<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำขู่จาก&#039;ปิยบุตร&#039;วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เป็นสาธารณรัฐคือการปฏิรูปสถาบันฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64-นายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;หัวข้อ[ สื่อสารถึงทุกฝ่าย : วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เป็นสาธารณรัฐ คือ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากสื่อสารถึงฝ่ายในประเทศไทยว่าตอนนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในรอบปีที่ผ่านมาการชุมนุมของประชาชนและเยาวชนได้ทำให้ประเด็นการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มาอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมามีคนเห็นด้วยจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามถือว่ายังไม่มากพอ หากเราต้องการจะสร้างฉันทามติร่วมกันของคนสังคม จะต้องทำให้มีคนเห็นด้วยมากกว่านี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับฝ่ายสนับสนุนปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในด้านเนื้อหาจะเห็นว่าแทบทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องปฏิรูปสถาบันฯ ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย แต่ในรายละเอียดยังไม่ได้มีการขยายความว่าการปฏิรูปสถาบันต้องมีประเด็นอะไรบ้าง เรื่องนี้ต้องอาศัยทักษะในการนำสิ่งที่ประชาชนมีอารมณ์ความรู้สึกร่วมกันนำไปอธิบายต่อให้เป็นรูปธรรม จึงอยากเรียกร้องให้นักวิชาการ ปัญญาชน รวมทั้งคนทั่วไปที่เข้าใจเรื่องนี้ ต้องช่วยกันเปิดพื้นที่สาธารณะในการพูดคุยอธิบายเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ ว่าจะมีข้อเสนออย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจะเพิ่มทั้งในทางปริมาณและเนื้อหาแล้ว ต้องหาวิธีเปลี่ยนความคิดจิตใจคนให้ได้ ต้องทำให้ทั้งคนที่เห็นด้วย เห็นด้วยแต่ไม่กล้าพูด และคนที่ไม่เห็นด้วยเลย เข้าใจตรงกัน พร้อมแสดงออกว่าต้องการการปฏิรูปสถาบันฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกกลุ่มหนึ่ง คือ ฝ่ายกษัตริย์นิยม หรือ กลุ่มรอยัลลิสต์ คนเหล่านี้เป็นกลุ่มที่เข้าใจประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์มากกว่าเพื่อน บางคนเคยทำงานให้สถาบันพระมหากษัตริย์ แต่อาจจะคิดในใจ กังวลว่าถ้าพูดไปจะเดือดร้อน ธุระไม่ใช่ คนกลุ่มนี้อาจไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอทั้งหมดของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม หรือข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 2 ซึ่งผมได้เขียนร่างไว้ หรือ เห็นด้วยบางประเด็น เห็นต่างในรายละเอียด ผมก็อยากเชิญชวนให้มาช่วยกันแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ช่วยกันพูดให้มากกว่านี้ &amp;nbsp;เพราะพวกท่านอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มต่อมา คือ รอยัลลิสต์ที่ถูกปลูกฝังให้เคารพนักถือสถาบันพระมหากษัตริย์เสมือนพระเจ้า กลุ่มนี้ต้องคุยอธิบายอีกแบบหนึ่ง ผมอยากให้ฝ่ายกษัตริย์นิยมที่มองทุกอย่างที่เกี่ยวกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าเป็นเรื่องล้มเจ้าไปเสียหมด อยากให้ลองพิจารณาดูว่าตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา มีการแก้ไขกฎหมายหลายอย่างเกี่ยวกับสถาบันฯ และการแก้ไขเหล่านี้ส่งผลต่อสถาบันกษัตริย์ในทิศทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งอยากชวนคิดว่าวิธีการที่ใช้กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินไป สน. เพื่อไล่แจ้งความมาตรา 112 กับเยาวชน จัดไอโอ จัดทัวร์ไปลง เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเยาวชน สร้างข่าวปลอม ทั้งหมดนี้ไม่สามารถทำให้ใครเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับสถาบันฯ ได้ มีแต่จะทำให้ความคิดของเขารุนแรงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายสถาบันกษัตริย์และองคาพยพรายล้อม ในที่นี้มิได้เจาะจงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่มองในฐานะองค์กร ผมอยากสื่อสารว่าในประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด ไม่มีช่วงเวลาใดสะดุดหยุดลงเลย ที่เป็นแบบนี้ได้ เพราะสถาบันฯ รู้เท่ากันกับสถาการณ์ว่าจำเป็นต้องปฏิรูปเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันกษัตริย์แต่ละยุคแต่ละสมัยมีการปรับตัวให้ทันยุคทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แล้วเผชิญหน้ากับความท้าทายมาตลอด รอบนี้ก็เป็นอีกรอบหนึ่ง ที่สถาบันกษัตริย์กำลังเผชิญความท้าทายใหม่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากลองไปสำรวจตรวจสอบทั่วโลก ประเทศที่ยังรักษาสถาบันกษัตริย์เอาไว้ได้อยู่ ก็คือประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เว้นแต่จะเลือกให้ประเทศไทยเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าการอาศัยอำนาจเผด็จการทหาร กองทัพ ทุนผูกขาด และระบบอำนาจนิยม ไม่มีทางรักษาสถาบันกษัตริย์เอาไว้ได้ กฎเกณ์แบบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะรักษาสถาบันฯ ไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้ สิ่งที่องคาพยพทั้งหลายของรัฐกำลังทำ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล เจ้าหน้าที่ระดับล่างจนถึงระดับนโยบายของรัฐบาล ทหาร ทุนผูกขาด องคาพยพทั้งหลาย ที่ทำกันอยู่ทั้งหมด ไม่ใช่วิธีการรักษาสถาบันฯ คุณอาจจะอ้างว่าใครออกมาชุมนุมต้องโดนจัดการให้หมด ความเป็นจริงคือการกดปราบความต้องการของประชาชนเอาไว้ เพื่อให้ รัฐบาล ทุนผูกขาด และกองทัพได้กอบโกยใช้ประโยชน์จากสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่างหาก แล้ววันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ ออกจากตำแหน่งไปหมดแล้วก็ไม่สนใจแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย คือ นักการเมืองและพรรคการเมือง แน่นอนที่สุดว่าผู้ที่เข้ามาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นรัฐมนตรี อยากต่อสู้ให้ชนะการเลือกตั้ง เพื่อจะได้บริหารราชการแผ่นดิน นำนโยบายดีๆ มาทำให้เกิดขึ้นจริง ให้พี่น้องประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก สิ่งเหล่านี้ในบางยุคบางสมัยอาจจะเพียงพอ พี่น้องประชาชนอยากเลือกรัฐบาลที่แก้ไขปัญหาปากท้องหรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;ประชาธิปไตยกินได้&amp;rdquo; แต่พอบริหารไปได้ดีสักพัก ก็จะถูกรัฐประหาร ยึดอำนาจ ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ อีกวนเวียนเป็นแบบนี้เรื่อยๆ เพราะปัญหาเชิงโครงสร้างทางการเมืองไม่ได้ถูกแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากเดิม เราต้องการรัฐบาลที่มีคุณภาพ มีวิสัยทัศน์ มีเสถียรภาพ มีนโยบายดีๆ มาส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชน ให้ชีวิตของประชาชนอยู่ดีกินดีมากยิ่งขึ้น แต่ทำอย่างไรถึงจะรักษารัฐบาลแบบนี้เอาไว้ได้ เมื่อถึงเวลาชนชั้นนำกลุ่มหนึ่งก็พร้อมจะออกมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจ ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ วนเข้าสู่อีหรอบเดิมอีกครั้งแล้วครั้งเล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนการรัฐประหาร 49 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เคยเปรียบเปรยว่ารัฐบาลเหมือนจ๊อกกี้ ไม่ได้เป็นเจ้าของม้า ม้าเป็นของเจ้าของคอก ตรงนี้หมายความว่าแม้ประชาชนจะเลือกจ๊อกกี้มาคุมม้า แต่ถ้าเจ้าของม้าไม่พอใจ ก็ไล่จ๊อกกี้ออกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น