<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เล็งงัดม.112ฟันม็อบ นายกฯห่วงความรุนแรงขยายตัวลั่นบังคับใช้กม.ทุกมาตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ออกแถลงการณ์จะเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราทุกตัวให้เข้มข้นจัดการม็อบ ชี้เพราะสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขยายตัว &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; รับพร้อมงัดมาตรา 112 จัดหนักหากองค์ประกอบครบ ประเดิมชุมนุมวันที่ 21 และ 25 พ.ย. &amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; ชี้เป็นประกาศสงคราม เล็งยกเพดานการต่อสู้ทางสันติวิธี เพนกวินบอกสาดสีเป็นศิลปะต่อสู้แบบสันติ &amp;ldquo;เด็กก้าวไกล&amp;rdquo; พล่านซัดแถลงการณ์เฮงซวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากสถานการณ์การชุมนุมในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลและทุกฝ่ายกำลังร่วมกันหาทางออกโดยสงบและสันติบนพื้นฐานของกระบวนการตามกฎหมาย และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มีท่าทีที่จะบรรเทาลง แม้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ใช้ความพยายามปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดำเนินการต่างๆ ตามหลักสากลด้วยความระมัดระวัง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรักษาบรรยากาศของความรักความสามัคคีปรองดองของทุกคนในชาติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสำคัญ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีนัก และมีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งนำไปสู่ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อาจเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง รวมทั้งความสงบสุขปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป
&amp;ldquo;รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติ โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด ฝ่าฝืนกฎหมาย เพิกเฉยต่อการเคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยจะดำเนินคดีต่างๆ ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่สอดคล้องกับหลักการสากล จึงขอแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน&amp;rdquo; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์นายกฯ ว่าเพื่อให้สถานการณ์ภายในประเทศเกิดความสะดวกเรียบร้อย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลผ่อนคลายมาตรการในหลายส่วนแล้ว แต่การชุมนุมที่เกิดขึ้นไม่ได้ชุมนุมโดยสงบเหมือนที่กล่าวอ้าง และมีแนวโน้มว่าหลังจากนี้จะมีผู้ที่เห็นต่างออกมาชุมนุมกันมากขึ้น จนนำไปสู่การเผชิญหน้าเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไประงับเหตุ และดูแลผู้บาดเจ็บ ดังนั้นเพื่อให้สังคมกลับมาสู่ความสงบโดยเร็ว เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการแล้วไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ส่วนการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจคงชี้แจงออกมา ก็ขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า บางฝ่ายออกมาระบุแถลงการณ์ดังกล่าวเหมือนข่มขู่ผู้ชุมนุม นายอนุชาตอบว่า ไม่ใช่ข่มขู่ แต่แถลงการณ์ที่ต้องการให้สังคมกลับมาสงบโดยเร็ว ไม่กระทบกับคนโดยรวมที่อาจไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม รัฐบาลไม่มีเจตนาข่มขู่ เพียงแต่ต้องการให้เหตุการณ์เกิดความสงบโดยสันติภายใต้กรอบกฎหมายเท่านั้น
