ราว 5,760 ล้านบาทในปัจจุบัน) ไม่รวมค่าธรรมเนียมอีก 5.59 แสนล้านวอนที่ฮุนไดต้องจ่ายให้ทางการเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวกลางเทือกเขาอันงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของคาบสมุทรเกาหลีแห่งนี้เคยดึงดูดนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้มาเยือนนับแสนคน ก่อนที่ทางการเกาหลีใต้จะสั่งระงับการท่องเที่ยวเมื่อปี 2551 ภายหลังเกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวหญิงชาวเกาหลีใต้เดินพลัดหลงเข้าไปในเขตหวงห้ามของทหารแล้วโดนยิงเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในปี 2554 รัฐบาลเกาหลีเหนือสั่งยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่คอมเพล็กซ์แห่งนี้แล้วเนรเทศเจ้าหน้าที่ชาวเกาหลีใต้ที่เหลือทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน เกาหลีเหนือโดนนานาชาติคว่ำบาตรเพื่อลงโทษโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ การท่องเที่ยวที่นั่นจะเป็นการละเมิดข้อมติคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเขากึมกังแห่งนี้เป็น 1 ใน 2 โครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดระหว่างสองเกาหลี อีกแห่งคือนิคมอุตสาหกรรมแคซองซึ่งถูกปิดไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเคซีเอ็นเอเผยด้วยว่า คิมกล่าวว่าการรื้อถอนควรดำเนินการพร้อมกับการทำข้อตกลงกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องจากเกาหลีใต้ และว่า ทัศนะที่ว่าเขากึมกังเป็นทรัพย์สินร่วมกันระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้นั้นเป็นความคิดที่ผิดพลาดและเป็นความเข้าใจแบบผิดๆ เขากึมกังเป็นดินแดนที่เกาหลีเหนือได้มาด้วยเลือดเนื้อ แม้แต่หน้าผาและต้นไม้บนนั้นก็เป็นอธิปไตยและเกียรติของเกาหลีเหนือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48722</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, สั่งรื้อรีสอร์ต, ฮุนไดอาซาน, เกาหลีเหนือ, เขากึมกัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db053dc42813.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