อาจจะถึงเวลาแล้วที่พรรคการเมืองและนักการเมืองที่เรียกกันว่าเป็น &amp;ldquo;ฝ่ายประชาธิปไตย&amp;rdquo; ต้องคิดให้รอบด้านมากขึ้น นอกจากเรื่องนโยบายเศรษฐกิจแล้ว ในขณะเดียวกันต้องหันมาคิดเรื่องแก้ไขต้นตอปัญหาเชิงโครงสร้างการเมืองไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนักการเมืองที่ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไร แค่อยากจะอยู่ในอำนาจต่อไป ทำงานในหน้าที่สมัยต่อสมัย ผมก็อยากเชิญชวนให้มองให้เห็นปัญหาภาพใหญ่ให้มากกว่านี้ อาจจะถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปโครงสร้างใหญ่ๆ ในประเทศไทย รวมถึงเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ ด้วย ไม่ใช่ฉีดยาชาไปเรื่อยๆ ต้นตอปัญหาไม่ได้ถูกแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าทิ้งโอกาสในการปฏิรูปสถาบัน อย่าทิ้งโอกาสในเวลาที่ทุกฝ่ายยังควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ จนสุดท้ายไม่รู้จะไปจบตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโลกสมัยใหม่ศตวรรษที่ 21 &amp;nbsp;ยึดหลักทุกคนเท่าเทียมกัน ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โลกที่ประชาธิปไตยเป็นเกณฑ์มาตรฐานหลักของการปกครองในประเทศต่างๆ สถาบันกษัตริย์กลายเป็นสิ่งล้าสมัย แต่หลายประเทศก็ยังรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้คู่กับประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองมองว่าประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีพระมหากษัตริย์ต่อไป แต่ต้องมีการปฏิรูปให้เข้ากับเรื่องสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คุณค่าแบบประชาธิปไตย ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีความรับผิดชอบต่อประชาชน ต้องเป็นสถาบันกษัตริย์ที่เป็นมนุษย์ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มิใช่เป็นพระเจ้าที่เข้าถึงไม่ได้ ต้องเป็นสถาบันฯ ที่ประหยัดมัธยัสถ์ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน สถาบันฯ แบบนี้ถึงจะอยู่รอดในประชาธิปไตยสมัยใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เป็นสาธารณรัฐ คือ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปสถาบัน, ปิยบตร, สาธารณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f09aacff36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>UNจุ้น!มาตรา112 จี้รัฐบาลยุติข้อหาพร้อมแก้ไขกม./บิ๊กบี้ไม่รู้จัก‘สาธารณรัฐ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยรัฐบาลพร้อมเสริมการทำงานศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ยันในหลวงไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการ เพียงแต่มีอะไรให้ทรงช่วยได้ก็จะทรงช่วย &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo;ลั่นแผ่นดินนี้มีความสงบร่มเย็นภายใต้พระบารมี ทุกคนต้องช่วยกันรักษาไว้ให้มั่นคง อย่าทำร้ายกัน เมินไม่รู้จักคำว่า &amp;quot;สาธารณรัฐ&amp;quot; กลุ่ม 3 นิ้วทยอยเข้ารับทราบข้อหา ม.112-พ.ร.บ.ชุมนุมฯ &amp;quot;เพนกวิน&amp;rdquo; อ่วม! โดนแล้ว 40 คดี เฉพาะ ม.112 รวม 12 คดี โวยไม่เป็นธรรม &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; ซัดกล้าทำต้องกล้ารับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติออกแถลงการณ์ห่วงไทยใช้กฎหมายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจิตอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความสุขของประชาชน ครั้งที่ 1/2563 ว่าวันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการจิตอาสาในส่วนของรัฐบาลในการบูรณาการร่วมกันกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราต้องเสริมการทำงานที่พระองค์พระราชทานให้ ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในหลายกิจกรรมที่เรามีจิตอาสาอยู่ถึง 6.7 ล้านคนในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระองค์ท่านทรงบอกว่าทำงานร่วมกันเสริมกันได้ก็ดี ผมก็ได้เตรียมแผนว่าเอาแผนงานและโครงการที่รัฐบาลทำไปให้คณะกรรมการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาได้รับทราบ เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ พระองค์ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการของเราอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามีอะไรให้พระองค์ทรงช่วยได้พระองค์ท่านก็จะช่วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ถึงสถานการณ์บ้านเมืองหลังพนักงานสอบสวนใช้มาตรา&amp;nbsp; 112 ดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นสถาบันว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เป็นนักการทหาร มีหน้าที่ป้องกันประเทศ และช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเทิดทูนสถาบัน ทั้งนี้ ทหารกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันตั้งแต่ก่อตั้งประเทศนี้มา พระมหากษัตริย์คือผู้นำจอมทัพไทย และก็รบรา ป้องกันอริราชศัตรู สร้างอาณาเขต สร้างความมั่นคงให้แผ่นดินนี้ จนพวกเรามานั่งอยู่ตรงนี้ เรามีสิทธิ์ มีงานทำ มีบ้านอยู่ มีความสุขอยู่บนแผ่นดิน เนื่องจาก พระมหากษัตริย์ตั้งแต่ในอดีตที่ได้รวมชายไทยในอดีต ซึ่งต้องทำหน้าที่ทหารรักษาแผ่นดิน และความมั่นคงให้เราอยู่จนมาถึงทุกวันนี้ รวมถึงคนอื่นจากแผ่นดินอื่น ศาสนาอื่นมาอาศัยอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะฉะนั้นพระมหากรุณาธิคุณนั้นจึงยิ่งใหญ่ไพศาล และมหาศาลเหลือเกิน หลายร้อยปีมาแล้ว ในส่วนของทหารจึงเป็นผู้ที่ต้องถวายความจงรักภักดี ผู้ที่ต้องมีความกตัญญูเป็นเลิศต่อผืนแผ่นดินไทย ที่จะต้องรักษาความมั่นคงที่บรรพชนรักษา และทำมาให้แผ่นดินนี้มีความสงบร่มเย็นภายใต้พระบารมีและบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้า และดูแลช่วยเหลือประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุข เพราะฉะนั้นเราควรช่วยรักษาความสงบร่มเย็นให้เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ และทำมาหากินได้ ยิ่งในสภาพการณ์ตอนนี้คือต้องช่วยเหลือกันและบริโภคกันภายในประเทศ อย่าทำร้ายกัน อย่าทำร้ายประเทศชาติ อย่าทำร้ายประชาชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;
ไม่รู้จักสาธารณรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พูดได้เลยว่าแนวคิดเรื่องการเกิดสาธารณรัฐจึงเป็นไปไม่ได้ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า &amp;quot;ไม่ทราบครับ เรื่องนี้ไม่มีในหัวผม&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าไม่มีทางเป็นไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า &amp;quot;ไม่รู้ๆ ไม่รู้จักคำนี้&amp;quot; เมื่อถามต่อว่าที่บอกว่าต้องเทิดทูนสถาบัน เราต้องมีการปกป้องสถาบันไม่ให้มีใครก้าวล่วงใช่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า &amp;quot;ทุกคนมีหน้าที่ปกป้อง ใครมีหน้าที่ด้านไหนก็ทำไปในด้านนั้น เมื่อจุดมุ่งหมายคือประชาชนร่มเย็นเป็นสุข และการที่ประชาชน ประเทศชาติจะร่มเย็นเป็นสุขได้นั้น สถาบันหลักเป็นจุดศูนย์รวม ต้องอยู่อย่างมั่นคง ทุกคนจึงมีหน้าที่ คนถือกฎหมายก็มีหน้าที่เช่นกัน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมยังกล่าวถึงสถาบันอยู่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า คงไม่ตอบเรื่องการเมือง ตนไม่เชี่ยวชาญเรื่องการเมือง เมื่อถามต่อว่าช่วงรอยต่อปีใหม่ เกรงจะมีมือที่สามฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์หรือไม่ พล.อ. ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ช่วงหยุดยาวหน่วยงานความมั่นคงก็ติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว ทุกคนเสียสละอุทิศตน เพียงแต่เราไม่รู้ การที่บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขในขณะนี้เราก็ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่เหล่านั้น เพราะทำให้บ้านเมืองสงบร่มเย็น ไม่มีภัยอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร นำโดยนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ แกนนำกลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน, นายชูเกียรติ แสงวงศ์ หรือจั๊ด การ์ดภาคีเพื่อประชาชน, นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือแอม, นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ขอนแก่นพอกันที, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ แกนนำกลุ่มคนรุ่น ใหม่นนทบุรี, นางณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน พยาบาลอาสา เดินทางมาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 และเรียกร้องให้ตำรวจยกเลิกการดำเนินคดีกับนักกิจกรรมและประชาชน ในข้อหามาตรา 112 เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ จากนั้นผู้ชุมนุมได้ร่วมกันเขียนความรู้สึกสิ่งที่ควรยกเลิกและสิ่งที่ควรปรับปรุงลงบนกระดาษสีขาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวัตรกล่าวว่า กฎหมายมาตรา 112 เป็นกฎหมายที่ล้าหลัง เป็นกฎหมายที่กดขี่ข่มเหงประชาชน นำมาทำลายล้างกันเรื่องการเมือง ตนจึงขอรณรงค์ให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 และที่พวกเราออกมาชุมนุม เพราะต้องการให้ปฏิรูปสถาบัน ไม่ใช่การล้มล้าง เราอยากให้สถาบันอยู่ได้แบบสง่างาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ปทุมวัน แจ้งว่ากิจกรรมวันนี้ เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ให้เลิกการชุมนุมภายในเวลา และห้ามทำทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ทำให้นายณวรรษชี้แจงว่า วันนี้เป็นการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ไม่ใช่การชุมนุม หวังว่าตำรวจจะไม่ดำเนินคดีใดๆ กับพวกเรา &amp;nbsp;
3 นิ้วทยอยรับทราบข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายชินวัตร นายชูเกียรติ และนายสิรภพ ได้นำน้ำยาล้างจานมาล้างทำความสะอาดอักษรคำว่า &amp;quot;ชาติ&amp;quot; ซึ่งเป็นป้าย ตร.เพื่อล้างสิ่งมลทินที่เกาะอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ที่ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมแบบหว่านแห โดยภายหลังล้างป้าย ตร.เสร็จ นายณวรรษกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราได้ล้าง &amp;quot;ชาติ&amp;quot; แล้ว หากพวกพี่ๆ รักชาติ และทำงานรับใช้ประเทศชาติจริงๆ ช่วยดูแลไม่ให้ใครเอาประชาธิปไตยออกไปจากประเทศนี้ได้ หลังจากนี้หากมีการชุมนุมในวันใด ขอให้ตำรวจที่ เห็นด้วยในการชุมนุมลาพักร้อนในวันนั้น ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะร่วมกันชู 3 นิ้ว และตะโกน พร้อมกันว่า &amp;quot;ที่นี่มีคนตาย&amp;quot;, &amp;quot;เสื้อแดงไม่ได้รับความยุติธรรม&amp;quot; และประกาศยุติกิจกรรมใช้เวลาประมาณ 45 นาที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ลุมพินี นายชูเกียรติ แสงวงศ์, นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ,&amp;nbsp; นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง และผู้ชุมนุมรวม 4 คน เข้าพบ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ มนัสชน สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี ตามหมายเรียกข้อหา ม.112 พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ จากการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ก่อนไปสาดสีที่หน้า ตร.เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีมวลชนหลักสิบคนแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองและสีดำมาให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิรภพกล่าวหลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกว่า 2 ชั่วโมงว่า มีผู้ถูกหมายเรียกคดี ม.112 พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ทั้งหมด 2 คน คือตนกับนายชูเกียรติ และถูกหมายเรียกเฉพาะ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะอีก 5 คน คือนายชินวัตรและประชาชน ซึ่งตนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและไม่ได้เซ็นชื่อรับทราบข้อกล่าวหา จะให้การเป็นหนังสือ โดยมีนัดอีกครั้งในวันที่ 13 ม.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทราบว่ามีผู้ถูกหมายเรียกอีกรวม 15 คน ซึ่งตำรวจจะทยอยเรียกให้เข้ามารายงานตัว การที่รัฐบาลใช้ ม.112 แบบนี้ จะทำให้มันเสื่อมลงด้วยตัวเองจากการใช้กฎหมายพร่ำเพรื่อ บางคนเพียงพิมพ์ข้อความในโซเชียลที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันยังถูกคดีได้ ยืนยันยังเคลื่อนไหวต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องจะสัมฤทธิผล&amp;quot; นายสิรภพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ สน.บางโพ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มราษฎร พร้อมด้วยนายวชิรวิทย์ รุ่งเรืองศิริผล แกนนำกลุ่มเสื้อแดงอิสระ และนายคุณากร มั่นนทีรัย ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบ พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช&amp;nbsp; ผกก.สน.บางโพ เพื่อรับทราบข้อกล่าวตามหมายเรียกในความผิดฐานไม่แจ้งการชุมชุนตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จากการจัดกิจกรรมชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคุณากรเปิดเผยว่า ตำรวจได้ทำการเรียกกลุ่มแกนนำต่างๆมา ตามหมายมาทั้งหมด 6 คน แต่วันนี้เดินทางมาเพียงแค่ 3 คน ส่วนอีก 3 คนนั้น ได้แก่ นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายอำนนท์ นำภา และนายเอกชัย หงส์กังวาน แจ้งขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวนไปก่อน ขณะที่แกนนำที่เข้าพบพนักงานสอบสวนวันนี้ให้การ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะเร่งทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรส่งพนักงานสอบสวนอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำการชุมนุมฯ พร้อมทนายเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.บางโพ ตามหมายเรียกในข้อหาจัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จากการชุมนุมเดียวกันที่รัฐสภา โดยพนักงานสอบสวนแจ้งกับทนายความว่า จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายพริษฐ์ ในความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.116 และ ม.215 ด้วยซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการชุมนุม&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มมีกิจกรรมการชุมนุมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตนถูกดำเนินคดีความแล้วกว่า 40 คดี โดยเฉพาะปีนี้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 รวม 12 คดี จึงมองว่าเจ้าหน้าที่รัฐใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม
กล้าทำต้องกล้ารับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล ระบุว่าการใช้ ม.112 ต่อผู้เข้าร่วมชุมนุม เป็นการใช้ในลักษณะเหวี่ยงแห ตีความกว้างขวางเกินตัวบทกฎหมายและละเมิดสิทธิมนุษยชน ว่า&amp;nbsp; หากยังสงสัยในกฎหมาย ม.112 ทางที่ดีควรเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้มีการปราศรัยพูดพาดพิงสถาบัน หรือควรยุติการชุมนุมไปเลยจะดีกว่า เพราะการชุมนุมไม่เป็นประโยชน์กับใครอีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก โดยขอให้ย้อนมองดูพฤติกรรมการชุมนุมของผู้ชุมนุมว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่นด้วยหรือไม่ เพราะทำให้เดือดร้อนพูดจาหยาบคาย ด่าทอผู้อื่น และยังทำเรื่องเลวร้ายจาบจ้วงและหมิ่นสถาบันอย่างมากหากกลุ่มผู้ชุมนุมกล้าที่จะทำแล้ว ก็ขอให้กล้ายอมรับกับความ เป็นจริง ที่จะต้องถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจถือว่าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลไม่เคยสั่งการหรือบังคับใช้กฎหมายกลั่นแกล้งคนอื่น ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ประชาชนฝากบอกมาว่า พรรคก้าวไกล แต่ทำท่าจะไปไม่ไกล เพราะประชาชนรู้ว่านักการเมืองที่สนับสนุนกลุ่มที่ทำผิด ม.112 คือใคร และใครที่ออกมาปกป้องคนทำผิด ม.112 นั่นแหละตัวดี ที่พยายามจะยุยงให้คนมาจาบจ้วงก้าวล่วงคิดล้มล้างสถาบัน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายชัดเจน พรรคการเมืองหรือนักการเมืองเหล่านั้นสมควรที่จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ จับตาดูว่าสมคบคิดหรือให้การสนับสนุนด้วยหรือเปล่า&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 18 ธ.ค.ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติออกแถลงการณ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในไทย ที่มีการคุมขังนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลายคน ซึ่งรวมถึงเยาวชนอายุ 16 ปี ภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำแถลงกล่าวว่า เรารู้สึกหนักใจอย่างยิ่งกับการดำเนินการโดยทางการไทยที่ตั้งข้อหาผู้ประท้วงอย่างน้อย 35 คนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงผู้ประท้วงที่เป็นนักเรียนอายุ 16 ปี ภายใต้มาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวีนา ชัมดาซานี โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี ฐานหมิ่นประมาท, ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อราชวงศ์ &amp;quot;เราตกใจอย่างยิ่งที่ผู้ประท้วงอายุ 16 ปีถูกตำรวจนำตัวส่งศาลเยาวชนเมื่อวานนี้เพื่อขอคำสั่งฝากขัง&amp;quot; โฆษกหญิงผู้นี้กล่าว อย่างไรก็ดี ศาลปฏิเสธและอนุญาตให้ประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัมดาซานีให้ข้อสังเกตด้วยว่า คณะกรรมการสิทธิฯ เคยร้องขอทางไทยหลายครั้งให้ตรากฎหมายโดยสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ แต่น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่หลังจากผ่านมา 2 ปีโดยไม่มีคดีใดๆ จู่ๆ เราก็ได้พบเห็นคดีจำนวนมาก และน่าตกใจที่ตอนนี้ยังมีการดำเนินคดีกับผู้เยาว์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เธอกล่าวอีกว่า คณะกรรมการสิทธิฯ ของยูเอ็นยังมีความห่วงกังวลเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาร้ายแรงอื่นๆ กับผู้ประท้วงที่เข้าร่วมการประท้วงอย่างสันติในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เราเรียกร้องรัฐบาลไทยหยุดการใช้ข้อหาคดีอาญาร้ายแรงเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับบุคคลที่ใช้สิทธิเสรีภาพของพวกเขาในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมอย่างสงบ เรายังเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และทำให้กฎหมายนี้สอดคล้องกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ความสุขของราษฎร กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,406 ตัวอย่าง&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 11-17 ธันวาคม ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรทั่วไปหรือร้อยละ 87.6 มีความสุขค่อนข้างมากถึงมากที่สุด&amp;nbsp; หลังสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงเริ่มคลี่คลาย ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.6 ของกลุ่มราษฎรเยาวชน มีความสุขค่อนข้างมากถึงมากที่สุด หลังสถานการณ์ความขัดแย้ง รุนแรงเริ่มคลี่คลาย เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรทั่วไปหรือร้อยละ 89.6 และส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรเยาวชนหรือร้อยละ 79.1 ระบุ เห็นคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกันจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ เป็นเหตุแห่งปัจจัยทำราษฎรมีความสุข ในขณะที่ส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรทั่วไปหรือร้อยละ 88.3 และส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรเยาวชน หรือร้อยละ 87.5 ระบุคนในครอบครัวรักกัน แม้เห็นต่างกัน วัยต่างกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87281</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน, พ.ร.บ.ชุมนุม, ม.112, ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน, สาธารณรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdcc099d02d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ยกโพลยี้สาธารณรัฐ ปลุกเลือกอบจ.ไม่เอากลุ่มการเมืองคลั่งแนวคิดนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค. 63 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง ธนบุรี และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ของสำนักวิจัยซูเปอร์โพลพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 96.8 รู้สึกแย่กับข่าวแกนนำม็อบมีแนวคิดจะแบ่งแยกประเทศออกเป็นสาธารณรัฐว่า เสียงสะท้อนของประชาชนเป็นเครื่องยืนยันว่าประชาชนรับไม่ได้กับแนวคิดดังกล่าว เข้าใจว่านี่คือ&amp;rsquo;วาระซ่อนเร้น&amp;rsquo; ของผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้แนวคิดกับกลุ่มผู้ชุมนุมมาตลอด โดยหลอกเอาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนำหน้าในการเคลื่อนไหวเรียกร้อง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ลอกคราบออกมาให้เห็นว่าแท้ที่จริง ต้องการลดบทบาทสถาบัน อันเป็นศูนย์รวมใจของคนไทย ก็เพื่อแบ่งแยกประเทศ ซึ่งเชื่อว่าประชนส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้กลุ่มคนเหล่านี้ทำสำเร็จแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า การเปิดเผยวาระซ่อนเร้นของม็อบออกมาครั้งนี้ ทำให้ประชาชนตาสว่างและเข้าใจมากขึ้น ว่าแท้จริงแล้วที่เคลื่อนไหวมาตลอดหลายเดือนนั้น เบื้องหลังคืออะไร เหตุใด นักการเมือง และพรรคการเมืองบางพรรคถึงจ้องจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 ให้ได้ ก็เพราะรัฐธรรมนูญมาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่รับรองรูปแบบของรัฐว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นรัฐเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ปัจจุบันเรามีการกระจายอำนาจการปกครองไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบจ. อบต. เทศบาล อยู่แล้ว หากช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ ได้ผู้นำที่ดี มีความสามารถ และปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ประชาชนก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประเทศชาติพัฒนา ไม่ต้องถึงกับต้องมีระบบสาธารณรัฐ ที่หวังแบ่งแยกประเทศ ฉะนั้น การเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.