<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โคเคนพลิกคดีบอส! ทันตแพทย์ยันไม่เคยใช้/ตำรวจรอผลชัดก่อนแจ้งข้อหาเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงหน้าที่ คกก.ชุด &amp;quot;วิชา&amp;quot; สางปมไม่สั่งฟ้อง &amp;quot;บอส&amp;quot; พร้อมเสนอแนะแก้ช่องโหว่กระบวนการยุติธรรม &amp;quot;ตร.&amp;quot; เผยพบสาร 4 ชนิดในร่างกาย &amp;quot;วรยุทธ&amp;quot; รอตรวจละเอียดใช่ยาเสพติดหรือไม่ &amp;quot;ผู้การฯ เชียงใหม่&amp;quot; สั่งสอบเชิงลึกปมพยานเสียชีวิต &amp;quot;หมอฟัน&amp;quot; รักษาทายาทกระทิงแดงยันไม่เคยใช้โคเคน &amp;quot;ทันตแพทยสภา&amp;quot; ชี้เลิกใช้มากว่า 100 ปี &amp;quot;สิระ&amp;quot; เตรียมเรียกให้ข้อมูล กมธ.กฎหมายฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีคำสั่งแต่งตั้งนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง ว่า ไม่รู้จะได้ข้อสรุปจบเลยหรือไม่ แต่เขาคงจะต้องทำไปจนจบให้เสร็จภายใน 1 เดือน แต่ก็ต้องทำหลายอย่าง คือ สรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ความเป็นมา พฤติกรรมของคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยที่ไม่ไปแทรกแซงดุลยพินิจ ถ้าพบจุดอ่อนตรงไหนจะต้องบอกทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า อีกส่วนคือไหนๆ จะต้องทำเรื่องนี้แล้วต้องทำเป็นบทเรียนป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคตอีกว่าควรจะแก้อะไรตรงไหน ทั้งในส่วนอัยการ ตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม ให้ชี้แนะมาด้วย โดยในส่วนนี้จะต้องเสร็จพร้อมกันกับส่วนแรกใน 1 เดือน ซึ่งในส่วนที่สองนี้จะมีความละเอียดและยาว ดังนั้นถ้าจะต้องลงในรายละเอียดลึกต้องขอนายกฯ ให้ขยายเวลาเกิน 1 เดือน จะต้องทำให้เสร็จ หากไม่เสร็จก็บอกมา เพราะแต่ละคนมีงานราชการ แต่เราหวังว่าถ้าทำไประยะหนึ่ง เขาจะบอกเราว่าจะต้องทำอะไรต่อ เขาอาจจะสมัครใจทำต่อก็ได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการชุดนี้สามารถเรียกใครมาชี้แจงได้ แต่ในส่วนของอัยการ คำสั่งนายกฯ ไม่ได้เขียนให้ไปเรียกมา เพราะไม่สามารถทำตรงได้ แต่ใช้วิธีประสานงานขอเชิญมาได้ ส่วนตำรวจสามารถเรียกได้ เพราะนายกฯ เป็นคนดูแล อัยการนายกฯ ไม่ได้ดูแล ไม่ได้เกี่ยวข้อง และนายกฯ ไม่มีอำนาจ จึงต้องใช้วิธีประสาน เชื่อว่าถ้าประสานไปเขาก็มาเหมือนที่คณะกรรมาธิการของสภาฯ เรียกเขาก็ไป&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ต้องไปดูกระบวนการตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนเลยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า แล้วแต่คณะกรรมการจะไปกำหนดว่าจะเอาอย่างไร ต้องไว้ใจและเชื่อคณะกรรมการว่าจะสามารถไปหยิบเอาสำนวนเก่ามาว่าทำไมจึงไม่ฟ้อง ทำไมขาดอายุความ เอามาได้หมด เท่าที่ทราบเขาจะประชุมกันทุกวัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า หากมีข้อสรุปออกมาแล้วจะเปลี่ยนแปลงผลของอัยการได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ให้เขามาบอก รัฐบาลจะไม่ไปพูดอย่างนั้น ถ้าพูดเวลานี้ต้องพูดตามกฎหมายก่อน ว่าเมื่อคำสั่งนี้ได้สั่งอย่างนี้ ถือว่าเป็นคำสั่งเด็ดขาด กฎหมายใช้คำว่าอย่างนั้น ซึ่งเมื่อเป็นคำสั่งเด็ดขาดมันก็จบ ยกเว้นจะทำให้เกิด 3 อย่าง คือ 1.ผู้เสียหายสามารถไปฟ้องคดีใหม่ 2.ขอตรวจสอบเหตุผล หลักฐาน ซึ่งนั่นแปลว่าติดใจ และ 3.