<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กกปปส. ไม่เอาแล้ว &#039;มายากล&#039; ฉากใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 - นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.จังหวัดตรัง&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำกปปส. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มายากล..ฉากใหญ่ กำลังจะกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทักษิณ..โทนี่&amp;hellip;และ ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๐ ปี ผ่านไปไวเหมือนโกหก&amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไลน์แมนแก่หงำเหงือกจากเมืองกรุง กลายเป็นมหาเศรษฐีโดยใช้วิธีนี้!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อื้อฉาว!หญิงวัย 58 มีใบหน้าเหมือนเด็ก นี่คือสิ่งที่เธอทำตอนกลางคื&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉากแรกของเรื่องราวสยามประเทศ จุดเริ่มของสถานการณ์วันนี้ คือ ปี ๒๕๔๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องราวของเศรษฐีนายทุนที่ประกาศพร้อมช่วยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สร้างพรรคแนวใหม่ พร้อม แนวคิดประชานิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจบลงด้วย ประโยคที่ว่า เราต้องช่วยคนที่เลือกเราก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมพ่วง ทุจริตเชิงนโยบาย ขายบริษัทกำไรมโหฬารโดยไม่เสียภาษี ด้วยการใช้อำนาจการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก้กฎหมาย แทรกแซงสื่อและองค์กรตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีคนคิดต่าง&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้วิธีการสร้างมวลชน ที่แฝงด้วยกองกำลังยืนทะมึนดำมืดข้างหลัง ข่มขู่คนต่างพวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กฎหมายทำงาน ฉากนี้ ถูกพิพากษายึดทรัพย์และต้องติดคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนต้องหนีไปเลียแผลต่างแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จบฉากแรก ด้วยการยึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลลัพธ์ของมายากลฉากนี้คือ นักมายากลรวย ประชาชนจนเหมือนเดิม ประเทศมีแผลขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉากสอง ปี ๒๕๕๔ เริ่มด้วยน้องสาวที่เป็นนอมินีเลือดสีเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สร้างฉากผู้หญิงผู้นำ นารีขี่ม้าขาว ( ฝีมือสื่อในเครือข่ายเจ้าเก่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจบลงด้วย ทุจริตจำนำข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่วง กฎหมายนิรโทษกรรม ลบล้างข้อผิดพลาดฉากแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเผชิญมวลชนต่อต้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มมวลชนดั้งเดิมและกองกำลังทะมึนดำออกทำงาน จนมีคนเจ็บเด็กตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จบฉากสองด้วยการยึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลลัพธ์ของมายากลฉากนี้คือ มีนักล้างมายากลเจ้าเก่าอาสาสร้างความหวังและจะลบรอยแผลขัดแย้งในประเทศ ขณะที่ประชาชนจนเท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉากสาม กำลังเริ่มต้น ปี ๒๕๖๔ ( ลงท้ายด้วย ๔ อีกแล้ว )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ นักมายากลเจ้าเก่า เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ใช้เครือข่ายสื่อในอุ้งมือเจ้าเก่าขยายผล ให้ดูใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยจังหวะ ที่คนอาสามาล้างฉากมายากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มทำให้คนสับสนว่า ตกลงจะมาล้างฉากแหกตาเก่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือจะสวมรอยเป็นนักมายากลเจ้าใหม่แหกตาประชาชนแทนคนเก่าเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมรอยแผลขัดแย้งไม่หาย แต่เพิ่มรอยร้าวใหม่ๆซ้ำเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิหนำซ้ำผลจาก สงครามไวรัสล้างโลก ทำให้คนจนกว่าเดิม&amp;hellip;นายทุนรวยกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉากมายากล ฉากใหญ่กำลังเริ่มต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจมตีคนอาสามาล้างฉาก สร้างฉากใหม่ไฉไลกว่าเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฮ้ยยยยย!!!!! ประชาชนอย่างเราๆ ที่ตายไปก็มี บาดเจ็บพิการก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะอยากให้ประเทศนี้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะถูกแหกตาอีกรอบมั้ย&amp;hellip;..เนี่ยยยยยยยย!!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังอย่างเดียวตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครมีอำนาจตอนนี้ ทำงานเถอะ ทำให้ประชาชนจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก้ปัญหาสารพัดให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล้างคนรอบตัวที่เริ่มเล่นมายากลเก่งขึ้นแล้วออกไปซะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สร้างความเชื่อมั่น&amp;hellip;..ด้วยการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำลายฉากมายากลด้วยของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่งั้น มายากลฉากใหญ่ จะกลับมาหลอกหลอนประเทศไทย เป็น เด จา วู
อีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เอาแล้วววววววววววววววววววววว!!!!!!!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111592</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., การเมือง, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103506a1e3b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ส.ส.สาทิตย์ โอด &#039;เขาหาว่าผมเป็นกบฏ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ. 64 - นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในจำเลยคดีกบฏ กปปส. ได้โพสต์ข้อความถึงคดีดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาหาว่าผมเป็น &amp;ldquo; กบฏ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าวันนี้สื่อมวลชนหลายสำนักลงข่าว ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดี การชุมนุมของ กปปส.ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ หลังจากเวลาชุมนุม ในเดือนตุลาคม 2556 ถึง พฤษภาคม 2557 กว่า 7 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้มีจำเลยจำนวนทั้งสิ้น 39 คน ผมเป็นจำเลยที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนอาจจำเหตุการณ์ได้ แต่หลายคนอาจจำไม่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเล่าเรื่องราว การชุมนุมของมวลมหาประชาชนระดับตำนาน เพื่อการติดตามข้อเท็จจริง ดังนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมเริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 บนถนนเลียบสถานีรถไฟสามเสน กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ชุมนุมนัดรวมตัวกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อ คัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยในขณะนั้นสนับสนุนให้มีการยื่นเข้าพิจารณาในสภาฯ ซึ่งพรรคเพื่อไทยครองเสียงข้างมากรวมถึงแนวร่วมในวุฒิสภาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากถามว่าทำไมต้องคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบคือ ก่อนหน้าที่คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนฯจะพิจารณา กฎหมายนี้มีจุดมุ่งหมายนิรโทษกรรมให้ผู้ชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2547 ถึง 2556 ครอบคลุมการชุมนุมของ พันธมิตรฯ นปช. และอื่นๆ เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการชุมนุม เช่น ฝ่าฝืน พระราชกำหนดฉุกเฉิน เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัญหา คือ มี กรรมาธิการจากซีกเพื่อไทย แปรญัตติ กฎหมายนิรโทษกรรม ให้หมายความรวมถึง ผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญา เช่น วางเพลิงฯลฯ รวมถึงผู้กระทำความผิดกฎหมายทุจริต ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันเป็นเรื่องไม่เคยมีมาก่อนในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิหนำซ้ำยังแปรญัตติว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้านิรโทษกรรมผู้กระทำผิดกฎหมายอาญาและทุจริตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ายังอยู่ในกระบวนการสอบสวนของตำรวจ หรือ อัยการให้ปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าอยู่ในการพิจารณาของศาลให้ปล่อยตัวและถือว่าไม่ได้กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าพิพากษาแล้วอยู่ในระหว่างติดคุก ให้ปล่อยตัว และถือว่าไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าติดคุกแล้วหรือถูกพิพากษาแล้ว ให้นิรโทษกรรม ถือว่า เป็นผู้บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายนิรโทษกรรมนี้ จึงกลายเป็น ฉบับสุดซอย เหมาเข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า เป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรม ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยหนุนกฎหมายนี้สุดตัว เพราะ ถือว่ามีเสียงข้างมากในสภา และคุมเสียงในวุฒิสภาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่ต้องฟังเสียงใคร !!!!!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมคัดค้านกฎหมายนี้ จึงมีคนจากทุกสาขาอาชีพเข้าร่วมคัดค้านกฎหมายฉบับสุดซอยนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมในคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2556 อันเป็นการชุมนุมคืนแรกที่มีมวลมหาประชาชนเข้าร่วมอย่างมากกลับไม่เป็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตอนดึกคืนต่อมา สภาผู้แทนราษฎร ลักหลับ ยกมือผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยเหมาเข่ง .... &amp;nbsp;โดยไม่ยี่หระเสียงคัดค้านที่ดังขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้การชุมนุม มีคนมาร่วมมากขึ้นเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมีการยกระดับการชุมนุม เป็นการโค่นระบอบทักษิณ เพราะถือว่าเป็นต้นตอของมหากาพย์ โกงจนถูกยึดทรัพย์ ชุมนุมรุนแรงผิดกฎหมายอาญามีการเผาศาลากลางจังหวัด ห้างร้านต่างๆ แล้วต่อมาใช้เสียงข้างมากออกกฎหมายมานิรโทษกรรมการกระความทำผิดเหล่านั้น โดยใช้เสียงข้างมากของพวกตัวเองในสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกลายเป็น การชุมนุมข้ามปี ยาวนานถึง ๒๐๔ วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จบลงในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จากการยึดอำนาจของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดการชุมนุมมีคนร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งเกี่ยวกับการชุมนุมว่าเป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามที่รัฐธรรมนูญรับรองคุ้มครองไว้ ทั้งสิ้น ถึง 28 ครั้ง( ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 ถึง 23 เมษายน 2557 )ตลอดระยะเวลาที่มีการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่รัฐบาลในขณะเกิดเหตุการณ์ คือ รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษที่มีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นอธิบดี รับคดีเกี่ยวกับการชุมนุมของมวลมหาประชาชน กปปส. เป็นคดีพิเศษ และ ให้พนักงานอัยการสำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง แกนนำ 9 คน นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และต่อมา ฟ้องเพิ่มเติม อีก 30 คน รวมทั้งสิ้น 39 คน ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเมื่อ วันที่ 24 มกราคม 2561
&amp;nbsp;
ก่อนหน้านั้นมีการจับตัวฟ้องไปก่อนแล้ว 4 คน ( ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งข้อหาหนัก คือ ร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย กระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ขัดขวางเลือกตั้ง ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลนัดครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561
&amp;nbsp;
โจทก์จะขอเลื่อนคดี แต่จำเลยค้านว่าเป็นการประวิงคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลนัดให้โจทย์ยื่นคำแถลงคดี ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นมีการพิจารณาคดีต่อเนื่องกันมา จนสิ้นสุดในวันที่ 5 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมระยะเวลา &amp;nbsp;โดยโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน 1,009 อันดับ เป็นพยานบุคคล 891 คน แต่พยานโจทก์ ที่นำมาสืบจริงในศาลแค่ 88 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยอ้างตัวเองเป็นพยาน 39 คน พยานบุคคลภายนอก 1 คน รวม 40 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างพิจารณาคดีมีจำเลยเสียชีวิต 1 ท่าน คือ พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ จาก กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลนัดฟังคำพิพากษา ในวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อ่านข่าวประกอบ เปิดรายชื่อ 39 จำเลย &amp;#39;รมต.-ส.ส.