<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา!อหิวาต์ห้ามนำเข้าหมู-หมูป่าจาก&#039;ลาว-เวียดนาม&#039;90วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2562 - นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ออกประกาศกรมปศุสัตว์ 2 ฉบับและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 มิ.ย.นี้แล้ว โดยประกาศฉบับแรกเป็น เรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พ.ศ.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วยองค์การสุขภาพสัตว์โลก World Organisation for Animal Health : (OIE) ได้รายงานสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever) ในสุกรในหมู่บ้าน ณ แขวงสาละวัน (Saravane) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งโรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวสามารถแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางได้ โดยมีสาเหตุสeคัญมาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคหรือซากของสัตว์ซึ่งป่วยหรือตาย โดยโรคระบาดดังกล่าวไปยังท้องที่ต่าง ๆ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวมีโอกาส แพร่กระจายเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรและหมูป่าในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 อธิบดีกรมปศุสัตว์จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ 1.ให้ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ 2.ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับได้เป็นเวลาเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฉบับที่ 2 เป็นประกาศกรมปศุสัตว์เรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่าจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พ.ศ.2562 มีเนื้อหาว่า สืบเนื่องจากประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกรหมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า จากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 นั้นได้สิ้นสุดการบังคับใช้ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีการรายงานการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever) ในหลายพื้นที่ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เช่น สุกรในหมู่บ้าน ณ จังหวัด Son La จังหวัด Yen Bai และจังหวัด Lao Cai จากองค์การสุขภาพสัตว์โลก World Organisation for Animal Health : (OIE) ซึ่งโรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวสามารถแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางได้ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคหรือซากของสัตว์ซึ่งป่วยหรือตายโดยโรคระบาดดังกล่าวไปยังท้องที่ต่าง ๆ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวมีโอกาสแพร่กระจายเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 อธิบดีกรมปศุสัตว์จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ 1.ให้ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ 2.ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับได้เป็นเวลาเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศ, ราชกิจจานุเบกษา, ราชอาณาจักร, สรวิศ ธานีโต, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, สุกร, หมูป่า, อธิบดีกรมปศุสัตว์, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.วธ. นำประมุขสงฆ์และผู้แทนระดับสูง 12 ประเทศเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2561 เวลา 15.00น. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำสมเด็จพระสังฆราช ผู้แทนคณะสงฆ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนา และผู้บริหารระดับสูงจากต่างประเทศ เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จำนวน 12 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรภูฏาน ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมองโกเลีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และคณะทูตานุทูตประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาประจำประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ในโอกาสที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม อาราธนาและเชิญมาร่วมงานสวดมนต์ข้ามปี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช มีพระปฏิสันถารกับสมเด็จพระสังฆราชและผู้แทนคณะสงฆ์ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนาของ 12ประเทศ ที่เข้าเฝ้าถวายสักการะ โดยได้กล่าวถึงการส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนาในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วันมาฆบูชา วิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา รวมถึงอำนวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล มอบกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานต่าง ๆ จัดงาน &amp;ldquo;สวดมนต์ข้ามปี ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วโลก&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 1 มกราคม 2562 เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมทั้งสวดมนต์ให้ประเทศไทยมีความสงบสุขและความปรองดอง พร้อมเสริมสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัวมีความสุข เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชน ลด ละ เลิก อบายมุข และยึดหลักธรรมทางศาสนามาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ตลอดปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25494</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สาธารณรัฐอินเดีย, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, นำสมเด็จพระสังฆราช ผู้แทนคณะสงฆ์12ประเทศ, ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, ประเทศญี่ปุ่น, ประเทศมองโกเลีย, ราชอาณาจักรกัมพูชา, ราชอาณาจักรภูฏาน, สมเด็จพระสังฆราช, สวดมนต์ข้ามปี, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, สาธารณรัฐสิงคโปร์, สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, าธารณรัฐอินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c29d635e36da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด สถานการณ์น้ำที่จังหวัดเพชรบุรี ตามรายงานของ &amp;quot;ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ&amp;quot; ล่าสุดหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกองทัพเรือ ระดมกำลังติดตั้งอุปกรณ์พร้อมรับมือมวลน้ำแล้ว และในวันที่ 8 ส.