<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลืองระดมป้องสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสื้อเหลืองพรึ่บสวนลุมฯ ประกาศปกป้องสถาบัน &amp;quot;วรงค์&amp;quot; จวกยับ &amp;quot;ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ&amp;quot; พร้อมแพลมแผนไคลแมกซ์ไปตึกไทยซัมมิท &amp;quot;บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์&amp;quot; &amp;nbsp;นัด 1 พ.ย. ใส่เสื้อเหลือง-ชมพู หน้าวัดพระแก้ว แสดงพลังปกป้องสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ลานด้านหน้าพระบรมรูป ร.6 กลุ่ม &amp;quot;อนุชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;quot; กว่า 1,000 คน นำโดย นางทยา ทีปสุวรรณ จัดกิจกรรม &amp;quot;รวมใจคนไทย ใส่เสื้อเหลือง ถือพระบรมรูปในหลวง ร.9 และ ร.10&amp;quot; โดยมีการชูพระบรมฉายาลักษณ์​พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมฉายาลักษณ์​พระบรมวงศานุวงศ์​ พร้อมถือธงตรา​สัญลักษณ์​ ว.ป.ร. ธงชาติ ที่มีการประดับด้วยริบบิ้น​ธงชาติ ที่คาดผมธงชาติ และร่มธงชาติ อีกทั้งมีป้ายคัดค้านการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมาต่างตะโกนว่า เรารักพระเจ้าอยู่หัว​ ทรงพระเจริญ เรามาด้วยใจ มาแสดงออกเพื่อปกป้องสถาบัน เราจะสู้ไปด้วยกัน ไม่ต้องการให้ใครมาจาบจ้วง​สถาบัน หากอยากอยู่ประเทศไทยอย่าคิดล้มสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ให้สัมภาษณ์ว่า การชุมนุมวันนี้เป็นการเตือนสติเยาวชนไม่ให้ออกมาชุมนุม ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดการเผชิญหน้า ปะทะกัน ขอให้น้องๆ กลับบ้าน ฟังเสียงคนไทยทั้งชาติที่ไม่ได้มีแต่น้องๆ เพียงกลุ่มเดียว การที่ออกมายื่นคำขาดเหมือนเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง ซึ่งควรจะไปยื่นกับพ่อแม่ที่บ้านตัวเอง การออกมาชุมนุมเรียกร้องแล้วบอกว่าตัวเองเป็นใหญ่ ถือว่าเป็นการเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง เพราะยังมีคนไทยที่รักชาติและในหลวงอยู่ทั่วประเทศ และมีมากกว่า 90%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่เรียกร้องให้นายกฯ ลาออกคงไม่เป็นไร แต่ขออย่ามาย่ำยีหัวใจคนไทย โดยการใช้คำหยาบคายกับในหลวง หากอยากบอกอะไรท่าน ก็ให้ทำหนังสือไป เราเชื่อว่าเหตุการณ์ในบ้านเมืองท่านเข้าใจดี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าขอให้น้องๆ กลับบ้าน และไปค้นคว้าหาข้อมูล อย่าไปเชื่อนายสมศักดิ์และนายปวิน&amp;quot; นพ.ตุลย์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต เซกัล อดีตแกนนำ กกปส. กล่าวว่า การออกมาเรียกร้องโดยใช้คำหยาบคายเป็นสิ่งไม่เหมาะสมที่จะเรียกว่าปัญญาชน โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้คือการจาบจ้วงสถาบัน ยืนยันว่าประชาชนส่วนใหญ่ในราชอาณาจักรไทยยังเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ถ้ามีความขัดแย้งก็ว่ากันไป อย่าดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี กล่าวว่า การมารวมตัววันนี้ เพื่อให้รับรู้ว่ามีคนที่จงรักภักดีนี้มากที่สุดในประเทศ และเป็นการแสดงออกด้วยความสงบและสันติ เพื่อปกป้องและให้กำลังใจพระมหากษัตริย์ ไม่มีความคิดที่จะปะทะ สำหรับคนที่อยู่เบื้องหลังม็อบเยาวชนที่เคลื่อนไหวขณะนี้คือ &amp;quot;สามสัส&amp;quot; คนแรกพ่อแม่เป็นจีนมาอยู่แผ่นดินไทย แต่ลูกคนพวกนี้คิดที่จะทำร้ายแผ่นดินไทย เมื่อก่อนเราเรียกคนพวกนี้ว่าผู้ชุมนุม แต่ต่อไปนี้ให้เรียกว่าพวกกบฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้หมดมุกแล้ว เพราะขีดเส้นตายทุกวัน คนที่เก็บอาการไม่อยู่คือคนที่ชอบพูดว่าการปฏิรูปคือเปลี่ยนแปลงแบบพร้อมใจกัน แต่ปฏิวัติคือไม่ยินยอมต้องใช้กำลัง ในทางการเมืองเขาขู่ว่าถ้าไม่มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ก็ต้องมีการปฏิวัติแผ่นดินไทย คนนี้เป็นมีสะใภ้เป็นฝรั่ง แต่มาย่ำยีหัวใจคนไทย และยังบอกว่าคนใส่เสื้อสีเหลืองเหมือนสัตว์ที่ถูกบังคับ คนนี้คือปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า คนที่สองครอบครัวมาจากเมืองจีน ครอบครัวทำมาหากินแล้วร่ำรวยเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ปลุกเด็กให้คิดรุนแรงเพราะต้องการให้เกิดสงครามการเมือง คนนี้คือธนาธร ส่วนคนที่สามอีกำลังเจอคดีเมย์เดย์ เป็นโจทย์ฟ้องนายบุญเกื้อ ปุสสเทโว แต่ไม่มาเบิกความ เพราะไมเกรนขึ้น อ้วกแตก อาจจะเครียดกับคดีเงินบริจาคที่กำลังเดินหน้า ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี ประมาณ 9 โมงเช้า แถลงเหตุผลคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอให้ทุกคนไปร่วมชุมนุมเพื่อฟังในวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 18.00 น. กลุ่มคนเสื้อเหลืองได้ยืนตรงร่วมกันร้องเพลงเคารพธงชาติ หลังจากนั้นผู้ชุมนุมได้กล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่า &amp;ldquo;ข้าพุทธเจ้าทั้งหลาย เราพสกนิกรชาวไทย ขอถวายคำสัตย์ปฏิญาณต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จะถวายความจงรักภักดี เทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้าด้วยชีวิต จะรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจะไม่ยอมให้ผู้ใดละเมิดล่วงเกินต่อพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์เจ้าเป็นอันขาด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นได้ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยุติการทำกิจกรรมลงเมื่อเวลา 18.35 น. โดยแกนนำประกาศเป้าหมายต่อไปในการเดินทางไปสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นและฝรั่งเศส โดยรอประสานกับเจ้าหน้าที่ก่อน และขอให้รอไคลแมกซ์นัดหมายสำคัญที่ตึกไทยซัมมิท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ช่วงเช้า ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย &amp;nbsp;นางสาวหฤทัย ม่วงบุญศรี หรืออุ๊ หฤทัย นักร้อง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมด้วยนายศาสตรา โตอ่อน นักวิชาการอิสระ และนายศุภอรรถ จันทรสกุนต์ ทนายความ นำมวลชนสวมเสื้อสีเหลืองเดินทางมาที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยนำแผ่นป้ายกระดาษเขียนข้อความในการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องไม่ให้มีการแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย โดยระบุว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ Stop Hybrid War
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวหฤทัยกล่าวว่า การมาเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในครั้งนี้ ไม่ได้มีจดหมายมายื่นถึงตัวแทนสถานทูต แต่ต้องการแสดงออกเพื่อเรียกร้อง ไม่ได้มีการแทรกแซงกิจการภายในไทย โดยตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มเด็ก เยาวชน และนักศึกษาในช่วงที่ผ่านมา พบมีการปล่อยข้อมูลที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งคล้ายกับกรณีที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เพื่อทำให้เกิดประชาธิปไตยในประเทศนั้นๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วกลับทำให้หลายประเทศได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประกอบกับเอกอัครราชทูตไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เพิ่งย้ายจากฮ่องกงมาประจำการในประเทศไทย จึงต้องการเรียกร้องให้เคารพกฎหมายไทย ไม่ก้าวล่วงหรือทำให้เกิดความแตกแยกภายในประเทศ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวหฤทัยกล่าวอีกว่า มีหลักฐานชัดเจนแน่นอนว่ามีการบงการมาจากนอกประเทศ จะใช้ประเทศนี้ให้เป็นเหมือนฮ่องกง นอกจากนั้นยังมีการบิดเบือนว่าสถาบันอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่มีกลุ่มที่ต้องการดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้อง ก็เพื่อต้องการให้คนไทยแตกแยก ยืนยันว่าจะไม่มีการปะทะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เร็วๆ นี้เราจะรวมมวลชนจำนวนมากทั่วประเทศ ทั่วทั้งแผ่นดิน และขอประกาศว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรง และส่วนตัวเคารพความเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นการเมือง ทั้งเรื่องขอให้นายกรัฐมนตรีลาออก และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเองก็ไม่ขัดข้องหากเป็นความเห็นของคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ควรนำเรื่องสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวทางการเมือง&amp;quot; นางสาวหฤทัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงยืนยันว่า รัฐบาลของสหรัฐไม่ได้มีการสนับสนุนเงินทุน การประท้วง บุคคลหรือพรรคการเมือง แต่สนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม และในฐานะมิตรประเทศ ก็จะสนับสนุนทุกฝ่าย ให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง มีส่วนร่วมในการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ถึงแนวทางที่ประเทศจะก้าวหน้าต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเคลื่อนไหวของนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดง และอาสาสมัครเพื่อสังคม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กราบขอบคุณทุกๆ ท่านที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยทั้งประเทศ ผมไม่ได้สร้างความแตกแยก แต่อยากจะสร้างความรักที่มีต่อชาติ ศาสนา องค์พระมหากษัตริย์ ให้สืบต่อไปจนชั่วลูกชั่วหลาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลาแล้วครับที่พวกเราต้องแสดงให้เขาเห็นว่า ยังมีคนไทยอีกหลายสิบล้านคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเขา เช่น ยกนิ้วกลางให้ขบวนเสด็จฯ ฉีกพระบรมฉายาลักษณ์ เอารูปพระมหากษัตริย์ไปแปะไว้ข้างบันได เขียนข้อความหยาบคาย ทำคลิปออกมาล้อเลียนพระมหากษัตริย์ จาบจ้วงด้วยถ้อยคำหยาบคายสกปรก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าขืนเราปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ให้พวกเขามาทำร้ายจิตใจเราต่อไปหรือครับ ผมคิดว่าวันข้างหน้าเราอาจจะไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ให้พวกเราได้รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศได้ ผมขอพลังอันเป็นมหาพลังของทุกคนชาวไทยที่ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในหัวใจ ลุกขึ้นมาปกป้องและเป็นกำลังใจให้พระองค์ท่านด้วยนะครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจะไปทุกที่ ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ถ้ามีการรวมพลังออกมาปกป้องสถาบัน ช่วยกันนะครับ ถึงเวลาแล้วครับที่ต้องให้เขารู้ถึงพลังของพวกเรา อย่ากลัวถ้าเราทำในสิ่งที่ถูก กราบท่านนายอำเภอ กราบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด จัดให้พี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ถ้าท่านไม่เริ่ม ก็คงจะยากที่พี่น้องจะออกมาครับ แล้วผมจะออกไปเดินเคียงข้างทุกๆ ท่านครับ วันที่ 1 พ.ย.2563 เวลา 16.00 น. เจอกันที่วัดพระแก้วนะครับ เสื้อเหลืองกับชมพูงามจับตาครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้มีเพจปลอมบอกว่าผมนัดให้ออกมา อย่าไปเชื่อนะครับ หน้าแฟนเพจ ของผมต้อง 9,500,000 คน ถ้าหลักหมื่นอย่าไปอ่าน อย่าไปสนใจครับ กราบขอบคุณทุกๆ ท่านครับผม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนางทยา ทีปสุวรรณ ภรรยา​ นัดรวมตัวคนเสื้อเหลืองแสดงพลังปกป้องสถาบัน ที่ลานพระบรมรูป ร.6 สวนลุมพินี ว่าภรรยาของตนไปในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และไปคนเดียวเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการไปจัดการอะไร แต่คนที่เขาติดตามทางโซเชียลที่มีอยู่พอสมควร เมื่อทราบจึงไปรวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน เสร็จแล้วก็สลายแยกย้ายกลับ ไม่ยืดเยื้อ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรน่ากังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องการเผชิญหน้าของผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย นายณัฏฐพลกล่าวว่า ก็เห็นว่าหลบเลี่ยงกันอยู่ และเวลานี้สภาเป็นทางออกที่ดี เริ่มมีแนวทางชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้านั้นก็เห็นชัดว่ามีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อเป็นทางออก ส่วนคนอื่นจะกดดันแค่ไหน ตนไม่ทราบ อยากให้มองไปที่จุดเริ่มต้นที่ฝ่ายเรียกร้องให้ปฏิรูปออกมาแสดงท่าที ก็อาจจะทำให้คนที่รักและไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงต้องออกมา เพื่อบอกจุดยืนเขาเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายม็อบ 3 นิ้วนั้น ที่ สน.หัวหมาก กลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องความเป็นธรรมจากการถูกทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หัวหมาก ได้ลงมาพูดคุยพบปะกับกลุ่มนักศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ชี้แจงความคืบหน้าของคดีว่า เบื้องต้นได้สอบพยานฝั่งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปแล้ว 4 ปาก ส่วนประเด็นเรื่องกล้องวงจรปิด ทาง สน.หัวหมากได้ขอทางมหาวิทยาลัยรามคำแหงไปจริง แต่เพิ่งขอไปวันนี้ ซึ่งก็ยังไม่ได้กล้องวงจรปิดจากทางมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ถ้ามวลชนหรือกลุ่มนักศึกษามีภาพหรือหลักฐาน ก็สามารถนำมาให้เจ้าหน้าที่เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีได้ พร้อมรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรม และคดีจะชัดเจนภายใน 7 วัน​ อย่างไรก็ตาม ผกก.สน.หัวหมากได้เรียกตัวแทนของกลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยขึ้นไปพูดคุยชี้แจงถึงความคืบหน้าคดี พร้อมทั้งประสานงานแนวทางเรื่องการดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย​หากมีการชุมนุมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ธิติมา บุตรดี หรือ &amp;ldquo;น้องแบม&amp;rdquo; วัย 19 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกลำโพงทุ่มใส่จนเอ็นเท้าซ้ายฉีกต้องใส่เฝือกในวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า รู้สึกโกรธและเสียใจมากที่ไม่ได้รับความยุติธรรม พร้อมทั้งรู้สึกสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน รวมถึงจิตตกลงเรื่อยๆ หนำซ้ำยังถูกเพิกเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับตนเป็นอย่างมาก จึงอยากฝากถึงตำรวจ สน.