<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.บุรีรัมย์จับผู้สมัครนายก อบจ.สาบานตน ไม่ทุจริตเลือกตั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 พ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายอังกูร ศีลาเทวากูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดโครงการ &amp;ldquo;เลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์&amp;rdquo; ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้น โดยเชิญผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.)บุรีรัมย์ ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.)บุรีรัมย์ ผู้สนับสนุนผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกว่า 300 คน เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ กระบวนการจัดการเลือกตั้ง ข้อห้ามความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง และแนวทางในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม และเกิดการยอมรับในเรื่องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้รักสามัคคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัครได้ปฏิญาณตนว่าจะปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่กระทำผิดกฎหมาย ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน ไม่ซื้อสิทธิ์ซื้อเสียงใดๆ และให้เป็นไปด้วยความสมานฉันท์ เป็นการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายเศรษฐพร เบญจศรีรักษ์ ปลัดองค์การบริการส่วนจังหวัด(อบจ.)บุรีรัมย์ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ อบจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า กล่าวว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม จึงขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ลงพื้นที่เป้าหมายเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเศรษฐพร กล่าวต่ออีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ได้ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ60 บัตรเสียไม่เกินร้อยละ 3 จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1,224,619 คน ใน 23 อำเภอ 2,880 หน่วยเลือกตั้ง จึงขอเตือนให้ผู้สมัครและผู้สนับสนุนผู้สมัครอย่าได้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด ขอให้การหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โดยได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่ และพนักงาน อบจ.ทุกคนได้วางตัวเป็นกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้สมัครนายก อบจ.บุรีรัมย์ จำนวน 8 คน ได้แก่ หมายเลข 1 นายประเสริฐ เลิศยะโส อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หมายเลข 2 นายณัฐกิตต์ ล้อประสิทธิ์ หมายเลข 3 นายเพชร กีรติมาศ หมายเลข 4 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคอนาคตใหม่ หมายเลข 5 นายสาคร ปลื้มรัมย์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมายเลข 6 นายชาติวุฒิ เสวยสุขกุล หมายเลข 7 นายสมเบียร แก้วศรีใส และหมายเลข 8 นายภูษิต เล็กอุดากร อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ หลานชายของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่วนผู้สมัคร ส.อบจ.บุรีรัมย์ จำนวน 344 คน ส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง อดีตสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ เกือบทั้งหมด ข้าราชการบำนาญ ผู้ท้องถิ่น เกษตรกร และผู้นำชุมชน นอกจากนี้ ยังมี นายวรพจน์ วิบูลยืวิริยะสกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมา ได้ลงสมัคร ส.อบจ.เขต 2 อ.สตึก และ นางพุทธชาติ ศรีสุริยันโยธิน อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ ภรรยา นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 6 พรรคเพื่อไทย ลงสมัคร ในเขต 1 อ.นางรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.บุรีรัมย์, ผู้สมัครนายก อบจ.บุรีรัมย์, สาบานตน, ไม่โกงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa76f692aefd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.สเปนชุดใหม่สาบานตน มีรัฐมนตรีหญิงถึง 11 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีสเปนชุดใหม่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งต่อกษัตริย์ฟิลิปเปที่ 6 เมื่อวันพฤหัสบดี โดยเป็นรัฐมนตรีหญิงถึง 11 คน จาก 17 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปนคนใหม่ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ หัวหน้าพรรคสังคมนิยม นำคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของเขาเข้าเฝ้ากษัตริย์ฟิลิปเปที่ 6 ที่พระราชวังซาร์ซุเอลา เพื่อสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง โดยคณะรัฐมนตรีทั้ง 17 ตำแหน่ง เป็นผู้หญิงถึง 11 คน ได้แก่ คาร์เมน คัลโว เป็นรองนายกรัฐมนตรี โดยเธอเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมในปี 2547-2550, นาเดีย คาวิโน อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณอียู รับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ, มาการิตา โรเบิลส์ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, โดโรเรส เดลกาโด อัยการผู้เชี่ยวชาญด้านต่อต้านก่อการร้าย เป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม, มาเรีย เฮซุส มอนเตโร เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และอิซาเบล เซลา