พร้อมใช้มาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียดแถลงการณ์ แต่เชื่อว่านายกฯ ถอยมาทุกก้าวแล้ว โดยใช้ช่องทางต่างๆ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับไม่ยอมรับและละเมิดกฎหมายมากขึ้นเรื่อยๆ และส่อความรุนแรงขึ้น ซึ่งการจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดอย่างไรนั้น ในข้อกฎหมายมีการระบุไว้แล้วว่าจะดำเนินคดีกับใคร ต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบความผิดนั้นๆ&amp;nbsp; รวมถึงการนำมาตรา 112 มาใช้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและเจตนาของผู้กระทำ หากกระทำความผิดก็นำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หากเข้าองค์ประกอบความผิดใดตำรวจก็ดำเนินคดีทุกกรณี
&amp;ldquo;ตำรวจไม่กังวลที่จะนำมาตรา 112 กลับมาใช้อีกครั้ง เพราะเป็นไปตามหน้าที่ และยืนยันว่าตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับกลุ่มใด&amp;rdquo;พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะยังกล่าวถึงความรุนแรงที่แยกเกียกกายว่า ตำรวจมีข้อมูลทราบว่ามีชายสวมใส่เสื้อกันฝนสีชมพู ซึ่งคาดว่าจะเป็นการ์ดของกลุ่มราษฎร เป็นผู้นำอาวุธปืนเปิดฉากยิงใส่กลุ่มประชาชนที่ปักหลักชุมนุมที่ถนนทหารก่อน ส่วนจะฝึกฝนมาหรือไม่ อยู่ระหว่างสืบสวน รวมทั้งหลักฐานปลอกกระสุนที่ตกในที่เกิดเหตุ โดยพนักงานสอบสวนจะเก็บพยานหลักฐานดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การชุมนุมโดยมิชอบ และร่วมกันตั้งแต่ 10 คนเป็นต้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง รวมถึงทำร้ายร่างกาย และทำให้สูญเสียทรัพย์สิน ส่วนกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมที่ผิดเงื่อนไขการให้ประกันนั้น พนักงานสอบสวนเตรียมพิจารณาเสนอให้ศาลเพิกถอนประกันตัวแกนนำทั้งหมดที่ผิดเงื่อนไข และเตรียมเสนอศาลกำหนดห้ามแกนนำเข้าพื้นที่ที่มีการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตำรวจมีความพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 21 และ 25 พ.ย. โดยจะเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น&amp;rdquo;พล.ต.ต.ปิยะระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. นำสื่อมวลชนลงสำรวจความเสียหายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรสาดสีใส่ป้ายด้านหน้าและบริเวณโดยรอบ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 พ.ย. โดยพบว่ามีกล้องวงจรปิดถูกพ่นสีทับ 13 ตัว ป้ายชื่อ ตร. กำแพง และโคมไฟที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน ซึ่ง ตร.มอบหมายให้ตำรวจสันติบาลแจ้งความเอาผิดแล้ว และยังมีตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ปฏิบัติหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกขว้างปาสิ่งของจากข้างนอก 3 ราย ซึ่งแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวันเช่นกัน รวมทั้งยังมีรถตำรวจของ สน.สุวินทวงศ์ ถูกพ่นสเปรย์และเจาะยางเสียหาย 1 คันด้วย ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่า
&amp;ldquo;การชุมนุมเป็นสิทธิตามกฎหมาย แต่ขอให้ชุมนุมโดยสันติ ไม่ใช่การทำลายทรัพย์สินราชการที่มาจากภาษีประชาชนทั่วประเทศ&amp;rdquo; พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงการเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ใส่ร้ายนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านช่องทางโซเชียลฯ ว่าขณะนี้มีการกล่าวหาใส่ร้ายนายชวน โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และช่องทางอื่นๆ ว่าเป็นคนสั่งการและสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายประชาชนในการชุมนุมหน้ารัฐสภา ซึ่งไม่เป็นความจริง นายชวน จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย โดยได้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจให้ตนเองในฐานะทนายความไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
