<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซานตาเฟ่ ลุยต่างประเทศ สยายปีกกัมพูชาประเทศแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ซานตาเฟ่ ลุยต่างประเทศ สยายปีกกัมพูชาประเทศแรก พร้อมอยู่ระหว่างเจรจาฟิลิปปินส์ หลังพบตลาดเมืองไทยแข่งแรง ทำเลเริ่มหายาก ล่าสุดยังเปิดตัวแบรนด์ใหม่&amp;nbsp;&amp;ldquo;เหม็ง นัว นัว&amp;rdquo;&amp;nbsp;บุกร้านอาหารประเภทส้มตำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายสุรชัย ชาญอนุเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคที เรสทัวรองท์จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสเต๊กภายใต้แบรนด์ &amp;quot;ซานตาเฟ่ สเต็ก&amp;quot; เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำการเซ็นสัญญาเพื่อขายแฟรนไชส์ร้านอาหารซานตาเฟ่ สเต็ก ให้กับทางบริษัท โซเฟียร์วอร์น อินเวสเมนท์&amp;nbsp;(Sopheavorn Investment Co., LTD.)&amp;nbsp;ผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยและพื้นที่ให้เช่าในประเทศกัมพูชา เพื่อทำหน้าที่เป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ เบื้องต้นจะทำการขยาย 5 สาขาภายในปี 2563 และทำเลส่วนใหญ่จะอยู่ในพนมเปญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับปัจจัยที่เลือกประเทศกัมพูชาในการรุกต่างประเทศเป็นแห่งแรก เพราะบริษัทมองว่าการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันประชากรของกัมพูชาเองก็มีความนิยมในแบรนด์ไทยอยู่เช่นเดียวกัน โดยตลาดสเต็กของกัมพูชาจะอยู่ตามโรงแรมมากกว่าห้างสรรพสินค้าหรือพื้นที่นอกโรงแรม และเป็นแบรนด์ท้องถิ่น การเข้าไปของซานตาเฟ่จะจับลูกค้ากลุ่มระดับบีบวก ราคาจะแพงกว่าเมืองไทยที่จับกลุ่มระดับบี 25%&amp;nbsp;เนื่องจากต้องนำเข้าวัตถุดิบ ทำให้ต้นทุนค่อนข้างสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกเหนือจากประเทศดังกล่าว บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ประมาณไตรมาส 2 ของปี 2562 โดยปัจจัยของการเข้าไปทำตลาดในฟิลิปปินส์ เพราะมองว่าประชาชนชื่นชอบการรับประทานอาหารนอกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;การเปิดสาขาใหม่ในเมืองไทยยังคงดำเนินต่อไป แต่ต้องยอมรับว่าทำเลค่อนข้างหายาก พื้นที่ดีๆ ก็เต็มเกือบหมดแล้ว ทำให้เราต้องมองว่าโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ ขณะเดียวกันการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารเมืองไทยก็รุนแรง โดยในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งกำลังมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ บริษัทจึงหาโอกาสเข้าไป คาดว่าภายในปี 2563 น่าจะเปิดสาขาต่างประเทศได้ 7 สาขา พร้อมกับทำให้รายได้บริษัทเติบโตปีละมากกว่า 20% &amp;rdquo;&amp;nbsp;นายสุรชัย &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ส่วนการขยายสาขาในเมืองไทย เบื้องต้นวางไว้ประมาณ 15-20 สาขาต่อปี โดยปัจจุบันเป็นสาขาของบริษัท 55%&amp;nbsp;และอีก 45%&amp;nbsp;เป็นแฟรนไชส์ คาดการณ์ว่าอีก 3 ปี สัดส่วนจะเป็น 50:50&amp;nbsp;ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจช่วง 8 เดือนแรกมีอัตราการเติบโตมากกว่า 10%&amp;nbsp;นับว่าดีกว่าภาพรวมธุรกิจร้านอาหารที่เติบโตประมาณ 5%&amp;nbsp;บริษัทมองว่าจบปี 2561 จะมีรายได้เกือบ 1,900&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงเดือน ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา บริษัทได้ทำการเปิดร้านอาหารแบรนด์ใหม่ ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เหม็ง นัว นัว&amp;rdquo;&amp;nbsp;สาขาแรกที่แฟชั่นไอส์แลนด์ ใช้เงินลงทุนไป 10 ล้านบาท เป็นอาหารประเภทส้มตำเน้นจับกลุ่มครอบครัวและพนักงาน จะเปิดปีละ 3 สาขาต่อเนื่อง เพราะมองว่าร้านส้มตำยังเป็นประเภทของอาหารที่มีการเติบโต และได้รับความนิยมจากคนไทยอยู่เสมอ หรือมีอัตราการเติบโตสองหลัก ทำให้บริษัทสนใจที่จะรุกตลาดจริงจังนับจากนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15447</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ขยายสาขา, ซานตาเฟ่ สเต็ก, สาขาต่างประเทศ, เคที เรสทัวรองท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6fdb06b6e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
