<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยื่นฟ้อง 8 บิ๊กเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยสร้างบ้านมั่นคงทับคลองเปรมประชากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 พ.ค.64 -&amp;nbsp; ที่ศาลปกครองกลาง นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำชาวชุมชนวัดรังสิต ชุมชนหลักหก จ.ปทุมธานี พร้อมรายชื่อชาวบ้านจำนวน 125 คนเข้ายื่นฟ้อง 8 บิ๊กเจ้าหน้าที่รัฐ ประกอบด้วยพล.อ.ประวิตร วงษ์​สุวรรณ​ รอง​นายกรัฐมนตรี, ​ อธิบดีกรมธนารักษ์, ผู้บัญชาการกองทัพบก, อธิบดีกรมโยธาธิการ, ผู้ว่าฯปทุมธานี, นายอำเภอเมืองปทุมฯ ผอ.สำนักชลประทานที่ 11 และผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ต่อศาลปกครองกลาง ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ กรณีปล่อยให้สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงนำดินมาถมคลองเปรมประชากร แล้วสร้างบ้านมั่นคงทับบนพื้นที่คลอง ทำให้ขัดขวางการระบายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรี​สุวรรณ​ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากรัฐบาลมีวัตถุประสงค์ที่จะปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่คลองเปรมประชากรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.ปทุมธานี เพื่อจัดระเบียบ และแก้ไขปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ปัญหาชุมชนแออัดที่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เพื่อใช้เป็นทางระบายน้ำ การสัญจรทางน้ำ และพัฒนาพื้นที่ริมคลองเพื่อใช้ประโยชน์เป็นทางจักรยาน ตลาดน้ำ และการท่องเที่ยว เป็นต้น แต่ปรากฏว่าในบริเวณชุมชนวัดรังสิต กรมธนารักษ์ได้ไล่รื้อชาวบ้านที่ปลูกบ้านอยู่ริมคลองซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่พลเมืองใช้ร่วมกันออกไป แล้วนำพื้นที่ริมคลองดังกล่าวไปให้สหกรณ์เคหสถานฯเช่า 30 ปี เพื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง โดยการนำดินมาถมคลองดังกล่าวลงไปในคลองถึงกว่า 30 เมตร จากคลองที่เคยกว้างกว่า 50 เมตร เหลือเพียง 20-25 เมตรเท่านั้น ทำให้คลองดังกล่าวเป็นคอขวด และยากที่จะระบายน้ำได้ดีในช่วงฤดูน้ำหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรี​สุวรรณ​ กล่าว​อีกว่า​การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการย้อนแย้งต่อนโยบายของรัฐบาล หรืออาจจะใช้นโยบายของรัฐเป็นเพียงเครื่องมือบังหน้า แต่แท้ที่จริงต้องการนำที่ดินสาธารณะมาแสวงหาประโยชน์กันแน่ เพราะการสร้างบ้านมั่นคงมิใช่เพียงแค่ชาวบ้านต้องกู้เงินมาสร้างหลังละ 5 แสนผ่อนชำระ 20 ปีเท่านั้น แต่ยังมีการใช้เงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนอีกหลังละเกือบ 1 แสนบาท ซึ่งมีเม็ดเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในโครงการนี้นับหมื่นล้านบาท จึงเป็นที่มาของความพยายามผลักดันโครงการบ้านมั่นคงขึ้นมา แม้จะผิดกฎหมาย แต่เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถืออำนาจรัฐอยู่ จึงย่ามใจใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้อำนาจรัฐดังกล่าว อย่าคิดว่าอยู่เหนือกฎหมายได้ เพราะที่ชายตลิ่งนั้น ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1304(2) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่น ทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นต้นว่า ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง สะพาน และผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามป.อ.มาตรา 360 นั่นเอง สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงร่วมกับชาวรังสิตนำความมาฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมกันรื้อถอนโครงการดังกล่าวออกไปเสียจากคลองเปรมประชากร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104474</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองเปรมประชากร, นายศรีสุวรรณ จรรยา, บ้านมั่นคง, สาธารณสมบัติของแผ่นดิน, อธิบดีกรมธนารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b07ec5a4f5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะของที่ราชพัสดุฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.62 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะของที่ราชพัสดุ ในท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน และแขวงถนนนครไชยศรี
เขตดุสิต กรุงเทพมหานครพ.ศ. ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะของที่ราชพัสดุ ในท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน และแขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิตกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๔แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40881</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจจานุเบกษา, สาธารณสมบัติของแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