หัวหมาก ว่าให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และอย่าอ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอ เนื่องจากหลักฐานทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งภาพข่าวจากโซเชียลและผลใบรับรองแพทย์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานถึง 7 วันแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81997</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ธิติมา บุตรดี, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์, สาธิต เซกัล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f9839cb9bb6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอตุลย์-สาธิต&#039; รวมตัวสวนลุมฯเรียกร้องม็อบ3นิ้วกลับบ้าน อย่าคิดว่าเสียงดังกว่าคนไทยหัวใจรักในหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 - เมื่อเวลา 18.30 น. ที่สวนลุมพินี บริเวณลานด้านพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 กลุ่มอนุชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;nbsp;จัดกิจกรรมรวมใจคนไทย ใส่เสื้อเหลือง ถือพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 และ ร.10&amp;nbsp;โดยบรรยากาศมีกลุ่มประชาชนปกป้องสถาบัน สวมใส่เสื้อสีเหลือง แสดงพลังปกป้องสถาบั​น โดยมีการชูพระบรมฉายาลักษณ์​พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมฉายาลักษณ์​พระบรมวงศานุวงศ์​ พร้อมถือธงตรา​สัญลักษณ์​ ว.ป.ร. ธงชาติ ที่มีการประดับด้วยริ้บบิ้น​ธงชาติ ที่คาดผมธงชาติ และร่มธงชาติ อีกทั้งมีป้ายคัดค้านการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญปฎิรูปสถาบันกษัตริย์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมาต่างตะโกนว่า เรารักพระเจ้าอยู่หัว​ ทรงพระเจริญ เรามาด้วยใจ มาแสดงออกเพื่อปกป้องสถาบัน เราจะสู้ไปด้วยกันไม่ต้องการให้ใครมาจาบจ้วง​สถาบัน หากอยากอยู่ประเทศไทยอย่าคิดล้มสถาบัน ก่อนที่จะร่วมทำกิจกรรมร้องเพลงเพลงรักชาติ-รักสถาบัน &amp;nbsp;เช่น รักเธอประเทศไทย รักกันไว้เถิด จากยอดดอย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแกนนำทำกิจกรรมในช่วงต้นประกอบไปด้วย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี และ นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจ ซึ่งเข้าร่วมกับการชุมนุม กกปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ให้สัมภาษณ์ว่า การชุมนุมวันนี้เป็นการเตือนสติเยาวชนไม่ให้ออกมาชุมนุม ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดการเผชิญหน้า ปะทะกัน ขอให้น้องๆ กลับบ้าน ฟังเสียงคนไทยทั้งชาติที่ไม่ได้มีแต่น้องๆ เพียงกลุ่มเดียว การที่ออกมายื่นคำขาดเหมือนเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง ซึ่งควรจะไปยื่นกับพ่อแม่ที่บ้านตัวเอง การออกมาชุมนุมเรียกร้องแล้วบอกว่าตัวเองเป็นใหญ่ถือว่าเป็นการเข้าใจผิด เพราะยังมีคนไทยที่รักชาติและในหลวงอยู่ทั่วประเทศ และมีมากกว่า 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การที่เรียกร้องให้นายกฯ ลาออกคงไม่เป็นไร แต่ขออย่ามาย่ำยีหัวใจคนไทย โดยการใช้คำหยาบคายกับในหลวง หากอยากบอกอะไรท่านก็ให้ทำหนังสือไป เราเชื่อว่าเหตุการณ์ในบ้านเมืองท่านเข้าใจดี อย่างไรก็ตามยืนยันว่าขอให้น้องๆ กลับบ้านและไปค้นคว้าหาข้อมูล อย่าไปเชื่อนายสมศักดิ์ และนายปวิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจ ซึ่งเข้าร่วมกับการชุมนุม กกปส. กล่าวว่า การออกมาเรียกร้องโดยใช้คำหยาบคายเป็นสิ่งไม่เหมาะสมที่จะเรียกว่าปัญญาชน โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้คือการจาบจ้างสถาบัน ยืนยันว่าประชาชนส่วนใหญ่ในราชอาณาจักรไทยยังเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ถ้ามีความขัดแย้งทางการเมืองก็ว่ากันไปแต่ขออย่างเดียวอย่าถึงสถาบันเข้ามาเกี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81962</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอนุชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, ปกป้องสถาบัน, สวนลุมพินี, สาธิต เซกัล, เสื้อเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97f93d828db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาธิต&#039; แจ้งความตำรวจ ปอท.หามือมืดแก้ข้อมูลวิกิพีเดียใส่ร้ายเป็นถุงเงิน &#039;แก้วสรร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.63 - ที่ บก.ปอท. นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจสิ่งพิมพ์ชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย&amp;nbsp;เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อธิป พงศ์สิวาภัย รอง ผบก.ปอท. ร.ต.ท.