<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot; จี้สพฐ.วางแนวทางประเมินผล การเรียนวิทย์ฯของรร.ทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12ธ.ค.61-ที่โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดเรียนการจัดสอนตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับปฐมวัยที่ พร้อมทั้งกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า โครงการบ้านวิทยาศาตร์น้อยประเทศไทย เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้เริ่มโครงการนี้นำร่องในประเทศไทย 12 จังหวัดโดยได้รับแนวคิดมาจากประเทศเยอรมันนี ซึ่งโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดีและมีความก้าวหน้า ทั้งยังดำเนินการมาอย่างถูกทางแล้ว และปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว กว่า 20,000 โรง คิดเป็นร้อยละ 80 และในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีมีโรงเรียนที่ดำเนินการโครงการนี้กว่า 100 แห่ง โดยตนต้องการให้การเรียนการสอนวิทยาศาตร์มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพ เพราะขณะนี้เรายังขาดความเท่าเทียมด้านคุณภาพ และยังไม่มีแนวทางการประเมินว่าเด็กที่เข้าร่วมโครงการนี้เป็นนักวิทยาศาสตร์จริงหรือไม่ หรือ มีคุณภาพที่ดีเท่ากับประเทศต้นแบบ คือ ประเทศเยอรมนีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ขอฝากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้วางแนวทางในการประเมินตนเองด้านการเรียนวิทยาศาสตร์ด้วย เพราะการเรียนวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ดูผลลัพท์จากการทำโครงงานเท่านั้น เราจำเป็นที่จะต้องฝึกให้เด็กคิดเป็น และรู้จักตั้งคำถามอย่างถูกต้อง ซึ่งการที่เราเริ่มในระดับปฐมวัยเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ขณะเดียวกันวิทยากรอาวุโสของโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยทั้งประเทศมีเพียง 4 คนเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก ดังนั้น สพฐ.จะต้องดำเนินการที่จะทำอย่างไรให้มีการเพิ่มวิทยากรกลุ่มนี้มากขึ้น รวมถึงจะต้องมีการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการเรียนวิทยาศาตร์ในโรงเรียนต่างๆด้วย ซึ่งเรื่องนี้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จะต้องรับผิดชอบบริหารจัดการว่าโรงเรียนไหนขาดอะไรบ้าง เพื่อจะลงทุนทรัพยากรได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้การเพิ่มประสิทธิภาพปัจจุบันพบว่า มีการลงทุนมากแต่ได้ผลน้อย เนื่องจากมีการลงทุนที่ผิด เพราะให้คนที่ไม่รู้งานไปดูงานเมื่อกลับมาแล้วก็ไม่สามารถต่อยอดอะไรได้ เนื่องจากไม่มีความรู้ อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการด้านวิทยาศาสตร์ สพฐ.จะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนและการดำเนินการจะต้องไม่ทำให้เกิดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24070</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สพท., สั่งสพฐ.ประเมินผลการเรียนวิทยาศาสตร์โรงเรียนทั้งหมด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181212/image_mid_5c10d1351936b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
