<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ทีเอ็มบีธนชาต&#039; แจ้งปิดบริการ โมบายแบงก์กิ้ง  เอทีเอ็ม และ  สาขา ชั่วคราวตั้งแต่ 2-5 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;24 มิถุนายน 2564 - ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) ขอแจ้งปิดการให้บริการในช่องทางต่าง ๆ เป็นการชั่วคราว เพื่อเชื่อมต่อระบบให้การรวมกิจการระหว่างทีเอ็มบีและธนชาตเสร็จสมบูรณ์ เตรียมพร้อมยกระดับการบริการและส่งต่อประสบการณ์ทางการเงินที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า โดยธนาคารจะทยอยปิดช่องทางบริการตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2564 เวลา 15:00 น. จนถึงวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2564 เวลา 08:30 น. ซึ่งจะทำให้ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการในช่องทางต่าง ๆ ของ ทีเอ็มบี ทีทีบี และธนชาต เป็นการชั่วคราว เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สาขาของธนาคาร&amp;nbsp; ปิดตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2564 เวลา 15:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โมบายแบงก์กิ้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;o &amp;nbsp;Thanachart Connect &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2564 เวลา 18:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;o &amp;nbsp; ttb touch&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2564 เวลา 12:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เอทีเอ็ม&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2564 เวลา 12:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรกดเงินสด และบัตรเอทีเอ็ม ไม่สามารถใช้จ่ายออนไลน์ ถอนเงิน ใช้ต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;o &amp;nbsp;บัตรของธนชาต &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2564 &amp;nbsp;เวลา 16:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;o &amp;nbsp;บัตรของทีเอ็มบี และทีทีบี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2564 เวลา 12:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับลูกค้าต่างธนาคาร หากต้องการทำธุรกรรมมาที่บัญชีปลายทางของ ทีเอ็มบี ทีทีบี และธนชาต จะไม่สามารถทำรายการฝาก และโอนเงินทั้งแบบพร้อมเพย์และหมายเลขบัญชีได้ชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;o &amp;nbsp; บัญชีธนชาต &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2564 เวลา 18:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;o &amp;nbsp; บัญชีทีเอ็มบี และทีทีบี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2564 เวลา 12:00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บัตรเครดิตทีเอ็มบี ทีทีบี และธนชาต ยังสามารถนำไปรูดซื้อสินค้าแบบเต็มจำนวนที่หน้าร้านค้าได้ และช่องทาง คอนแทค เซ็นเตอร์ ทีเอ็มบี 1558, ทีทีบี 1428 และ ธนชาต 1770 ยังสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชม ยกเว้นการให้บริการทำธุรกรรมผ่าน คอนแทค เซ็นเตอร์ &amp;nbsp;โดยระบบจะเปิดให้บริการพร้อมกันทุกช่องทาง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2564 เวลา 08:30 น. เป็นต้นไป ซึ่งทุกผลิตภัณฑ์และช่องทางบริการจะรวมเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ชื่อธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) และถือว่าการดำเนินการรวมกิจการของทีเอ็มบีและธนชาตได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกค้าทีเอ็มบีเดิมสามารถใช้ผลิตภัณฑ์และช่องทางบริการได้เหมือนเดิมภายใต้ชื่อ ทีทีบี &amp;nbsp;สำหรับลูกค้าธนชาตเดิม สามารถทำธุรกรรมและบริการได้อย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางของ ทีทีบี เช่นกัน ทั้งนี้ รายละเอียดรวมถึงสิทธิประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ของธนชาตเดิมอาจมีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงเลขที่บัญชี และ เลขที่สัญญาสินเชื่อบางประเภท จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม ลูกค้าธนชาตสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงได้ที่ช่องต่าง ๆ เช่น แอป Thanachart Connect, สาขาทีเอ็มบีธนชาต และ ธนชาต คอนแทค เซ็นเตอร์ 1770 รวมถึงจดหมายแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่ธนาคารได้ส่งให้ลูกค้าธนชาตก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธนาคารจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และขอให้ลูกค้าทุกท่านโปรดวางแผนการทำธุรกรรมล่วงหน้ารวมถึงเตรียมเงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดของการปิดการให้บริการของแต่ละช่องทางได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com &amp;nbsp;หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกค้าบุคคล ติดต่อ ทีทีบี คอนแทค เซ็นเตอร์ 1428 และ ธนชาต คอนแทค เซ็นเตอร์ 1770 (ตลอด 24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกค้าธุรกิจ ติดต่อ ศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร. 0 2643 7000 และศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจธนชาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โทร. 0 2217 5700 (วันจันทร์ &amp;ndash; วันเสาร์ เวลา 08:00 &amp;ndash; 20:00 น. และเพิ่มเติมวันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม 2564 เวลา 08:00 &amp;ndash; 20:00 น.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107477</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb), สาขา, เอทีเอ็ม, แจ้งปิดการให้บริการ, โมบายแบงก์กิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_6095f435815fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเต็มๆ ฐานะแบงก์ออมสิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 พ.