หญิง รัฐฐานนท์ คชนนท์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. แจ้งความกรณีที่มีบุคคลไม่ทราบว่าเป็นใครเข้าไปแก้ข้อมูลเปลี่ยนข้อมูลในวิกิพีเดีย กล่าวหาว่าเป็นนายทุนถุงเงินให้กับอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิต กล่าวว่า เมื่อวานมีคนส่งข้อมูลแจ้งมาให้ตนทราบว่า มีบุคคลไม่ทราบเป็นใครนำข้อมูลอันเป็นเท็จ กล่าวหาว่าตนเป็นถุงเงินให้กับอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ &amp;nbsp;ซึ่งไม่เป็นความจริง &amp;nbsp;เป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์วันนี้จึงต้องมาแจ้งความ บก.ปอท.เพื่อให้ช่วยสืบสวนหาตัวคนทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิต กล่าวอีกว่าตนเองนั้นเป็นคนที่ชื่นชมและศรัทธาในจุดยืนและการทำงานของอาจารย์แก้วสรร ซึ่งตนเองรู้จักท่านดี ซึ่งในกรณีที่มีคนแก้ไขข้อมูลกล่าวหาว่าตนเป็นถุงเงินสนับสนุนอาจารย์แก้วสรร ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมืองหรือด้านอื่นๆ นั้นไม่ใช่ ตนไม่เคยสนับสนุนการเงินอาจารย์แก้วสรรเลย ตนชื่นชมอาจารย์แก้วสรรเพราะว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่รักสถาบัน รักประเทศชาติ และเป็นนักกฎหมายที่รักความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พอปัญหาเกิดขึ้นแบบนี้ตนไม่สบายใจมาก เพราะมันจะสร้างความเสียหายให้กับอาจารย์แก้วสรรและตนเอง จึงจำเป็นต้องมาแจ้งความไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท.ช่วยสืบสวนสอบสวนว่าต้นตอมาจากไหน ทำไปมีจุดประสงค์อย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งอาจารย์แก้วสรร และตน พวกเราต่างก็เป็นกลุ่มที่รักสถาบันและประเทศชาติ เพราะฉะนั้นพอมีข่าวในลักษณะนี้ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่ทราบข่าวไม่รู้ความจริงจะเข้าใจเราผิด&amp;nbsp;ตนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่รู้จักบทบาทของตนดี ตัวตนของเราในอดีตมีบทบทบาทอะไรมาบ้าง ซึ่งจะเห็นว่าไม่เคยมีบทบาททางด้านการเมือง ตนเป็นคนต่างด้าวที่มาอาศัยแผ่นดินไทย อยากจะตอบแทนบุญคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ อยากจะตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน ดังนั้นกิจกรรมที่ตนทำมาตลอดจะเป็นกิจกรรมที่เทิดทูนสถาบัน และเป็นกิจกรรมเพื่อประเทศชาติเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อซักถามถึงการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ &amp;nbsp;นายสาธิต กล่าวว่า ตนมองว่าการชุมนุมเป็นสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเวลานี้บ้านเมืองเรามีวิกฤติการระบาดโควิด ตนว่าประชาชนน่าจะให้วิกฤตินี้ผ่านพ้นไปก่อน ส่วนเรื่องของการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือจะประท้วงอะไรน่าจะรอไว้ก่อน ตนเองไม่อยากจะวิเคราะห์เรื่องการเมืองเลย เพราะว่าตนคือคนรักสถาบันพระมหากษัตริย์และจะทำทุกวิถีทางจะแสดงความคิดให้ประชาชนพ่อแม่พี่น้องชาวไทยได้รู้บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศไทยเราอยู่รอดมาได้เพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ตัวพวกเราเทิดทูนและรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิต กล่าวว่ารัฐบาลท่านก็พยายามทำทุกวิถีทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาโควิด และเป็นที่น่าชื่นชมว่าประเทศไทยได้รับยกย่องเป็นอันดับหนึ่งในการแก้ไขปัญหาโควิด ตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนในการดูแลแก้ไขปัญหาโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนไม่ใช่ถุงเงินหรือท่อน้ำเลี้ยงของอาจารย์แก้วสรร แน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำลงประจำวันไว้พร้อมกับส่งข้อมูลให้ฝ่ายสืบสวนทำการตรวจสอบหาบุคคลที่เข้าไปแก้ไขข้อมูลดีงกล่าว &amp;nbsp;ซึ่งการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายทำให้คนอื่นเข้าใจผิด เสื่อมเสียชื่อเสียง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ก่อนจะประสาน สน.ท้องที่ให้ทำการสวนสวนคนกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปอท., วิกิพีเดีย, สาธิต เซกัล, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6334273b3c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039; จ่อเปิดทบ.รับ &#039;สาธิต เซกัล&#039; ถกหมิ่นสถาบัน ไม่ฟ้อง &#039;เพนกวิน&#039; ฉีกรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - จากกรณีนายสาธิต เซกัล นักธุรกิจชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า 70 ปี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า&amp;nbsp;เตรียมเดินทางมาพบ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เวลา 13.00 น. ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ พร้อมมวลชนที่สนับสนุน เพื่อหารือเรื่องการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเบื้องต้นทางสำนักงานเลขานุการ กองทัพบก ได้มอบหมายให้หัวหน้าแผนกกองประชาสัมพันธ์ให้การต้อนรับและรับมอบหนังสือร้องเรียน บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะให้ส่งตัวแทนเข้าพบ หรือให้ยื่นหนังสือผ่านผู้แทนสำนักงานเลขานุการ กองทัพบก เนื่องจากมีมวลชนเดินทางมาร่วมด้วยจำนวนหนึ่ง แม้ในพรก.