<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชินี&#039;เสด็จฯริ้วขบวนราบ ขบวนพยุหยาตราชลมารค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สุดปีติ! พระราชินีทรงร่วมริ้วขบวนราบคู่เคียงพระราชยานพุดตานทองในการเสด็จฯ เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; เปิดกองอำนวยการร่วมฯ ดูแลความพร้อมประชาชนรับเสด็จเยาวราช 6 ธ.ค.และพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารค 12 ธ.ค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;จะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 อันเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย ในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 พร้อมทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดริ้วขบวนราบจากพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย โดยประทับบนพระราชยานพุดตานทอง และยาตราโดยริ้วขบวนราบ ออกจากท่าราชวรดิฐมาตามถนนมหาราช ก่อนเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวังที่ประตูวิเศษไชยศรี แล้วเสด็จฯ ไปสู่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระราชยานถมอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;นำริ้วขบวนราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จะทรงพระดำเนินเข้าริ้วขบวนราบในฐานะราชองครักษ์ประจำพระองค์คู่เคียงพระราชยานพุดตานทอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรูปแบบริ้วขบวนประกอบด้วย 3 ขบวนหลัก คือ 1.ขบวนทหารเกียรติยศนำ ซึ่งมีตำรวจม้านำ วงดุริยางค์ กองบังคับการกองผสม กองพันทหารเกียรติยศนำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ประกอบด้วย เจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้ว ประตูหน้า ธง 3 ชายหักทองขวาง สารวัตรกลองมโหระทึก มโหระทึก สารวัตรกลอง กลองชนะทอง-กลองชนะเงิน ขนาบซ้ายขวา จ่าปี่ จ่ากลอง สารวัตรแตร แตรฝรั่ง แตรงอน สังข์ เครื่องสูงหน้า บังแทรก นายทหารราชองครักษ์เชิญธงมหาราช พระราชยานถมอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นำริ้วขบวนพระราชยานพุดตานทอง บังพระสูรย์ บังพระกลด พัดโบก คู่เคียงพระราชยานถม เครื่องสูงหักทองขวางหน้า กรับสัญญาณ พราหมณ์พิธีเป่าสังข์ 1 คู่ ตำรวจหลวงรักษาพระองค์นำเสด็จ นายทหารราชองครักษ์ เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ นายทหารราชองครักษ์ เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ พระราชยานพุดตานทอง พระแสงรายตีนตอง บังพระสูรย์ บังพระกลด พัดโบก อินทร์เชิญทวนเงิน พรหมเชิญทวนทอง แถวแซงเสด็จขนาบซ้ายขวา ตามหลังขบวนด้วยฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง มหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องหลัง &amp;nbsp;มหาดเล็กเชิญพระแสงสำคัญ มหาดเล็กเชิญเครื่องบรมราชอิสริยราชูปโภค ประตูหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ขบวนทหารเกียรติยศตาม อันเป็นขบวนหลัง ประกอบด้วย วงดุริยางค์วงตาม และกองพันทหารเกียรติยศตาม โดยริ้วขบวนราบเป็นรูปขบวนที่ย่อมาจากขบวนพยุหยาตราสถลมารค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กองทัพเรือโดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี จะทำการฝึกซ้อมย่อยครั้งที่ 14 ในวันที่ 4 ธันวาคม ซ้อมใหญ่วันที่ 7 ธันวาคม โดยขบวนเรือจะประดับตกแต่งเหมือนวันจริง กำลังพลฝีพายแต่งกายเหมือนวันจริง และในวันที่ 9 ธันวาคม จะเป็นการซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนวันพระราชพิธีขบวนเรือตกแต่งเหมือนวันจริง การแต่งกายชุดฝึกเหมือนวันซ้อมย่อย เริ่มซ้อมเวลา 13.30 &amp;nbsp;น. เนื่องจากระดับน้ำในเวลาดังกล่าวจะเท่ากับในวันพระราชพิธีที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธ.ค. ส่วนการฝึกซ้อมริ้วขบวนราบจะทำการฝึกซ้อมวันที่ 4 และซ้อมใหญ่เสมือนจริงในวันที่ 7 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.08 น. วันเดียวกัน ที่ห้องยุทธนาธิการ ชั้น 2 ศาลาว่าการกลาโหม กระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจร (กอร.) อย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาร่วมงาน &amp;quot;ใต้ร่มพระบารมี สดุดีพระบรมมหาจักรีวงศ์&amp;quot; ระหว่างวันที่ 6-8 ธ.ค.62 ที่ถนนเยาวราช, งานวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.62 ระหว่างวันที่ 5-14 ธ.ค.62 ณ ท้องสนามหลวง และการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 วันที่ &amp;nbsp;12 ธ.