<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศักดิ์สยาม’ชวนนักลงทุนฝรั่งเศสร่วมทุนศูนย์ซ่อมฯอู่ตะเภา-แลนด์บริดจ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังนายตีแยรี มาตู เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทยเข้าพบ เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ว่า ได้หารือถึงความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างไทยและฝรั่งเศส ได้แก่ 1.การร่วมลงนามในร่างปฏิญญาแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือในสาขาคมนาคมขนส่ง ระหว่าง รมว.คมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และ รมช.การเปลี่ยนผ่านทางนิเวศวิทยา กำกับดูแลการคมนาคมแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่งระหว่างกันในทุกมิติ โดยจะจัดพิธีลงนามปฏิญญาดังกล่าว ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลายลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อต่อยอดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และประสบการณ์ที่มีระหว่างกันในด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน รวมถึงด้านเทคโนโลยี (Artificial Intelligence: AI)&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน โดยกระทรวงคมนาคมได้นำเสนอผลงานการคิดค้น และขับเคลื่อนการนำยางพารา มาผลิตเป็นแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต และหลักนำทางยางธรรมชาติ โดยการปรับรูปแบบนำยางพารามาใช้กับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยทางถนนในไทย เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ทางฝรั่งเศสยังนำเสนอโครงการ&amp;nbsp;Helicopter Emergency Medical Services (HEMS)&amp;nbsp;บริการการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บและอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ โดยมีแผนนำร่องในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 3.ความคืบหน้าโครงการความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเมืองและการรักษามรดกชุมชนอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต (SUTRHE)&amp;nbsp;กับสำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (AFD)&amp;nbsp;ในโครงการความร่วมมือทางวิชาการการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเมืองและการรักษามรดกชุมชนอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในปี 2563-2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โครงการดังกล่าวยังครอบคลุมโครงการรถไฟฟ้ารางเบา กระเช้าไฟฟ้า และรถโดยสารสาธารณะ เพื่อพัฒนาเป็นเครือข่ายขนส่งสาธารณะของภูเก็ตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมรดก นอกจากนี้ยังยินดีให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ของไทย รวมถึงการสนับสนุนด้านการเงิน การวิจัย และการศึกษาในโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของไทยด้วย และ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)&amp;nbsp;โดยได้เชิญชวนนักลงทุนจากประเทศฝรั่งเศสให้เข้ามาร่วมลงทุนในโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม อาทิ โครงการก่อตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO)&amp;nbsp;อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการซ่อมบำรุงอากาศยานของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในภูมิภาคอาเซียน มุ่งสู่การเป็นเมืองการบินภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองกับระบบราง (MR-MAP)&amp;nbsp;และโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย (Southern Land Bridge)&amp;nbsp;ที่เชื่อมต่อการขนส่งทางน้ำระหว่างทะเลอันดามันและอ่าวไทยผ่าน จ.ระนอง และ จ.ชุมพร เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือแห่งใหม่ของมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น&amp;nbsp;Transshipment&amp;nbsp;ศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของภูมิภาค นอกจากนี้ทางฝรั่งเศสยังมีท่าทีสนใจเข้าร่วมลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118983</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, ศูนย์ซ่อมฯอู่ตะเภา, สาธารณรัฐฝรั่งเศส, แลนด์บริดจ์ (Land Bridge)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf2f985bbc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ลุยยกระดับงานวิจัยทั่วประเทศ  เร่งพัฒนาแบตเตอรี่ในอีอีซีไอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.