ฉุกเฉินฯ จะไม่ห้ามเรื่องการห้ามชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป แต่ก็ถือว่ายังมีความผิดตาม พรบ.ควบคุมโรค อีกทั้งกังวลว่าจะกลายเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มผู้ชุมนุมนำไปขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับกรณี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ฉีกรูป พล.อ.อภิรัชต์ ในระหว่างขึ้นอภิปรายตอบโต้กรณี พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร นายทหารประจำกรมยุทธการทหารบก โพสต์เฟซบุ๊ก เรียก &amp;ldquo; ม็อบมุ้งมิ้ง&amp;rdquo; บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีการแจ้งความเอาผิดแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72311</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, สาธิต เซกัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f194af8ed1f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาธิต เซกัล&#039; ทนไม่ไหว! ถึงเวลาปรับทุกข์ &#039;ผบ.ทบ.&#039; เรื่องดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจสิ่งพิมพ์ชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถึงเวลาแล้วที่จะปรับทุกข์กับท่านผู้บัญชาการทหารบก เรื่องการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ วันศุกร์ที่ 24 เวลาบ่ายโมงที่กองบัญชาการทหารบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายสาธิต โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;จะรักหรือไม่ก็สุดแต่ แต่อย่ามาจาบจ้วงสถาบันที่พวกผมรักและเคารพ&amp;quot; และ &amp;quot;ราชอาณาจักรไทย อยู่รอดมาได้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทบ., ล้มล้างสถาบัน, สาธิต เซกัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1697d7d4233.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กปปส.&#039;ขึ้นศาลสู้คดีกบฏ ลั่นต่อต้านรัฐบาลทรราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; นำแกนนำ กปปส. 25 คนขึ้นศาล ปฏิเสธทุกข้อหา ยันใช้สิทธิ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ต่อต้านรัฐบาลทรราช พร้อมขอให้ส่งศาล รธน.วินิจฉัย ศาลรวม 3 สำนวนเป็นคดีเดียว สืบพยานนัดแรก 14 พ.ค. &amp;quot;พุทธะอิสระ&amp;quot; โอดคนล้นคุก นอนเบียด 30-50 คนต่อห้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เวลา 09.00 น. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏและข้อหาอื่น พร้อมกันรวม 3 สำนวน ประกอบด้วย คดีหมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อายุ 69 ปี ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และอดีตเลขาธิการ กปปส. กับแกนนำ กปปส.เวทีจุดต่างๆ รวม 9 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีหมายเลขดำ อ.832/2561 ที่ยื่นฟ้องนางอัญชะลี ไพรีรัก อายุ 52 ปี อดีตพิธีกรเวทีชุมนุม กปปส., อดีตพระพุทธะอิสระ อายุ 58 ปี เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ กับแนวร่วม กปปส. รวม 14 คน และคดีหมายเลขดำ อ.1185/2561 ที่ยื่นฟ้อง ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ อายุ 60 ปี ผู้ประสานงานกองทัพธรรม และนายมั่นแม่น กะการดี อายุ 38 ปี แนวร่วมกองทัพธรรม โดยทั้ง 3 สำนวนได้ยื่นฟ้องเมื่อต้นปี 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการฟ้องจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกบฏ, สนับสนุนกบฏ, ร่วมกันก่อการร้าย (ฟ้องเฉพาะนายสุเทพ กับนายชุมพล จุลใส 48 ปี แกนนำ กปปส.เวทีแยกราชประสงค์), ขัดขวางการเลือกตั้งฯ และข้อหาอื่นรวม 8-9 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 116, 117, 135/1, 209 , 210, 215, 216, 362, 364, 365, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 76, 152 ประกอบมาตรา 83, 86, 91 จากการร่วมชุมนุมกันของ กปปส. ที่มีนายสุเทพเป็นผู้นำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย.2556-1 พ.ค. 2557 ซึ่งมีการพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งท้ายคำฟ้องอัยการโจทก์ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของจำเลยด้วยมีกำหนด 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ อัยการโจทก์, นายสุเทพ พร้อมแกนนำและแนวร่วม กปปส.ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลย ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ ส่วนอดีตพระพุทธะอิสระ ซึ่งถูกคุมขังระหว่างการฝากขังในคดีปลอมพระปรมาภิไธย และคดีทำร้ายเจ้าหน้าที่ ถูกเบิกตัวจากเรือนจำมาศาล โดยสวมชุดเรือนจำนั่งรถเข็นเข้ามาในห้องพิจารณาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อแกนนำและแนวร่วม กปปส.