<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชงคุมทัวร์ ภูเก็ตลุยตรวจ &#039;ท่าเรือรัษฎา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตตรวจท่าเรือรัษฎา ลุยจัดระเบียบความปลอดภัย แจงย้ายเจ้าท่าภูเก็ตเอื้อสอบสวนเหตุเรือล่ม เจ้าของฟีนิกซ์ปฏิเสธข้อหาประมาท ตร.คุมตัวฝากขังศาล ชี้ทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบท่องเที่ยวไทย ชงกม.คุมเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 11.00 น. นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นางศิรวี วาเล๊าะ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต, นายสาคร ปู่ดำ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ &amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบท่าเทียบเรือรัษฎา อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบระบบการบริหารจัดการขึ้น-ลงท่าเทียบเรือของผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว ตลอดจนการตรวจสอบท่าเทียบเรือรัษฎา ในการตรวจสอบรายชื่อจำนวนผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว รวมถึงลูกเรือที่ออกเดินทางไปยังเกาะแก่งต่างๆ ก่อนที่จะทำการปล่อยเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือรัษฎาได้มีการนำระบบคีย์การ์ด &amp;nbsp;มาใช้ในการตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารที่ขึ้น-ลงเรือในแต่ละเที่ยว และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบให้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของผู้โดยสารและลูกเรือที่จะลงเรือในแต่ละเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า กองทัพเรือได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ในการดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ และจัดเรือในศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เขต 3 รวมทั้งเรือของกองทัพเรือ ร่วมกันลาดตระเวน และอยู่ในบริเวณที่มีนักท่องเที่ยว เพื่อแจ้งเตือนภัยให้กับเรือที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ให้กลับเข้าฝั่งก่อนจะเกิดเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบท่าเทียบเรือ พบปัญหาเรือมีหลายประเภท รวมทั้งจำนวนไกด์ของเรือแต่ละลำมีจำนวนไม่เท่ากัน จะต้องมีการกำหนดมาตรฐานเรื่องไกด์ที่จะควบคุมดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึงในการอำนวยความสะดวกหรือสาธิตวิธีการปฏิบัติตน และคอยแนะนำหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการประชุมร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย และกำหนดมาตรการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์และความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเร่งด่วนในขณะนี้ จะมีการใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในการปกครองดำเนินการไปก่อนชั่วคราว ในการขอความร่วมมือหรือสั่งการในเรื่องต่างๆ โดยมีผมเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ การตรวจสอบท่าเทียบเรือ จะมีการประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานภูมิภาคสาขาภูเก็ต ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานโดยตรง หากเห็นว่าไม่ปลอดภัย จะให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตเป็นผู้สั่งงดไม่ให้เรือออกจากท่าโดยเด็ดขาด&amp;quot; พล.ร.ท.สมนึกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนรภัทรกล่าวว่า จากเหตุการณ์เรือล่มเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เข้าสู่วันที่ 11 แล้ว จึงเดินทางมาตรวจสอบข้อมูลการเข้า การลงเรือ การกลับขึ้นฝั่ง และกระบวนการปฏิบัติในการลงเรือ ซึ่งเป็นเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ ว่ามีวิธีการปฏิบัติอย่างไร โดยทางจังหวัดพร้อมด้วยทัพเรือภาคที่ 3 ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน จัดเจ้าหน้าที่ทหารเรือเข้ามาร่วมปฏิบัติงานในท่าเทียบเรือหลักๆ พร้อมทั้งจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประชุมร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรในการสร้างมาตรฐาน เนื่องจากเรือมีหลายประเภท สำหรับปัญหาในขณะนี้คือ การมีท่าเทียบเรือจำกัด &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องหารือร่วมกันว่าจะมีระบบการจัดการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตยังกล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเรือล่มที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 47 รายว่า ศพที่ 47 ที่ติดใต้เรือฟีนิกซ์นั้น เจ้าหน้าที่ทำการกู้ร่างผู้เสียชีวิตทุกวัน