<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; หารือนายกฯเวียดนาม พร้อมร่วมมือเศรษฐกิจในช่วงความท้าทายโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 15.30 น. ที่ห้องโดม ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ (H.E. Mr. Pham Minh Chinh) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเวียดนามเข้ารับตำแหน่งใหม่ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ชื่นชมความสัมพันธ์ฉันท์มิตรที่ใกล้ชิดระหว่างไทย-เวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมเชิญให้นายจิ๋งห์มาเยือนประเทศไทยในโอกาสแรก นายกรัฐมนตรีย้ำความพร้อมของไทยที่จะร่วมมือกับรัฐบาลใหม่ของเวียดนามอย่างใกล้ชิด ในฐานะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งระหว่างกัน (Strengthened Strategic Partnership) และเชื่อมั่นว่าภายใต้การดำรงตำแหน่งของนายจิ๋งห์ จะสามารถนำพาให้ประเทศเวียดนามก้าวหน้าผ่านพ้นอุปสรรค ในโอกาสนี้ ฝากความความระลึกถึงและความปรารถนาดี ไปยังนายเหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และนายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รู้สึกเป็นเกียรติที่นายกรัฐมนตรีไทยแสดงความยินดีในวันนี้ พร้อมที่จะดำเนินนโยบายตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเวียดนาม 2021-2025 รวมทั้งเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม และพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศกับประเทศที่มีบทบาทสำคัญ เช่นประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ในเวทีระหว่างประเทศ รวมทั้งหวังว่าจะได้ร่วมงานกับนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามชื่นชมความมุ่งมั่นพยายามของไทยในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 พร้อมร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนเพื่อเอาชนะความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับกลไกความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม เชื่อมั่นในความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศ หวังจะเห็นการร่วมลงนามในแผนปฏิบัติการ (Plan of Action) เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระยะที่ 2 ทั้งนี้ เห็นพ้องที่จะจัดการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการไทย-เวียดนาม (Joint Cabinet Retreat: JCR) ครั้งที่ 4 ในโอกาสแรก โดยจัดตามรูปแบบที่เหมาะสมและเอื้ออำนวยกับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเศรษฐกิจ ไทยชื่มชมพัฒนาการทางเศรษฐกิจของเวียดนาม และแม้จะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เศรษฐกิจของเวียดนามก็ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยไทยมุ่งมั่นจะกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับเวียดนาม และพร้อมร่วมมือเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามยืนยันความตั้งใจของเวียดนามที่จะอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนกับไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกษตรไฮเทค การผลิตรถยนต์ และทุกด้านที่ไทยมีศักยภาพ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณเวียดนามที่ให้การดูแล และขอให้ช่วยสนับสนุนนักลงทุนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่ไทยสนใจ และมีศักยภาพ อาทิ ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และการลงทุนของบริษัท SCG ในจังหวัดบาเหรี่ยะ-หวุงเต่า ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีไทยและเวียดนามได้ร่วมหารือเพื่อพิจารณาลดข้อกำหนดในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่กัน และมุ่งหน้าดำเนินนโยบายด้านเศรษกิจ ตามที่ได้ตั้งเป้าพัฒนาตัวเลขทางการค้าการลงทุนเอาไว้ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นว่าในช่วงเวลาของความท้าทายต้องมีความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของความร่วมมือพหุภาคี ไทยและเวียดนามยืนยันสนับสนุนการส่งเสริมความเชี่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเวียดนามพร้อมสนับสนุนไทยในกรอบความร่วมมือเอเปค ซึ่งไทยจะดำรงตำแหน่งเจ้าภาพเอเปคในปี 2565 ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมบทบาทของเวียดนามในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันให้เกิดการสนับสนุนบทบาทของอาเซียนต่อสถานการณ์ในเมียนมา โดยไทยและเวียดนามยึดมั่นใน Five-Point Consensus เพื่อให้เปิดการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้อวยพรกันและกันให้ประสบแต่ความสุขและมีสุขภาพแข็งแรง โดยจะมอบหมายให้กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อพัฒนาความร่วมมือตามแนวทางที่ได้หารือกันในรายละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102700</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรีเวียดนาม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bc19473008.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.วธ. นำประมุขสงฆ์และผู้แทนระดับสูง 12 ประเทศเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2561 เวลา 15.00น. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำสมเด็จพระสังฆราช ผู้แทนคณะสงฆ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนา และผู้บริหารระดับสูงจากต่างประเทศ เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จำนวน 12 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรภูฏาน ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมองโกเลีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และคณะทูตานุทูตประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาประจำประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ในโอกาสที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม อาราธนาและเชิญมาร่วมงานสวดมนต์ข้ามปี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช มีพระปฏิสันถารกับสมเด็จพระสังฆราชและผู้แทนคณะสงฆ์ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมและศาสนาของ 12ประเทศ ที่เข้าเฝ้าถวายสักการะ โดยได้กล่าวถึงการส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนาในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วันมาฆบูชา วิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา รวมถึงอำนวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล มอบกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานต่าง ๆ จัดงาน &amp;ldquo;สวดมนต์ข้ามปี ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วโลก&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 1 มกราคม 2562 เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมทั้งสวดมนต์ให้ประเทศไทยมีความสงบสุขและความปรองดอง พร้อมเสริมสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัวมีความสุข เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชน ลด ละ เลิก อบายมุข และยึดหลักธรรมทางศาสนามาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ตลอดปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25494</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สาธารณรัฐอินเดีย, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, นำสมเด็จพระสังฆราช ผู้แทนคณะสงฆ์12ประเทศ, ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, ประเทศญี่ปุ่น, ประเทศมองโกเลีย, ราชอาณาจักรกัมพูชา, ราชอาณาจักรภูฏาน, สมเด็จพระสังฆราช, สวดมนต์ข้ามปี, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, สาธารณรัฐสิงคโปร์, สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, าธารณรัฐอินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c29d635e36da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