-นักวิชาการ&amp;#39; พาเหรดขึ้นศาล รับฟังคำพิพากษาคดีกบฏ กปปส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93955</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกบฏ กปปส., สาทิตย์ วงศ์หนองเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_60349ad9e5d90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ออกเพื่อหนีปัญหา &#039;ประยุทธ์&#039;ลั่นส่งท้าย2สภาถกแก้วิกฤติ-อย่าดึงต่างชาติจุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ยันรัฐบาลขานรับแนวคิดจุรินทร์ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่เพื่อไทยบอกไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้ำธง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลาออกอย่ายุบสภา ยกพันท้ายนรสิงห์เทียบเคียง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เตือนสติทั่นผู้ทรงเกียรติลืมเหตุการณ์ปี 2557 แล้วหรือ &amp;ldquo;ถวิล&amp;rdquo; ชี้สถาบันไม่ใช่ปัญหาแต่คือไอ้โม่งที่เกาะหลังเด็ก ทนายวันชัยชงล้างโทษการเคลื่อนไหวในรอบ 10 ปีเหมือนนโยบาย 66/2523 &amp;nbsp;ผงะ! วิสารควักมีดปอกผลไม้กรีดแขน 3 แผลหลังอภิปรายอัดนายกฯ ต้องเย็บ 9 เข็ม &amp;ldquo;สิระ-ปารีณา&amp;rdquo; ซัดสมน้ำหน้า &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ส่งท้ายลั่นจะทำหน้าที่จนกว่าไม่มีอะไรให้ทำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม ถือเป็นวันสุดท้ายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเวลา 10.05 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาเพื่อร่วมประชุมด้วยสีหน้าเรียบเฉย และปฏิเสธตอบคำถามถึงแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อความปรองดองเพื่อแก้ปัญหาประเทศ เพียงกล่าวทักทายสื่อ &amp;quot;สวัสดีทุกคนนะจ๊ะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบรับถึงการหารือผู้เกี่ยวข้องในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายว่าใช่ ส่วนเรื่องการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็แล้วแต่จะเอาเร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี &amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลไฟเขียวให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใช่แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงข้อเสนอของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอตั้งคณะกรรมกรรมสมานฉันท์ฯ ว่า กำลังให้คณะทำงานศึกษาอยู่ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งหากคณะกรรมการชุดนี้เข้ามาทำงาน ก็จะทำเฉพาะกรณีนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ในฐานะผู้เสนอเรื่องดังกล่าวกล่าวว่า เท่าที่ได้มีการพูดคุยกันกับฝ่ายต่างๆ ถือว่ามีสัญญาณที่ดี มีเสียงตอบรับพอสมควร ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลได้พูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคร่วมรัฐบาลอื่น มีสัญญาณตอบรับที่ดี และในวันเดียวกันนี้วิป 3 ฝ่ายจะหารือกัน ซึ่งถ้ารัฐสภามีความเห็นร่วมกันเชื่อว่าประธานรัฐสภาคงไปดำเนินการออกคำสั่ง หรือกำหนดรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้รัฐสภาเป็นที่พึ่ง เป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนเห็นว่าสามารถหาทางออกร่วมกันให้ประเทศได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ในการประชุมมีข้อเสนอดีๆ เยอะ แต่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องมาคิดก่อนว่าจะแก้ปัญหาหรือเป็นทางออกได้จริงหรือไม่ เพราะบางข้อเสนอเคยใช้ได้ในอดีตกับสถานการณ์และบริบทนั้น แต่ในบริบทของวันนี้จะได้หรือไม่ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดนอกจากประธานสภาจะเชิญวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านมาคุยกัน ควรเชิญตัวแทนประชาชนมาร่วมด้วย ต้องถามประชาชนว่าสมานฉันท์นี้เอาด้วยหรือไม่ ต้องมีวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน ครม. ส.ว. และภาคประชาชนมาร่วมด้วย
สมานฉันท์ไม่ใช่เรื่องใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยทำมาแล้ว แต่วันนี้จะทันการณ์หรือไม่ ที่สำคัญเราต้องสื่อให้เห็นถึงความจริงใจ ต้องไม่ทำให้คิดว่าเป็นการยื้อเวลา หรือเป็นการตั้งกันชนให้รัฐบาล เพราะถ้าประชาชนเข้าใจแบบนี้จะไม่เกิดประโยชน์ ถ้าตั้งแล้วประชาชนไม่ร่วมก็จะหมดความหมาย&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
เมื่อถามว่า การยุบสภาจะทำให้ปัญหาคลี่คลายได้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า วันนี้ถ้ายุบสภารัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาจะไม่คลี่คลาย ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาเดิม ปัญหาเดิมก็กลับมาอีก และรัฐบาลใหม่จะไม่ได้รับการยอมรับ วันนี้รากเหง้าปัญหาคือการสืบทอดอำนาจผ่านกติกาที่เขาเขียนขึ้นมาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.45 น. ได้เริ่มประชุม โดยช่วงเช้าเป็นการอภิปรายสลับกันของ ส.ส.ฝ่ายค้าน, ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว. พรรคฝ่ายค้านยังคงโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ว่าเป็นต้นตอปัญหา ทั้งในเรื่องการใช้อำนาจ และเรียกร้องให้ลาออก ซึ่ง น.ส.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรค พท. อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรเลิกอ้างได้แล้วว่าการปกป้องสถาบันต้องมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯเท่านั้น อย่าผูกขาดสถาบันไว้ฝ่ายเดียว โดยนึกถึงประวัติศาสตร์เรื่องพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งวันนั้นที่มีขบวนเสด็จฯ พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านโดยที่นายกฯ ไม่คิดถึงอันตรายที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เทียบเคียงได้กับพันท้ายนรสิงห์ พล.อ.ประยุทธ์ควรพิจารณาตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงกล่าวหากรณีแบ่งชนชั้นว่า ไม่เคยทำ มีแต่บอกว่าคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ต้องทำงานร่วมกัน การทำลายสถาบันครอบครัววันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ลูกไม่เคารพพ่อแม่ ลูกศิษย์ไม่เคารพครูอาจารย์ เคยบอกแล้วว่าที่เข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่ออะไร ถามว่าหน้าที่ของตนเองจบหรือยัง ถ้ายังไม่จบก็ต้องทำให้มันจบ และยืนยันไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจให้นานที่สุด
เตือนอย่าลืมปี 2557
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านไม่เคยพูดเรื่องยึดอำนาจรัฐประหาร แต่ไม่เคยพูดถึงเผด็จการรัฐสภาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น แล้วรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ผมคิดว่าผมไม่ได้ไปก้าวล่วงเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ หลายท่านมองว่าผมไม่เป็นธรรมหรือปล่อยปละละเลย ผมคิดว่าผมต้องพูดวันนี้ ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ อย่าลืมว่าประวัติศาสตร์คือปัจจุบันและอนาคต ประชาชนคนไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทุกชาติ ศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ อยู่ในประเทศไทยต้องรักประเทศไทย ผมบังคับท่านไม่ได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ท่านต้องตอบแทนแผ่นดิน หลายอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามา ถามว่าลืมแล้วหรือยัง ท่านลืมแล้วทั้งหมด สมัยนั้นท่านทำอะไรกัน สิ่งที่เกิดขึ้นวุ่นวายที่ผ่านมา ท่านทำอะไรกันอยู่ การทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจนเชิงประจักษ์ท่านลืมหมดแล้วหรือ ถ้าลืมก็กรุณาไปทบทวนใหม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2557 และก่อนหน้านั้นหลายปีมาแล้วด้วย วันนี้ที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ทุกวันเพราะอะไร&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายถึงการชุมนุมว่า มีการล่วงละเมิดสถาบัน ทำให้ประเด็นนี้ยิ่งยุ่งยากซับซ้อนเพิ่มขึ้นทวีคูณ อยากเตือนไปถึงลูกหลาน น้องๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ขอให้ได้ทบทวน ขอให้ถือว่าเป็นคำเตือนของคนแก่คนหนึ่ง เข้าใจดีว่าคนหนุ่มสาวมีความสำคัญที่จะรับภาระจากคนรุ่นหลังอย่างพวกเราต่อไป แต่เสียงของพวกเขาสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับฟัง การแสดงออกควรเป็นไปตามกาลเทศะ และให้เกียรติกับคนรุ่นก่อนด้วย ท่านจะนับถือเลื่อมใสในสถาบันนี้หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่อยากเตือน คือท่านรื้อหรือทำลายเสาหลักของบ้านเมืองนี้ลงไม่ได้ อันตรายต่อชาติบ้านเมืองถึงขั้นสูงสุดทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเรียนว่าศัตรูของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านต่อต้านอยู่ บ้านเมืองที่มีปัญหามากมาย ทั้งการโกงกิน ความล้าหลัง ไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นเพราะนักการเมืองที่ไม่ดี ข้าราชการที่ทุจริต นายทุนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ขาดจิตสำนึก นั่นคือศัตรูที่แท้จริงของประเทศนี้ และเป็นศัตรูของพวกท่านด้วย สิ่งที่น่าเสียใจในครั้งนี้คือ นอกจากไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร ยังไม่เอาใจใส่ว่าศัตรูของท่านเป็นอย่างไรแล้ว ยังไม่ทราบว่าคนไม่ดีเหล่านี้เกาะหลังท่านปลุกปั่นบงการอย่างขี้ขลาด พวกเขาหักหลังพวกท่านเข้าสู่คุกตะรางแล้วคอยตักตวงผลประโยชน์จากน้ำพักน้ำแรงของพวกท่านแบบจับปลาน้ำขุ่น ไม่มีความรับผิดชอบหรือสำนึกชั่วดีใดๆ เรื่องนี้อาจแสลงใจลูกๆ หลานๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องพูด&amp;rdquo; นายถวิลกล่าว และว่า การปฏิรูปสถาบันที่เคลื่อนไหวอยู่ ถ้าทำด้วยความเกลียดหรือโกรธแค้นชิงชัง ทำไม่ได้ การทำการปฏิรูปสิ่งใดสิ่งหนึ่งต้องทำด้วยความรัก สุดท้ายขอประณามผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นไอ้โม่ง หรืออีแอบที่เอาความคิดความเกลียดชังสถาบันปลูกฝังใส่ลงไปในความคิดของเด็กๆ ซึ่งเห็นมามากแล้วว่าการกระทำการแบบนี้ต้องพบกับอนาคตที่เลวร้ายอย่างไร นี่ไม่ใช่เป็นคำแช่ง แต่เป็นเพียงเรื่องที่อยากเรียนให้ทราบ
ก.ก.อัดบิ๊กตู่ตามคาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.18 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า เราไม่สามารถไล่คนที่เห็นต่างจากเราไปได้ รัฐบาลต้องรับฟังเสียงของคนคิดต่าง และเปิดโอกาสให้พูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ ถ้าแต่ละฝ่ายได้มีการรับฟังอย่างเคารพ ก็จะทำให้มีพื้นที่และยอมรับกันมากขึ้น แต่รัฐบาลไม่รับฟังเสียงของประชาชน และยังปฏิเสธว่าตัวเองไม่เคยทำผิดอะไรเลย ปัญหาก็เลยลุกลาม แถมยังใช้กฎหมายเลือกปฏิบัติ และที่ให้อภัยไม่ได้คือมีการสันนิษฐานว่าจะสร้างเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่นำมาสู่การสังหารหมู่ และเหตุการณ์เหล่านี้ก็เคยเกิดขึ้น เช่น ทุ่งสังหารราชประสงค์ ปี 2553 และยังหาคนกระทำผิดมารับผิดชอบไม่ได้ แต่ยังมีการผลิตซ้ำคำว่าชังชาติ ล้มเจ้า และสุดท้ายก็จะเป็นวงจรเดิมคือรัฐประหาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวด้วยว่า การคลี่คลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก และขอให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลและเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เป็นอิสระจากกลไกของ คสช. มาขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตั้ง ส.ส.ร. จากนั้นจึงยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายวิโรจน์กล่าวเปรียบเทียบเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 กับเหตุการณ์ทุ่งสังหาร ปี 2553 นายถวิลได้ลุกขึ้นประท้วง ซึ่งนายชวนระบุว่า ได้ทักท้วงไปแล้วว่าไม่ให้กล่าวถึงหน่วยงานในอดีตที่เข้ามาชี้แจงไม่ได้ และถ้าเรื่องที่เขากล่าวถึงไม่ได้เกี่ยวกับโดยตรงก็ไม่จำเป็นต้องชี้แจง แต่นายถวิลยืนยันขอชี้แจง ซึ่งก็ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วง รวมถึง ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย จนนายชวนวินิจฉัยว่า ถ้าเป็นการรื้อฟื้นเรื่องเดิม จะมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น เตือนนายวิโรจน์ไปแล้ว เมื่อกล่าวแล้วก็มีความเห็นไม่ตรงกัน อีกด้านมีสิทธิ์ที่จะชี้แจง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 11.50 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. อภิปรายว่า การชุมนุมที่มีข้อเสนอ 3 ข้อนั้น การเสนออะไรต้องดูที่เจตนา ดังนั้นอย่ามาดัดจริต การเคลื่อนไหวเป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงอะไร เราทราบกันดี ดังนั้นเราต้องวิเคราะห์เกิดจากอะไร มีโลกโซเชียลจาบจ้วงสถาบัน ถึงเวลาแล้ว เอาอำนาจอธิปไตยทางโซเชียลกลับมา รวมทั้งนักการเมืองใช้เรื่องนี้เข้าสู่อำนาจ &amp;nbsp;สร้างมวลชนเป้าหมายไม่ได้ต้องการเป็นนายกฯ แต่มีเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ซึ่งไม่รังเกียจคนรุ่นใหม่ วันนี้มีนักการเมืองหยิบยื่นแนวคิดจะมีอนาคตใหม่ แต่อนาคตใหม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การอภิปรายของนายชัยวุฒิ ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลประท้วงทั้งเรื่องการใส่ร้ายและให้ถอนคำพูด แต่นายชวนก็วินิจฉัยว่าสามารถอภิปรายได้ ซึ่งนายชัยวุฒิก็อภิปรายจนจบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เสนอว่า ทางออกที่จะลดความขัดแย้งและความเสี่ยงที่จะเกิดหายนะต่อประเทศ คือทำประชามติถามคนไทยทั่วประเทศก่อนว่าคนไทยจะให้แก้รัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ และถ้าให้แก้ จะให้แก้รายมาตราก็พอ หรือจะให้แก้มาตรา 256 และให้ตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะให้แก้หมวด 1, 2 หรือไม่ ถ้าให้แก้จะให้แก้อำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งเมื่อมีผลประชามติออกมา รัฐสภาก็ดำเนินการตามนั้น&amp;nbsp;