เป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัฐมนตรีคนอื่น ได้แก่ โจเซป บอร์เรล อดีตประธานรัฐสภายุโรป รับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ และเฟอร์นันโด แกรนเด มาร์ลาสกา อดีตผู้พิพากษาที่ประกาศตัวว่าเป็นเกย์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และเปโดร ดูเก นักบินอวกาศคนแรกของสเปน เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์, นวัตกรรมและมหาวิทยาลัย เขาไปประจำการที่สถานีอวกาศนานาชาติ ในปี 2546&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีสเปนทั้งหมดรวมถึงนายกรัฐมนตรี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของสเปนมีรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ และมีไม่กี่ประเทศในโลกที่มีรัฐมนตรีหญิงอย่างน้อย 50% ได้แก่ ฝรั่งเศส, สวีเดนและแคนาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซานเชซ วัย 46 ปี ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสเปน หลังจากเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราฮอย ออกจากตำแหน่งจากการลงมติไม่ไว้วางใจ ซานเชซกล่าวหลังเผยรายชื่อคณะรัฐมนตรีเมื่อเย็นวันพุธว่า คณะรัฐมนตรีของเขาสะท้อนถึงสังคมสเปนที่ประกอบด้วยผู้หญิงและผู้ชาย, คนสูงอายุและคนหนุ่มสาวและมีรากเหง้าอยู่กับสหภาพยุโรป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10914</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐบาลใหม่, รัฐมนตรีหญิง, สาบานตน, สเปน, เปโดร ซานเชซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b193aeec3c0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สาบานตน นำรัสเซียสู่ยุค &#039;ปูติน 4.0&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย สาบานตนรับตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 4 อีก 6 ปีเมื่อวันจันทร์ ประกาศจะชุบชีวิตเศรษฐกิจของประเทศซึ่งโดนชาติตะวันตกคว่ำบาตร พร้อมเสนอชื่อดมิตรี เมดเวเดฟ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไปตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เดินบนพรมแดงเข้าสู่สถานที่จัดพิธีสาบานตน ภายในทำเนียบเครมลิน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม 2561 ว่าประธานาธิบดีปูตินเข้าพิธีสาบานตนที่ทำเนียบเครมลินในกรุงมอสโกวันเดียวกันนี้ ท่ามกลางแขกที่เป็นชนชั้นนำในรัสเซีย ซึ่งยืนเรียงแถวรอต้อนรับขณะที่ปูตินเดินบนพรมแดงผ่านห้องโถงอันเดรเยฟภายในวังเครมลิน พิธีสาบานตนในครั้งนี้ปูตินเลือกใช้รถลีมูซีนสีดำที่ผลิตโดยรัสเซียเอง แทนที่จะใช้รถเมอร์เซเดส-เบนซ์แบบที่แล้วมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำรัสเซียวัย 65 ปี ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อเดือนมีนาคม ด้วยคะแนนสนับสนุนเกือบ 77% โดยที่อเล็กเซย์ นาวัลนี คู่แข่งตัวฉกาจที่สุดของเขา ถูกห้ามลงสมัคร การสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 อย่างเป็นทางการจะทำให้อดีตสายลับเคจีบีรายนี้อยู่บนเส้นทางที่จะเป็นผู้นำรัสเซียที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดนับแต่โจเซฟ สตาลิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินขึ้นเป็นผู้นำประเทศเมื่อ 18 ปีก่อน โดยครองตำแหน่งประธานาธิบดีสลับกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่เขาดันดมิตรี เมดเวเดฟ ขึ้นขัดตาทัพ ภายหลังพิธีสาบานตนเมื่อวันจันทร์ ปูตินประกาศทันทีว่าเขาได้เสนอชื่อเมดเวเดฟ พันธมิตรวัย 52 ปีของเขา ให้สภาดูมาหรือสภาผู้แทนราษฎร รับรองให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน จับมือกับนายกฯ ดมิตรี เมดเวเดฟ ที่ยืนอยู่ระหว่างอดีตนายกฯ แกร์ฮาร์ด ชโรเดอร์ ของเยอรมนี และนางสเวตลานา ภริยาของเมดเวเดฟ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การครองอำนาจสืบต่อไปของปูติน ซึ่งฝ่ายต่อต้านเปรียบเทียบเขาว่าเหมือนการครองบัลลังก์ของจักรพรรดิหรือพระเจ้าซาร์ของรัสเซีย เกิดขึ้นในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับโลกตะวันตกตึงเครียดถึงขีดสุดนับแต่ยุคสงครามเย็น ทั้งจากกรณีที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครนเข้าเป็นของตนที่ทำให้ถูกยุโรปคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงปฏิบัติการทางทหารในซีเรีย ที่รัสเซียหนุนหลังประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด และไม่กี่เดือนที่ผ่านมายังมีกรณีการวางยาพิษอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในอังกฤษ ที่ยุโรปและสหรัฐต่างกล่าวโทษรัสเซียอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวให้คำมั่นต่อชาวรัสเซียว่า การทำหน้าที่ในสมัยที่ 4 ของเขา เขาจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ &amp;quot;เราจะเรียกคืนความภาคภูมิใจในปิตุภูมิของเรา&amp;quot; เขากล่าวในพิธีสาบานตน &amp;quot;ในฐานะผู้นำประเทศ ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อทวีความแข็งแกร่ง, ความรุ่งเรือง และกิตติศัพท์ของรัสเซีย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาประกาศด้วยว่า จะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงมาตรฐานชีวิตของชาวรัสเซีย &amp;quot;ประชาชนต้องอยู่ดีกินดีขึ้น&amp;quot; ปูตินกล่าว พร้อมกับให้คำมั่นสวยหรูว่า ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อรัสเซียมีสังคมที่เสรีซึ่งยอมรับสิ่งใหม่ๆ และความก้าวหน้า และปฏิเสธความอยุติธรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8714</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดมิตรี เมดเวเดฟ, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ปูติน, ปูติน 4.0, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, สมัยที่ 4, สาบานตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af061c3f3781.