<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อคนไทย กับฝันไม่ไกลเกินเอื้อม ด้วยงบไม่เกิน 200,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง และกำลังค่อยๆ เข้ามาแทนที่ยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในต่างประเทศ ที่คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากไม่ปล่อยมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงลงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับในประเทศไทย รถยนต์ไฟฟ้ายังมีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ทั่วไป การจะออกรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่จึงยังคงไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะต้องนำเข้าและต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึง และเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาสบายกระเป๋า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ร่วมกันทำ &amp;ldquo;โครงการวิจัยพัฒนาชุดประกอบรถไฟฟ้าดัดแปลงและคู่มือการดัดแปลง (EV Kit &amp;amp; Blueprint Project)&amp;rdquo; ขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ต้องการให้คนไทยสามารถดัดแปลงรถยนต์คันเก่าให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้ ในต้นทุนไม่เกินคันละ 200,000 บาท (ไม่รวมแบตเตอรี่) ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่อย่างแน่นอน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ใช้รถคู่ใจคันเดิม และช่วยลดมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กฟผ. และ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ได้ริเริ่มโครงการวิจัยชุดรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงมาตั้งแต่ปี 2553 โดยในระยะที่ 1 ได้มีการดัดแปลงรถยนต์เดิมให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า โดยการซื้ออุปกรณ์ภายในรถยนต์ไฟฟ้ามาจากต่างประเทศ และนำมาประกอบเพื่อดูการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการดำเนินงานโครงการวิจัยฯ ในระยะที่ 2 ที่ทีมวิจัยได้เลือกใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในประเทศที่มีราคาถูก เข้าถึงได้ง่าย และนำมาดัดแปลงใช้ในรถยนต์ขนาดกลางที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด เพื่อให้คนจำนวนมากเข้าถึงโอกาสในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้แพร่หลาย อย่างรถยนต์ Nissan Almera หรือ i-EV ที่ได้มีการส่งมอบให้ กฟผ. เพื่อทดลองใช้งานจริงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสามารถใช้งานได้ถึง 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้ทดลองขับแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถยนต์ปกติเลย ถ้าไม่ได้บอกมาก่อน คือ แทบไม่รู้เลยว่าขับรถยนต์ไฟฟ้าอยู่&amp;rdquo; นายสาธิต ครองสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พูดถึงผลที่น่าพอใจในการวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการดำเนินงานในระยะที่ 2 จะมีการส่งมอบ Nissan Almera เพิ่มเติมอีก 1 คัน ภายในเดือนเมษายนนี้ ขณะที่ ภายในสิ้นปี 2562 จะมีการส่งมอบรถยนต์ Toyota Altis อีกจำนวน 2 คัน พร้อมกับชุด EV Kit จำนวน 4 ชุด หลังจากนั้น จะมีการต่อยอดองค์ความรู้ในการวิจัยระยะที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับในปี 2563 ซึ่งเป็นระยะที่ 3 และระยะสุดท้ายของการวิจัยและพัฒนา กฟผ. ตั้งเป้าถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมมีคู่มือการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้า (EV Kit) จำนวน 3 ชุด ให้กับผู้ประกอบการอู่รถยนต์ที่มีศักยภาพ เพื่อนำไปทดลองเปลี่ยนรถยนต์คันเดิมให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง เพื่อเก็บข้อมูลและปรับปรุงก่อนการขยายผลในเชิงพาณิชย์ ให้มีระดับราคาที่ประชาชนเป็นเจ้าของได้ ที่ไม่เกิน 200,000 บาทเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ไม่เพียงแต่การวิจัยเพื่อให้คนไทยมีรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงไว้ใช้งานในอนาคตอันใกล้แล้ว เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กฟผ. ยังได้ติดตั้งสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ กฟผ. สำนักงานกลาง และโรงไฟฟ้าของ กฟผ. จำนวน 23 สถานี เพื่อส่งเสริมให้คนไทยสามารถเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้าง ตามวิสัยทัศน์การก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของ กฟผ. ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ว่า &amp;lsquo;นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ กฟผ. ไม่เพียงแต่เพื่อมอบแสงสว่าง ความสะดวกสบาย และความสุขให้กับคนไทยมาตลอด 50 ปี เพื่อส่งความสุขอย่างต่อเนื่อง กฟผ. ได้ออกสติกเกอร์ ENGY ชุดใหม่ ในชื่อชุด &amp;lsquo;Let&amp;#39;s celebrate 50th anniversary of EGAT&amp;rsquo; ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ &amp;ndash; 29 พฤษภาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://line.me/S/sticker/14343&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34689</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., รถยนต์ไฟฟ้า, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช., สาธิต ครองสัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc681b107c34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