ยกคดีขึ้นเพื่อสอบใหม่และดำเนินการใหม่ หากว่ามีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งรัฐบาลไม่รู้หรอก เป็นเรื่องของคณะกรรมการชุดที่จะตรวจสอบว่ามีหลักฐานใหม่หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีมีพยานเสียชีวิตไปแล้ว 1 คน จะทำให้พยานหลักฐานอ่อนลงหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้จริงๆ และไม่ทราบว่าเขาไปพูดอะไรเอาไว้ คนรู้อาจจะมี แต่ตนไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ กล่าวก่อนการประชุมคณะทำงาน ซึ่งเป็นวันที่ 4 ว่า จะมีการพิจารณากันต่อตามที่วางกรอบไว้ คาดว่าภายใน 7 วันน่าจะแล้วเสร็จ ถ้ามีการแถลงวันไหน ต้องมีการนัดหมายสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ การทำงานในรูปของคณะทำงาน สิ่งที่จะเรียนต้องเป็นมติของคณะทำงานที่แล้วเสร็จในแต่ละประเด็น จะว่าไปในคราวเดียวกัน ตนเป็นหนึ่งในคณะทำงาน ไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ ได้
พบสาร 4 ชนิดในตัวบอส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวถึงกรณีมีพยานเสียชีวิตว่า เรื่องนี้ตนและทางคณะทำงานทราบจากสื่อ กรอบภารกิจในการทำงานที่อัยการสูงสุดมอบหมายคือ ดูว่าการสั่งคดีนี้เป็นไปตามข้อกฎหมายหรือไม่ เป็นไปตามระเบียบหรือไม่ มีเหตุผลในการสั่งสำนวนสอดคล้องข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ข้อกฎหมายหรือไม่เท่านั้น ส่วนพยานเสียชีวิตเป็นคนละประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า มีการตรวจสอบประเด็นสารโคเคนในตัวนายวรยุทธหรือไม่ ผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานตรวจสอบระบุว่า เราดูทุกประเด็น แต่ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ ต้องรอมติคณะทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร .ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีไม่เห็นแย้งอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อติดตามความคืบหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศตวรรษ แถลงผลการประชุมว่า ได้เชิญตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำสำนวนคดีนายวรยุทธมาซักถามเกี่ยวกับการทำสำนวนคดีดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกรอบที่วางไว้ 3 แนวทาง คือ การสอบสวนและความเห็นชั้นพนักงานสอบสวน การสอบสวนเพิ่มเติมตามความเห็นของอัยการ และตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพื่อจะพิจารณาว่าการสอบสวนที่ผ่านมา ทำไปถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ หรือมีความขาดตกบกพร่องอย่างไร นอกจากนี้ยังได้เชิญตัวแทนจากทันตแพทยสภามาซักถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โคเคนในการรักษาฟัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีเกี่ยวกับการใช้โคเคนในการรักษาฟัน จากผลตรวจร่างกายนายบอส แพทย์ยืนยันว่ามีการพบสารแปลกปลอมในร่างกาย 4 ชนิด โดย alprazolam ที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท คือส่วนสาร benzoylecgoonine และ cocaethylene ที่พบในร่างกายไม่จัดเป็นยาเสพติด แต่เป็นเมตาบอไลต์ที่เกิดขึ้นในร่างกาย ตัวสุดท้ายที่พบคือ caffeine ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ นอกจากนี้ทันตแพทย์ที่ให้การรักษานายบอสก็ได้ยืนยันว่าไม่ได้ให้ที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด แต่เพียงแค่ให้ยาอะม็อกซีซิลลิน ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะเพียงเท่านั้น หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งว่าสารที่พบเกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์หรือเกิดจากปฏิกิริยาของยาปฏิชีวนะ ถ้ามีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าสารทั้ง 2 ตัวเป็นสารเสพติด ทางคณะทำงานก็จะต้องพิจารณาเสนอให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป&amp;quot; พล.ต.อ.ศตวรรษกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบกล่าวว่า กรณีพยาน 2 คนที่มาให้การเพิ่มเติมในปี 2562 ทั้งคู่เป็นพยานเดิมที่เคยให้การไปแล้ว คนแรกคือ นายจารุชาติ มาดทอง ซึ่งเคยให้การเมื่อปี 2555 ขณะนั้นมาให้ปากคำกับตำรวจเองหลังทราบข่าว โดยมีคำให้การตั้งแต่แรก แต่ในครั้งนั้นไม่ได้ให้การเกี่ยวกับเรื่องของความเร็ว โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเร็วนั้นเป็นการสอบเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการที่มีคำสังให้สอบเพิ่มเติม ขณะที่พยานอีกคนคือ พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร ที่ให้การแล้วเมื่อปี 2558 นั้นเป็นการสอบปากคำหลังพนักงานสอบสวนได้สั่งฟ้องนายบอสกรณีขับรถโดยประมาทไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสียชีวิตของนายจารุชาติไม่ส่งผลต่อการพิจารณาของคณะกรรมการ เพราะคณะทำงานจะตรวจสอบรายละเอียดในส่วนสำนวนคดีเก่าเท่านั้น ไม่ได้สอบสวนในประเด็นใหม่เพิ่มเติม โดยชายคนดังกล่าวจะเป็นคนเดียวกับพยานในคดีและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือมีความผิดปกติใดหรือไม่ เป็นหน้าที่ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;quot; หัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบกล่าว
สอบเชิงลึกเหตุพยานตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ พนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ได้แจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต กับนายสมชาย ตาวิโน อายุ 50 ปี คู่กรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของนายจารุชาติ จนรถล้มทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้นายจารุชาติเสียชีวิต บริเวณถนนห้วยแก้ว หลังสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้พาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยนายสมชายยืนยัน ไม่เคยรู้จักกับผู้ตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิด ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุทั้งหมดก็พบเป็นอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ส่วนใครผิดใครถูกทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์อย่างถูกต้องรอบด้านที่สุด ซึ่งคนที่เฉี่ยวชนกันนี้อาจจะแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทาง? ตร.และ ผบช.ภ.5 ได้กำชับให้ตรวจสอบดำเนินการอย่างละเอียดว่าคดีที่เกิดขึ้นมีนัยอะไรหรือไม่ ซึ่งเราก็จะตรวจสอบปูมหลังของคู่กรณีทั้งหมด แล้วจะชี้แจงให้ทางประชาชนได้ทราบว่าเป็นอย่างไร โดยต้องชัดเจนรอบด้าน จะทำการตรวจเช็กให้ละเอียด&amp;quot; พล.ต.ต.พิเชษฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้การฯ เชียงใหม่กล่าวว่า จากการชันสูตรศพนายจารุชาติ เบื้องต้นนอกจากบาดแผลที่ศีรษะกระแทกกับพื้นถนน ก็ไม่มีบาดแผลอื่นใดนอกจากรถชน แต่จากหลักฐานที่เรามีทั้งจากภาพวงจรปิดก็พบว่าผู้ตายขับมาแล้วเฉี่ยวชนกับนายสมชายคู่กรณี? จนรถของนายสมชายและตัวนายสมชายไปอยู่บริเวณกลางถนน ส่วนนายจารุชาติล้มตรงจุดชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเวลาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบซักระยะหนึ่งทุกอย่างจะกระจ่างทุกปม? รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิด?ช่วงก่อนเกิดเหตุว่ามีไทม์ไลน์?ของผู้ตายเป็นอย่างไร แม้มีข้อสังเกตว่ามีรถยนต์?ตามผู้ตายก่อนมาเกิดเหตุก็ต้องดูว่าเกี่ยวโยงหรือไม่ เราไม่ได้ทิ้งประเด็นใด? รวมทั้งข้อมูล?สอบปากคำคู่กรณี?ที่ถูกเฉี่ยว?ชน?ด้วยที่เจ้าตัวก็ยืนยันชัดเจนว่าไม่ทราบ ไม่รู้จักผู้ตายที่มาชนท้าย? รวมทั้งดูหลักฐาน?ทางนิติวิทยาศาสตร์?