ในวันที่ 20 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ พี่น้องประชาชนต้องไม่เลือกผู้สมัครของกลุ่มการเมืองที่มีแนวคิดทิศทางเดียวกับสาธารณรัฐเข้ามาเป็นผู้นำท้องถิ่น เพราะอาจนำพาประเทศชาติไปสู่การแบ่งแยกประเทศและที่สำคัญคือไม่ได้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงแบบที่กลุ่มแกนนำม็อบแอบอ้างหลอกลวงใช้มาตลอดเลย&amp;rsquo; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผลโพลที่น่าสนใจอีกประเด็นคือคือ ประชาชนกว่าร้อยละ 98.5 เห็นด้วยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่คนไทยทุกคนต้อง &amp;ldquo;กตัญญู&amp;rdquo; ต่อพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาล รวมถึงร้อยละ 98.7 เห็นด้วยว่า ประชาธิปไตยของไทยแบบทุกวันนี้ดีอยู่แล้ว และแผ่นดินไทยต้องไม่แบ่งแยก ดังนั้นจึงขอให้ชาวไทยช่วยกัน ร่วมแรงร่วมใจไม่ให้คนที่ไม่หวังดีเข้ามามีบทบาทใดๆต่อสังคมและประเทศชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86793</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, พปชร., ม็อบ, สาธารณรัฐ, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f92ed02cf8bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลยันคนไทยไม่เอา&#039;สาธารณรัฐ-คอมมิวนิสต์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค. 2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวภาคสนาม เรื่อง ลัทธิ เบื้องหลัง ม็อบ 3 นิ้ว กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,200 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 7 - 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความรู้สึกของกลุ่มราษฎรต่อ ลัทธิ เบื้องหลัง ม็อบ 3 นิ้ว พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.8 รู้สึกแย่ กับ ข่าวแกนนำม็อบ มีแนวคิดจะแบ่งแยกประเทศไทยออกเป็น สาธารณรัฐ ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.2 รู้สึกแย่ กับข่าวแกนนำม็อบ จะนำระบอบ คอมมิวนิสต์ มาปกครองประเทศไทย และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.2 รู้สึกแย่เช่นกัน กับข่าว แกนนำม็อบ เคยพักหรู กินอาหารฝรั่ง จิบไวน์ กินหรู แต่ม็อบกินข้าวข้างถนน บนถนน แยกตัวไปกินหรูแต่กลับมาเรียกร้อง ความเท่าเทียม ความเสมอภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.2 ระบุ ประเทศคอมมิวนิสต์ต่าง ๆ เวลานี้ ยังมีความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ปกครอง กับ ราษฎร อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.5 เห็นด้วยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่คนไทยทุกคนต้อง &amp;ldquo;กตัญญู&amp;rdquo; ต่อพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาลเพราะทุกคนตอนนี้ ณ เวลานี้มีแผ่นดินให้พักอาศัยอยู่ ได้รับโอกาสให้ทำมาหากิน จึงควรสำนึกรู้คุณแผ่นดินและองค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.7 เห็นด้วยว่า ประชาธิปไตยของไทยแบบทุกวันนี้ดีอยู่แล้ว ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและแผ่นดินไทยไม่แบ่งแยก มีการเลือกตั้ง และคนไทยแต่ละท้องถิ่นมีวัฒนธรรม มีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่เอาพวก ค้อน เคียว ไม่เอาลัทธิ คอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.7 ต้องการคนแบบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เอาตัวเข้าแลกเอาปัญหาทุกอย่างของชาติและกระแสมาลงที่ตัวเอง เพื่อปกป้ององค์พระมหากษัตริย์และสถาบันหลักของชาติไว้เหนือเกล้า ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 3.3 เท่านั้นที่ไม่ต้องการ อย่างไรก็ตาม บทสรุปของราษฎร ที่ค้นพบคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.6 สรุปว่า ฉันรักประเทศไทย ฉันรักสถาบันหลักของชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า เสนอให้ใช้ยุทธการ &amp;ldquo;กวาดให้เรียบ&amp;rdquo; ตามความเห็นของประชาชนในผลสำรวจก่อนหน้านี้ที่ต้องการให้ใช้กฎหมายทุกมาตรา เพราะกลุ่มราษฎรเกือบทั้งประเทศไม่ต้องการลัทธิ คอมมิวนิสต์ ไม่ต้องการ ค้อน เคียว และขบวนการมาร์กซิสต์ร่วมสมัยแบบใหม่ก็เคยถูกเปิดโปงออกมาในบทความทางวิชาการแล้วว่าเคลื่อนไหวแรงในโลกโซเชียลช่วงเดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายน และมีการนำเยาวชนไปฝึกตามเสาหลักเมืองของจังหวัดต่าง ๆ เพื่ออาจนำไปสู่การออกแบบแบ่งประเทศเป็น สาธารณรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า กลุ่มราษฎรเกือบทั้งประเทศไม่เอาด้วยกับพวกค้อน เคียวเพราะยังคงสำนึกรู้คุณแผ่นดินกตัญญูต่อองค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ให้แผ่นดินไว้ได้อยู่และทำกิน และกลุ่มราษฎรกำลังต้องการคนแบบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เอาตัวเองเข้าแลกยอมเอาปัญหาชาติและกระแสมาลงที่ตัวเองโดยไม่ให้ไปกระทบต่อองค์พระมหากษัตริย์และสถาบันหลักของชาติ ตามหลักของ The King Can Do No Wrong แท้จริง แต่ ยุคนี้เวลานี้อาจจะหายาก เพราะผู้มีอำนาจรัฐ (State Power) บางคนมักจะหลบมุมที่ปลอดภัย (Safety Zone) เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและพวกพ้องโดยทำตาม ๆ กันแค่ให้เห็นว่าได้ทำมากมาย แต่เมื่อถามว่าที่ทำไปมากมายนั้นทำไปแล้วได้อะไร คำถามนี้ผู้มีอำนาจรัฐคงตอบยาก เพราะถ้าทำได้ผลดีจริงสถาบันหลักของชาติคงจะไม่แกว่งตัวมากขนาดนี้ ดังนั้น ราษฎรสามัญชนทุกคนในชาติที่ไม่ได้มีอำนาจรัฐในมือ (Non-State Power) ต้องออกตัวแรงกันเองด้วยจิตอาสา เสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยและสูญเสียมาแสดงตนช่วยกันตามแบบอย่างของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ สำนึกรู้คุณอย่างแท้จริงต่อแผ่นดินและองค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์สืบไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86711</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, คอมมิวนิสต์, นพดล กรรณิกา, สาธารณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd58a32d288e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล-ส.ว.ห้ามแตะ‘ม.112’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปารีณา&amp;quot; บุกยูเอ็น ยื่นหนังสือแจงคนไทยสนับสนุน ม.112 ลั่นจะตามคัดค้านม็อบ 3 นิ้วทุกที่ &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; สับแหลก พวกจ้องล้มล้างสถาบันเบื้องสูง เปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ กำลังดิ้นพล่าน &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ยันประชาธิปัตย์ไม่เอาคอมมิวนิสต์ ลั่นต้องมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของประเทศ &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; อัด &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ไร้สำนึก ไล่เก็บเสื้อผ้าไปอยู่ประเทศอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)? ประจำประเทศไทย ถ.ราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ พร้อมผู้สนับสนุนกว่า 30 คน เดินทางมาที่สำนักงานยูเอ็น เพื่อยื่นหนังสือต่อยูเอ็น ประเด็นสนับสนุนมาตรา 112 ในฐานะผู้แทนของราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณาได้ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยื่นหนังสือต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติและนานาชาติ เพื่อกดดันให้รัฐบาลไทยยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และยุติดำเนินคดีแกนนำราษฎรทุกคนนั้น ตนเองขอคัดค้าน โดยให้กลุ่มที่ผิดมาตรา 112 ได้รับการลงโทษตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; อีกทั้งได้พูดถึงนายพริษฐ์ ว่าดูน่ารัก แต่ความคิดต่ำทราม มาเรียกร้องให้ไม่ดำเนินคดีตัวเองทั้งๆ ที่กระทำผิดตาม รธน.มาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.