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายเหยี่ยว &#039;ไมค์ ปอมเปโอ&#039; นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;ไมค์ ปอมเปโอ&amp;quot; สาบานตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคนใหม่แล้วเมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมเริ่มภารกิจแรกด้วยการเยือนยุโรปและตะวันออกกลาง ขณะทำเนียบขาวเผยแพร่ภาพถ่ายเข้าพบ &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; เมื่อต้นเดือนมีนาคม หมายขับเน้นสถานะนักการทูตของอดีตผู้อำนวยการซีไอเอรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ไมค์ ปอมเปโอ แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2561 ว่า ไมค์ ปอมเปโอ&amp;nbsp; อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) วัย 54 ปีรายนี้ เผชิญการคัดค้านท้าทายของ ส.ว.เดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งอดีตนักเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์และอดีตสมาชิกคองเกรสรายนี้ ด้วยการเตือนว่าเขาจะช่วยกระพือนโยบายต่างประเทศที่ก้าวร้าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายในการลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี ปอมเปโอก็เอาตัวรอดได้และได้รับคะแนนรับรอง 57 ต่อ 42 คะแนนคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวชั่วโมงเศษหลังจากนั้น ปอมเปโอได้เข้าพิธีสาบานตนต่อผู้พิพากษาศาลฎีกา แซมมวล อาลิโต ที่ทำเนียบขาว และกระทรวงการต่างประเทศได้ประกาศทันทีว่า ปอมเปโอจะเป็นผู้นำคณะเจ้าหน้าที่ของสหรัฐเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มนาโตที่กรุงบรัสเซลส์ในวันศุกร์ และตามด้วยการแวะเยือนอิสราเอล, จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮทเธอร์ นาเวิร์ต โฆษกกระทรวง กล่าวว่า จุดหมายที่ปอมเปโอเลือกเยือนเป็นการสะท้อนความสำคัญของประเทศเหล่านี้ในฐานะพันธมิตรและหุ้นส่วนสำคัญของสหรัฐในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า การได้ไมค์ ปอมเปโอ ผู้มีความสามารถ มีพลังและสติปัญญา มาคุมกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นทรัพย์สินอันเหลือเชื่อสำหรับประเทศนี้ในช่วงเวลาที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ &amp;quot;เขาจะถือผลประโยชน์ของอเมริกามาก่อนลำดับแรกเสมอ เขาได้รับความไว้วางใจจากผม และความสนับสนุนของผม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอกล่าวภายหลังสาบานตนว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อความรับผิดชอบในตำแหน่งใหม่นี้ และรอคอยที่จะรับใช้ชาวอเมริกันและเริ่มทำงานทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้อำนวยการซีไอเอรายนี้เข้ามารับตำแหน่งแทนเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน อดีตผู้บริหารบริษัทน้ำมัน ที่ทรัมป์สั่งปลดแบบสายฟ้าแลบเมื่อเดือนมีนาคม หลังจากทำงานได้เพียง 1 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดกับทำเนียบขาวเกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศ และความปั่นป่วนภายในกระทรวง ในขณะที่ทิลเลอร์สันถูกมองว่าเป็นตัวแทนฝ่ายสายกลางในรัฐบาลทรัมป์ ปอมเปโอกลับถูกมองว่าเป็นสายเหยี่ยวที่จะเข้าขาได้ดีกับจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ของทำเนียบขาว ที่สนับสนุนจุดยืนที่ก้าวร้าวของทรัมป์บนเวทีโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนับเป็นจุดสูงสุดในอาชีพทางการเมืองของปอมเปโอ ผู้มีความทะเยอทะยานและหมายตาเก้าอี้สูงสุดในทำเนียบขาว เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารสหรัฐที่เวสต์พอยต์ แล้วจากนั้นก็จบนิติศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอเคยเป็น ส.ส.แคนซัส 4 สมัย ก่อนที่ทรัมป์จะแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้อำนวยการซีไอเอในปีที่แล้ว เขารับตำแหน่งนี้พร้อมกับการให้คำมั่นว่าปฏิบัติการข่าวกรองของสหรัฐจะดุร้ายมากขึ้น และหลายครั้งที่เขากล่าวโจมตีเกาหลีเหนือและอิหร่านอย่างไม่ไว้หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี หลังฉาก ปอมเปโอออกเดินทางเยือนต่างประเทศหลายครั้งเพื่อพบผู้นำทางการเมืองและความมั่นคงของต่างชาติ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขายังนำคณะไปเยือนเกาหลีเหนืออย่างลับๆ และพบกับคิม จองอึน เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะจัดซัมมิตระหว่างคิมกับทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ทำเนียบขาวได้เผยแพร่ภาพถ่ายการพบปะกันระหว่างคิมกับปอมเปโอ เพื่อเน้นย้ำบทบาทของว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคนใหม่ในขณะนั้น ว่าจะเป็นแกนหลักในการปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพถ่ายที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8022</URL_LINK>
                <HASHTAG>พบคิม, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, สาบานตน, สายเหยี่ยว, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae332a097e76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