อื่นๆ ด้วย&amp;quot; ผู้การฯ เชียงใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนศพนายจารุชาติ ญาติได้เดินทางมารับจากโรงพยาบาลนำไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในจังหวัดเชียงรายแล้ว ซึ่งญาติพี่น้องไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากเชื่อว่าเกิดจากอุบัติเหตุ ขณะที่นายสมาน วังมูล บิดาของนายจารุชาติ ที่เป็นคนเดินทางไปรับศพด้วยตัวเอง ยอมรับไม่ทราบเรื่องราวของนายจารุชาติมากนัก เพราะนายจารุชาติไปทำงานต่างจังหวัดตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น นานๆ จะกลับมาบ้าน เจอกันครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และไม่ทราบว่าไปเป็นพยานในคดีสำคัญที่สังคมจับตาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องว่า การตายของพยานคดีนายวรยุทธหากตำรวจจะเร่งสรุปสำนวนคดีว่าไม่ใช่การฆ่าตัดตอนพยาน อาจจะเป็นการเร่งสรุปคดีเร็วเกินไป เพราะยังมีข้อสงสัยหลายประการที่อาจไม่ใช่อุบัติเหตุก็ได้ หากความเป็นไปได้ของกรณีนี้อาจจะเป็นแผนลึกลับซับซ้อนหลายชั้นหลายขั้นตอนแบบการก่อวินาศกรรมในหนังสายลับฝรั่ง ที่ลงท้ายแล้วกลับตาลปัตร ขมวดปมเรื่องเกินคาดคิดหรือเกินคาดเดาอย่างนึกไม่ถึงก็ได้ ดังนั้นตำรวจเจ้าของคดีจึงอย่าเพิ่งเร่งรีบสรุปสำนวนการเสียชีวิตของพยานนายวรยุทธในครั้งนี้เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุธรรมดา เพราะประเทศไทยอะไรๆ ก็เป็นไปได้เสมอ
เลิกใช้โคเคนกว่า 100 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี นายกทันตแพทยสภา กล่าวถึงกรณีมีข่าวตำรวจให้ข้อมูลการตรวจพบสารโคเคนในเลือดของนายวรยุทธว่า ปัจจุบันไม่มีทันตแพทย์ใช้สารโคเคนจากพืชโคคาในการทำฟันแล้ว เนื่องจากประสิทธิภาพในการให้ความชาที่ไม่นาน ประกอบกับมีผลข้างเคียงกับสุขภาพของผู้ป่วย ทำให้มีความดันโลหิตสูง จนมีผลต่อการทำงานของหัวใจ จึงหันไปใช้สารสังเคราะห์ชนิดอื่นที่ให้ฤทธิ์การชา ได้แก่ ลิโดเคน, เมพิวาเคน, อะทิเคน ที่ให้การชาดีกว่า แต่มีผลข้างเคียงน้อยกับผู้ป่วย ทำให้ทันตแพทย์เลือกใช้สารนี้จนกระทั่งโคเคนไม่ถูกนำมาใช้และหายไปจากวงการทันตกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามปกติแล้วการใช้สารโคเคนในอดีตเพื่อให้ความชาในการรักษาฟันจะไม่ใช้ในปริมาณมาก แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าจะอยู่ในร่างกายได้นานแค่ไหน เนื่องจากใช้ในปริมาณน้อยมากและใช้เฉพาะจุด&amp;quot; พ.ต.ท.ทพ.พจนารถกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ตำรวจระบุข้อมูลของทันตแพทย์ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าทันตแพทย์รายใดเป็นผู้รักษา นายกทันตแพทยสภากล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้ยาก และโดยปกติทันตแพทย์จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วย ยกเว้นเป็นคดีความ ตำรวจมีสิทธิ์ในการเรียกข้อมูลมาประกอบการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพ แต่ทั้งนี้ทางทันตแพทยสภาพร้อมให้ข้อมูล และอยากขอข้อมูลจากตำรวจเพื่อช่วยตรวจสอบทันตแพทย์ที่ให้การรักษานายวรยุทธว่ามีการรักษาด้วยโคเคนจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ทพ.