<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มังคุด&#039;สลาย 38จว.ยังเสี่ยง ฝนถล่มต่ออีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เฉพาะกิจฯ ห่วงไทยยังเผชิญร่องความกดอากาศต่ำอ่าวเบงกอล ส่งผล 38 จังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก พร้อมเฝ้าระวังระดับแม่น้ำ 4 สายหลัก &amp;nbsp;&amp;quot;แม่ฮ่องสอน&amp;quot; ยังเร่งค้นหาผู้สูญหายจากน้ำป่าซัดศูนย์พักพิงชั่วคราวสบเมยอีก 6 ราย หลังพบแล้ว 2 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า ขณะนี้พายุมังคุดสลายตัวแล้ว แต่ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำที่อ่าวเบงกอล ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก 38 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาถึงปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบมีฝนตกหนักถึงหนักมากใน 18 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำไหลหลาก แบ่งเป็น ภาคเหนือ น่าน 134 มม., ลำปาง 97 มม., เชียงราย 90 มม., พะเยา 88 มม., อุตรดิตถ์ 83 มม., แพร่ 80 มม., สุโขทัย 80 มม., เชียงใหม่ 73 มม., ตาก 49 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย 78 มม., หนองคาย 61 มม. ภาคกลาง กำแพงเพชร 77 มม. ภาคตะวันออก ตราด 110 มม., นครนายก 100 มม., จันทบุรี 70 มม. ภาคตะวันตก กาญจนบุรี 53 มม., ประจวบคีรีขันธ์ 46 มม. และภาคใต้ ระนอง 90 มม. ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ฝนตั้งแต่วันที่ 20-24 ก.ย. พบภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเริ่มมีปริมาณฝนลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำ-ลำน้ำที่สำคัญที่มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งและยังมีฝนตกต่อเนื่อง ได้แก่ แม่น้ำน่าน อ.เวียงสา จ.น่าน, แม่น้ำนครนายก บริเวณ อ.องครักษ์ จ.นครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี, แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ จ.กาญจนบุรี และแม่น้ำในภาคใต้ คลองละงู บริเวณ ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล, คลองนางน้อย ต.นาโยงใต้ อ.เมืองฯ จ.ตรัง&amp;quot; ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า สำหรับอ่างฯ ขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุมและปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ จากเมื่อวานนี้ 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร 102%, เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี คิดเป็น 97%, เขื่อนนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี 94%, เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี 93%, เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก 86% ล่าสุดศูนย์เฉพาะกิจฯ เพิ่มการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา อีก 1 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 258 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 82% ปริมาณน้ำไหลเข้า 1.64 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายออก 0.17 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ไม่มาก สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำจึงยังไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง ทั้งนี้ จะมีการปรับแผนการระบายน้ำตามสภาพน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างฯ และต้องติดตามสถานการณ์ฝนในพื้นที่ จึงส่งผลให้เขื่อนเฝ้าระวังพิเศษขณะนี้มีทั้งสิ้น 6 แห่ง&amp;quot; นายสำเริงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ความคืบหน้าการค้นหาผู้ที่ยังสูญหายจากเหตุน้ำป่าไหลเข้าท่วมที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่ละอูน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นวันที่ 3 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมถึงชาวบ้านยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายและเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในศูนย์อพยพฯ หลังช่วง 2 วันที่ผ่านมาพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และยังเหลือผู้สูญหายอีก 6 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ได้จัดทีมแพทย์เข้าไปดูผู้บาดเจ็บ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมค้นหาพร้อมจัดตั้งโรงครัวจิตอาสา เพื่อประกอบอาหารให้กับจิตอาสา พร้อมกับแบ่งกำลังออกค้นหาตลอดลำน้ำ ซึ่งคาดว่าจะให้จบภารกิจภายใน 21 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขณะนี้เส้นทางจากอำเภอสบเมยเข้าไปยังศูนย์อพยพแม่ละอูนเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางช่วงมีต้นไม้ล้มขวางถนน ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 4 ชั่วโมง จึงจะเข้าไปถึง โดยภาพรวมมีผลกระทบกับบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างภายในศูนย์พักพิง 120 ครัวเรือน 684 คน แต่จุดที่เกิดเหตุเสียหายทั้งหลังเพียง 7 หลัง เสียหายบางส่วน 6 หลัง มีบุคคลไร้ที่อยู่อาศัย 49 คน ให้ไปพักอาศัยอยู่กับญาติภายในศูนย์พักพิงเป็นการชั่วคราวไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฟื้นฟูทางจังหวัดจะให้การสนับสนุนจากองค์กรเอกชนที่ดูแลศูนย์พักพิงจะเข้ามาดำเนินการ แต่คงให้สร้างอยู่ที่เดิมไม่ได้ เพราะพื้นที่เป็นไหล่เขาและติดริมน้ำ เสี่ยงต่อดินโคลนถล่มลงมา จะจัดหาพื้นที่แห่งใหม่ที่ไม่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่ม ส่วนผู้เสียชีวิต 1 คนคือ เด็กหญิงอายุ 2 ขวบ ญาติได้นำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการค้นหาผู้สูญหายอีก 6 ราย&amp;quot; รองผู้ว่าฯ จ.แม่ฮ่องสอนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17999</URL_LINK>
                <HASHTAG>สาคร รุ่งเรือง, สำเริง แสงภู่วงค์, สิริรัฐ ชุมอุปการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba2604c60b72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหนือ-อีสานตกหนักถึง19กย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; แจ้ง &amp;quot;พายุมังคุด&amp;quot; อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว แต่ยังส่งผล &amp;quot;เหนือ-อีสาน&amp;quot; มีฝนตกหนักจนถึง 19 ก.ย.นี้ &amp;quot;ศูนย์เฉพาะกิจฯ&amp;quot; เตือน 30 จังหวัดเสี่ยงเฝ้าระวัง พร้อมระบายน้ำลุ่มเจ้าพระยา-ปราจีนบุรี-บางปะกง &amp;quot;แม่ฮ่องสอน&amp;quot; เร่งค้นหา 7 ชีวิตสูญหายดินโคลนถล่มใน อ.สบเมย &amp;nbsp;&amp;quot;สตูล&amp;quot; ท่วม 4 อำเภอ ชาวบ้านกว่าหมื่นรายเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 15 เรื่อง พายุ &amp;quot;มังคุด&amp;quot; ระบุว่าเมื่อเวลา &amp;nbsp;16.00 น.ของวันนี้ (17 ก.ย.61) พายุโซนร้อนมังคุด บริเวณประเทศจีนตอนใต้ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว มีศูนย์กลางบริเวณเมืองหนานหนิง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 24.2 องศาเหนือ ลองจิจูด &amp;nbsp;106.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าในช่วงวันที่ 17-18 ก.ย.61 จะเคลื่อนเข้าปกคลุมมณฑลยูนนาน ประเทศจีน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงวันที่ 17-19 ก.ย.61 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 19-20 ก.ย.61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย.61 โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 &amp;nbsp;เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศว่า พายุไต้ฝุ่นมังคุดได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว แต่ยังทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมากมี 30 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครนายก &amp;nbsp;ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำและลำน้ำที่สำคัญในหลายพื้นที่พบมีแนวโน้มทรงตัวและลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำภาคตะวันออกและภาคใต้ ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแม่น้ำภาคตะวันออกมีระดับปานกลางถึงน้ำมาก มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่งในแม่น้ำนครนายก บริเวณ อ.องครักษ์ จ.นครนายก แนวโน้มทรงตัว แม่น้ำปราจีนบุรี บริเวณ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี แนวโน้มทรงตัว แม่น้ำบางปะกง อ.บางน้ำเปรี้ยว แนวโน้มทรงตัว อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา แนวโน้มเพิ่มขึ้น และคลองพระปรง อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว แนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนภาคใต้มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่งในคลองละงู &amp;nbsp;บริเวณ ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล คลองนางน้อย ต.นาโยงใต้ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปราจีนบุรี บางปะกง ที่ยังต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามที่ สทนช.ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำระบบชลประทานในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก ตามการคาดการณ์ปริมาณฝนที่จะตกต่อเนื่องในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกต้องปรับแผนการระบายน้ำ เพื่อแบ่งรับน้ำจากแม่น้ำนครนายก โดยให้กระทบต่อพื้นที่น้อยที่สุด รวมไปถึงการบริหารจัดการพื้นที่ทุ่งรับน้ำให้เป็นไปตามแผนด้วย&amp;quot; ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้มีสถานการณ์อุทกภัย 6 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และสตูล รวม 22 อำเภอ 66 ตำบล 317 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,565 ครัวเรือน 44,324 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.แม่ฮ่องสอน นายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย พ.อ.กิตติพงศ์ &amp;nbsp;ชื่นใจชน รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร, พ.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ปาณิกบุตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17, พ.อ.วุฒิ ปฐมเรืองกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36, พ.อ.พงศธร บุญฟู &amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 36 สำนักงานทหารพัฒนา, นายเรืองฤทธิ์ ผลดี หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินทางลงพื้นที่ศูนย์อพยพแม่ละอูน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนเลื่อนไหลทับบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ศูนย์อพยพแม่ละอูน มีนายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย พร้อมด้วยนายจรูญ จินะกัณฑ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้สูญหายที่ยังค้นหาไม่เจอจำนวน 7 คน เป็นผู้หญิง 4 คน &amp;nbsp;ผู้ชาย 3 คน พบศพแล้ว 1 ศพ เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 2 ขวบ มีผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ รพ.แม่ละอูน &amp;nbsp;จำนวน 11 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน ตรวจสอบบ้านเรือนที่เสียหายหมดทั้งหลังมี 6 หลังคาเรือน บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนและเล็กน้อยมี 8 หลังคาเรือน สิ่งที่ปลูกสร้างเป็นอาคารชั่วคราวเสียหายทั้งหลังจำนวน 5 หลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาครกล่าวว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนได้เร่งระดมค้นหาผู้สูญหายอีก 7 คน ซึ่งการค้นหาอาจจะเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีเศษไม้กองดินทับถมกันเป็นจำนวนมาก ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในความดูแลขององค์กรเอกชนที่รับผิดชอบภายในศูนย์อพยพ ซึ่งยังอยู่ภายใต้ขีดความสามารถในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของการฟื้นฟูช่วยเหลือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชุมหารือแนวทางกันต่อไปว่าจะย้ายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หรือบ้านที่อยู่ในบริเวณเสี่ยงไปอยู่จุดใหม่เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต&amp;quot; รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 19.30 น.ของวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในพื้นที่ศูนย์อพยพพักพิงชั่วคราวบ้านแม่ละอูน หมู่ที่ 1 เป็นเหตุทำให้ประชาชนผู้อพยพในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บ และยังมีผู้สูญหายยังหาไม่เจออีกจำนวน 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สตูล น.ส.สุนารี บุญชุบ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสตูล (ปภ.สตูล) กล่าวว่า ผลพวงจากพายุมังคุดส่งผลให้เกิดมีฝนตกชุกและตกหนักอย่างต่อเนื่อง จนเกิดอุทกภัยในพื้นที่ จ.สตูล จำนวน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ควนกาหลง, อ.ละงู, อ.เมืองสตูล และ อ.ควนโดน รวมพื้นที่ประสบอุทกภัย 4 อำเภอ 16 ตำบล 63 หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน 10,419 คน 2,860 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าชอร์ต 1 คน โรงเรียนได้รับผลกระทบน้ำท่วม 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านโคกประดู่, โรงเรียนอนุบาลเมืองสตูล, โรงเรียนกำแพงวิทยา และโรงเรียนบ้านย่านซื่อ ส่วนสภาพน้ำท่วมถนนสายฉลุง-ละงู ปริมาณน้ำยังคงท่วมถนนทั้ง 2 เลน แต่ยังสามารถใช้สัญจรไปมาได้ 1 ช่องทาง แต่โดยรวมการเดินทางต้องใช้ความระมัดระวัง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17821</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, พ.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ปาณิกบุตร, พ.อ.พงศธร บุญฟู, สาคร รุ่งเรือง, สำเริง แสงภู่วงค์, สุนารี บุญชุบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fb516c9577.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
