<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลอบโจมตีขบวนรถยูเอ็นในดีอาร์คองโก เอกอัครราชทูตอิตาลีเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มคนร้ายลอบโจมตีขบวนรถของยูเอ็นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเมื่อวันจันทร์ เอกอัครราชทูตอิตาลีเสียชีวิตพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีก 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกา อัตตานาซิโอ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำดีอาร์คองโก (Photo credit : Italian Foreign Ministry)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศอิตาลีแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการเสียชีวิตของ ลูกา อัตตานาซิโอ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ที่เสียชีวิตในวันเดียวกันนี้ ที่เมืองโกมา ทางภาคตะวันออกของดีอาร์คองโก ขณะเดินทางร่วมกับขบวนรถของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แล้วขบวนรถโดนโจมตี นอกจากนี้ตำรวจอิตาลีนายหนึ่งที่อยู่ในขบวนรถก็เสียชีวิตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านลุยจิ ดิ มาโย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี แถลงว่า ตกใจอย่างมากและเสียใจอย่างยิ่งกับข่าวการเสียชีวิตของอัตตานาซิโอ เขายกเลิกกำหนดการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ และเดินทางกลับกรุงโรมก่อนกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิ มาโย เผยว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสถานการณ์ของการโจมตีอย่างโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของข้าราชการอิตาลีทั้งสองคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตตานาซิโออายุ 43 ปี เป็นเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกตั้งแต่ปี 2560 เป็นเจ้าหน้าที่การทูตตั้งแต่ปี 2546 ก่อนหน้านี้เคยเป็นทูตประจำสวิตเซอร์แลนด์, โมร็อกโก และไนจีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่ทูตผู้หนึ่งในกรุงกินชาชาเผยกับเอเอฟพีว่า อัตตานาซิโอเดินทางไปกับขบวนรถของโครงการอาหารโลกของยูเอ็น ขบวนรถโดนโจมตีใกล้กับเมืองโกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่า อัตตานาซิโอได้รับบาดเจ็บสาหัสและมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตอีก 2 คนรวมถึงตำรวจอิตาลีนายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติวีรุงกาของดีอาร์คองโกที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเชื่อว่า การโจมตีขบวนรถยูเอ็นครั้งนี้เป็นความพยายามลักพาตัว ข่าวรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่หลายคนว่าเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 10.15 น.ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้กับเมืองคันยามาโฮโร อยู่ทางเหนือของโกมา ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นฝีมือกลุ่มใด แต่ในพื้นที่และรอบพื้นที่อุทยานที่มีพรมแดนติดกับรวันดาและยูกันดาแห่งนี้มีกลุ่มติดอาวุธเคลื่อนไหวอยู่หลายกลุ่ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอาร์คองโก, ลูกา อัตตานาซิโอ, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เอกอัครราชทูตอิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033cc1a49567.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOชี้ &#039;อีโบลา&#039; ยังเป็นภัยฉุกเฉินสาธารณสุขโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกตัดสินใจขยายคำประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกกรณีไวรัสอีโบลาระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกออกไปอีก แม้จะยอมรับว่าจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมากเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างยิ่งก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสอีโบลาเริ่มแพร่ระบาดที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์ซี) ครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 และถึงขณะนี้คร่าชีวิตผู้ป่วยแล้วมากกว่า 2,300 รายในดีอาร์คองโกภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มเคลื่อนไหวก่อการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า ตราบใดที่ยังมีผู้ติดเชื้ออีโบลาแม้เพียงรายเดียวในพื้นที่ที่ไร้เสถียรภาพและไม่ปลอดภัยเช่นในภาคตะวันออกของดีอาร์ซี ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ดับเบิลยูเอชโอตัดสินใจลดคำเตือนความเสี่ยงในระดับประเทศและภูมิภาคลงจาก &amp;quot;สูงมาก&amp;quot; เป็นระดับ &amp;quot;สูง&amp;quot; และคงความเสี่ยงในระดับโลกอยู่ที่ &amp;quot;ต่ำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรสยังแสดงความหวังด้วยว่า ดับเบิลยูเอชโอจะสามารถยกเลิกภาวะฉุกเฉินนี้ได้ภายใน 3 เดือน ตามคำแนะนำของคณะกรรมการฉุกเฉินของดับเบิลยูเอชโอที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ดับเบิลยูเอชโอประกาศให้การแพร่ระบาดของอีโบลาในดีอาร์ซีเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการจัดสถานะเพื่อให้อำนาจดับเบิลยูเอชโอประกาศจำกัดการเดินทางหรือระดมทุนสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรสกล่าวไว้เมื่อวันอังคารก่อนหน้าที่จะเดินทางไปดีอาร์ซีเพื่อพบกับประธานาธิบดีเฟลิกซ์ ทชิเซเคดี ในวันพฤหัสบดี ว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานผู้ติดเชื้ออีโบลาในดีอาร์ซีเพียง 3 ราย แต่การจะประกาศว่าการแพร่ระบาดยุติลงแล้วนั้น จะต้องไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เลยในระยะเวลา 42 วัน หรือ 2 เท่าของระยะไวรัสฟักเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสอีโบลาสามารถแพร่ได้ผ่านการสัมผัสเลือด, ของเหลวในร่างกาย, สารคัดหลั่ง หรืออวัยวะของผู้ติดเชื้อหรือผู้ที่เพิ่งเสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57134</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ดับเบิลยูเอชโอ, ดีอาร์ซี, ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, องค์การอนามัยโลก, อีโบลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e4556a239d1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHO ชี้โรคหัดระบาดดีอาร์คองโกปีนี้คร่าชีวิตแล้ว 5,000 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกเผยโรคหัดคร่าชีวิตประชาชนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในปีนี้ไปแล้วมากกว่า 5,000 คน หรือมากกว่า 2 เท่าของผู้เสียชีวิตจากการระบาดของโรคอีโบลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เด็กหญิงชาวดีอาร์คองโกได้รับการฉีดวัคซีนอีโบลาที่เมืองโกมา เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคต โอไบรอัน ผู้อำนวยการแผนกการก่อภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงที่นครเจนีวาเมื่อวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน ถึงสถานการณ์การระบาดของโรคหัดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ที่พบการระบาดของโรคหัดมากที่สุดในโลก ว่าจากข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 17 พฤศจิกายนปีนี้ พบผู้ป่วยโรคหัดในดีอาร์คองโก 250,270 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5,110 ราย กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการระบาดคือเด็กและทารก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีอาร์คองโกประกาศการระบาดของโรคหัดครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และในเดือนกันยายนเริ่มรณรงค์ฉีดวัคซีนฉุกเฉินป้องกันโรคหัดทั่วประเทศเพื่อป้องกันการระบายของโรคนี้ ดับเบิลยูเอชโอเผยว่า การรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดยังคงดำเนินต่อไป โดยคาดว่าจะสิ้นสุดโครงการช่วงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคหัดเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย เกิดจากไวรัส ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กและอาจเป็นโรคแทรกซ้อนที่อันตราย รวมถึงตาบอด, สมองบวม, ท้องร่วง และติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดอย่างรวดเร็วของโรคหัดในดีอาร์คองโกได้รับความสนใจน้อยกว่าการระบาดของโรคอีโบลาทางตะวันออกของประเทศตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 ที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาเสียชีวิตราว 2,200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามควบคุมการระบาดของโรคอีโบลาและโรคหัดในดีอาร์คองโกมีอุปสรรคสำคัญคือความรุนแรงและความไม่สงบทั่วประเทศโดยเฉพาะในภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอเผยเมื่อวันอังคารว่า ได้ย้ายเจ้าหน้าที่รับมือโรคอีโบลา 49 