&amp;ldquo;มีทั้งคนที่กระทำผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ได้ขู่ และไม่ได้ห้ามวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน แต่ควรวิจารณ์ตรงไปตรงมา ตรวจสอบให้เต็มที่ แต่ถ้าบิดเบือนใส่ร้ายด้วยความเท็จ ช่องทางที่จะระงับสิ่งเหล่านี้ได้ คือใช้กระบวนการกฎหมายดำเนินการให้ถึงที่สุด&amp;rdquo; นายราเมศระบุ
&amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo;อัดม็อบถ่อย
ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเป็นพฤติกรรมที่เลว ถ่อย นี่หรือคือการชุมนุมโดยสันติอหิงสา แต่เป็นความก่อจลาจล ยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าปราบปราม โดยผู้ชุมนุมคาดหวังอยากให้มีคนตาย เพราะจะใช้ศพมาเรียกร้องประชาธิปไตยและโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่
&amp;ldquo;ขอฝากไปถึงบรรดาผู้ปกครองทั้งหลาย ว่าการชุมนุมในตอนนี้เห็นได้ชัดแล้วว่าไม่ปลอดภัยอย่างมาก เพราะฉะนั้นหากบุตรหลานของท่านเกิดบาดเจ็บ ขอให้อย่าออกมาเรียกร้องทีหลัง เพราะในเมื่อท่านไม่สามารถดูแลบุตรหลานของท่านได้ ก็คงไม่มีใครดูแลแทนท่าน&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา กล่าวว่า ปัจจุบันต้องช่วยกันพิจารณาว่าผู้ชุมนุมได้เดินมาถึงจุดที่พ้นความชอบธรรมในการเรียกร้องทางการเมืองไปแล้วหรือไม่ เพราะจากการติดตามหลายช่องทาง ฟังความเห็นจากหลากหลายผู้คน ซึ่งมีข้อชวนคิดว่าการปราศรัยของแกนนำบนเวที และที่เขียนชี้นำผ่านโซเชียลฯ รวมถึงคนที่อยู่เหนือแกนนำที่โพสต์ชี้นำ ยุยงมีการดูหมิ่นจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศ์อันเป็นที่เคารพรักของคนไทยทั้งมวล ทำให้ค้นพบสิ่งที่ทำมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน เป็นการทำลายสถาบัน มิใช่การปฏิรูปหรือการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเคารพ สร้างสรรค์ หวังดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่กำลังทำหาใช่หนทางของการสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคม ประเทศชาติหรือตัวเองไม่ แต่กำลังพาเด็กดีๆ ทั้งหลายเดินเข้ารกเข้าพง สิ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังทำกันอยู่ผิดทั้งกฎหมาย ผิดทั้งสำนึกของความเป็นคน และกำลังจะก้าวข้ามเส้นที่ไม่ควรจะเดินข้าม&amp;rdquo; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ขอฝากอนาคตของชาติไว้กับพวกเขาในสิบยี่สิบปีข้างหน้า ผู้นำที่ยืนพูดหรือนั่งเขียนให้ความเชื่อแก่เด็กหนุ่มสาวว่า คนที่อยู่ตรงข้าม ไม่เกินยี่สิบปีก็แก่ตายหรือหมดปัญญาขวางทางแล้ว พวกเราต้องอดทนรอได้ อาจจะจริงอย่างที่ว่าก็ได้ หรืออาจจะมีเด็กหนุ่มสาววัยเดียวกันที่เขามีภูมิคุ้มกันจากการเรียนรู้ด้วยสติและปัญญา บวกกับครอบครัวที่เข้มแข็ง ยืนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้สังคมไทยก็ได้ อีกสิบปียี่สิบปีข้างอาจเป็นพลังใหม่ของสังคมไทยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงแถลงการณ์นายกฯ ว่า การที่รัฐใช้หลักนิติศาสตร์ในการแก้ปัญหา อาจไม่สามารถตอบโจทย์ในปัจจุบันได้ จำเป็นต้องเอาหลักรัฐศาสตร์เข้ามาแก้ไขร่วมด้วย การใช้แต่หลักนิติศาสตร์อาจทำให้เกิดวิกฤติที่มากขึ้น และการบอกว่าจะให้กฎหมายทุกมาตราทุกฉบับไม่ชัดเจนว่าเป็นมาตราไหน และเรื่องใดย่อมนำไปสู่ความกังวลของผู้ชุมนุมได้