ชงล้างโทษ 10 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.20 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. อภิปรายว่า ในทุกการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ไม่มีครั้งไหนจบสวย ส่วนใหญ่จบลงด้วยการรัฐประหาร ไม่มีใครอยากเห็นจุดจบสู่รัฐประหารอีก ซึ่งข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เราต้องจริงจังในการหาวิธีการพูดคุยด้วยเหตุผล เพียงแต่บรรยากาศที่สร้างความหวาดระแวงอาจยังไม่ใช่เวลาที่พูดคุยเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก ส.ว. อภิปรายว่า ต้องยอมรับว่าความขัดแย้ง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัด แม้จะหายไป 5 ปีหลังรัฐประหาร แต่วันนี้กลับมาอีกแล้ว เป็นความขัดแย้งระหว่างรุ่นกับรุ่น ระหว่างใหม่กับเก่า ซึ่งการใช้กฎหมายและอำนาจไปต่อสู้กับความคิดทางการเมืองใช้ยากที่จะจบได้ ถ้าปล่อยไปแบบนี้ประเทศชาติย่อยยับแน่นอน จึงควรใช้หลักเมตตาธรรม ซึ่งคนที่จะทำให้ประเทศปรองดองได้คือ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสมัยสงครามคอมมิวนิสต์ จบได้เพราะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ออกคำสั่งที่ 66/23 ผมอยากให้นายกฯ ที่เป็นนักการเมืองที่มาจากนักการทหาร เร่งสร้างความปรองดอง ด้วยการล้างโทษของนักโทษทางการเมืองกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จะเป็นจุดหนึ่งที่จะสร้างเมตตาธรรม ช่วยทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบขึ้นและความปรองดองได้ และบ้านเมืองก็จะเริ่มเดินหน้าได้ ด้วยนายกฯท่านนี้&amp;rdquo; นายวันชัยกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.50 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท.อภิปรายว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังสงสัยว่าทำผิดอะไรถึงต้องลาออกนั้น เพราะ 1.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักบริหาร แต่คือนักรัฐประหาร 2.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักปรองดอง แต่เป็นนักไล่ล่า แล้วยังกล้าบอกให้ประชาชนถอยคนละก้าว และ 3.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักปฏิรูป แต่เป็นนักปฏิเสธการปฏิรูป เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีการปฏิรูปประเทศใดๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นในการประชุม ส.ส.ฝ่ายค้านยังคงเน้นย้ำอภิปราย สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทั้งหลายมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ และเรียกร้องให้ลาออก และเมื่อเวลา 16.03 น. บรรดารัฐมนตรีก็เริ่มใช้สิทธิ์พาดพิงและอภิปราย ซึ่งมีทั้งนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังจากรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจง นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท. ได้อภิปรายประเด็นการชุมนุมของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา เรียกร้องไม่ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรง รวมทั้งอยากให้นายกฯ ลงมารับฟังปัญหาของเด็กๆ ด้วยตัวเอง มีหลายเรื่องอยากพูดและคิดแล้วว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เป็น ส.ส.มาตั้งแต่ปี 2529 รักสภา มิบังอาจที่จะทำอะไรให้สภามีอันเสื่อมเสีย แต่วันนี้คิดไม่ออกว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ไม่อยากให้เด็กๆ ต้องเลือดตกยางออก สิ่งที่เรียกร้องในวันนี้ อาจผิดข้อบังคับการประชุมสภา แต่ต้องทำ ขออนุญาตกรีดเลือดให้ พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่า ตั้งใจจริงๆ และขออนุญาตประธานสภาฯ ให้เป็นตัวอย่างสุดท้ายอย่าให้มีอีก 3 แผลเอาไปเลย พล.อ.ประยุทธ์ ท่านจะเป็นทรราชหรือจะเป็นวีรบุรุษ&amp;nbsp;
อึ้ง!ควักมีดกรีดแขน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนายวิสารพูดจบได้ถอดสูทออกแล้วถกแขนเสื้อ ใช้มีดปอกผลไม้ที่เตรียมมากรีดไปที่ท้องแขนข้างซ้ายของตัวเอง 3 ครั้ง ท่ามกลางความตกใจของสมาชิกที่กำลังรับฟังการอภิปราย ขณะที่นายชวนได้กล่าวว่า ไม่อนุญาตให้กรีดเลือด จากนั้นนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ขึ้นอภิปรายต่อได้ไม่นาน นายสมชาย แสวงการ ส.ว.ใช้สิทธิ์ลุกขึ้นหารือทันทีว่า ขอให้ประธานใช้ข้อบังคับข้อ 5 ให้ประธานพิจารณาว่าจะประชุมต่อหรือจะยุติการชุมนุม &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนชี้แจงว่า การประชุมจะดำเนินต่อ ไม่มีเหตุให้ต้องยุติ ก็พยายามห้ามแล้ว ขอดำเนินการประชุมต่อ จากนั้นนายชวนได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล และส่งตัวนายวิสารไปที่ รพ.วชิรพยาบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์​ระบุว่า คาดว่านายวิสารไม่มีเจตนาทำเรื่องที่ขัดระเบียบสภา การกระทำแบบนี้สะท้อนถึงวิกฤติของชาติจริงๆ ถึงต้องตัดสินใจทำแบบนี้ ขอให้มองเป็นความห่วงใยและความตั้งใจจริงของท่าน ส่วนการกระทำอื่นใด ก็ให้เป็นไปตามกฎระเบียบไป
น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรค พท. ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างนายวิสารพอดี กล่าวว่า เห็นแล้วจะเป็นลม ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ห้ามไม่ทันจริงๆ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเลย ทั้งนี้ นายวิสารได้พูดคุยตั้งแต่เช้า เล่าว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับ รู้สึกเครียดและเสียใจกับเหตุการณ์ที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม นายวิสารยังกังวลอยู่เลยว่าเลือดกำเดาจะไหลช่วงอภิปรายหรือเปล่าด้วย นอกจากนี้นายวิสารยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า ประกอบกับคิวการอภิปรายก็เลื่อนออกไปเรื่อยๆ จนมาถึงช่วงเย็น โดยในช่วงที่นายวิสารอภิปรายถึงเรื่องที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับเยาวชน นายวิสารก็เริ่มมีอารมณ์จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะที่นายสิระ​ เจนจาคะ​ ส.ส.กทม.​ พรรค พปชร. กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่​ ส.ส.คนนี้ได้กระทำในที่ประชุมอันทรงเกียรติ และพูดจาให้ร้าย​ พล.อ.ประยุทธ์​ เห็นท่านมาตั้งแต่ปี 2529 วันนี้รู้สึกผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นถึงอดีต รมช.พาณิชย์ วันนี้ท่านได้ทำความเสียหายกับสภาอย่างมาก ไม่คิดว่าผู้หลักผู้ใหญ่ท่านนี้จะพาอาวุธมีดเข้ามาทำเรื่องในห้องประชุมที่มาจากภาษีประชาชน วันนี้เรามาหาทางออกประเทศ​ ไม่ใช่มาก่อความวุ่นวายและทำผิดกฎหมาย ทำให้เหตุการณ์บานปลาย​ การประชุม 2 วันที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย​ แต่​ ส.ส.คนนี้กลับทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านต้องการอะไร ต้องการให้ประเทศไปไม่ได้ใช่หรือไม่ ผมไม่สงสาร สมน้ำหน้าด้วยครับ มาเล่นละครอย่างนี้ในห้องประชุมรัฐสภาได้อย่างไร ขอให้ประชาชนเชียงรายที่เลือก​ ส.ส.คนนี้เข้ามา​ ดูไว้ว่าเลือกมาเป็นตัวแทนของท่านได้อย่างไร จากนี้ก็ต้องมาดำเนินคดีกับ​ ส.ส.คนนี้ในข้อหาพกพาอาวุธเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภา&amp;quot; นายสิระ​กล่าว