ลุกขึ้นยืนทักทายให้ความเคารพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอ่านคำฟ้องของอัยการให้จำเลยทั้งหมดฟัง สรุปได้ว่า จำเลยกับพวกได้ปราศรัยชักชวนกันขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้ จัดหาชายฉกรรจ์เป็นกองกำลังไล่ล่าจับตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรี ชักชวนหน่วยงานราชการและเอกชนหยุดงาน ไม่จ่ายภาษี มีการชุมนุมปิดถนน ปิดกรุงเทพฯ ตัดน้ำตัดไฟหน่วยงานราชการ บุกรุกสถานที่ราชการ มุ่งหมายให้รัฐบาลหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีกองกำลังใช้อาวุธ ก่อการร้ายโดยเข้าควบคุมระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทีโอที เมื่อมีการประกาศการเลือกตั้ง พวกจำเลยได้ดำเนินการไม่ให้มีการสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเข้าใช้สิทธิโดยปิดกั้นหน่วยเลือกตั้ง ปราศรัยว่า กปปส.จะใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์แต่งตั้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรีขึ้นเอง เป็นการเปลี่ยนแปลงล้มล้างรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังอ่านคำฟ้องแล้ว จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยนายสุเทพ จำเลยที่ 1 แถลงต่อศาลประกอบการปฏิเสธระบุว่า การชุมนุมเป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ รัฐบาลในขณะนั้นเป็นปฏิปักษ์กับรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจฉ้อฉลปล้นประเทศ พวกตนจึงใช้สิทธิพลเมืองในการต่อต้านรัฐบาลที่เป็นทรราช หากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายไม่สิ้นสุด และขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จำเลยรายอื่นๆ เช่น นายแก้วสรร อติโพธิ, นายสาธิต เซกัล, นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ, ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ และ พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี ได้ขึ้นแถลงต่อศาลทำนองสนับสนุนยืนยันว่าการที่จำเลยชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ได้รับความคุ้มครอง ไม่ได้ขวางการเลือกตั้ง ขอให้ศาลอาญาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นการชุมนุมด้วย ทั้งยังตั้งคำถามต่อการนิยามข้อหากบฏของอัยการว่าต้องมีพฤติการณ์อย่างไร และต้องการให้อธิบายพฤติการณ์ของจำเลยให้ชัดรายคน ไม่ควรเหมารวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุเทพยังได้ถามอัยการเพื่อให้ยืนยันต่อศาลว่า ผู้ต้องหาคดีกบฏ กปปส.ที่เหลืออีก 28 คน จะสามารถฟ้องได้หมดเมื่อไหร่ โดยพนักงานอัยการได้ชี้แจงว่า จากที่คุยกับทนายความจำเลย มีบางรายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาขอเงินประกันตัวจากกองทุนยุติธรรมที่รออนุมัติอยู่ และผู้บังคับบัญชาอนุญาตให้เลื่อน จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะฟ้องได้หมดเมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตพระพุทธะอิสระได้แถลงต่อศาลด้วยทำนองว่า ประเทศไทยเอาคนไปติดคุกเยอะแยะได้อะไร ทุกวันนี้คนล้นคุก เป็นภาระรัฐบาลเลี้ยงดู อย่างห้องควบคุมที่ตนอยู่ไม่ได้กว้าง บางวันก็นอน 30-50 คนสาธารณูปโภคไม่ได้ดีนัก เราไม่ได้เป็นคนทำร้ายชาติ แต่พอคนโกงหมื่นล้าน ศาลลงโทษติดคุก 1-2 ปี อัยการก็ไม่ตามอุทธรณ์ อย่างคดีเล็กน้อยบางครั้ง คนไม่มีเงินประกันไม่มีเงินสู้คดีก็สารภาพเพื่อจะได้ลดโทษ พอออกจากคุกไปก็ไม่ได้โอกาส พุทธะอิสระไม่ได้กลัวติดคุกเพราะติดแล้ว แต่สงสารคนที่ยังไม่ได้ติดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม อัยการโจทก์ขอเลื่อนนัดตรวจหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากคณะทำงานเพิ่งเข้ารับหน้าที่ใหม่ และรอการรวมพิจารณาคดี จำเลยยื่นคัดค้าน ศาลพิจารณาแล้วเคยอนุญาตให้มีการเลื่อนนัดตรวจหลักฐานแล้วครั้งหนึ่ง คดีเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ไม่ใช่การตรวจพยานเอกสารอย่างเดียวต้องสืบพยานบุคคลด้วย จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีอีก ส่วนที่อัยการโจทก์ขอรวมสำนวนคดีทั้งสามเข้าเป็นคดีเดียวกัน เพราะใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน แต่จำเลยยื่นคัดค้าน โดยมีเหตุผล เช่น ขอแยกพิจารณาสำนวน 9 คนแรกก่อนเพื่อพิสูจน์ว่ากระทำผิดหรือไม่ เป็นต้น ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานเป็นชุดเดียวกัน จึงให้รวมคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำเลยในคดีหมายเลขดำ อ.247/2561 เป็นจำเลยที่ 1-9, คดีหมายเลขดำ อ.832/2561 เป็นจำเลยที่ 10-23 และคดีหมายเลขดำ อ.1185/2561 เป็นจำเลยที่ 24-25 เข้าด้วยกัน จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ อัยการโจทก์แถลงขอนำพยานบุคคลเข้าสืบ 891 ปาก จำเลยขอนำพยานบุคคลเข้าสืบ 100 ปาก ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้อัยการโจทก์นำพยานเข้าสืบจำนวน 80 ปาก ใช้เวลา 30 นัด และพยานจำเลยจำนวน 100 ปาก ใช้เวลา 30 นัด คู่ความตกลงแล้ว ให้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 14 พ.