คนออกจากเมืองเบนีทางตะวันออกของดีอาร์คองโก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความไม่ปลอดภัยเพิ่มขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51357</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับเบิลยูเอชโอ, ดีอาร์คองโก, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, องค์การอนามัยโลก, โรคหัด, โรคหัดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfcfa9d581f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครื่องบินตกใส่ชุมชนที่ดีอาร์คองโก ดับ 23</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เครื่องบินขนาดเล็กพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 19 คน ประสบเหตุขัดข้องขณะเทคออฟ ก่อนจะตกใส่ชุมชนในเมืองโกมา ทางตะวันออกของดีอาร์คองโก เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่กู้ร่างจากจุดตกได้แล้วอย่างน้อย 23 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านมองดูกลุ่มควันที่พวยพุ่งจากจุดที่เครื่องบินตกใส่ชุมชนในเมืองโกมาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจเซฟ มาคุนดี ผู้ประสานงานหน่วยกู้ภัยของเมืองโกมา เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยเก็บศพออกจากจุดที่เครื่องบินตกในย่านมาเปนโกของเมืองโกมาได้แล้ว 23 ศพ เอเอฟพีรายงานว่าศพที่พบน่าจะรวมถึงทุกคนที่อยู่บนเครื่องบินลำนี้ และผู้คนด้านล่าง แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นกลุ่มควันสีดำและเปลวไฟที่มาจากเครื่องบินที่กำลังลุกไหม้ และภาพชาวบ้านยืนดูกลุ่มควันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินขนาดเล็กลำนี้เป็นเครื่องบินดอร์เนียร์-228 เทอร์โบพร็อพ 2 เครื่องยนต์ ขนาด 19 ที่นั่ง กำลังจะมุ่งหน้าสู่เมืองเบนี ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโกมาทางทิศเหนือ 350 กิโลเมตร แต่เครื่องบินตกใส่ชุมชนใกล้สนามบินภายหลังทะยานขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮริเทียร์ ซาอิด มามาดู พนักงานของสายการบินบิสซีบี กล่าวว่า มีผู้โดยสาร 17 คน และลูกเรือ 2 คนบนเที่ยวบินนี้ ซึ่งเทคออฟเมื่อเวลาประมาณ 09.00-09.10 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินนี้เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน และมีเครื่องบิน 3 ลำให้บริการเส้นทางภายในจังหวัดนอร์ทคิวู เว็บไซต์ข่าว actualite.cd อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายซ่อมบำรุงของบริษัทรายหนึ่งในที่เกิดเหตุว่า เครื่องบินเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ MONUSCO ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกแห่งนี้ ส่งรถดับเพลิง 2 คันมาช่วยหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบัติเหตุทางอากาศเกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศแอฟริกากลางที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งชาตินี้ โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดกับเครื่องบินอันโตนอฟ เดือนที่แล้วเครื่องบินขนส่งอันโตนอฟ 72 ที่จัดส่งลอจิสติกส์สำหรับการเดินทางของประธานาธิบดีเฟลิกซ์ ชีเซเคดี สูญหายภายหลังเทคออฟจากเมืองโกมา โดยมีลูกเรือและผู้โดยสาร 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนกันยายน 2560 เครื่องบินขนส่งอันโตนอฟที่กองทัพเช่าเหมาลำ ตกใกล้กับกรุงกินชาซา ทำให้คนบนเครื่องเสียชีวิตหมดทั้งลำ 12 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51016</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอาร์คองโก, ตกใส่ชุมชน, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เครื่องบินตก, เครื่องบินเล็ก, เมืองโกมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda91303705f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHO ประกาศอีโบลาเป็น &#039;ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกตัดสินใจประกาศให้การระบาดของโรคอีโบลาในประเทศดีอาร์คองโกเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว ระบุถึงเวลาที่ทั่วโลกต้องตระหนักหลังจากไวรัสมรณะนี้คร่าชีวิตชาวคองโกมากกว่า 1,600 คนในเวลาไม่ถึง 1 ปีและเริ่มพบผู้ป่วยในเมืองใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างทำความสะอาดมือที่จุดคัดกรองเชื้อบนถนนระหว่างเมืองบูเตมโบและโกมา ของดีอาร์คองโก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กินชาซา / เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 ว่าการแพร่ระบาดของอีโบลาในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการระบาดครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งที่ 2 ของโรคนี้ ทำให้องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกประกาศใช้เพียง 4 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า ตอนนี้ถึงเวลาที่ทั่วโลกต้องให้ความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในดีอาร์คองโกน่าวิตกกังวลมากขึ้นในสัปดาห์นี้ ภายหลังการแพร่ระบาดที่เดิมเคยควบคุมไว้ได้ในพื้นที่ห่างไกล กลับปรากฏพบว่ามีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในเมืองใหญ่เป็นครั้งแรกที่เมืองโกมา ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดนอร์ทคิวู ทีโดรสเคยกล่าวไว้เมื่อต้นสัปดาห์ว่า ผู้ป่วยที่โกมาอาจเป็นผู้เปลี่ยนเกม เพราะเมืองนี้เป็น &amp;quot;ประตูเข้า-ออก&amp;quot; สู่เขตเกรตเลคของแอฟริกาและโลกภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยที่โกมาเป็นศาสนาจารย์นิกายอีวานเจลิคอลที่เดินทางจากเมืองบูเตมโบ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการระบาด&amp;nbsp; มีรายงานว่า เขาสัมผัสผู้ป่วยอีโบลาหลายคนที่เมืองบูเตมโบ และปกปิดตัวตนเพื่อหลีกเลี่ยงการคัดครองด้านสาธารณสุขระหว่างเดินทางมาเมืองโกมา เขาเสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกเคยประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศมาแล้ว 4 ครั้ง ได้แก่ การระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอช 1 เอ็น 1 เมื่อปี 2552, การระบาดของไวรัสโปลิโอ ปี 2557, การระบาดของอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2557-2559 และการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของผู้ติดไวรัสซิกาในลาตินอเมริกาเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสอีโบลามีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 50% สามารถแพร่เชื้อจากสัตว์ป่าสู่คนได้ และติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสของเหลวในร่างกาย, โลหิต, สารคัดหลั่ง หรืออวัยวะที่ผู้ที่ติดเชื้อ อีโบลาที่ระบาดในดีอาร์คองโกตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,600 คน จากผู้ป่วยมากกว่า 2,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎอนามัยระหว่างประเทศของดับเบิลยูเอชโอเมื่อปี 2558 ระบุว่า ภาวะฉุกเฉินใช้กับสถานการณ์ที่เป็นเหตุการณ์ผิดธรรมดาที่ก่อความเสี่ยงด้านสาธารณสุขต่อประเทศอื่นๆ จากการแพร่ระบาดระหว่างประเทศ และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือ การประกาศของดับเบิลยูเอชโอเมื่อวันพุธทำให้บางฝ่ายกังวลว่าจะทำให้บางประเทศปิดพรมแดน แต่โรเบิร์ต สเตฟเฟน ประธานคณะกรรมการของดับเบิลยูเอชโอ ย้ำว่า ประเทศทั้งหลายไม่ควรตอบสนองต่อคำประกาศนี้ด้วยการปิดพรมแดนหรือจำกัดการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ได้เตือนประเทศเพื่อนบ้านของดีอาร์คองโกว่ามีความเสี่ยงมากที่สุด ได้แก่ รวันดา, เซาท์ซูดาน, บุรุนดี และอูกันดา ส่วนประเทศอีกกลุ่มมีความเสี่ยงรองลงมา ได้แก่ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, แองโกลา, แทนซาเนีย, สาธารณรัฐคองโก และแซมเบีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41310</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ดับเบิลยูเอชโอ, ดีอาร์คองโก, ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, องค์การอนามัยโลก, อีโบลา, อีโบลาระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d3039e320ccf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 01:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 01:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถน้ำมันชนรถที่ดีอาร์คองโก เซ่นเพลิง 60 ศพ โดนไฟลวกอีกร่วมร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันชนกับรถยนต์คันหนึ่งเกิดไฟลุกไหม้บนถนนสายหลักของดีอาร์คองโกเมื่อเช้าวันเสาร์ ไฟลามถึงตลาดและชุมชนใกล้เคียง พบสังเวยชีวิตแล้วอย่างน้อย 60 ศพ โดนไฟลวกอีกเกือบ 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบัติเหตุที่กลายเป็นโศกนาฏกรรมตายหมู่อีกครั้งในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก เกิดบนทางหลวงที่เชื่อมกรุงกินชาซากับเมืองมาตาดีที่เป็นเมืองท่าเพียงแห่งเดียวของประเทศนี้อยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตู มาตาบัวนา รักษาการผู้ว่าการคองโกกลาง เผยว่า พบศพแล้วอย่างน้อย 50 ศพ และมีอีก 100 คนโดนไฟลวกระดับสอง แต่ฟลอเรียน ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุที่หมู่บ้านเอ็มบูบา กล่าวกับเอเอฟพีว่า พวกตนนับศพไหม้เกรียมได้ 53 ศพ และเหยื่อไฟคลอกอีก 7 คนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแซงต์-ลุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนหนึ่งในหมู่บ้านนี้ กล่าวว่า อุบัติเหตุเกิดในช่วงเช้า คนจำนวนมากเสียชีวิตในตลาด สถานีโอกาปีขององค์การสหประชาชาติกล่าวว่า ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วเผาผลาญบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีอาร์คองโกเคยเผชิญกับโศกนาฏกรรมลักษณะนี้เมื่อปี 2553 จากเหตุรถน้ำมันพลิกคว่ำแล้วระเบิดเพลิงเผาหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กัน คร่าชีวิตคนมากถึง 220 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19250</URL_LINK>
                <HASHTAG>คองโก, ดีอาร์คองโก, รถน้ำมัน, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb8ff7eec8a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 21:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงดีอาร์คองโก อนามัยโลกเตือน &#039;อีโบลา&#039; ลามถึงเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หวั่นคุมไม่อยู่ องค์การอนามัยโลกแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกได้แพร่จากชนบทเข้าสู่เขตเมืองแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากองค์การยูนิเซฟเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2561 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขดีอาร์คองโกสวมอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคก่อนจะเข้าไปดูแลคนป่วยที่โรงพยาบาลบิโกโร ที่เป็นศูนย์กลางของการระบาดครั้งล่าสุด&amp;nbsp; / UNICEF / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์ซี&amp;nbsp; น่าวิตกมากขึ้นเมื่อองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ยืนยันเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสร้ายแรงนี้ที่เมืองเอ็มบันดากาแล้ว 1 ราย เมืองนี้อยู่ห่างจากเขตบิโกโรที่พบการแพร่ระบาดครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ประมาณ 150 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นพัฒนาการที่น่ากังวล&amp;quot; ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ดับเบิลยูเอชโอ กล่าวในแถลงการณ์จากนครเจนีวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ ดีอาร์คองโกรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 ราย แต่จำกัดอยู่เฉพาะในเขตชนบทห่างไกลของจังหวัดอีควาเตอร์ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ ซาลามา หัวหน้าฝ่ายสถานการณ์ฉุกเฉินของดับเบิลยูเอชโอเคยเตือนไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า หากเชื้อไวรัสนี้แพร่ถึงเมืองเอ็มบันดากา ซึ่งประเมินว่ามีประชากรราว 700,000-1,200,000 ราย ดีอาร์ซีอาจจะเผชิญกับวิกฤติการระบาดของอีโบลาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีด้วยว่า องค์การได้ส่งผู้เชี่ยวชาญประมาณ 30 คนไปยังเมืองเอ็มบันดากา เพื่อตรวจตราในเมืองนี้ ซึ่งรวมถึงการติดตามตรวจสอบผู้คนทั้งหมดที่ติดต่อกับคนไข้รายใหม่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อแล้ว 44 ราย ในจำนวนนี้ 3 รายได้รับการยืนยันแล้ว, 20 รายมีแนวโน้ม และอีก 21 รายยังอยู่ขั้นต้องสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ กระทรวงสาธารณสุขของดีอาร์ซีกล่าวว่า วัคซีนซึ่งอยู่ในขั้นทดลอง 5,400 โดส จากดับเบิลยูเอชโอส่งมาถึงกรุงกินชาซาแล้ว และผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลให้ใช้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของอีโบลาครั้งนี้เกิดเป็นครั้งที่ 9 สำหรับประเทศแอฟริกายากจนและไร้เสถียรภาพแห่งนี้นับตั้งแต่พบการระบาดในปี 2519 ซึ่งพบไวรัสชนิดนี้เป็นครั้งแรกในประเทศนี้ ซึ่งเวลานั้นยังใช้ชื่อว่าประเทศซาอีร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอยืนยันด้วยว่า ไวรัสที่ระบาดในขณะนี้เป็นสายพันธุ์เดียวกับที่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2556 ซึ่งคร่าชีวิตผู้ป่วยมากกว่า 11,300 คน และเป็นการแพร่ระบาดของอีโบลาครั้งเลวร้ายที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9425</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ดีอาร์คองโก, ดีอาร์ซี, ระบาด, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, องค์การอนามัยโลก, อีโบลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd90d1cc6aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
