<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าสาวใจทมิฬ สาดน้ำกรดพี่ กับหลาน2คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจจ่อขอหมายจับสาววัย 31 ปี สาดน้ำกรดใส่พี่สาวและหลานวัย 10 ขวบกับ 6 ขวบ อาการสาหัส แม่เผยปมร้าวฉานมีมาตั้งแต่เด็ก พี่เอาหม้อตีหัวน้องจนไม่พูดกัน และน้องหนีออกจากบ้าน กระทั่งเมื่อครึ่งเดือนก่อนขอมานอนด้วยก่อนก่อเหตุกลางดึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 มีนาคมนี้ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 และตำรวจ สน.ร่มเกล้า พร้อมนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นำพยานซึ่งเป็นแม่ของหญิงสาวอายุ 33 ปี ที่ถูกน้องสาวบุกสาดน้ำกรด เข้าชี้จุดเกิดเหตุภายในห้องพักเลขที่ 330/28 ย่านร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. โดยยังมีร่องรอยคราบสารเคมีทั้งที่พื้นห้องและผ้าห่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นางศรี (นามสมมุติ) ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ณ สำนักงาน ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ขอให้ช่วยเหลือลูกสาวคือ น.ส.บาย (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี พร้อม ด.ช.ที (นามสมมุติ) อายุ 10 ปี และ ด.ญ.บี อายุ 6 ปี (นามสมมุติ) ที่ถูกลูกสาวคนที่สองของตนสาดน้ำกรดเมื่อกลางดึกวันที่ 4 มี.ค.63 โดยที่ไม่รู้สาเหตุ ขณะนี้ทั้ง 3 คนเข้ารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสิรินธร อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนตัวของผู้กระทำ หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศรีเล่าว่า ห้องที่เกิดเหตุอาศัยอยู่ 4 คน มีตน ลูกสาวคนโตและหลานอายุ 10 และ 6 ปี ส่วนลูกสาวคนรองที่ก่อเหตุหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่อายุ 18 ปี และไม่ได้ติดต่อกัน กระทั่งอายุ 21 ปีจึงติดต่อกลับมา จากนั้นก็มีการติดต่อกันบ้าง กระทั่ง 15 วันก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวคนรองมาขอพักอยู่ด้วย บอกจะมาหางานทำ ต่อมากลางดึกวันที่ 4 มี.ค. ได้ยินเสียงลูกสาวคนโตและหลานอีกสองคนกรีดร้อง จึงตื่นมาดู พบว่าทั้งสามคนถูกสาดด้วยน้ำกรดตามร่างกายและใบหน้า จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการซักถามลูกสาวทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือน้องสาว โดยช่วงหัวค่ำเห็นถือขวดแก้วคล้ายขวดนมเปรี้ยว และขนมเข้ามาในห้อง ยอมรับว่าลูกสาวมีปัญหากัน ไม่พูดกันมาตั้งแต่เด็ก เพิ่งรู้สาเหตุมาจากลูกสาวคนโตเอาหม้อไปตีหัวลูกสาวคนรอง ทำให้ทะเลาะกัน ไม่พูดกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นสาเหตุให้ลูกสาวคนรองก่อเหตุสาดน้ำกรดหรือไม่ พร้อมขอตำรวจช่วยตามจับลูกสาวคนรอง เพราะอยากรู้สาเหตุและรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางปวีณาและ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ยังได้เข้าเยี่ยมและสอบปากคำหญิงอายุ 33 ปี ถูกน้องสาวสาดน้ำกรดด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางปวีณาเปิดเผยว่า หลังนางศรีเข้าร้องขอความช่วยเหลือ ทางมูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจคนในครอบครัว และกระทรวงยุติธรรม ช่วยดูแลเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม รวมถึงเร่งรัดให้ตำรวจติดตามตัวผู้ประทำผิดมาดำเนินคดี ส่วนอาการของหญิงอายุ 33 ปี ขณะนี้ยังสาหัส แผลจากการถูกสาดน้ำกรดตามร่างกายยังแฉะ ยังกังวลแผลที่ตาข้างซ้าย ส่วนลูกอีก 2 คน วัย 10 ปี อาการดีขึ้น ส่วนอายุ 6 ขวบยังสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.รัฐศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้บาดเจ็บ แพทย์ พยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอศาลอนุมัติออกหมายจับนางสาวธนพร อายุ 31 ปี ผู้ก่อเหตุ ในข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากสภาพบาดแผลรุนแรง ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59190</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมร้าวฉาน, สาดน้ำกรด, สาวใจทมิฬ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e64f7dd99553.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทุนประกันสังคมจ่ายเงินทดแทน กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตจากเหตุน้ำกรด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีนางสาวช่อลัดดา อายุ 38 ปี ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ถูกสาดน้ำกรดเข้าบริเวณร่างกาย ญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากพบว่าสิทธิการรักษาประกันสังคมอยู่ที่โรงพยาบาลบางมด และผู้ประกันตนทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตต่อมา ทางสำนักงานประกันสังคมโดยคณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นฯ (หรือเงินค่าเยียวยาทางการแพทย์) เป็นจำนวน 360,000 บาท และจากกองทุนประกันสังคมเป็นค่าทำศพ 40,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 72,720 บาท เงินชราภาพ 119,455.92 บาท รวมเป็นทั้งสิ้น 592,175.92 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงการให้ความช่วยเหลือทายาทเหยื่อถูกสาดน้ำกรด เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ตนได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า นางสาวช่อลัดดาฯ อายุ 38 ปี ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ถูกสาดน้ำกรด เข้าบริเวณร่างกาย ญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากพบว่าสิทธิการรักษาประกันสังคมอยู่ที่โรงพยาบาลบางมด และผู้ประกันตนทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งจากการรวบรวมข้อเท็จจริงของกระบวนการให้การรักษาพิจารณาแล้วเห็นว่าโรงพยาบาลให้การรักษาแก่ผู้ประกันตน ในลักษณะไม่เหมาะสมแก่เหตุในกรณีฉุกเฉิน สำนักงานประกันสังคมจึงได้ทำการรวบรวมข้อเท็จจริงของกระบวนการให้การรักษาส่งเข้าอนุกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กองทุนประกันสังคม เพื่อพิจารณาช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตนที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 เห็นชอบให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นฯ (หรือเงินค่าเยียวยาทางการแพทย์) เป็นจำนวน 360,000 บาท ซึ่งในวันนี้ (26 พ.ย.61) ตนได้มอบเงินให้แก่ นางทองอาด ทาระวัน ซึ่งเป็นมารดา เป็นทายาทที่มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมเป็นค่าทำศพ 40,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 72,720 บาท เงินชราภาพ 119,455.92 บาท รวมเป็นทั้งสิ้น 592,175.92 บาท ในการนี้ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และกำชับให้สำนักงานประกันสังคมกำกับดูแลสถานพยาบาลในสังกัดให้ดำเนินการดูแลรักษาผู้ประกันตนทุกคนตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ซึ่งหากลูกจ้างประสบอันตราย กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคมมีกองทุนประกันสังคมให้การดูแลลูกจ้างในระบบให้ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม หากลูกจ้างมีปัญหาข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา/ ที่ท่านสะดวก หรือโทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, กองทุนประกันสังคม, ประกันสังคม, ผู้ประกันตน, พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว, สปส., สาดน้ำกรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfce949f086b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