เผด็จ ตั้งงามสกุล อุปนายกทันตแพทยสภา กล่าวถึงกรณีการตรวจพบสารโคเคนในเลือดของนายวรยุทธว่า ขณะนี้ทันตแพทย์ที่รักษานายวรยุทธได้ติดต่อมาเป็นการส่วนตัวกับทางกรรมการทันตแพทยสภาท่านหนึ่ง ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้มีการใช้โคเคนในการรักษาฟันแต่อย่างใด เพราะคลินิกทันตกรรมหรือในวงการทันตกรรมไม่มีการใช้สารโคเคนอยู่แล้ว เพราะเป็นยาเสพติด จะมีการใช้เพียงยาชา ที่อนุญาตทางทันตกรรมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า จะเชิญทันตแพทย์รายดังกล่าวมาให้ข้อมูลหรือไม่ อุปนายกทันตแพทยสภากล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอให้เขาพร้อม และเตรียมข้อมูลการรักษา เนื่องจากผ่านมา 7 ปีกว่า แต่ที่จำได้คือยืนยันว่าไม่ได้ใช้โคเคน และก็สงสัยว่า เพราะเหตุใดจึงมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่สอบสวนบอกว่ามีการใช้สารโคเคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทันตแพทยสภาขอรอเวลาสักระยะเพื่อติดต่อและประสานในการให้ข้อมูล เนื่องจากปัจจุบันยังมีคณะกรรมการอีกชุดที่นายกรัฐมนตรีตั้ง ดังนั้นคงต้องมีหลายฝ่ายอยู่ในการดำเนินการเรื่องนี้ แต่ขอยืนยันว่าไม่มีการใช้โคเคนในวงการทันตกรรมแน่นอน&amp;quot; อุปนายกทันตแพทยสภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กล่าวว่า การใช้โคเคนในทางทันตกรรมมีการใช้ในอดีตเป็น 100 กว่าปี เพราะขณะนั้นยังไม่มียาชา แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและพัฒนาไปไกลมาก จึงไม่มีการนำสารโคเคนที่ถูกระบุว่าเป็นสารเสพติดเข้ามาใช้เกี่ยวกับทางทันตกรรม ปัจจุบันที่ใช้กันในทางทันตกรรมเพื่อเป็นยาชา จะเรียกว่า ลิโดเคน (Lidocaine) โดยปริมาณการใช้น้อยมาก ตัวยาออกฤทธิ์และหายไปในเวลาไม่เกิน 6 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้สารเสพติดทางการแพทย์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 และ 4 โดยสารออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 มีอยู่ 20 ตัว อาทิ มอร์ฟีน โคเคน โดยกลุ่มนี้จะเป็นยาที่ อย.เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ส่วนมากจะพบว่ามีการใช้ในห้องผ่าตัดเฉพาะจุด โดยเฉพาะจมูกและคอ ซึ่งที่ผ่านมา อย.จัดส่งให้สถานพยาบาล ตามการร้องขอและทำรายละเอียดว่ามีการใช้จำนวนมากเท่าไหร่ ซึ่งแต่ละปีจะมีการใช้ปริมาณ 1 กิโลกรัม โดยข้อมูลปี 2562 ครึ่งกิโลกรัม ปี 2561 มีการใช้ 0.75 กิโลกรัม และปี 2560 มีการใช้ 1.2 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันมียาชาตัวอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า มีการตรวจสอบการใช้ย้อนหลัง 10 ปีหรือไม่ ภญ.สุภัทรากล่าวว่ามี แต่ปริมาณการใช้อยู่ที่เฉลี่ย 1 กิโลกรัมต่อปี สำหรับฤทธิ์โคเคนจะออกฤทธิ์ต่อประสาทส่วนกลาง ทำให้เคลิ้ม มีผลต่อการเต้นของหัวใจ หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะและช็อกได้ หากใช้เยอะไปนานๆ จะทำให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้า
กมธ.เรียกสอบหมอฟัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรรมาธิการเตรียมเชิญทันตแพทย์ของนายวรยุทธที่ให้การกับตำรวจว่าสารเสพติดโคเคนในเลือดของนายวรยุทธเป็นสารที่ผสมอยู่ในยาชาที่ใช้รักษาฟันให้นายวรยุทธมาให้ข้อมูล เพราะอุปนายกทันตแพทยสภา และนักวิชาการภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยืนยันตรงกันยาชาที่หมอฟันใช้ในปัจจุบันที่ขึ้นบัญชียาหลักแห่งชาติคือลิโดเคน แม้จะลงท้ายด้วยเคนเหมือนกัน แต่เป็นคนละตระกูลกันกับโคเคน และปัจจุบันไม่มีหมอฟันคนใดในโลกใช้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากพบว่าข้อมูลของทันตแพทย์คนนี้เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับหลักวิชาชีพ ทันตแพทย์จะต้องรับผิดทางกฎหมายในการกระทำผิด ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ต้องหา ซึ่งกรรมาธิการจะส่งหนังสือเชิญแพทย์เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทุกคนมาให้ข้อมูลที่แท้จริง เพราะเชื่อว่าแพทย์ทุกคนยึดหลักวิชาการสากล คงไม่มีใครมีตำราส่วนตัวมาใช้ประกอบวิชาชีพได้&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงกรณีนายวรยุทธขอความเป็นธรรมจาก กมธ.