ค.62 เวลา15.30 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เน้นย้ำให้ดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนเป็นพิเศษทุกขั้นตอน ซึ่ง กอร.ก็ได้เตรียมการเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ, นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ &amp;nbsp;ที่ปรึกษากองอำนวยการร่วมด้านคมนาคม, น.อ.วศิน สระศรีดา ผู้อำนวยการกองยุทธการสำนักปฏิบัติการกรมยุทธการทหารเรือ ร่วมแถลงรายละเอียด โดย พล.ต.ท.ไกรบุญกล่าวว่าในการประชุมครั้งนี้ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรได้สอบถามถึงความพร้อมและสั่งการเพิ่มเติมให้ กอร.รับผิดชอบและดูแลประชาชน ทั้งการรักษาความปลอดภัยงานวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.62 ระหว่างวันที่ 5-14 ธ.ค.62 ณ ท้องสนามหลวง และวันที่ 6 ธ.ค.62 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีจะเสด็จฯ ไปที่เยาวราช รวมถึงวันที่ 12 ธ.ค.การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 โดย กอร.จะดูแลความปลอดภัยประชาชนทั้งทางบกและทางน้ำ รวมถึงอำนวยความสะดวกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.ท.ไกรบุญกล่าวต่อว่า สำหรับวันที่ 6 ธ.ค. กอร.โดยกองทัพภาคที่ 1 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกันวางแผนอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเข้ามาชื่นชมพระบารมีร่วมกับคนไทยเชื้อสายจีนที่เยาวราช โดยเปิดพื้นที่ตั้งแต่ถนนเยาวราชต่อเนื่องถึงวัดมังกรกมลาวาส ประชาชนสามารถเฝ้าฯ รับเสด็จบริเวณสองฟากฝั่งบนพื้นผิวจราจร โดย กอร.จะจัดเตรียมเสื่อปูรองนั่ง ส่วนวันที่ 12 ธ.ค. ประชาชนสามารถเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีสถานที่ราชการ วัด บ้านเรือนประชาชนที่จะเปิดให้เข้าชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คาดว่าจะมีประชาชนมากกว่า 1 แสนคนมาจับจองพื้นที่ เช่นเดียวกับขบวนสถลมารคพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ จากท่าราชวรดิฐเข้าประตูวิเศษไชยศรี จะเปิดให้ประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จสองฝั่งถนน ส่วนจุดคัดกรองนั้นจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและจะแจกหมวกสีเหลืองแก่ประชาชนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีข้อห่วงใยจากการคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก อยากให้เตรียมสุขภาพร่างกายให้พร้อม เนื่องจากสภาพอากาศและความแออัดจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ทั้งนี้ กอร.ได้เตรียมความพร้อมแพทย์เดินเท้าและแพทย์เคลื่อนที่ประจำจุดเพื่อให้บริการรักษาประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.วศิน สระศรีดา กล่าวว่า กองทัพเรือโดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธีได้จัดฝึกซ้อมย่อยอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังพลประจำเรือจะพายท่านกบินตั้งแต่ท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐ เป็นรูปแบบการพายที่สง่างามตามโบราณราชพระเพณีและสมพระเกียรติ โดยจะใช้เวลาเคลื่อนขบวนจากจุดเริ่มต้นถึงที่หมาย 1 ชั่วโมง 15 นาที รวมระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ขณะนี้กองทัพเรือมีความพร้อมและขั้นตอนเป็นไปตามพระราชพิธี ส่วนการฝึกซ้อมวันที่ 9 ธ.ค.จะฝึกซ้อมเวลา 13.30 น. เพราะกระแสน้ำใกล้เคียงกับวันจริงมากที่สุด โดยจะมีการตกแต่งเรือพระราชพิธีเสมือนจริง ส่วนฝีพายแต่งกายชุดฝึกซ้อม ซึ่งไม่ห่วงว่ากระแสน้ำจะเป็นอุปสรรคแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านคมนาคมกองอำนวยการร่วมฯ เผยว่า ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะจัดรถให้บริการรับส่งอำนวยความสะดวกประชาชน 19 เส้นทาง &amp;nbsp;เตรียมรถไว้ให้บริการ 221 คัน เป็นรถโดยสารปรับอากาศให้บริการฟรี 209 คัน และรถธรรมดาให้บริการชัตเติลบัสแทนเรือข้ามฟากอีก 2 เส้นทางอีก 12 คัน โดย ขสมก.จะจัดเส้นทางรถเฉพาะกิจรับส่งทุกป้าย 6 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมดจากพื้นที่. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51637</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.วศิน สระศรีดา, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, สาคร รุ่งสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de51d7b2a547.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