ปารีณาบี้ลาออก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. กล่าวว่า ขอให้นายวิสารลาออกจาก ส.ส. เพราะเป็นการกระทำที่ขาดวุฒิภาวะ มีการเตรียมการและมีเจตนาตั้งใจกรีดแขนตัวเอง เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนที่ทำร้ายร่างกายตัวเองถึงขั้นรุนแรง ทางออกประเทศไม่ได้ใช้ความรุนแรง วันนี้เป็นการอภิปรายพูดคุยกันเพื่อหาทางออกของประเทศ ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายเช่นนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิฉันขอประณามการกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำที่รุนแรง รังเกียจมากๆ กับพฤติกรรมวันนี้ ต้องลาออกเท่านั้น อย่าได้กลับเข้ามาในสภาอีก เป็นการกระทำที่ทำให้ประเทศไทยกับอายขายขี้หน้าไปทั่วโลก และไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว เว้นแต่ถ้าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชายก็ไม่ต้องลาออก&amp;quot; น.ส.ปารีณากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรค พท. บุตรสาวนายวิสารกล่าวว่า รู้สึกงงๆ และตกใจ ตอนแรกไม่เชื่อว่าคุณพ่อจะทำอย่างนั้น ปกติคุณพ่อเป็นคนนิ่งๆ แต่ก็ทราบข่าวคุณพ่อได้รับการรักษาแล้ว โดยเย็บแผลรวม 9 เข็ม ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว เห็นจากบาดแผล คุณพ่อน่าจะอึดอัดใจมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดว่าขอให้เป็นเลือดหยดสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในการประชุมสภา นายชวนได้แจ้งความคืบหน้าอาการนายวิสารให้สมาชิกฟังเป็นระยะๆ และระบุว่าจะเดินทางไปเยี่ยมที่ รพ. นำความห่วงใยของ ส.ส.ไปบอกต่อนายวิสาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 19.10 น. นายวิสารเดินทางกลับเข้ามาในสภาพร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขออภัย ตลอดระยะเวลาที่เล่นการเมืองมา ไม่มีครั้งไหนที่กดดัน จึงตั้งใจสื่อสารไปถึงนายกฯ อยากเตือนว่าอย่าไปฟังเสียงอวยอย่างเดียว มันเหมือนกับเป็นกะลาครอบจริงๆ จึงมานึกถึงตัวเองว่าเราควรต้องเรียกร้องอะไรสักอย่าง เพื่อให้ท่านสนใจ และลดตัวเองลง ซึ่งตัดสินใจด้วยตัวเอง แม้แต่ลูกเมียก็ไม่ทราบ &amp;nbsp;และมีดก็ไม่ได้พกเข้าไป แต่ไปยืมมีดปอกผลไม้จากแม่บ้าน เพียงแต่ย้ำว่าขอคมๆ หน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถือว่า 9 เข็มนี้เป็นบทเรียนที่ไม่อยากให้เด็กๆ ลูกหลานเอาไปเป็นตัวอย่าง เพราะครั้งนี้ถือเป็นการประท้วง และยอมเจ็บตัวคนเดียว อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ที่สภาได้สะท้อนความเห็นออกไปเพื่อให้นายกฯ ได้มีสติตัดสินใจแก้ปัญหา&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายวิสารได้โชว์แผลให้สื่อมวลชนดู พร้อมระบุว่าแผลแรกไม่ลึก แผลที่สองเริ่มลึก แผลที่สามพอเห็นก็ตกใจ เพราะแผลเริ่มกว้าง ทั้งหมดเย็บ 9 เข็ม หลังจากนี้ต้องฉีดยากันบาดทะยักอีก 2 เดือน หลังจากนี้ก็จะขึ้นไปที่ห้องประชุมสภาเพื่อให้เพื่อนๆ สบายใจ ขอโทษขอโพย เพราะเดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นคนไม่เคารพสถานที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.20 น. ระหว่างนายวิสารยืนให้สัมภาษณ์กับสื่อมาลชน นายชวนซึ่งกำลังจะเดินทางไปเยี่ยมดูอาการได้เดินลงมาเจอนายวิสารพอดี ทำให้นายชวนยืนฟังนายวิสารให้สัมภาษณ์จนจบ &amp;nbsp;โดยนายวิสารได้เข้ามากราบขออภัยนายชวน ซึ่งนายชวนกล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้ห้ามแล้วว่าไม่ให้ทำ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มีความเป็นห่วง ประชาธิปไตยเราต้องอดทน ปัญหาทั้งหลายต้องอดทนในการแก้ไข กว่าจะไปสู่ความสำเร็จไม่มีอะไรง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 21.23 น. หลังนายสุทิน คลังแสง และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปทั้ง 2 ฝ่ายกล่าวสรุป พล.อ.ประยุทธ์ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า ขอพูดในฐานะนายกฯ และ รมว.กลาโหม หลายอย่างที่ฟังในสภา โดยเฉพาะผู้ไม่เห็นชอบ มักโจมตีไม่เคยเปลี่ยนแปลง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการทำงานแบบของท่าน ก็รับได้ ยิ้มไปเรื่อย &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่กล่าวหาลาออกล้มเหลว หากย้อนไปปี 2549 และปี 2557 มีใครออกหรือเปล่า แล้วคนเหล่านั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน การชุมนุมนั้น ตนเองรักเด็ก เพราะเป็นพลังแผ่นดินในวันข้างหน้า แต่ควรชี้นำให้ถูกต้อง ยอมรับฟัง เพราะมีทั้งทำได้และทำไม่ได้ ไม่อยากให้ฟังฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทุกอย่างมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะ รมว.กลาโหม มีการติดตามข่าวในโซเชียล พบว่ามีการแพร่ข้อความในโทรศัพท์ มีคนโพสต์ครั้งแรก 200 คน และเพิ่มเป็น 5 หมื่นคนในแอคเคาต์เดิม ซึ่งมีเครือข่ายหรือเปล่าก็ขอให้ช่วยกันดูด้วย เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้&amp;quot; นายกฯ กล่าวก่อนขอบคุณสมาชิก และว่า จะนำแนวทางปฏิบัติให้เกิดความเป็นจริง ส่วนที่เป็นคำเตือนจะรับไว้พิจารณา เพราะเราต้องดูแลคน 60 ล้านคน ไม่ใช่ดูแลเฉพาะกลุ่ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชุมนุมผมไม่โทษเขา แต่ผมโทษว่ามีอะไรหรือเปล่าผมไม่ทราบ ใครรู้ก็บอกผม แต่สิ่งเหล่านี้จะกระทบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้นในช่วงปลายปี รวมทั้งยังส่งไปยังความแตกแยกในสถาบันครอบครัว คนรุ่นเก่าคนรุ่นใหม่ เราเคยมีครอบครัวเดียวกัน ไม่อยากให้ลืม โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ที่มีการนำความคิดไปปรุงแต่ง ไม่คุ้มครับในการนำข้อมูลในประเทศไปแพร่ในต่างประเทศ ซึ่งก็รู้ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีเบื้องหลัง เหตุการณ์ไม่เคยปรากฏในสภามาก่อน ให้ไปติดตาม&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า การแสดงความคิดเห็นต้องไม่ไปลิดรอนความคิดของคนอื่น ทั้งเรื่องจารีตค่านิยม ความเชื่อ และต้องคำนึงคนส่วนใหญ่ เป็นหลักตามหลักประชาธิปไตย ส่วนการเจรจากับผู้ชุมนุมนั้น ก็ต้องไปหาว่าใครเป็นแกนนำ และหากไม่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ ก็ขอสงวนสิทธิ์ แล้วก็จะขอดูว่าจะจบง่ายหรือไม่ง่าย เพราะไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง แต่ไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา ไม่ละทิ้งหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง จะแก้ไขปัญหาที่ยังมีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การได้ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพัง คุ้มค่าไหม ไม่คุ้มค่า เพราะจะไม่เหลือแม้แต่น้อย สงสารเยาวชนมาประท้วงบางหรือเปล่า ผมยืนยันจะทำหน้าที่จนกว่าไม่มีโอกาสได้ทำ ตอบชัดไหมครับ อย่าทำอะไรให้เกิดความเสียหายกับชาติบ้านเมือง อย่าเอาต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องในประเทศ เพราะเรามีอธิปไตยเป็นของตัวเอง ขอเตือนเอาไว้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81996</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ถวิล เปลี่ยนศรี, นพ.