ค.นี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะบินด่วนลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์ ...๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่อุทกภัยจากเขื่อนแตกในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) สถานการณ์เริ่มคลี่คลายเข้าสู่การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว ส่วนที่ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ยังน่าเป็นห่วง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะตัวแทนคนไทย มอบเงินช่วยเหลือเป็นจำนวน 3 ล้านบาท นี่คือวัฒนธรรมของอาเซียน หรือแม้แต่ของมนุษยชาติที่ทุกประเทศต้องรักกัน ช่วยเหลือกันโดยไม่มีพรมแดน ...๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คึกคักทีเดียวสำหรับพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) หลังได้ &amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มาเป็นหัวหน้าพรรค และ &amp;quot;ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง&amp;quot; อดีตอัยการ เป็นเลขาธิการพรรค, น.ส.จุฑาทัตต เหล่าธรรมทัศน์ เหรัญญิกพรรค, ร.ต.อ.จอมเดช ตรีเมฆ ม.รังสิต นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอีก 3 คน ประกอบด้วย พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์, วีระชัย คล้ายทอง, สุเนตตา แซ่โก๊ะ ...๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรค รปช. บรรดาคอการเมืองชี้เปรี้ยงว่าเป็นของ &amp;quot;กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;quot; แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะการทำงานของพรรค รปช. ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ก่อตั้งพรรคและสมาชิกพรรคอย่างแข็งขัน ต่างจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาจนพรรคเพื่อไทย มีกระบวนการการมีส่วนร่วมของสมาชิกในการเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค สักครั้งหรือไม่ ก็เห็นรอเจ้าของพรรคคอยชี้ลงมาว่าจะเอาใคร ...๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า &amp;quot;พรรคเพื่อไทยยังอยู่ในสถานะของพรรคที่มีความได้เปรียบ เพราะมีฐานเสียงค่อนข้างแน่นในพื้นที่ ซึ่งใหญ่ที่สุด คือ ภาคเหนือและภาคอีสาน อีกทั้งพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมทั้งเงินและทอง&amp;quot; ที่เป็นประเด็นคือ &amp;quot;แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าประชาชนพร้อมที่จะเสี่ยงกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่หลุดพ้นจากปัญหาเดิมๆ บ้านเมืองก็จะกลับมาอยู่ในภาวะที่เป็นแบบนี้อีก&amp;quot; วิลเลียมขอเพิ่มเติมต่ออีกนิด...และพร้อมที่จะเสี่ยงเลือกพรรคเพื่อไทยมาเป็น &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; หรือไม่!? ...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยินดีกับ &amp;quot;ตู่&amp;quot; จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จแห่งชาติ (นปช.) ที่ได้รับอิสรภาพพ้นโทษจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ท่าทีและคำพูดของ &amp;quot;ตู่ จตุพร&amp;quot; น่าสนใจ เพราะเน้นที่ความสามัคคีปรองดอง ลดโทนความห้าวลดอย่างชัดเจน เป็นไปได้ว่า 1 ปีเศษที่อยู่ในเรือนจำอาจทำให้ตกผลึกชีวิต เข้าถึงสัจธรรมแห่งอำนาจ ...๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าในรายของ &amp;quot;เต้น&amp;quot; ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังห้าวอยู่ คำพูดคำจาแต่ละครั้งเน้นที่เหน็บแนมฝ่ายตรงกันข้าม มากกว่าใช้ตรรกะเหตุผล นั่นเพราะความที่เป็นเด็ก ยังขาดวุฒิภาวะ จึงทำให้ภาพลักษณ์ของเสื้อแดงหรือ นปช.มีภาพความก้าวร้าวในสายตาคนกลางๆ ฉะนั้น นปช.ควรให้โอกาส &amp;quot;ก่อแก้ว พิกุลทอง&amp;quot; ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแกนนำ นปช.ที่มีความแหลมคม ได้สื่อสารกับมวลชนเสื้อแดงผ่านรายการ &amp;quot;เข้าใจตรงกันนะ&amp;quot; น่าจะทำได้ดีกว่าเต้น ณัฐวุฒิ ...๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14837</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง, บันทึกหน้า 4, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, วิลเลียม, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืมจมูกคนอื่นหายใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา เกิดความโกลาหลกันเกือบครึ่งค่อนประเทศ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. &amp;nbsp;เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างแทบทุกภาค อาทิ บางส่วนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร สร้างความเดือดร้อนไปทุกพื้นที่ เมื่อตรวจสอบจึงทราบว่าสาเหตุหลักนั้นมาจากระบบส่งไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์จากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่ส่งมายังประเทศไทยเกิดขัดข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ออกมาชี้แจงสาเหตุว่าเกิดจากฟ้าผ่าสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ น่าน-หงสา ส่วนที่อยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ระบบป้องกันทำงาน และสั่งหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าหงสาทันที เป็นผลให้กำลังผลิตไฟฟ้าที่ส่งให้ระบบไฟฟ้าของไทยขาดหายไปจำนวน 1,300 เมกะวัตต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และได้ส่งผลต่อเนื่อง ทำให้ระดับแรงดัน และความถี่ของระบบไฟฟ้ารวมลดต่ำกว่ามาตรฐาน เป็นผลให้ระบบป้องกันความถี่ต่ำในระบบไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก หรือ เอสพีพี จำนวน 23 รายทั่วประเทศทำงานและปลดเครื่องออกจากระบบ ซึ่งเป็นระบบป้องกันอัตโนมัติทำงานเพื่อรักษาระบบไฟฟ้าส่วนใหญ่ของประเทศให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อป้องกันไฟฟ้าดับทั่วประเทศ (Black Out) ทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าหายไปเพิ่มอีกจำนวน 1,930 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น กฟผ.