เพื่อต้องการนำขึ้นมาให้ได้ มีการปฏิบัติการร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและจีน หากได้ศพขึ้นมาจะนำขึ้นที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งทางจังหวัดร่วมกับกงสุลจีน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปรับศพ จากนั้นจะนำไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ขณะที่ศูนย์อำนวยการเหตุการณ์ช่วยเหลือเรือล่มจังหวัดภูเก็ตยังเปิดดำเนินการเพื่อรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ทั้งหมดจากญาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดการศพ ได้เผาศพจำนวน 39 ราย นำกลับไปประเทศจีนจำนวน 7 ศพ ส่วนการจ่ายเงินเยียวยา ดำเนินการแล้ว 29 คน เหลือเยียวยาส่วนที่เหลือรอเอกสารเพิ่มเติม ถ้าครบจำนวนจ่ายเงินทันที ส่วนการกู้เรือฟีนิกซ์ เจ้าท่ามีหน้าที่รับผิดชอบ ใช้เวลาประมาณ 15-20 วันในการกู้เรือ โดยจะมีผู้ชำนาญการร่วมดำเนินการกับเจ้าท่าอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การย้ายเจ้าท่าภูเก็ตไปช่วยราชการที่สำนักงานเจ้าท่าเขต 5 นั้น เพื่อให้มีการสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นไปโดยเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้จับกุมตัว น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล กรรมการผู้จัดการเรือฟีนิกซ์ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต โดยแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นการทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.ฉลอง และในวันที่ 16 ก.ค.นี้ จะทำการฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ส่วนช่างเครื่องเรือฟีนิกซ์ได้จับกุมเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าหากหลักฐานโยงถึงใคร ดำเนินคดีทุกคนไม่ละเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;ทัวร์ศูนย์เหรียญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-12 ก.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,268 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 58.36 ระบุว่ามีผลกระทบมาก รองลงมา ร้อยละ 17.59 ระบุว่ามีผลกระทบมากที่สุด โดยให้เหตุผลว่า ทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ สูญเสียรายได้ที่จะเข้าประเทศ และทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติถูกทำลาย, ร้อยละ 14.91 ระบุว่าไม่ค่อยมีผลกระทบ, ร้อยละ 7.96 ระบุว่าไม่มีผลกระทบเลย โดยให้เหตุผลว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย นักท่องเที่ยวให้ความสนใจสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต พบว่า ประชาชนร้อยละ 5.44 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นมากที่สุด, ร้อยละ 51.03 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นมาก โดยผู้ที่ระบุว่าเชื่อมั่นมาก-มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่าภูเก็ตมีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ดี พร้อมกับมีหน่วยงานที่เก่งและมีความสามารถ, ร้อยละ 33.99 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่น, ร้อยละ 5.91 ระบุว่าไม่มีความเชื่อมั่นเลย โดยให้เหตุผลว่า ส่วนราชการไม่มีความโปร่งใส ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.41 ระบุว่า การกระตุ้นมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 36.36 ระบุว่าการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น, ร้อยละ 33.52 ระบุว่า การปฏิบัติตนของประชาชนในการเป็นเจ้าภาพที่ดีให้กับประเทศ, ร้อยละ 32.26 ระบุว่าการจัดตั้งศูนย์ดูแลนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะให้ภาครัฐ/ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการกับทัวร์ศูนย์เหรียญ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.78 ระบุว่าออกกฎหมาย/บทลงโทษ ในการควบคุมบริษัทนำเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 31.07 ระบุว่ายึดใบอนุญาตบริษัทนำเที่ยว, ร้อยละ 27.68 ระบุว่าควบคุมจำนวนทัวร์ศูนย์เหรียญ, ร้อยละ 26.74 ระบุว่าจับ/ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ, ร้อยละ 0.71 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่ให้ดำเนินกิจการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13465</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรภัทร ปลอดทอง, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล, ศิรวี วาเล๊าะ, สาคร ปู่ดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b5d4544fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