ซัดแถลงการณ์เฮงซวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า เป็นแถลงการณ์ที่เฮงซวย ที่สมกับที่ออกมาจากรัฐบาลเฮงซวย ดื้อตาใส พูดได้โดยไม่อายปากหรือละอายแก่ใจว่าที่ผ่านมาดำเนินการด้วยความจริงใจ แต่ความจริงคือซ่อนความเหี้ยมโหดอำมหิตบิดเบือนความจริงเพียงเพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตามถนัดของผู้นำเผด็จการที่ความกลัวกำลังเข้าตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอถามชัดๆ ตรงนี้เลยว่า จะอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อใช้มาตรา 112 ด้วยใช่หรือไม่ ขอเตือนว่าการนำความจงรักภักดีมาผูกไว้กับความล้มเหลวของรัฐบาลเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งต่อสถาบันเอง นี่ไม่ใช่ท่าทีของคนที่จริงใจทั้งต่อประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์เลย แต่เป็นนิสัยของเผด็จการขี้ขลาดที่ต้องการไล่ล่าจัดการกับประชาชนที่เห็นต่าง คิดต่าง&amp;rdquo; นายณัฐชากล่าว และว่า อย่าดันทุรังแล้วผลักประชาชนให้หมดหนทางเช่นนี้ สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดสงบลงได้แค่ลาออก ดีกว่าการประกาศทำสงครามกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ทวีตข้อความว่า การประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา ซึ่งรวมถึง 112 ด้วยของนายกรัฐมนตรี เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาด มีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะการบังคับใช้ 112 เท่ากับรัฐบาลดึงให้สถาบันกษัตริย์เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ไม่มีข้อดีอะไร มีแต่เสียกับเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือเดียร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ทวีตเช่นกันว่า พล.อ.ประยุทธ์แถลงเท็จอย่างมหันต์ ในความเป็นจริงรัฐบาลไม่เคยจริงใจในการแก้ปัญหา เห็นได้จากการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย. และใช้เสียงข้างมากรัฐสภาโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์อย่างไร้เยื่อใยต่อประชาชน หวังคงไว้ในอำนาจและสืบทอดอำนาจของตนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงแถลงการณ์ว่า การประกาศขึงขังจะใช้ทุกมาตรานั้น รวมความแล้วว่าจะใช้มาตรา 112 แต่มาตรานี้ นายกฯ บอกว่าในหลวง ร.10 มีพระราชประสงค์ไม่ดำเนินคดีกับใคร หากย้อนอดีตแล้ว มาตรา 112 ถูกนำไปเป็นเครื่องมือแจ้งความขจัดฝ่ายตรงข้ามมาตลอด รวมทั้งสิ่งที่ไม่ได้อธิบายความว่าไม่ให้ใครไปฟ้องร้องกันเองได้นั้น แต่สิ่งที่ยังดูอยู่คือ ให้อำนาจอัยการสูงสุดไปฟ้องร้องได้ เพื่อป้องกันคนอื่นใช้ไปทำลายกันอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อนายกฯ ประกาศเช่นนี้ จึงหนีตัวเองไม่พ้น เพราะเรื่องทั้งหมดมาจากตัวท่านเอง แต่ที่ผ่านมานายกฯ มีโอกาสมากมาย ซึ่งการพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ เพื่อลดความแตกแยกความขัดแย้ง ถ้าสภาให้โอกาสรับไปก่อนแล้วสถานการณ์จะคลี่คลายตามลำดับ&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
ยกเพดานสู้สันติวิธี!
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร ล่าสุด นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ประยุทธ์ประกาศรบกับประชาชน สำหรับข้าราชการที่ยังไม่เลือกข้าง ท่านต้องเลือกแล้วว่าจะอยู่กับอดีตหรือสร้างอนาคตไปพร้อมกับพวกเรา จะให้ความรุนแรงทั้งทางกฎหมายและทางกายภาพใดๆ กับผู้ชุมนุมก็เชิญตาม แต่ความชั่วช้าของพวกท่าน พวกเรายืนยันสันติวิธีขั้นสูงสุดในการต่อสู้ครั้งนี้ และพร้อมจะยกเพดานการต่อสู้ทางสันติวิธีแบบที่เคยยกเพดานด้านข้อเรียกร้องเช่นกัน ขอให้เพื่อนร่วมขบวนราษฎรเตรียมรับความชั่วช้าของประยุทธ์กับพวกให้พร้อม เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน และดูแลจิตใจให้เข้มแข็ง มุ่งมั่น ต่อสู้เพื่อสังคมใหม่ของเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ทวีตข้อความว่า สาดสีพ่นสีถือเป็นสันติวิธี เพราะการใช้ศิลปะแสดงสัญลักษณ์ไม่ได้ทำให้ใครบาดเจ็บล้มตาย ถ้าแค่พ่นสียังถือว่ารุนแรง ก็ไม่รู้แล้วว่าโลกนี้เหลืออะไรบ้างที่เรียกว่าสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊กนักเรียนเลวโพสต์ว่า ถ้าสภาผู้แทนราษฎรรับบทไดโนเสาร์ ไม่รับ ไม่รู้ ไม่เปลี่ยนแปลง นักเรียนอย่างเราก็จะเป็นอุกกาบาตพุ่งชนความล้าหลังของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เมื่อเรียกร้องเรื่องการศึกษาแล้วไดโนเสาร์ไม่รับฟัง เจอกันราชประสงค์ 21 พ.