ต้องเร่งแก้ปัญหาด้วยการจ่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำและโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ ทั้งจากโรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, โรงไฟฟ้าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้งสองประเภทสามารถเริ่มเดินเครื่องได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถเริ่มทยอยจ่ายไฟฟ้ากลับคืนเข้าสู่ระบบตั้งแต่เวลา 13.08 น. และจ่ายไฟฟ้ากลับคืนได้ทั้งหมดในเวลา 13.55 น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากเหตุการณ์ล่าสุด รมว.กระทรวงพลังงานอย่าง ศิริ จิระพงษ์พันธ์ นั่งไม่ติด ถึงกับได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเรื่องนี้มาเป็นบทเรียน และให้ไปเร่งวิเคราะห์หาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบส่ง,&amp;nbsp; การเพิ่มสำรองไฟฟ้า จากปัจจุบันที่มีอยู่ 15% นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ไปศึกษาความเป็นไปได้ถึงการสำรองไฟฟ้าเป็นรายภาค และให้นำเข้าไปบรรจุในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศแบบใหม่ด้วย (พีดีพี 2018) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อย้อนมาดูแผนการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบันแล้วจะพบว่า จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในด้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อรองรับกับความต้องการกับไม่สามารถเพิ่มขึ้นตามได้ ดังนั้น&amp;nbsp; รัฐบาลจึงต้องจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งที่เหมาะสมและมีความเป็นไปได้มากที่สุดคือการซื้อพลังงานไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สปป.ลาว จีน&amp;nbsp;&amp;nbsp; พม่า กัมพูชา และมาเลเซียมาทดแทน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในจำนวนประเทศเหล่านี้ สปป.ลาวนับว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าประเทศอื่น โดยได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจระดับรัฐบาล ในการรับซื้อไฟฟ้าในปริมาณ 3,000 เมกะวัตต์ อาทิ โครงการน้ำเทิน-หินบุน, ห้วยเฮาะ, น้ำเทิน 2, น้ำงึม 2, น้ำเทิน-หินบุน (ส่วนขยาย), หงสาลิกไนต์, เซเปียน - เซน้ำน้อย และไซยะบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น กระทรวงพลังงานในฐานะที่กำกับดูแลด้านพลังงานของประเทศ ก็คงต้องกลับมาคิดใหม่ว่า การผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นมีความจำเป็นหรือไม่&amp;nbsp; เพราะดูแลนโยบายที่ท่าน รมว.พลังงาน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับไปศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบสำรองไฟฟ้าเป็นรายภาคนั้น มันเหมาะสมหรือเปล่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะภาคใต้หากจะสำรองไฟฟ้าเป็นรายภาคแล้วจะเอามาจากไหน ปัจจุบันยังแทบไม่พอใช้ จะหวังพึ่งพลังงานทดแทนก็คงยากเนื่องจากมีความไม่เสถียรค่อนข้างสูง โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ก็รู้กันอยู่ว่าภาคใต้นั้น ฝน 8 แดด 4 จะหวังพึ่งมาเลเซียก็ไม่ได้เช่นกัน ประเทศเขาก็ต้องใช้ไฟฟ้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะการต่อต้นยังคงมีอยู่ ดังนั้นเมื่อสร้างไม่ได้ ก็คงต้องอาศัยยืมจมูกชาวบ้านเขาหายใจไปเรื่อยๆ เกิดปัญหาก็แก้กันไปตามยถากรรม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10925</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บุญช่วย  ค้ายาดี, พระนครศรีอยุธยา, ศิริ จิระพงษ์พันธ์, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ลาว’ยันไม่ให้พวกหนีคดีการเมือง-ม.112 ใช้เป็นฐานป่วนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 - &amp;nbsp;ที่วัดองค์ตื้อมหาวิหาร นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กองบัญชาการกองทัพไทยจัดกิจกรรมพัฒนาสัมพันธ์และดำเนินกิจกรรมด้านวัฒนธรรมด้วยการทอดผ้าป่า ร่วมกับกองทัพประชาชนลาว โดย พล.ท.สุวอน เลืองบุนมี หัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาวกล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่ได้แสดงถึงนิมิตรหมายและสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างสองกองทัพทั้งลาวและไทยโดยคิดว่าความสัมพันธ์ทั้งสองกองทัพจะมีมิตรภาพที่ยาวนานตลอดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเป็นพี่น้องกันและมีสายเลือดเดียวกัน พวกเราต้องช่วยเหลือกัน และมีความรักต่อกัน รวมทั้งต้องเคารพนับถือซึ่งกันและกัน และช่วยกันรักษาประเพณีที่ดีงามของทั้งสองชาติไว้ รวมถึงพระพุทธศาสนาของเราให้อยู่ยืนมั่นคงตลอดไป&amp;rdquo;พล.ท.สุวอน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลหนีคดีทั้งคดีการเมือง และคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาหลบในประเทศลาวนั้น พล.ท.สุวอน กล่าวว่า ขอให้วางใจและไม่ต้องห่วงทางเราจะดูแลไม่ให้มีการเคลื่อนไหวอะไรที่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7593</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีการเมือง, มาตรา 112, วัดองค์ตื้อมหาวิหาร, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, เคลื่อนไหว, เวียงจันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc2b1fed867.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