ปารีณาได้อ่านแถลงการณ์เป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับมาตรา 112 และระบุว่าหลังจากนี้หากกลุ่มราษฎรยื่นหนังสือที่อื่นๆ อีก จะไปยื่นคัดค้านทุกที่ พร้อมสนับสนุนให้มีกฎหมายมาตรา 112 ก่อนเข้ายื่นหนังสือภายในยูเอ็น โดยใช้เวลา 10 นาที จากนั้น น.ส.ปารีณาและมวลชนได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี แสดงความเห็นว่า ช่วงนี้คนที่จ้องล้มล้างสถาบันเบื้องสูง พวกที่ต้องการเปลี่ยนประเทศไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ กำลังดิ้นกันอย่างมาก และกล่าวหาว่ากฎหมายมาตรา 112 เป็นสิ่งไม่ดี ทำลายสิทธิเสรีภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งคำเหล่านี้ไม่เป็นความจริง เพราะกฎหมายในการคุ้มครององค์พระประมุขมีทุกประเทศทั่วโลก คนที่คิดด้วยความสุจริตจะไม่มีปัญหา ยกเว้นพวกที่จ้องล้มล้าง ซึ่งเขากำลังดิ้น ช่วยกันแชร์คลิปเรื่องมาตรา 112 ให้ประชาชนเข้าใจ และตามคนเหล่านี้ให้ทันครับ&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยเรื่องการที่จะไปเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยเป็นระบอบสาธารณรัฐ หรือคอมมิวนิสต์ เพราะเรามีจุดยืนชัดเจนว่าประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น คือสิ่งที่เป็นจุดยืนและเป็นสิ่งที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับชัดเจนต้องไม่ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องการยกเลิกมาตรา 112 นั้น นายจุรินทร์ตอบว่า ทุกประเทศในโลกก็จะต้องมีกฎหมายที่คุ้มครองประมุขของประเทศด้วยกันทั้งสิ้น โดยกฎหมายมาตรา 112 ก็เป็นมาตราหนึ่งสำหรับประเทศไทยที่คุ้มครองหรือปกป้องประมุขของประเทศไทยของเราเช่นเดียวกับทุกประเทศในโลก คือสิ่งที่อยากให้ทุกคนเข้าใจ
ไล่&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;ไปอยู่ประเทศอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ระบุมาตรา 112 อยู่ในหมวดความมั่นคงฯ เหมือนปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกนั้น โดยนายสุภรณ์มองว่าคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศไม่อยากให้มีการยกเลิกมาตรา 112 นี้อย่างแน่นอน เพราะหากไม่มีการทำผิดกฎหมายก็ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องกลัวมาตรานี้ ก็จะมีคนที่อยากทำผิดมาตรานี้เช่นนายปิยบุตรและพรรคพวกเท่านั้น ถึงได้บังอาจกล้ามาเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 เพราะอยากจะกระทำความผิดโดยการหมิ่นประมาทดูหมิ่น จาบจ้วงก้าวล่วง แต่ไม่อยากถูกลงโทษ อย่างนี้เรียกว่าไม่ยอมรับกฎหมายบ้านเมือง จะเป็นนักกฎหมายเป็นครูอาจารย์ไปทำไม ไปเป็นคนเถื่อนอยู่ในป่าในถ้ำจะเหมาะสมกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนอย่างนายปิยบุตร คำก็พระมหากษัตริย์ สองคำก็พระมหากษัตริย์ พยายามที่จะคิดล้มล้างสถาบันตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแนวคิดตามต่างประเทศที่ไปรับความคิดชั่วๆ มา หรืออาจเป็นเพราะมีภรรยาเป็นชาวต่างชาติด้วยใครๆ ก็รู้ จึงได้รับการปลูกฝังความคิดฝังสมองมาจากภรรยาชาวต่างชาติด้วยหรือเปล่า ดังนั้นสิ่งที่นายปิยบุตรพยายามคิดที่จะล้มล้างหรือปฏิรูปสถาบัน โดยเฉพาะการพูดให้ยกเลิกมาตรา 112 ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำไมคนไทยที่รักสถาบันและปกป้องสถาบันจะอ่านเกมของนายปิยบุตรไม่ออก พูดอะไรออกมาอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์มั่นใจว่าสิ่งที่ประชาชนที่รักสถาบัน ปกป้องสถาบัน ต้องการมากที่สุดขณะนี้คือ เอามาตรา 112 มาบังคับใช้ดำเนินคดีกับคนที่จาบจ้วง ก้าวล่วง และดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เข้าคุกให้หมด เพราะนับวันยิ่งจาบจ้วงก้าวล่วงมากขึ้นๆ ตลอด ซึ่งบุคคลธรรมดาทั่วไปยังมีกฎหมายดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นประมาทเลย แต่นี่คือสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ยังกล้าคิดบังอาจก้าวล่วงจาบจ้วง สมองคงคิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐอย่างนั้นใช่ไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าของฉายาแรมโบ้อีสานกล่าวว่า อยากถามนายปิยบุตรว่า สถาบันทำอะไรให้นายปิยบุตรและครอบครัวแสงกนกกุลเดือดร้อน ถ้าคิดว่าอาศัยแผ่นดินไทยซุกหัวนอนอยู่ อาศัยข้าวแดงแกงร้อนกินบนแผ่นดินจนเติบได้ใหญ่โตมายังไม่มีความสุขกายสบายใจ ยังไม่มีจิตสำนึกในบุญคุณแผ่นดินไทย และยังคิดไม่ได้ว่าบุคคลท่านใดคือคนที่ปกป้องผืนแผ่นดินนี้ให้ครอบครัวนายปิยบุตรและครอบครัวมีที่ซุกหัวนอนตราบจนทุกวันนี้ ตนและประชาชนผู้รักสถาบัน ก็ขอขับไล่ให้นายปิยบุตรและครอบครัวออกนอกประเทศเก็บเสื้อผ้าไปอยู่ประเทศอื่น ไปอยู่ที่ชอบๆ ในประเทศที่ครอบครัวนายปิยบุตรให้ความเคารพรักเทิดทูน ไม่ต้องอยู่ในประเทศไทยอีกต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชิญเลยครับ รีบไปให้พ้นๆ จากประเทศไทยได้เร็วๆ เท่าไรยิ่งดี อย่ามาทำตัวสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้กับคนไทยและประเทศไทยอีกเลย คนไทยทั้งแผ่นดินจะได้มีความสุขกันเสียที&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายพรรค กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มราษฎรเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 พร้อมทั้งเปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนลงชื่อด้วยนั้น ว่าส่วนตัวเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม และอยากให้ประชาชนจับตา เพราะเป็นการไปยกเลิกกฎหมายที่ตัวเองกระทำความผิดแล้ว ตรงนี้ยิ่งกว่าการนิรโทษกรรม และยังเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ขัดอีกด้วย ดังนั้น ตรงนี้ถือว่าไม่มีความชอบธรรมที่จะมายกเลิกมาตรา 112
เลิก ม.112 ไม่ได้เด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ถามว่า ในอดีตที่ผ่านๆ มา กฎหมายมาตรา 112 ก็มีมานานแล้ว และคนที่ไม่คิดจะทำความผิดก็ไม่ผิดมาตรา 112 กันอยู่แล้ว ไม่ใช่พอพวกตัวเองทำความผิดเข้าข่ายมาตรา 112 แล้วจะมาให้ยกเลิกมาตรา 112 แบบนี้มันไม่ถูกต้อง เพราะอีกหน่อยถ้าไปทำผิดกฎหมายอะไรอีก ก็คงต้องออกมาขอให้ยกเลิกเพื่อตัวเองและพวกพ้องแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันใช้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ม็อบมีพฤติกรรมชัดเจนเรื่องจาบจ้วง ดูหมิ่น เหยียดหยาม อาฆาตมาดร้าย จึงชัดเจนอย่างยิ่งว่า จะยกเลิกมาตรา 112 ไม่ได้โดยเด็ดขาด ข้อเรียกร้องม็อบที่มีออกมาในช่วงนี้นั้น เพราะคุณไปกระทำผิด ดังนั้นต้องรับผิดชอบการกระทำ ไม่ใช่พอโดนคดีก็มาเรียกร้องเพื่อตัวเองแบบนี้ ก่อนที่จะกระทำต้องรู้แล้วว่าโทษของความผิดมีความร้ายแรง แต่คุณพูดว่ามันเลยความกลัวไปแล้ว ทั้งพูด ทั้งขีดเขียน ประกาศ โฆษณา แสดงความอาฆาตมาดร้ายไม่เกรงกลัวกฎหมายทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การยกเลิกหรือไม่ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ที่กลุ่มราษฎรเรียกร้อง จะมีผลต่อการเดินหน้าตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์หรือไม่ ส.ว.ผู้นี้ตอบว่า หลักของการสมานฉันท์ ไม่ได้แปลว่าใครทำผิดกฎหมายแล้วไปยกเลิกความผิด ถ้าอย่างนั้นคนไปฆ่าคนตาย ลักทรัพย์ ก็บอกว่ามาสมานฉันท์กันเถอะ อย่างนี้สังคมอยู่ไม่ได้ เป็นคนละเรื่องกับการสร้างความสมานฉันท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการมาชุมนุมหมิ่นสถาบันเบื้องสูง พอถูกดำเนินคดี มาบอกว่าทำไมไปละเมิดสิทธิ์ สิ่งที่คุณทำก็ไม่ได้คุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้ผู้อื่นด้วย แต่เพื่อตัวเอง และออกมาจาบจ้วงดูหมิ่นใส่ร้ายอาฆาตมาดร้าย พอจะถูกดำเนินคดีมาบอกว่าทำไมไม่ล้างมลทิน อีกหน่อยคนทั้งประเทศจะทำอะไรก็ได้ พอทำแล้วถูกดำเนินคดี มาบอกที่หลังว่ายกเลิกและสมานฉันท์กันเถอะ ผมคิดว่าต้องแยกแยะ&amp;quot; นายเสรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจเด็จ อินสว่าง ส.ว. ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา กล่าวว่า เรื่องมาตรา 112 กมธ.วิสามัญฯ ได้หารือกันมาตลอด กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด กมธ.จะนำเรื่องไปหารือในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และจะเชิญสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยข่าวต่างๆ มาร่วมหารือต่อไป มาตรา 112 นั้น มีใช้กันทุกประเทศ อย่างประเทศอังกฤษก็มีใช้ มีโทษรุนแรงด้วย เพียงแต่ไม่ได้มีการนำมาใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการไปยื่นเรื่องต่อยูเอ็นให้ยกเลิกมาตรา 112 นั้น เชื่อว่าคงต้องการสร้างกระแสกดดันและสร้างความเด่นดัง แต่ยูเอ็นคงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ใช่ยื่นมาแล้วจะเชื่อทันที หรือกรณีที่ ส.ว.สหรัฐอเมริกาออกมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษานั้น อาจเป็นเพราะได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน คิดแต่เรื่องเก่าๆ ของประเทศไทย ไม่ได้ดูปัญหาจากต้นเรื่องทั้งหมด เลยคิดว่ารัฐบาลไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า พวกที่ออกมารณรงค์เคลื่อนไหวให้ยกเลิก ม.112 ล้วนแล้วแต่เป็นพวกที่กำลังจะถูกเข้าคุกเพราะ ม.112 พวกที่เคยถูกกล่าวหา ถูกฟ้องร้องเพราะ ม.112 และพวกที่เคยเข้าคุกเพราะ ม.112 ทั้งสิ้น บางคนไม่สำเหนียกในพระมหากรุณาธิคุณที่เคยพระราชทานอภัยโทษในกรณีนี้มาให้ ยังทำเป็นปากเก่ง แกว่งลิ้นบนเวทีให้คนเขาประณามว่าปากกล้าแต่ขาสั่นเสมอ บางคนเป็นพวกแก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นานก็มี ไม่ได้มีสารประโยชน์ใดๆ ให้กับสังคมไทยเลย
พวกเด็กเมื่อวานซืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุอีกว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หากไม่ไปละเมิด ก็ไม่เห็นจะไปสร้างความทุกข์ร้อน เดือดร้อนให้กับใคร เพราะพระองค์ไม่อาจลงมาฟ้องร้องเอาผิดกับใครได้ หากถูกหมิ่น จาบจ้วงหรือถูกกล่าวร้าย ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายดังกล่าวไว้คอยปกป้องพระองค์ท่าน สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นอยู่คู่สังคมไทยมาตั้งแต่ก่อนสร้างชาติจวบจนปัจจุบัน เป็นที่เคารพสักการะเทิดทูนกันของประชาชนส่วนใหญ่ มีแต่พวกจัญไร ไร้สำนึกในแผ่นดินเท่านั้น ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่รู้จักบุญคุณที่สถาบันพระมหากษัตริย์มีต่อสังคมไทย ถามหน่อยโคตรเหง้าเหล่าตระกูลของพวกที่ออกมารณรงค์เคลื่อนไหวให้ยกเลิก ม.112 เคยทำความดีอะไรให้กับสังคมไทยบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเด็กเมื่อวานซืนแถลงจี้ยกเลิก 112 ยุติดำเนินคดี-ล้างมลทิน แสดงว่ากำลังหาทางร่อนลงใช่ไหม ฮ่าๆๆ ไปฝันในคุกเถอะ&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านการใช้มาตรา 112 เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่โดยใช้เหตุผลทางการเมืองมาประกอบการตัดสินใจ แล้วใช้มาตราดังกล่าวเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างอำนาจให้ตนเองในการปิดปากคนเห็นต่าง ทั้งที่มีกฎหมายมาตราอื่นๆ ที่จะใช้ดำเนินการได้แต่ก็กลับเลือกใช้มาตรานี้เป็นหลัก ตนจึงไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 112 ของเจ้าหน้าที่มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ถ้าไม่อยากให้มีการเคลื่อนไหวในประเด็นนี้อีก สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่รัฐบาลเลือกนำมาตราดังกล่าวมาจัดการกับผู้ชุมนุม หากใครทำผิดอะไรก็ให้แจ้งข้อกล่าวหาอื่นตามกฎหมายที่มีอยู่จะดีกว่า ไม่เช่นนั้นการเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ก็จะไม่จบสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้รัฐบาลโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องควบคุมบังคับใช้กฎหมาย ปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยมุมมองและทัศนคติที่เป็นธรรมต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร ที่ประกอบไปด้วยนักเรียนนักศึกษา เยาวชนอนาคตของชาติ และไม่มีทัศนคติอันเป็นลบต่อกลุ่มผู้ชุมนุม หรือกล่าวหาว่ามีกลุ่มคนอยู่เบื้องหลัง การแสดงออกของกลุ่มคนรุ่นใหม่ สังเกตได้จากที่ผ่านมาเป็นการแสดงโดยพลังของนักศึกษาที่เป็นธรรมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าตั้งโจทย์ผิดคิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง อาจบานปลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ รัฐต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า การดำเนินการที่ฝ่าฝืนกรอบกฎหมายก็ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามฐานความผิด อย่าใช้กฎหมายมาตราใดมาตราหนึ่งมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง และต้องไม่สองมาตรฐาน ไม่ใช่คนสีเสื้อหนึ่งทำได้ อีกกลุ่มหนึ่งไม่สามารถทำได้ และต้องเข้าใจว่าเยาวชนเหล่านี้ต้องการนำเสนอเพื่อการพัฒนาให้ดีขึ้น และผู้เกี่ยวข้องควรเปิดพื้นที่ในการรับฟังบนพื้นฐานความสุจริต การส่งสัญญาณของนายกฯ ที่จะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราทุกฉบับอย่างเข้มข้นนั้น นานาชาติไม่สบายใจและถูกตีความเป็นสัญญาณใช้ความรุนแรง ซึ่งท่าทีเหล่านี้ไม่เป็นผลดีกับประเทศ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่ลืมว่าการชุมนุมเป็นสิทธิที่มีตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายศรีสุวรรณเรียกร้องให้นำกฎหมายคอมฯ มาใช้ดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำสัญลักษณ์ค้อนเคียวมาปลุกสำนึกชนชั้นแรงงาน นายอนุสรณ์กล่าวว่า เป็นสิทธิของนายศรีสุวรรณที่จะตั้งข้อสังเกตหรือร้องเรียนเรื่องใด เพราะนายศรีสุวรรณร้องทุกเรื่องอยู่แล้ว แต่สังคมตั้งคำถามว่ารัฐบาลสืบทอดอำนาจ เคยกลัวขันแดง ปฏิทินของนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ วันนี้นายศรีสุวรรณกำลังจะหลอนรัฐบาลให้กลัวเครื่องหมายค้อนเคียว ซึ่งกลุ่มราษฎรเขาก็พยายามสื่อสารว่าไม่ใช่ปลุกระดมชนชั้นแรงงานมาต่อสู้ การดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นการบั่นทอนความน่าเชื่อถือของนายศรีสุวรรณ ที่ร้องทุกเรื่อง และอาจเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาล หากบ้าจี้ดำเนินการตามที่นายศรีสุวรรณเสนอ ว่ากลัวกระทั่งสัญลักษณ์ในการชุมนุมในแต่ละเรื่องที่เขาเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด และนายศรีสุวรรณต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ที่ออกมาให้ความเห็นในครั้งนี้ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86614</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายคุ้มครองประมุขของประเทศ, คนไทยสนับสนุน ม.112, ต้องมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของประเทศ, ม.112, สาธารณรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd37ee602f28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039; เย้ย &#039;ม็อบค้อนเคียว&#039; สำลักประชาธิปไตย หัดดูพวกลี้ภัยมีแต่ไปยุโรป-อเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.63 - นายนิพิฏฐ์&amp;nbsp;อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หรือ &amp;quot;เยาวชนปลดแอก&amp;quot; กำลังสำลักประชาธิปไตย?