ระวี มาศฉมาดล, ปารีณา ไกรคุปต์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, วันชัย สอนศิริ, วิษณุ เครืองาม, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f9839bf24ab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาทิตย์&#039; ชี้สังคมต่อต้านฝ่ายปฏิปักษ์สถาบัน เหตุใช้ข้อมูลจริงเท็จทั้งในและต่างประเทศปนกันไม่น่าเชื่อถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 - ที่อาคารรัฐสภา&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.20&amp;nbsp;น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ในทุกการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาไม่มีครั้งไหนจบสวย ส่วนใหญ่จบลงด้วยการรัฐประหาร ไม่มีใครอยากเห็นจุดจบสู่รัฐประหารอีก ผู้ชุมนุนล้วนมีชุดความคิดที่ต่างจากรัฐบาล ความจริง 2 ข้อที่แตกต่างจากอดีตคือ 1.ผู้ชุมนุมเป็นคนหนุ่มสาว 2.หากมองผ่านการแสดงออกที่รุนแรง การชุมนุมอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ในทุกการชุมนุมของคนหนุ่มสาวเกิดจากความไม่พอใจกับเศรษฐกิจและความสับสนไม่แน่ใจในอนาคต แต่ทางออกที่อาจจะเกิดขึ้นได้คือ การแก้รัฐธรรมนูญที่มีไทม์ไลน์ชัดเจน หรือการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีอีกเรื่องที่รัฐบาลควรคิดจริงจังคือ การคิดถึงอนาคตของหนุ่มสาวในระยะยาว โครงสร้างในปัจจุบันอาจจะไม่ทันการเปลี่ยนแปลง รัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิด เช่น การศึกษา ระบบราชการ ระบอบการเมือง โครงสร้างอำนาจ ที่เป็นระบบราชการรวมศูนย์ การวิจารณ์บทบาทของทหาร วัฒนธรรมอำนาจนิยม ปัญหาเศรษฐกิจที่ผูกขาด และความเหลื่อมล้ำ ถ้าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องปรับสมดุลในโครงสร้างอำนาจ ลดการผูกขาดของทุนในเศรษฐกิจไทย จำเป็นเช่นเดียวกับความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เราต้องจริงจังในการหาวิธีการพูดคุยด้วยเหตุผล เพียงแต่บรรยากาศที่สร้างความหวาดระแวงอาจยังไม่ใช่เวลาที่พูดคุยเรื่องนี้ แต่เราต้องแข่งขันกับชุดความคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันกษัตริย์อย่างสิ้นเชิงด้วย ทั้งในและต่างประเทศ นำข้อมูลจริงและเท็จมาผสมกันทำเกิดความเชื่อที่ยากจะเปลี่ยนแปลง เราต้องคิดเรื่องเหล่านี้ด้วย สถาบันกษัตริย์ต้องคงอยู่ต่อไป แต่ต้องอยู่ด้วยความคิดและความเชื่อที่ตรงกันของคนทั้งประเทศด้วย และอีกไม่เกินสิบปีข้างหน้าคนรุ่นใหม่ก็จะขึ้นมาเป็นกำลังแรงงานที่สร้างสรรค์ชาติของเราต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81955</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภา, พรรคประชาธิปัตย์, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97ed89bd06e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาทิตย์&#039; แจงยิบจูบปาก &#039;ก้าวไกล&#039; ปิดสวิตช์ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 - นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองว่าด้วยเรื่อง แก้ไขรัฐธรรมนูญ และ ทัวร์ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเป็นคนโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผมเป็นคนโหวตสนับสนุนให้ พลเอกประยุทธ เป็นนายกฯ ผมสนับสนุนให้พรรคฯไปร่วมรัฐบาลตั้งแต่ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านไป ปีกว่า........&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..ทุกวันนี้ผมยังยกมือให้กฎหมายรัฐบาลผ่านทุกฉบับ รวมทั้งงบประมาณ ปี 64 &amp;nbsp;ด้วย ผมยังสนับสนุนรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทำไม??? ผมลงชื่อให้แก้ รัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉบับแรก ร่างของรัฐบาล แก้ไขม.256 ( ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ) ให้มีการตั้ง สสร. เหตุผล ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ม.256 เป็นเงื่อนไขของการเข้าร่วมรัฐบาล จนกลายเป็น นโยบายรัฐบาล ที่ นายกฯประยุทธ แถลง เพราะเห็นด้วย และเป็นที่มาของ การตั้ง กรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทื่คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่สำคัญที่ทุกฝ่ายในสภาฯ เห็นด้วย คือ สถานการณ์ที่มีการเรียกร้อง ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา... คือ การแก้ไข ตัดม. 272 คือ ตัดอำนาจ สว. ในการเลือกนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ ใน สว. มีการจุดประเด็นเห็นด้วยก่อน จนผมหารือ หลายๆคน เห็นว่าการแก้ไขมาตรานี้ เป็นหัวใจที่ รธน. 60 ถูกโจมตี ว่า สืบทอดอำนาจก็เพราะมาตรานี้แหละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นั่นแหละ ในพรรคฯต้องรอพรรคร่วมก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นว่า สถานการณ์ข้างนอกสภา ไม่รอ มีแนวโน้มขยายตัว กว้างขึ้น แรงขึ้นที่สำคัญ เอาเรื่องการเมืองมาปนกับเรื่องสถาบัน จนน่ากังวลใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและเพื่อนๆหลายคนเห็นว่า ต้องแยกปัญหาออกจากกัน เรื่องการเมืองที่ทำได้ คือ แก้ไข รธน. ม.272 เพื่อตัดปัญหา เงื่อนไขความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่เป็นการทำให้กระบวนการเลือกนายกฯ กลับมาอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร อย่างปกติ จึงแถลงหาคนมาเซ็นร่วม จนมีพรรคการเมือง 13 พรรค อยู่ฝ่ายรัฐบาล 8 พรรค อยู่ฝ่ายค้าน 5 พรรค รวม 99 คน มาร่วมลงชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ ทัวร์ลง ที่ ปชป. กับ ผม 5555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรงสุดคือ ทำไม ไปลงชื่อร่วมกับ ก้าวไกล!!!!!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเข้าใจความรู้สึกนะครับ แต่ผมแถลงชัด 2 ครั้งว่า พรรคการเมืองที่มาลงชื่อไม่ได้เห็นตรงกันทุกเรื่อง บางเรื่องเห็นไม่ตรงกัน และบางเรื่อง..... ไม่มีวันเห็นตรงกัน!!!!!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่เห็นตรงกันเรื่องเดียว คือ ม. 272 เท่านั้น จบ.....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกับเพื่อนๆในพรรคที่มาลงชื่อ เชื่อว่าต้องชักฟืนออกจากไฟ แต่วันนี้ อาจมีคน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ผมยอมรับและเข้าใจทุกคนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเรา ต่างมีความคิดและจุดยืน รวมทั้งเงื่อนไข ของตนเอง แต่เหนือสิ่งอื่นใดผมว่าเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่ ต้องเอาบ้านเมือง ให้อยู่รอด ให้พ้นความขัดแย้งแบ่งฝ่าย ยุติแนวโน้มความรุนแรง ให้แค่เห็นต่างแต่ ไม่แตกแยก อยู่ร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง....ไม่ง่ายจริงๆครับ เหนื่อย...แต่ไม่ท้อครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76911</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ก้าวไกล, ประชาธิปัตย์, ปิดสวิตช์ส.ว., มาตรา272, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12cbd7dd301.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>13 พรรคซีกค้าน-รัฐบาล ร่วมสังฆกรรมยกเลิก ม.272 ส.ว.เลือกนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกันนำรายชื่อ ส.ส.99 คน มายื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 272 ว่าด้วยการยกเลิกการให้ส.