ค.2562 เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ พร้อมแถลงต่อศาลว่า ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่อัยการสั่งฟ้อง แต่จำเลยกระทำการดังกล่าวเพื่อพิทักษ์ปกป้องรัฐธรรมนูญในขณะนั้น เนื่องจากรัฐบาลมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลอาญาส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นที่ว่า ในขณะที่เราถูกฟ้องว่ากระทำผิดเป็นช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้แล้วว่า ประชาชนต่อสู้โดยสงบและสันติ ตามกรอบของรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องพิสูจน์ว่ามวลมหาประชาชนมีสิทธิลุกขึ้นต่อสู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เพราะระบอบทักษิณเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจโดยมิชอบ ทุจริต ไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่ใช่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทำให้เสียหายต่อชาติบ้านเมือง จึงเป็นสิทธิพลเมืองพิทักษ์รัฐธรรมนูญ การต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมวันนี้พิสูจน์ว่าประชาชนมีสิทธิลุกขึ้นต่อสู้ต้านทรราช ไม่ว่าจะยาวนานแค่ไหนต้องอดทน ผมขอบคุณทุกกำลังใจ&amp;quot; อดีตเลขาธิการ กปปส.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้นั้น นายสุเทพกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายอื่น ไม่ใช่หน้าที่ตน พวกตนสู้ต่อต้านระบอบทักษิณมาแล้ว ไม่มีเจตนาจองล้างจองผลาญ หากอนาคตมีใครมาทำอย่างระบอบทักษิณ เราจะต่อต้านอีก ไม่ยอมให้ทรราชมาทำความเสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12108</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี, พุทธะอิสระ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์, สาธิต เซกัล, สุวิทย์ ทองประเสริฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30fa8e08fc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีกบฏ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควันหลงจากวันเปิดตัวคณะผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 มิ.ย.) เรียกว่าผู้คนแน่นอาคารศาลาดนตรีสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต เลยทีเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยากาศคล้ายกับวันรวมญาติชาว กปปส. เพียงแค่ไม่เห็นอดีตแกนนำแนวหน้าเท่านั้น เพราะแยกย้ายกลับพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะมีก็แต่ &amp;ldquo;ลุงกำนัน&amp;rdquo; สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส. ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง ที่ยืนร่วมกับผู้ก่อตั้งคนอื่นๆ คอยต้อนรับแขกเหรื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองไปรอบงานก็พบว่าชาวนกหวีดยังคงเหนียวแน่น อาทิ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ตอนนี้ลาออกจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเรียบร้อยแล้ว เพื่อทำงานการเมืองเต็มตัว แถมยังมีแฟนคลับจำนวนหนึ่งติดสอยห้อยตามมาตั้งแต่ครั้งกระโดดขึ้นเวทีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือจะเป็น &amp;ldquo;สาธิต เซกัล&amp;rdquo; ชาวภารตะหัวใจไทย นักธุรกิจ ที่เมื่อครั้งร่วมชุมนุมถูกคำสั่ง ศรส.เนรเทศ ซึ่งคราวนี้ยกกันมาทั้งครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระจิบข่าวยืนล้อมวงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบหลังไม่ได้เจอหน้านาน เจ้าตัวบอก....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สมัครเป็นผู้ก่อตั้งไม่ได้ เพราะยังอยู่ระหว่างขอสัญชาติอยู่ ซึ่งคิดว่าช้า เพราะติดต่อไปทีไร ทางการก็บอกว่าเรามีคดีกบฏอยู่ ซึ่งก็ยังงงอยู่ว่าโดนได้อย่างไร เพราะตอนขึ้นเวทีไม่เคยด่าทอใคร มีแต่พูดเทิดทูนสถาบัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ &amp;ldquo;สาธิต&amp;rdquo; ไม่ได้สมัคร แต่ก็ส่งลูกสาว &amp;ldquo;ดีนี่&amp;rdquo; นันทินี เซกัล มาเป็นผู้ก่อตั้งแทน หุหุ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มินนี่เมาธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10770</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คันปากอยากเล่า, ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร, นันทินี เซกัล, มหาวิทยาลัยนเรศวร, มินนี่เมาธ์, สาธิต เซกัล, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
