<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศาลฎีกา&#039; ไม่ให้ประกันตัวอดีตอธิบดีกรมสรรพากร ชี้โทษสูงจำคุกตลอดชีวิต หวั่นหลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลได้อ่านคำสั่งศาลฎีกา การขอปล่อยชั่วคราวของนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต กรณีการทุจริต คืนเงินภาษีร่วม 3 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลฎีกาพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยอาจจะหลบหนี คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยมานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114852</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลฎีกา, สาธิต รังคสิริ, อดีตอธิบดีกรมสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e31340615d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาธิต&#039;อดีตอธิบดีสรรพากรกับพวกวืดประกัน! ศาลชี้โทษสูงหวั่นหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ วันที่ 21 ส.ค.2564 เรื่องประกันนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร จำเลยที่ 1&amp;nbsp; กับ นายศุภิจ หรือสิริพงศ์ ริยะการหรือริยะการธีรโชติ อดีตสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 จำเลยที่ 2&amp;nbsp; ภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตฯพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตจำเลยทั้ง 2 ร่วมทุจริตฯ อนุมัติคืนภาษี 25 บริษัทให้ริบทองเเท่งของกลาง เเละร่วมกันชดใช้ความเสียหายกว่า 3 พันล้าน ส่วนนายประสิทธิ์ อัญญโชติ จำเลยที่ 3 สนับสนุนถูกพิพากษา 6 ปี 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยที่ 1-2 ยื่นประกันในส่วนนายสาธิต จำเลยที่ 1 มีนางกาญจนา รังคสิริ เป็นผู้ประกัน โดยเสนอหลักทรัพย์เงินสด 800,000 บาท ซึ่งเป็นหลักทรัพย์เดิมชั้นพิจารณา ส่วนนายศุภกิจ จำเลยที่ 2 มีนางวราภรณ์ ริยะการ เป็นผู้ประกันโดยเสนอหลักทรัพย์โฉนดที่ดิน ราคาประเมิน 1,801,150 บาท เป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นหลักทรัพย์เดิมชั้นพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดี ข้อหามีอัตราโทษสูง แม้จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิตประกอบกับจำเลยที่ 1 ยังไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 1 จะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1&amp;nbsp; ในระหว่างอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีข้อหามีอัตราโทษสูง แม้จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิต ประกอบกับจำเลยที่ 2 ยังไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 2 จะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 2 ในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114232</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกคำร้อง, ศาล, ศุกิจ, สาธิต รังคสิริ, ไม่ให้ประกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e31340615d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุกตลอดชีวิตสาธิต-สิริพงศ์ ร่วมทุจริตคืนภาษี‘25บริษัท’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งจำคุกตลอดชีวิต &amp;quot;สาธิต รังคสิริ&amp;quot; อดีตอธิบดีสรรพากร กับ &amp;quot;สิริพงศ์&amp;quot; ลูกน้อง ร่วมทุจริตฯ อนุมัติคืนภาษี 25 บริษัท ชี้ทราบดีถึงความเท็จตั้งแต่ต้น แต่กลับรู้เห็นเป็นใจร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต ให้ริบทองเเท่งของกลางเเละร่วมกันชดใช้ความเสียหายกว่า 3 พันล้าน ส่วนจำเลยที่ 3 สนับสนุนโดน 6 ปี 8 เดือน ยกฟ้องจำเลยที่ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 126/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร, นายสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ อดีตสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22,นายประสิทธิ์ อัญญโชติ, นายกิติศักดิ์ อัญญโชติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20 พ.ค.2555 ถึงวันที่ 26 ต.