ว.ร่วมลงมติในที่ประชุมรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่าตามขั้นตอนจะต้องมีการตรวจสอบองค์ประกอบของญัตติเพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมาย หากไม่มีปัญหาจะสามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาได้ใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้ได้มีการบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านไปก่อนหน้านี้ โดยจะมีการพิจารณาในระหว่างวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ คิดว่าหากไม่มีปัญหาใดๆจะสามารถพิจารณาได้พร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพิธา กล่าวว่า ส.ส.ที่ร่วมลงชื่อมีจำนวน 99 คนมาจาก 13 พรรคการเมืองโดยไม่มีส.ส.พรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐรวมชื่อ แต่มีส.ส.พรรคภูมิใจไทยรวมลงชื่อด้วย เชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะได้รับการพิจารณาในวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ นอกจากนี้มั่นใจว่าจะไม่มีส.ว.คนใดขัดขวาง เนื่องจากทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า การแก้ไขมาตรานี้จะเป็นทางออกให้กับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสาทิตย์ กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากความเห็นพ้องร่วมกัน ที่จะให้มีการแก้ไขในเรื่องการให้ส.ว.เลือกนายกฯเพียงประเด็นเดียว ซึ่งการดำเนินการของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นเอกสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แม้ว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ได้ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลไปก่อนหน้านี้ โดยการแก้ไขมาตรานี้จะเป็นการยกเลิกการสืบทอดอำนาจ อย่างไรก็ตามพวกเราจะเข้าไปชี้แจงต่อที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป และคิดว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าใจการดำเนินการในครั้งนี้เนื่องจากหัวหน้าพรรคเคยแสดงความคิดเห็นสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 272&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากมีการยกเลิกมาตรา 272 จะทำให้กระบวนการได้มาซึ่งนายกฯเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแบบเดิมคือ ให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอชื่อและเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯของพรรคการเมืองที่เสนอต่อคณะกรรมาการเลือกตั้ง และหากสภาผู้แทนราษฎรเลือกไม่ได้ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้สภาฯเลือกนายกฯคนนอกต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76821</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f5777360080b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาทิตย์&#039; ลั่น &#039;กิจปวงชน&#039; ไม่ใช่เลือดแท้ ปชป. หลังทีมพี่ชายชวนประกาศไม่ลงสมัครนายกฯอบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปชป.ตรัง ระส่ำ &amp;quot;สาทิตย์&amp;quot;&amp;nbsp;แจงทีมกิจปวงชนไม่ใช่เลือดแท้ประชาธิปัตย์ หลังประกาศตัวว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ตรัง เหตุพี่ชายนายชวนประกาศวางมือการเมือง เปิดทาง &amp;quot;เสี่ยบุ่นเล้ง&amp;quot; ในขณะที่ผู้สมัคร ส.อบจ.เขต อ.ห้วยยอด 5 เขต สังกัดทีมประชาธิปัตย์ เดิมถูกสลัดทิ้งไม่ดึงเข้าร่วมกิจปวงชนทีมสู้ศึกสมัยหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.63 - นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนมองในฐานะคนตรังคนหนึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีคนมาลงสมัครนายก อบจ.ตรัง แต่ก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะมีคนเปิดตัวเพิ่มอีกหรือเปล่า แต่เมื่อมีความชัดเจนออกมาแบบนี้ก็จะให้คนที่ติดตามดูว่าใครจะลงนายก อบจ.อีก ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้หารือกันเลย เพราะว่าแนวทางของพรรคยังไม่ได้ประกาศชัดเจน ก็บังเอิญว่า จ.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ก็จะเหมือนจะหลีกทางให้กับนายกิจ หลีกภัย ซึ่งเป็นพี่ชายท่านชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อครั้งนี้ นายกิจไม่ลงก็ต้องคุยกันว่าพรรคจะคิดอย่างไร ก็ต้องฟังแนวทางพรรค ก็ต้องหารือกันในพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า อาจจะยุ่งหน่อยเพราะ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ มีอยู่ 2 คน คนหนึ่งคือ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 อาจจะเกี่ยวพันเป็นเครือญาติกับ นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นักธุรกิจเสี่ยรับเหมาระดับแถวหน้าของ จ.ตรัง &amp;quot;หจก.โล่ทองการโยธา&amp;quot; ผู้เสนอตัวลงสมัคร อบจ.ตรัง ในนามของทีมกิจปวงชน ฉะนั้นก็คงต้องรอแนวทางของพรรคก่อนว่าจะลงเอยอย่างไร ปกติแล้วซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ก็จะสนับสนุนการเมืองท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่สามารถส่งได้ในทุกพื้นที่ที่ผ่านมา เพราะมีเงื่อนไขหลายประการ อย่างที่ จ.ตรัง ก็ไม่ได้คุยกันเลย อีกอย่างสัญญาณการเลือกนายก อบจ.ทั่วประเทศก็ยังไม่ได้ประกาศ ก็เลยยังไม่รู้ว่าจะเลือกเมื่อไร ก็ต้องรอดูความชัดเจนของพรรค และหากรัฐบาล และ กกต.ประกาศแน่นอน ก็ต้องเร่งการตัดสินใจของพรรคให้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาทาง กิจปวงชน ที่เกิดมาก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์เป็นทีมของนายกฯ กิจ แต่บังเอิญว่าท่านเป็นพี่ชายของท่านชวน หลีกภัย แต่ในการทำงานเกี่ยวไม่ได้เกี่ยวพันกับพรรคประชาธิปัตย์โดยตรง และ ส.อบจ.บางคนสายเลือดประชาธิปัตย์ แต่หลายคนไม่ใช่เลือดแท้ ไม่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ในทีมกิจปวงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นักธุรกิจเสี่ยรับเหมาระดับแถวหน้าของ จ.ตรัง และมีศักดิ์เป็นลุงของ น.ส.สุณัฐชา หรือท่ามเฮง โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 เปิดบ้านประกาศตัวเตรียมสู้ศึกชิงเก้าอี้ นายก อบจ.ตรัง ในนาม &amp;ldquo;ทีมกิจปวงชน&amp;rdquo; หลังจากนายกิจ หลีกภัย นายก อบจ.ตรัง พี่ชาย นายชวน หลีกภัย นายก อบจ.ตรัง ประกาศวางมือหลังยึดครองตำแหน่งมานาน 20 ปี ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมานั้น ปรากฎว่าผู้สมัคร ส.อบจ.เขต อ.ห้วยยอด 5 เขต ภายใต้การสนับสนุนของนายสาทิตย์ ที่เคยสังกัดทีมประชาธิปัตย์ ผลการเลือกตั้งพ่ายแพ้การเลือกตั้งยกทีม เมื่อปี 2555 และรอบนี้ถูกสลัดทิ้งไม่ดึงเข้ามาร่วมทีมกิจปวงชนสู้ศึกสมัยหน้าด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76742</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมกิจปวงชน, นายกฯอบจ.ตรัง, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4b810b387f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
