<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ย้ำอย่าประมาทโควิด เฟส6สร้างสมดุลสธ.-ศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ถก ศบค.ชุดใหญ่ ยกระยองเป็นสัญญาณเตือนทุกคนต้องไม่ประมาท ย้ำเกิดเหตุต้องรีบชี้แจงทันที พร้อมเคาะเกณฑ์เปิดเฟส 6 สร้างสมดุลสาธารณสุข-เศรษฐกิจ พบติดเชื้อเพิ่มขึ้น 6 รายกลับจากต่างประเทศอยู่ในสถานกักตัวรัฐ &amp;quot;โพล&amp;quot; เผย ปชช.กังวลโควิดรอบ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ซึ่งก่อนการประชุม ศบค. พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนและสัญญาณเตือน พวกเราทุกคนจะต้องไม่ประมาท ภายหลังที่พวกเราทุกคนประสบความสำเร็จและมีความร่วมมือที่ดี จึงขอให้กำลังใจทุกคนอย่างต่อเนื่อง ทราบดีทุกคนพยายามและทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังเกิดปัญหาขึ้นมาบ้าง ขออย่าท้อถอยหรือปล่อยมือ ขอให้ทุกคนอดทนโดยเฉพาะความพยายามของการรักษาสมดุลด้านการสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคมเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงความสัมพันธ์กับต่างประเทศด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะมีความสลับซับซ้อนมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรายังต้องเผชิญเรื่องการบิดเบือนต่างๆ เพื่อประโยชน์อะไรก็ตามจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนยืนหยัดและตั้งมั่นในเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ที่จะทำเพื่อชาติบ้านเมือง และก้าวเดินสู่ความสำเร็จโดยรวม ขอขอบคุณทีมประชาสัมพันธ์และโฆษก ศบค. วันนี้เราจะต้องเข้มงวด ละเอียด รอบคอบในการพิจารณาทบทวนมาตรการต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งแผนเผชิญหน้าในเชิงรับและเชิงรุกและแผนเผชิญเหตุที่ต้องประสานให้สอดคล้องทุกขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการที่จะพิจารณาต้องรับฟังเสียงและความคาดหวังของประชาชนส่วนใหญ่ พร้อมช่วยกันชี้แจงทำความเข้าใจหลักการและเหตุผลที่เราตัดสินใจ ตอบคำถามประเด็นข้อสงสัย สื่อมวลชนและสังคมได้ทันท่วงที รวมไปถึงชี้แจงผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารออนไลน์ต่างๆ ด้วย อย่างกรณีเหตุการณ์ที่จังหวัดระยองนั้น ได้ลงพื้นที่ทันทีในวันรุ่งขึ้น เพื่อไปสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชน เราคาดหวังเหตุการณ์ต่างๆ กำลังดีขึ้น มีการใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวในประเทศ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า ในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ นายกฯ ขอบคุณประชาชนในพื้นที่ จ.ระยองและ กทม.ในการรับมือสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมา พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ขออย่าได้ท้อถอย เพราะโรคนี้อยู่กับเราไปอีกนานพอสมควร แต่จะต้องรักษาสมดุลเรื่องสุขภาพและเศรษฐกิจ มีแผนการทำงานเชิงรับ เชิงรุก และแผนเผชิญเหตุที่ต้องจัดการ พร้อมรับฟังเสียงและความคาดหวังของประชาชนที่ต้องเป็นไปตามความเป็นจริงเพิ่มเติม รวมถึงเพิ่มเติมการสื่อสารไปถึงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญเราได้รับรถพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ดูแลประชาชน จ.ระยอง อีกไม่กี่วันก็จะครบ 14 วัน ก็จะสามารถสร้างความมั่นใจได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้นายกฯ ยังห่วงใยกรณีมีการชุมนุม ซึ่งต้องรักษาสมดุลจัดการเว้นระยะห่าง เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อ&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ศบค.ยังได้พิจารณาข้อตกลงพิเศษให้กลุ่มนักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ และนักการทูต จัดทำความร่วมมือช่องทางพิเศษ แต่ทั้งหมดเมื่อเข้ามาแล้วต้องอยู่ในสถานที่กักตัวที่รัฐรับรอง โดยจะให้กระทรวงการต่างประเทศไปทำรายละเอียดเพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งเป็นแรงงานไร้ฝีมือในกิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร ขณะนี้มีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีใบอนุญาตการทำงาน และวีซ่าแล้ว จำนวน 69,235 ราย และกลุ่มที่ยังไม่มีใบอนุญาตทำงานและวีซ่า จำนวน 42,168 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนกลุ่มนี้เมื่อเดินทางเข้ามาต้องมีหนังสือรับรองแพทย์ ผู้ประกอบการ ต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่ายก่อนนำแรงงานเข้ามา&amp;nbsp; ซึ่งการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรต้องมีการตรวจสุขภาพ อบรม