ค.2556 พวกจำเลยร่วมและสนับสนุนการกระทำความผิด คือร่วมกันขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยแสดงข้อความเท็จหลอกลวงกรมสรรพากร เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร และเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 เพื่อให้ได้ไปซึ่งเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากรและรัฐโดยทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ทราบดีถึงความเท็จดังกล่าวมาแต่ต้น แต่กลับรู้เห็นเป็นใจด้วยการร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต โดยจำเลยที่ 2 ได้ใช้อำนาจของตนสั่งการให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสถานประกอบการเกี่ยวกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาให้พิจารณาเสนอความเห็นยุติการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพกิจการของบริษัท จำนวน 25 บริษัท ที่ขอคืนภาษีและคืนภาษีให้แก่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งดังกล่าว ทั้งที่ยังมีข้อสงสัยว่าเป็นผู้ประกอบการจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยจำเลยที่ 2 ละเว้นไม่สั่งการให้มีการตรวจสอบสถานประกอบการ ไม่สั่งการให้ตรวจสอบการซื้อขายสินค้าวัตถุดิบการเก็บรักษาสินค้า การจ้างแรงงาน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน ทั้งยังเร่งรัดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอสำนวนการตรวจสภาพกิจการอันเป็นการผิดระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการตรวจปฏิบัติการ พ.ศ.2554 ประกอบแนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากรในหลายกรณี รวมถึงสั่งระงับทำให้ไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดว่าใบกำกับภาษีและใบส่งสินค้าออกต่างประเทศที่นำมาใช้อ้างแสดงเป็นหลักฐานนั้นเป็นเอกสารแท้จริงหรือไม่อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์ของจำเลยกับพวก จึงเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ข้อเท็จจริงที่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งนั้นไม่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นการฉ้อฉลนั้นถูกปกปิด จนที่สุดจำเลยที่ 2 ด้วยความรู้เห็นเป็นใจของจำเลยที่ 1 ได้พิจารณาอนุมัติคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งจำนวนหลายครั้ง ในการนี้ นายประสิทธิ์ อัญญโชติ และนายกิติศักดิ์ อัญญโชติ กับพวกได้มารับเอาเงินจำนวนตามที่ได้มีการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งดังกล่าวไปแบ่งปันกันโดยทุจริตกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ได้นำเงินบางส่วนที่ได้รับแบ่งปันโดยทุจริตไปซื้อทรัพย์สินเป็นทองคำแท่งไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 (เดิม), 151 (เดิม) และ 157 (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 การกระทำของจำเลยที่ 1 เเละ 2 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 (เดิม) 265 (เดิม), 268 (เดิม), 341 (เดิม) ประมวลรัษฎากรมาตรา 90/4 (3) (6(เดิม)) (7) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 กระทำของจำเลยที่ 3 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 เป็นเวลา 6 ปี 8 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้จำเลยที่ 1, 2 เเละ 3 ร่วมกันชดใช้เงิน 3,097,016,533 บาทแก่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง นับโทษของจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ฟย. 23/2560 หมายเลขแดงที่ ฟย.47/2561 ของศาลอาญา ริบของกลางทองคำแท่งน้ำหนัก 77 กิโลกรัมและทองคำแท่งน้ำหนักรวม 7,000 บาททองคำ ตามคำขอท้ายฟ้อง &amp;nbsp;และทองคำแท่งทุกรายการที่ส่งมอบแก่คณะกรรมการจัดการทรัพย์สินเมื่อ 15 พ.ย.2562 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยที่ 1-2 ที่ยื่นประกันตัวนั้น จำเลยที่ 1 ใช้เงินสด 800,000 บาท ซึ่งเป็นหลักทรัพย์เดิมขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป ส่วนจำเลยที่ 3 ไม่ได้ยื่นประกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหากครบเวลาราชการเเล้วศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งประกันลงมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะคุมตัวจำเลยไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113904</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร่วมทุจริตฯ อนุมัติคืนภาษี 25 บริษัท, ศาลอาญาคดีทุจริตฯ, สั่งจำคุกตลอดชีวิต, สาธิต รังคสิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตอธิบดีสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e31340615d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฯพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต &#039;อดีตอธิบดีกรมสรรพากร&#039; คดีทุจริตคืนภาษี 25 บริษัท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณรูปภาพจากสำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค. 64 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริต เเละประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 126/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง &amp;nbsp;นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ,นายสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ อดีตสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 ,นายประสิทธิ์ อัญญโชติ ,นายกิติศักดิ์ อัญญโชติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20 พ.ค.2555 ถึงวันที่ 26 ต.ค.2556 พวกจำเลยร่วมและสนับสนุนการกระทำความผิด คือร่วมกันขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยแสดงข้อความเท็จหลอกลวงกรมสรรพากรเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรและเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 เพื่อให้ได้ไปซึ่งเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากรและรัฐโดยทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ทราบดีถึงความเท็จดังกล่าวมาแต่ต้น แต่กลับรู้เห็นเป็นใจด้วยการร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและทุจริตโดยจำเลยที่ 2 ได้ใช้อำนาจของตนสั่งการให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสถานประกอบการเกี่ยวกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ให้พิจารณาเสนอความเห็นยุติการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพกิจการของบริษัท จำนวน 25 บริษัท ที่ขอคืนภาษี และคืนภาษีให้แก่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งดังกล่าว ทั้งที่ยังมีข้อสงสัยว่าเป็นผู้ประกอบการจริงหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ละเว้นไม่สั่งการ
ให้มีการตรวจสอบสถานประกอบการ ไม่สั่งการให้ตรวจสอบการซื้อขายสินค้าวัตถุดิบการเก็บรักษาสินค้า การจ้างแรงงาน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน ทั้งยังเร่งรัดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอสำนวนการตรวจสภาพกิจการอันการเป็นผิดระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการตรวจปฏิบัติการ พ.ศ.2554 ประกอบแนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากรในหลายกรณี รวมถึงสั่งระงับทำให้ไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดว่าใบกำกับภาษี และใบส่งสินค้าออกต่างประเทศที่นำมาใช้อ้างแสดงเป็นหลักฐานนั้นเป็นเอกสารแท้จริงหรือไม่อีกด้วย จำเลยที่ 2 ยังสั่งการปรับปรุงการกำกับดูแลประเภทกิจการเกี่ยวกับการขายส่งโลหะ และแร่โลหะจากเดิมมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลายทีมให้มีเพียงทีมเดียวทำหน้าที่ตรวจสอบบริษัท และสั่งการให้ทีมตรวจสอบบริษัทออกตรวจกิจการบริษัทบางบริษัทในกลุ่ม 25 บริษัทก่อนล่วงหน้าที่จะมีการยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และใช้ผลการตรวจล่วงหน้าในการพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นการดำเนินการไม่ปกติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติที่กรมสรรพากรกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกรมสรรพากร ทราบดีว่าการดำเนินการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มยังไม่ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนตามแนวทางปฏิบัติและระเบียบกรมสรรพากร และเมื่อมีการตรวจพบความผิดปกติที่เกี่ยวข้องในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มนี้รายงานมายังจำเลยที่ 1 กลับสั่งการให้สำนักงานตรวจสอบภาษีกลางไปตรวจสอบใบขนสินค้าขาออกกับกรมศุลกากรว่ามีการส่งออกจริงหรือไม่เท่านั้นซึ่งเป็นการสั่งการที่จงใจให้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งที่ข้อสำคัญจะต้องสั่งการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าผู้ขอคืนภาษีประกอบกิจการจริงหรือไม่ขัดต่อแนวทางปฏิบัติกรมสรรพากรในการกำกับดูแลผู้เสียภาษีโดยใกล้ชิดเป็นรายผู้ประกอบการและให้เป็นปัจจุบัน