ค.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศธนาคารออมสิน ซึ่งลงนามโดยนายกุลิศ สมบัติศิริอธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เรื่อง รายงานประจำปี พ.ศ. 2560 ของธนาคารออมสินแล้ว โดยประกาศดังกล่าวจะเป็นการเปิดเผยฐานะของธนาคาร โดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อปฏิบัติตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2560 คณะกรรมการธนาคารออมสินประกาศรายงานประจำปี พ.ศ. 2560 ของธนาคารออมสิน ดังต่อไปนี้ 1. ธุรกิจในระหว่างปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 เงินรับฝากคงเหลือเปรียบเทียบกับปีก่อน ธนาคารออมสินมียอดเงินรับฝากคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 2,185,122.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47,781.19 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.24 มีบัญชีผู้ฝากคงเหลือ 40,610,945 บัญชี เพิ่มขึ้น 2,770,839 บัญชี หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.32 โดยจำแนกธุรกิจการรับฝากเงิน ดังนี้ (1) ประเภทเผื่อเรียก มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 442,706.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,383.63 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 26,957,187 บัญชี เพิ่มขึ้น 2,458,161 บัญชี (2) ประเภทเผื่อเรียกพิเศษ มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 308,607.54 ล้านบาท ลดลง 13,296.75 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 2,096,026 บัญชี เพิ่มขึ้น 116,657 บัญชี (3) ประเภทประจำ มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 410,990.34 ล้านบาท ลดลง 7,759.40 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 685,111 บัญชี ลดลง 12,577 บัญชี (4) ประเภทกระแสรายวัน มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 2,941.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 184.38 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 49,120 บัญชี เพิ่มขึ้น 1,639 บัญชี (5) ประเภทสลากออมสินและพันธบัตร มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 900,286.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66,721.14 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 7,194,592 บัญชี เพิ่มขึ้น 353,278 บัญชี (6) ประเภทสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 116,502.14 ล้านบาท ลดลง 7,629.28 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 1,414,444 บัญชี ลดลง 270,241 บัญชี (7) ประเภทอื่น ๆ มียอดเงินรับฝากคงเหลือ 3,087.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.47 ล้านบาท บัญชีผู้ฝากคงเหลือ 2,214,465 บัญชี เพิ่มขึ้น 123,922 บัญชี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ธนาคารออมสิน มียอดคงเหลือ จำนวน 1,704,415.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 197,588.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.11 ประกอบด้วย ลูกหนี้เงินให้สินเชื่อสุทธิ 1,675,243.55 ล้านบาท และลูกหนี้ เงินเบิกเกินบัญชีสุทธิ 29,172.01 ล้านบาท 1.3 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ตามธุรกรรมนโยบายรัฐสุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ธนาคารออมสินมียอดคงเหลือ จำนวน 186,202.00 ล้านบาท ลดลง 893.16 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 0.48 1.4 เงินลงทุนทั้งสิ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ประกอบด้วยเงินลงทุนสุทธิ และเงินลงทุนในบริษัทร่วมสุทธิ รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 236,738.31 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 46,730.53 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 16.49&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จำนวนดอกเบี้ยที่จ่าย ในรอบปี 2560 ธนาคารออมสินมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินรับฝาก เงินรางวัลสลากออมสินรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน เงินนำส่งกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และตราสารหนี้ ที่ออกและเงินกู้ยืม จำนวน 42,448.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,110.74 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.23&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ผลประโยชน์ที่ได้รับ ในรอบปี 2560 ธนาคารออมสินมีรายได้รวม จำนวน 114,511.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,566.30 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้ดอกเบี้ย จำนวน 98,364.63 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ จำนวน 6,450.58 ล้านบาท และรายได้อื่น ๆ จำนวน 9,695.89 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงานเมื่อสิ้นงวดบัญชีปี 2560 ธนาคารออมสินมีกำไรสุทธิจำนวน 31,210.07 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้รวม 114,511.10 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ค่าใช้จ่ายจากธุรกรรมนโยบายรัฐและหนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญ และขาดทุนจากการด้อยค่า รวมทั้งสิ้น 83,301.03 ล้านบาท เมื่อนำกำไรสุทธิประจำปี 2560 ไปรวมกับกำไรสะสมปี 2559 หลังหักเงินนำส่งกระทรวงการคลังแล้ว ธนาคารมีกำไรสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 168,483.71 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การขยายการดำเนินงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ธนาคารออมสินมีสำนักงานสาขารวมทั้งสิ้น 1,059 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3 แห่ง ประกอบด้วย สำนักงานใหญ่ 1 แห่ง สำนักงานสาขา 1,058 แห่ง และมีสำนักงานหน่วยให้บริการ 23 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไร, ฐานะการเงิน, ดอกเบี้ย, ธนาคารออมสิน, ผลดำเนินงาน, รายจ่าย, รายได้, สาขา, เงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb09a65ad74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่เมืองไทยมาเกือบ 90ปี &#039;รองเท้าบาจา&#039; ตื่นเร่งปรับภาพลักษณ์แบรนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บาจา&amp;rdquo; ยกเครื่องครั้งใหญ่ ลุยรีเฟรชแบรนด์ ส่งรองเท้าดีไซน์ทันสมัย เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ควบปรับโฉมสาขาให้มีภาพลักษณ์สดใส หวังดึงคนเข้าร้านเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเปาโล แกรสซี ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากตัวเองได้เข้ามาดูแลตลาดของประเทศไทย นับจากนี้เตรียมนำนโยบายจากของบริษัทแม่ เข้ามาขับเคลื่อนให้แบรนด์บาจาในเมืองไทยมีภาพลักษณ์ทันสมัยมากยิ่งขึ้นหรือเป็นการรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่รอบหลายปี โดยบาจาได้อยู่ในไทยมาแล้วกว่า 89 ปี บริษัทเชื่อว่าแม้ภาพรวมตลาดจะมีผู้ประกอบการจำนวนมาก และแข่งขันราคารุนแรง แต่เชื่อว่ากลยุทธ์ของบริษัทจะนำพาให้ธุรกิจเติบโตได้สองหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรีเฟรชแบรนด์เบื้องต้นจะมีความใหม่ด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ถูกออกแบบมาอย่างรวมสมัย ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัวและเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น รวมถึงกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวในช่วงที่ผ่านมาบริษัทเองก็มีฐานลูกค้าเก่าอยู่ไม่น้อย จึงยังคงสินค้ารูปแบบดั้งเดิมเพื่อตอบสอนงรักษากลุ่มผู้บริโภคดังกล่าว ให้สามารถเติบโตกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังพยายามผลักดันด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทแม่มองว่าตลาดเมืองไทยมีศักยภาพมากแห่งหนึ่ง โดยในปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดมีอัตราการเติบโต 4% และคาดการณ์ว่าอีก 3 ปีข้างหน้าเติบโตต่อเนื่องที่ 3.4% ตอนนี้โจทย์ใหญ่คงเป็นการสร้างความเข้าใจกับลูกค้าให้หนักขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารทุกช่องทางไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ บวกกับการเพิ่มสินค้าที่ถูกออกแบบมาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพราะหากยังมีเพียงแค่รูปแบบเดิมๆ ลูกค้าจะซื้อเมื่อจำเป็น แต่หากมีดีไซน์เข้ามาเพิ่ม การตัดสินใจซื้อจะเกิดจากการชอบ ส่งผลให้เพิ่มความถี่และดึงลูกค้าเข้ามาเพิ่ม &amp;nbsp;&amp;rdquo; นายเปาโล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการมีสินค้ารูปแบบใหม่เข้ามาเสริมทัพมากขึ้น ที่จะทำให้อนาคสัดส่วนภายในนร้านบาจาอาจมีแบรนด์อื่นเพิ่มกว่าเดิม จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% และที่เหลือเป็นบาจา 90% แล้ว บริษัทยังมีการปรับโฉมร้านใหม่ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นแฟล็กชิพสโตร์รูปแบบใหม่ ซึ่งกำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ยังได้รีโนเวทสาขาเดิมให้มีความสดใส และเร่งขยาย 15 สาขาใหม่ เชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าของบาจา และสร้างการเติบโตจากปีก่อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแข่งขันของตลาดจะแข่งขันราคากันอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าตามตลาดนัดหรือแม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีราคาถูก แต่ในส่วนของบริษัทคงไม่เน้นเรื่องดังกล่าว เลือกให้ความสำคัญกับสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากกว่า โดยการจะทำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา จึงต้องมีการทำตลาดและสำรวจความต้องการ เพื่อให้เข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องของคุณภาพที่ดีในราคาจับต้องได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6983</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตลาด, ธุรกิจ, บาจา, รองเท้า, สาขา, เปาโล แกรสซี, แบรนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5aceca4597d95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2018 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SCB เตรียมลดสาขาเหลือ 400 แห่ง ในปี 63 พนักงานหายวูบกว่า 10,000 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;SCB เผยตั้งเป้าลดสาขาภายในปี 63 เหลือ 400 แห่ง ลดพนักงานเหลือ 15,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค. 61 - นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าภายในปี 63 จะลดสาขาลงเหลือ 400 แห่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,153 แห่ง เนื่องจากปริมาณธุรกรรม และการใช้บริการของลูกค้าลดลง ทั้งนี้ จะมีการปรับเปลี่ยน และโยกย้ายพนักงานที่ทำงานในสาขาที่ปิดมาอยู่ศูนย์อบรม (SCB Academy) รวมถึงลดพนักงานเหลือ 15,000 คน จากปัจจุบันอยู่ 27,000 คน ซึ่งปีที่ผ่านมาพนักงานลาออกเฉลี่ยที่ 2,000-3000 คน โดยทางธนาคารไม่มีนโยบายปลดพนักงานออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของธนาคารในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการลงทุนด้านไอที 40,000 ล้านบาท โดยเป็นการทยอยลงทุน 5 ปี (59-63) ได้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้เป็นต้นไปจนถึงปี 63 มองว่าจะกระทบมากขึ้น ทั้งนี้ หากธนาคารไม่ปรับตัวในตอนนี้ และยังทำธุรกิจในแบบเดิม คาดว่าจะส่งผลเสียต่อธนาคารได้ในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคาร, พนักงาน, สาขา, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65a7e45e7d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