ผมไม่รู้ว่ากลุ่ม &amp;quot;เยาวชนปลดแอก-Free YOUTH &amp;quot; จะเข้าใจลัทธิคอมมิวนิสต์แค่ไหน เห็นเขียนข้อความในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;แรงงานสร้างชาติ มิใช่มหาราชองค์ใด&amp;rdquo; รูปในเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;สัญลักษณ์ก็คล้ายๆ &amp;nbsp;รูปค้อน กับ เคียว บ้านเมืองเราเวลานี้ คล้ายๆกับคน(ส่วนหนึ่ง) เกิดนิยมชมชอบลัทธิคอมมิวนิสต์ขึ้นมาอย่างงั้นแหละ คนอีกส่วนหนึ่งก็คล้ายๆจะรังเกียจอเมริกาและยุโรปที่ปกครองด้วยประชาธิปไตย หาว่าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย อะไรทำนองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริง ลัทธิการปกครองในโลกมี 3 ลัทธิใหญ่ๆ เท่านั้น คือ ประชาธิปไตย,คอมมิวนิสต์ และ เผด็จการ มีเท่านี้แหละ เราจะเอาแบบไหนก็เลือกเอาเอง เพียงแต่ต้องรู้เช่นเห็นชาติในแต่ละลัทธิการปกครองว่า&amp;quot;แก่น&amp;quot; ของมันคืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยเขียนมาหลายครั้งว่า สหภาพโซเวียตล่มสลายเป็นเพราะกอร์บาชอฟ ผู้นำโซเวียตขณะนั้นกำลังปรับเปลี่ยนประเทศเข้าสู่ประชาธิปไตย แต่ประชาชนของเขาไม่เคยรู้จักประชาธิปไตย พอลิ้มรสประชาธิปไตยก็ปรับตัวไม่ทัน ทะเลาะกันวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่สหภาพโซเวียต ล่มสลาย กอร์บาชอฟ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คนสุดท้าย กล่าวอำลาตำแหน่งว่า &amp;quot;คนของเราเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ในสิ่งที่เรารู้อย่างผิวเผิน มารู้ตัวอีกทีสหภาพโซเวียตก็ล่มสลายแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หันมาดูเมืองไทยวันนี้ เราเถียงกันเรื่องอะไร หากกลุ่ม&amp;quot;เยาวชนปลดแอก&amp;quot;เห็นว่า บ้านเมืองเราไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เขากลับนิยมชมชอบคอมมิวนิสต์ แต่ดูเวลาลี้ภัยสิครับ ผมยังไม่เห็นนักเคลื่อนไหวยุคนี้สักคนลี้ภัยไปอยู่ประเทศจีน เห็นลี้ภัยไปอยู่ยุโรปกับอเมริกา ทั้งนั้นคนของเรากำลังสับสนอะไรกันอยู่หรือเปล่า หรือ&amp;quot;เยาวชนปลดแอก&amp;quot; กำลังสำลักประชาธิปไตย???&lt;/p&gt;


	อดีตรองอธิการฯมธ. เตือนสติม็อบอย่าเพ้อฝันล้มสถาบัน
	&amp;#39;ทูตนริศโรจน์&amp;#39; แนะ &amp;#39;ม็อบค้อนเคียว&amp;#39; ลองฝึกใช้ชีวิตที่อิสราเอล
	&amp;#39;สมชาย&amp;#39; ชี้ช่องตำรวจเร่งรื้อคดี &amp;#39;น้องชายธนาธร&amp;#39;
	แตกเละ! &amp;#39;นักเคลื่อนไหวชื่อดัง&amp;#39; โวยเสียแรงร่วมม็อบ
	&amp;#39;แกนนำ 3 นิ้วกระบี่&amp;#39; แจงหนีคดี 112 ซุกฝรั่งเศส
	&amp;#39;ฟันเฟือง&amp;#39; ถอนตัวพ้น &amp;#39;การ์ดภาคีฯ&amp;#39;
	&amp;#39;ดร.อานนท์&amp;#39; ข้องใจ &amp;#39;อัยการปรเมศวร์&amp;#39;
	ปูด &amp;#39;ม็อบค้อนเคียว&amp;#39; แยกตัวแล้ว

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86472</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมมิวนิสต์, ค้อนเคียว, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ประชาธิปไตย, ม็อบ3นิ้ว, สาธารณรัฐ, เผด็จการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd06723a0a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แตกเละ! &#039;กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์&#039; โวยเสียแรงร่วมม็อบ3นิ้วออกทะเลกู่ไม่กลับ แช่งติดคุกให้หมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63 - นายศศิพัฒน์ พงษ์ประภาพันธ์ หรือ กาณฑ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง แนวร่วมคณะราษฎร 63 โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ถึงน้องๆที่กำลังออกทะเลไปไกลตอนนี้&amp;nbsp;หันกลับมาเข้าฝั่ง ทำในสิ่งเป็นไปได้เถอะค่ะ&amp;nbsp;เลือกตั้ง สสร.200 ไม่เอาโควต้า แล้วช่วยกันไปสมัครที่สภา ช่วยกันแก้เยอะๆ&amp;nbsp;อยากทำเรื่องแรงงาน เรื่องรัฐสวัสดิการ นี้คือวิธีการเดียว แก้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;จะต่อต้านระบอบเผด็จการ แล้วไปเอาเผด็จการเผด็จการคอมมิวนิสต์อีกระบอบ มันไม่ใช่มั้ยค่ะ&amp;nbsp;แก้รัฐธรรมนูญคือสิ่งที่ทำได้และเป็นไปได้&amp;nbsp;อย่าเข้ารกเข้าพง จนเสียขบวนไปมากกว่านี้เลยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายศศิพัฒน์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;กูล่ะเสียแรงที่ไปม็อบพวกมึงจริงๆ&amp;quot; และเขียนในช่องคอมเม้นท์อีกว่า &amp;quot;เข้าคุกแม่งให้หมด รำคาญ&amp;quot; และ &amp;quot;เวรตะไลมาก เด็กพวกนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศศิพัฒน์ ระบุว่า มุกเดิมๆ หลอกต้มประชาชน สร้างสถานการณ์ให้โดนจับ เรียกกระแสสังคมมาม็อบ แล้วชูประเด็น&amp;rdquo;สาธารณรัฐ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;แกนนำ 3 นิ้วกระบี่&amp;#39; แจงหนีคดี 112 ซุกฝรั่งเศส
	&amp;#39;ฟันเฟือง&amp;#39; ถอนตัวพ้น &amp;#39;การ์ดภาคีฯ&amp;#39;
	&amp;#39;ดร.อานนท์&amp;#39; ข้องใจ &amp;#39;อัยการปรเมศวร์&amp;#39;
	ปูด &amp;#39;ม็อบค้อนเคียว&amp;#39; แยกตัวแล้ว
	&amp;#39;สมศักดิ์&amp;#39; เผยคดีน้องชายธนาธรอยู่ที่ตำรวจ
	&amp;#39;แกนนำม็อบพระ&amp;#39; บินหนีฉุกละหุก
	อดีตคณบดีนิติ มธ.เสนอเปรี้ยง &amp;#39;สสร.&amp;#39; อายุไม่เกิน40ปี&amp;nbsp;
	ส.ศิวรักษ์&amp;#39; ซัด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; โง่แล้วยังงก


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;



</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86454</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, ค้อนเคียว, นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, ม็อบ3นิ้ว, ศศิพัฒน์ พงษ์ประภาพันธ์, สาธารณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0da1c39abe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