ย. นี้ นักเรียนจะพูดทุกเรื่อง ทุกเรื่องที่ไดโนเสาร์ไม่อยากฟัง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มอาชีวะเพื่อนประชาธิปไตยและกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตยโพสต์ว่า ขอแสดงการอริยะขัดขืนต่อการกระทำต่อเหตุการณ์ในม็อบเมื่อวาน ที่มีจาบจ้วงอย่างรุนแรง โดยในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ทั้งสองกลุ่มอาชีวะขอความร่วมมือโปรดอย่าแสดงสัญลักษณ์ทั้งสอง ส่วนท่านใดจะไปร่วมชุมนุมก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ เมื่อเหตุการณ์การดูหมิ่นจาบจ้วงเบาบางไปจากม็อบ อาชีวะทั้งสองกลุ่มนี้จะเข้าร่วมชุมนุมครั้งต่อๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นต่างๆ นั้น ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กถึงม็อบว่า เกินจะทนจริงๆ เลวกว่าเป็นมนุษย์ที่บอกตัวเองว่าเป็นคนไทย อิสรภาพ และเสรีภาพ เกินขอบเขตไปกันใหญ่แล้ว ถึงขนาดเขียนข้อความสาปแช่งสถาบัน มาตรา 112 ควรนำออกมาใช้ได้แล้ว ก่อนที่จะเหลิงกันมากไปกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ม็อบมาไกลเกินไปแล้ว? จาบจ้วงใส่ร้าย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพทุกครั้ง ทำร้ายความรู้สึกของคนไทยทุกคน ม็อบ?เหิมเกริมเกินกว่าจะรับได้? นี่คือความตั้งใจล้มล้างสถาบัน? อย่าปล่อยให้กระทำผิดรายวัน? โดยรัฐไม่จัดการ? ผู้คนกำลังอึดอัด? เบื่อหน่าย? และกำลังจะหมดความอดทนกับมาตรการและความใจเย็นของรัฐบาล? เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมาย? นี่คือความผิดตามมาตรา? 112? ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ? หากไม่ดำเนินการถือว่า?ละเว้นการ?ปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ว่า สิ่งที่คนในม็อบจำนวนหนึ่งแสดงออกผ่านการพ่นสีเมื่อวันที่ 18 พ.ย. แทบไม่ต่างจากการแสดงออกของปีศาจในร่างคน ซึ่งบาดความรู้สึกของคนจำนวนมากที่จงรักภักดี&amp;nbsp; ซึ่งทางการต้องตัดสินใจใช้มาตรา 112 ดำเนินคดีกับแกนนำม็อบและพวกหัวโจก
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟชบุ๊ก &amp;quot;ศรีสุวรรณ จรรยา&amp;quot; ระบุว่า ม็อบสถุลไปที่ไหนทำเลอะเทอะเปรอะเปื้อนที่นั่น ถ้าอนาคตปล่อยให้ไปบริหารประเทศ คงต้องไร้ชาติ สิ้นแผ่นดินไทย เอาไปขังคุกดัดสันดานเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ระบุว่า อย่าใช้มาตรา 112 กับการชุมนุมทางการเมืองโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการขัดพระราชประสงค์ที่ไม่ต้องการให้ใช้กับประชาชน ตามที่นายกฯ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2563 หากมีการบังคับใช้จะเป็นการละเมิดพระราชดำรัสโดยตรง และทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า หากยังมีการชุมนุม ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลและรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน หากการชุมนุมขาดความชอบธรรม หรือทำความเดือดร้อนให้คนส่วนใหญ่ ผู้ร่วมชุมนุมก็จะลดลงและจะไม่ได้รับการสนับสนุน แต่รัฐบาลต้องไม่ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งหรือมองอีกฝ่ายเป็นศัตรู.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84432</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคับใช้กฎหมาย, บังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา, ม. 112, มาตรา 112, สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขยายตัว, สาดสีเป็นศิลปะต่อสู้แบบสันติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb67a088c9e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