แต่จำเลยที่ 1 กลับละเว้นไม่สั่งการตรวจสอบ นอกจากนี้ผลตรวจสอบใบขนส่งสินค้าขาออกตามที่จำเลยที่ 1 สั่งการก็ไม่ได้ข้อเท็จจริงยืนยันว่ามีการขนส่งสินค้าออกจริงหรือไม่ กรณีดังกล่าวจึงไม่สามารถอนุมัติคืนภาษีได้หากไม่มีธนาคารมาค้ำประกัน แต่จำเลยที่ 1 กลับเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้ง ทั้งยังอาศัยอำนาจของตนในการบังคับบัญชาข้าราชการของกรมสรรพากรเข้ามาติดตามเร่งรัดพร้อมทั้งมอบแนวทางการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 เพื่อให้มีการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์ของจำเลยกับพวก จึงเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ข้อเท็จจริงที่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งนั้นไม่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นการฉ้อฉลนั้นถูกปกปิด จนที่สุดจำเลยที่ 2 ด้วยความรู้เห็นเป็นใจของจำเลยที่ 1 ได้พิจารณาอนุมัติคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งจำนวนหลายครั้ง ในการนี้นายประสิทธิ์ อัญญโชติ และนายกิติศักดิ์ อัญญโชติ กับพวกได้มารับเอาเงินจำนวนตามที่ได้มีการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งดังกล่าว ไปแบ่งปันกันโดยทุจริตกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1ได้นำเงินบางส่วนที่ได้รับแบ่งปันโดยทุจริตไปซื้อทรัพย์สินเป็นทองคำแท่งไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของพวกจำเลยดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจของตนไปโดยมิชอบและทุจริตเบียดบังเงินของรัฐที่อยู่ในอำนาจจัดการดูแลเก็บรักษาของตน ไปเป็นของตนเองและบุคคลอื่นโดยทุจริต เป็นเหตุให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลังและรัฐได้รับความเสียหายเป็นเงิน 3,097,016,533.99 บาท ขอให้ลงโทษตามกฎหมาย และขอให้ริบของกลางทองคำแท่ง น้ำหนัก 77 กิโลกรัม และทองคำแท่งน้ำหนักรวม 7,000 บาททองคำ กับให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินที่เบียดบังเอาไปและยังไม่ได้คืน จำนวน 3,097,016,533.99 บาทแก่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่าจำเลยที่ 1,2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147(เดิม), 151(เดิม) และ 157(เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 การกระทำของจำเลยที่ 1เเละ2 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไปเสียและฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเจ้าของทรัพย์ นั้นเป็นบทหนักซึ่งมีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไปเสีย แต่เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตลอดชีวิตจำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157(เดิม) 265(เดิม), 268(เดิม), 341(เดิม) ประมวลรัษฎากรมาตรา 90/4(3) (6(เดิม)) (7) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 กระทำของจำเลยที่ 3 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3เป็นเวลา 6 ปี 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้จำเลยที่ 1,3 เเละ 3 ร่วมกันชดใช้เงิน 3,097,016,533 บาทแก่กรมสรรพากรกระทรวงการคลังนับโทษของจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ฟย. 23/2560 หมายเลขแดงที่ฟย. 47/2561 ของศาลอาญา ริบของกลางทองคำแท่งน้ำหนัก 77 กิโลกรัมและทองคำแท่งน้ำหนักรวม 7,000 บาททองคำ ตามคำขอท้ายฟ้อง &amp;nbsp;และทองคำแท่งทุกรายการที่ส่งมอบแก่คณะกรรมการจัดการทรัพย์สินเมื่อ 15 พ.ย.2562 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ จำเลยที่ 1 -2ที่ยื่นประกันตัวนั้นจำเลยที่ 1ใช้เงินสด 800,000 บาท ซึ่งเป็นหลักทรัพย์เดิมขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป ส่วนจำเลยที่ 3 ไม่ได้ยื่นประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากครบเวลาราชการเเล้วศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งประกันลงมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะคุมตัวจำเลยไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญาคดีทุจริต, สาธิต รังคสิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e31340615d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