ลุยยกระดับงานวิจัยทั่วประเทศตั้งหน่วย&amp;quot;หิ้งสู่ห้าง&amp;quot; เร่งพัฒนาแบตเตอรี่อีวีในอีอีซีไอ พร้อมลั่น Q3/62 เปิดทีโออาร์ดึงเอกชนประมูลพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์-โรงเรียนนานาชาติในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24มิ.ย.62- นายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยระหว่างพาคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานการจัดการเมืองอัจฉรินะ(สมาร์ทซิตี้) และโครงสร้างพื้นฐาน ณ สาธารณรัฐออสเตรียและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ว่า ปตท.อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อจัดตั้งหน่วยงานใหม่ เพื่อพัฒนางานวิจัยของไทยโดยเฉพาะงานวิจัยตามมหาวิทยาลัย สถาบันต่างๆไปสู่เชิงพาณิชย์ เรียกว่านำงานวิจัยบนหิ้งขึ้นห้างหรือขายในห้างสรรพสินค้านั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของงานวิจัยไทย เบื้องต้นอาจใช้ชื่อ พีทีที แอคเซลเออะเรเทอ(accelerator) ทีมคนรุ่นใหม่ของปตท. จะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการวิจัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) เพื่อคัดเลือกงานวิจัยที่มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ เนื่องจากที่ผ่านมาปตท.ได้หารือกับอาจารย์มหาวิทยาลัยถึงอุปสรรคของการพัฒนางานวิจัยของไทยพบว่า ติดปัญหา 2 เรื่อง คือ 1.ยังไม่มีบุคลากรในการขับเคลื่อนไปให้ถึงเป้าหมาย 2.ผู้มีเงินทุนพร้อมรับความเสี่ยง โดยหน่วยงานหิ้งสู่ห้างจะมีความชัดเจนภายในปีนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบื้องต้นได้ปตท.ได้หารือกับ มหาวิทยาลัยจำนวน 10 แห่ง อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทุกมหาวิทยาลัยมีความกระตือรือร้นที่จะผลักดันงานวิจัยให้สำเร็จ โดยทีมงานของปตท.จะร่วมหารืออย่างใกล้ชิด ทำให้ล่าสุดทีมปตท.ได้คัดเลือกสินค้าในกลุ่มวิจัย 3 ด้าน อาทิ กลุ่มการแพทย์ และจะเตรียมพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์โดยเร็ว&amp;quot;นายวิทวัสกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะผลักดันให้สถาบันนวัตกรรม ปตท. วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเกิดใหม่(ศูนย์สตาร์ตอัพ) เพราะมีจุดเด่นที่มีนักวิจัยจำนวนมาก เป็นนโยบายที่นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.ให้เร่งดำเนินการเพื่อทรานฟอร์มธุรกิจของปตท.ให้เป็นไปตามเทรนด์ของโลก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางหงษ์ศรี เจริญวราวุฒิ ผู้อำนวยการโครงสร้างการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์เพื่อเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซีไอ) เปิดเผยว่า ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 นี้ ปตท. จะดำเนินำเนินการเปิดเผยร่างแผนจัดซื้อจัดจ้าง(ทีโออาร์) เพื่อให้เช่าพื้นที่ในส่วนของวังจันทร์วัลเลย์ หรืออีอีซีไอ เพื่อดำเนินการก่อสร้างร้าง 3 ส่วนได้แก่ 1.การพัฒนาพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ 2.การพัฒนาพัฒนาโรงแรม และอพาร์ทเมมนท์หรือส่วนพักอาศัยในพื้นที่ และ 3.การพัฒนาพัฒนาก่อสร้างโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ ในพื้นที่รวม 100 ไร่ และคาดว่าจะเปิดให้เช่าในระยะเวลา 30 ปี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้มีเอกชนที่เตรียมเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซีไอ ได้เสนอความความต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวมีสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว เราจึงเตรียมเปิดเปิดทีโออาร์เพื่อให้เอกชนเข้ามาลงทุน โดยคาดว่าในปี&amp;nbsp;2564-2565&amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ในช่วงปีดังกล่าวเราจะเห็นการลงทุนของของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ร่วมด้วยทั้ง ปตท.สผ. และระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งการพัฒนาพัฒนาสมาร์ทซิตี้ และอาคารของ สวทช. ซึ่งพื้นที่อีอีซีไอเป็น็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศพัฒนาพัฒนาไปยังอุตสาหกรรม 4.0 เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในหลาย ๆ เรื่อง ถ้าไม่ทำส่วนนี้การจะไปถึง 4.0 นั้นคงเป็นไปได้ยาก&amp;quot;นางหงษ์ศรี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39329</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน), ปตท, พีทีที แอคเซลเออะเรเทอ, วิทวัส สวัสดิ์-ชูโต, สมาร์ทซิตี้, สาธารณรัฐฝรั่งเศส, สาธารณรัฐออสเตรีย, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d108bdc8550b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