กฎหมาย จนทำให้เป็นจุดเปลี่ยนสั่งไม่ฟ้องคดีว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสื่อคลาดเคลื่อนไปบางประการคือ ประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนตามคำสั่งอัยการสูงสุดที่มีคำสั่งให้สอบเพิ่มเติม ตามคำร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธ ซึ่งพนักงานอัยการมิได้นำประจักษ์พยานที่สอบเพิ่มเติมมาพิจารณา โดยมีคำสั่งให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว และเมื่อนายวรยุทธเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ กมธ.กฎหมายฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น กมธ.เชิญประจักษ์พยานที่ได้ให้การไว้แต่เดิมมาประชุมชี้แจงต่อคณะ กมธ. ไม่ได้มีประจักษ์พยานใหม่เพิ่มเติมจากที่ให้การไว้เดิมแต่อย่างใด ต่อมาวันที่ 16 ธ.ค.59 คณะ กมธ.มีมติรวบรวมผลการสอบหา และการศึกษาข้อเท็จจริงส่งให้กับพนักงานอัยการ ต่อมาพนักงานอัยการได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 14 ก.พ.2561 แจ้งผลการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับกรณีการร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธว่า อัยการสูงสุดได้พิจารณารายงานผลการศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการแล้วมีคำสั่งให้ยุติเรื่องขอความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมนั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าคณะกรรมาธิการมิได้มีอิทธิพลที่จะส่งผลให้อัยการสูงสุดเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ซึ่งโดยบทบาทอำนาจหน้าที่ของ สนช. ส.ส. ส.ว. ทำหน้าที่นิติบัญญัติ มิได้มีอำนาจไปบงการหรือสั่งการฝ่ายบริหารหรือองค์กรต่างๆ แต่อย่างใด&amp;quot; นายธานีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อพยายามขอความชัดเจนและสอบถามรายละเอียดถึงการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการหลายประเด็น ทั้งกรณีความสัมพันธ์ของทนายประจำตระกูลอยู่วิทยา และ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม หัวหน้าศูนย์วิจัยวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ การนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยาเสพติดโคเคนที่อยู่ในร่างกายของนายวรยุทธ เป็นต้น แต่นายธานีปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยระบุสั้นๆ ว่า ขอให้รอฟังผลการพิจารณาของคณะกรรมการทั้ง 3 ชุด น่าจะได้ข้อเท็จจริงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขณะนี้มีการตรวจสอบจากหลายฝ่ายที่มุ่งให้ความจริงกระจ่าง แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือการให้ความคุ้มครองพยานเพื่อให้มีความปลอดภัย ไม่มีการคุกคาม รวมถึงผู้ใกล้ชิดของพยานในคดี เพราะทั้งหมดนี้คือส่วนสำคัญที่จะทำให้เห็นถึงที่ไปที่มาของคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีนี้หากมีกระบวนการที่ไม่ชอบก็จะมีการรื้อฟื้นคดีนี้มาได้ เพื่อนำคดีให้ศาลได้พิจารณาต่อไป โดยคดีนี้สัปดาห์หน้าจะมีการเดินทางไปขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการขอเอกสารที่เป็นทางการตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เพื่อนำมาพิจารณาในรายละเอียดดำเนินการในขั้นตอนต่อไป&amp;quot; โฆษก ปชป.กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กฎหมาย, ช่องโหว่กระบวนการยุติธรรม, ทันตแพทยสภา, บอสกระทิงแดง, ยาเสพติด, สางปมไม่สั่งฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ช่องโหว่กระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f241f6596f01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