ณ สถานที่กักตัว รับใบอนุญาตทำงานเมื่อครบกำหนดกักตัว และนายจ้างต้องจัดยานพาหนะมารับแรงงานดังกล่าว เมื่อแรงงานถึงสถานที่ทำงานแล้ว ต้องรายงานให้สาธารณสุขจังหวัดรับทราบ และจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ ติดตาม เพราะการจะให้ทั้งหมดเข้าไปอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ ถือว่ามีต้นทุนที่สูง เพราะตกอยู่ที่ 2 หมื่นบาทต่อคน จึงมีแนวคิดให้เจ้าของกิจการจัดพื้นที่ขึ้นมา เพื่อให้แรงงานกักตัวมากกว่า 1 คนต่อห้อง โดยต้องมีมาตรฐานและระบบป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้ออกนอกพื้นที่ ซึ่งตรงนี้จะให้กระทรวงแรงงานไปพิจารณารายละเอียดและดำเนินงาน&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ศบค.ยังเห็นชอบผ่อนคลายเฟส 6 ซึ่งทั้งหมดที่ได้รับการผ่อนคลายจะต้องกักตัว 14 วัน โดยให้ชาวต่างชาติเข้ามาจัดการแสดงสินค้าในราชอาณาจักร ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป มีแนวทางปฏิบัติที่เข้ามาแล้ว ต้องอยู่ที่โรงแรมที่ได้รับการรับรองมีเจ้าหน้าที่ดูแล 1 ต่อ 10 คน&amp;nbsp; ตรงนี้สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. จะเป็นผู้ดำเนินการในรายละเอียด อีกทั้งยังมีการอนุมัติในหลักการสำหรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศ เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวมีมูลค่าสูง ตรงนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดำเนินการในรายละเอียดก่อนจะเปิดให้เข้ามาในช่วงที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 6 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,261 ราย หายป่วยสะสม 3,105 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 98 ราย ผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ 4 รายเป็นนักศึกษาที่เดินทางกลับจากประเทศอียิปต์ ถึงประเทศไทยวันที่ 8 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐที่ จ.ชลบุรี ตรวจพบเชื้อโควิดวันที่ 21 ก.ค. โดยเที่ยวบินดังกล่าวมีผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้แล้ว 11 ราย ส่วนรายที่ 5 เป็นหญิงไทยอายุ 36 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ถึงประเทศไทยวันที่ 10 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐ กทม. ตรวจพบเชื้อโควิดวันที่ 20 ก.ค. ไม่มีอาการ ขณะที่รายที่ 6 เป็นหญิงไทยอายุ 57 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางกลับจากเยอรมนี ถึงประเทศไทยวันที่ 16 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐ กทม. ตรวจพบเชื้อโควิดวันที่ 20 ก.ค. ไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์ทั่วโลกยอดผู้ติดเชื้อรวม 15,093,712 ราย ถือว่าแตะยอด 15 ล้านเป็นวันแรก โดยมียอดเพิ่มขึ้นถึงกว่า 2 แสนราย เสียชีวิต 619,467 ราย จึงถือว่าสถานการณ์โลกยังถือว่าวิกฤติ&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ช่วงท้าย นพ.ทีวศิลป์กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์ที่ จ.ระยองคลี่คลายแล้ว การแถลง ศบค.จะปรับการแถลงให้เหลือแค่วันจันทร์ พุธ และศุกร์ โดยตนจะแถลงวันจันทร์และวันศุกร์ ส่วนวันพุธจะให้ พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องโควิด-19 รอบ 2 พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 35.46 ระบุกังวลมาก เพราะประชาชนบางกลุ่มละเลยการป้องกันตนเอง และหากมีการแพร่ระบาดอีกจะทำให้การใช้ชีวิตแย่ลงกว่าเดิม รายได้จะหายไปมากกว่าเดิม, ร้อยละ 31.05 ระบุค่อนข้างกังวล เพราะยังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ และมาตรการการป้องกันไม่รัดกุม โดยเฉพาะการเปิดให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศ, ร้อยละ 16.23 ระบุว่าไม่ค่อยกังวล เพราะมั่นใจในการทำงานของรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ในขณะที่บางส่วนบอกว่าอาศัยอยู่ในจังหวัดที่ไม่ได้เป็นพื้นที่เสี่ยง และประชาชนส่วนใหญ่ดูแลและป้องกันตนเองดี และร้อยละ 17.26 ระบุว่าไม่กังวลเลย เพราะประชาชนส่วนใหญ่ดูแลและป้องกันตนเองดี เชื่อมั่นในมาตรการการป้องกันของรัฐบาล และไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศติดต่อกันนานมาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72250</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด, ทุกคนต้องไม่ประมาท, ศบค., สาธารณสุข-เศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดเฟส 6, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f184444d7bb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
