<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 06:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูธง‘สามพรานโมเดล’ ขับเคลื่อนพื้นที่อาหารสุขภาวะ ปรับพฤติกรรมรับชีวิตวิถีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสส.-มูลนิธิสังคมสุขใจชูธงขับเคลื่อนอาหารอินทรีย์สร้าง &amp;ldquo;พื้นที่อาหารสุขภาวะ&amp;rdquo; ปรับพฤติกรรมรับชีวิตวิถีใหม่ สร้างสมดุลชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกัน 4 มิติ ป้องกันโควิด-19 โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs หนุนระบบ PGS สร้างพื้นที่เกษตรยั่งยืนทั่วทุกภาค สานพลังเครือข่ายผู้บริโภคเชื่อมโยงกับพื้นที่ผลิตอาหารอินทรีย์เพื่ออาหารปลอดภัยยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โรงแรมสวนสามพราน บนพื้นที่ 130 ไร่ ขับเคลื่อนสามพรานโมเดลภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยรับซื้อข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ จากเกษตรกรในเครือข่ายที่ผลิตในระบบอินทรีย์ คิดเป็นสัดส่วน 70% ของอาหารที่ปรุงให้กับแขกผู้มาใช้บริการและพนักงาน ทั้งเป็นโรงแรมแรกและโรงแรมเดียวในเมืองไทยที่ได้รับรองมาตรฐานการลดของเสียจากการให้บริการอาหารหรือมาตรฐานฟู้ดเวสท์ (Food Waste Prevention) ในช่วง 1 ปีประหยัดต้นทุนจัดซื้ออาหารได้ถึง 2 ล้านบาท โครงการฟู้ดเวสท์เสริมจุดแข็งให้กับสามพรานโมเดล สะท้อนให้เห็นถึงการใช้วัตถุดิบอินทรีย์อย่างคุ้มค่า การทำเกษตรแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี และมีการซื้อวัตถุดิบโดยตรงจากเกษตรกร ที่สำคัญก็คือโรงแรมไม่มีเศษอาหารที่เหลือขายออกไปภายนอก ทำให้ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในระบบขนส่ง ทำให้ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิสังคมสุขใจ สามพรานโมเดล สวนสามพราน จ.นครปฐม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน จัดงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 เราปรับ...โลกเปลี่ยน ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุลและสุขภาพดี ที่ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ สวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ทิศทางการสร้าง &amp;ldquo;พื้นที่สุขภาวะ&amp;rdquo; มีเป้าหมายจุดประกายและสานพลังให้คนไทยรักสุขภาพมากขึ้น ด้วยการใส่ใจบริโภคอาหารอินทรีย์เพื่อสร้างสุขภาพที่ดี 4 มิติ ได้แก่ กาย จิต ปัญญา และสังคม รวมถึงกระตุ้นส่งเสริมให้คนบริโภค &amp;ldquo;อาหารเพื่อสุขภาวะ&amp;rdquo; เพราะการกินอาหารที่ปลอดภัยจะเชื่อมโยงไปถึงระบบสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม สู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารเพื่อสุขภาวะ พ่อแม่เป็นตัวอย่างสำคัญในการกินผักผลไม้ของลูก ผักผลไม้มีวิตามิน แร่ธาตุ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก มีกากใยสูงช่วยทำความสะอาดลำไส้ ลดการดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ ถ้าหากกินผักผลไม้น้อยเกินไปจะส่งผลให้สมองไม่ปลอดโปร่ง ความจำไม่ดี ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต เสี่ยงระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นหวัดง่าย ติดเชื้อง่าย เสี่ยงต่อการเป็นโรคในกลุ่ม NCDs โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันและหลอดเลือดสมอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;งานสังคมสุขใจ เน้นสร้างคุณค่าวิถีอินทรีย์ ให้ทุกคนพึ่งพาตัวเองแบบองค์รวม และสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs สิ่งสำคัญทุกคนต้องมีองค์ความรู้เรื่องอาหารเพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย สสส.ยินดีอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมพื้นที่สังคมอินทรีย์ สร้างผู้บริโภคที่เข้มแข็ง ขยายการผลิตอาหารสู่ไลฟ์สไตล์วิถีอินทรีย์ จุดประกายให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยเข้ามามีส่วนร่วมเข้าใจ และนำโมเดลสามพรานโมเดลไปใช้&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา ประธานพิธีเปิดงานสังคมสุขใจ กล่าวว่า ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ช่วงโควิด-19 แนวคิด ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ เราปรับ...โลกเปลี่ยน สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะการปรับตัวที่เริ่มจากตัวเรามีความจำเป็นอย่างยิ่ง อาจจะดูเหมือนง่าย แต่ความจริงต้องอาศัยแรงบันดาลใจ เรียนรู้ ฝึกฝน สร้างสังคมกัลยาณมิตรหนุนเสริมซึ่งกันและกันให้เป้าหมายสำเร็จ งานสังคมสุขใจปีนี้มี &amp;ldquo;คน&amp;rdquo; ทำหน้าที่เชื่อมประสานเป็นห่วงโซ่ ในรูปแบบเกษตรกรอินทรีย์ทั่วทุกภาค ได้รับความร่วมมือจากปราชญ์ชาวบ้าน ถ่ายทอดการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ที่เป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญ ที่ทุกคนต้องเลือกบริโภคให้ปลอดภัย และพึ่งพาตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และ กก.ผจก.สวนสามพราน จำกัด ผู้ปลุกปั้นสามพรานโมเดล กล่าวว่า เกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล และจากเครือข่ายในระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม (PGS) ที่เป็นสมาชิกอยู่ทุกภาคของประเทศ กว่า 300 ราย พร้อมให้ความรู้กระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่วันที่ 11-13 ธันวาคม รวมถึงจะเปิดตัวสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย (TOCA : Thai Organic Consumer Association) ครั้งแรกในประเทศไทย คนกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เชื่อมโยง เกษตรกรอินทรีย์ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ให้มารู้จักกัน พร้อมเปิดรับสมัครสมาชิกและจัดกิจกรรมให้ความรู้ตลอดงาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สถานการณ์โควิด- 19 ทำให้เรื่องเกษตรอินทรีย์ อาหารปลอดภัยได้รับความสนใจมาก ปัจจุบันพื้นที่ได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ ทำให้มีเกษตรกรอินทรีย์และศูนย์การเรียนรู้เกิดขึ้นหลายแห่ง โดยเฉพาะในเครือข่ายสามพรานโมเดลที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อาหารเพื่อสุขภาวะสร้างความยั่งยืน ทำให้ทุกคนมีสุขภาพดี พึ่งพาตนเอง และมีภูมิคุ้มกัน ทางจังหวัดจึงอยากส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดและที่อยู่ใกล้เคียงมางานสังคมสุขใจ เพื่อเรียนรู้และนำไปปรับใช้ รวมถึงเป็นทางเลือกในการเริ่มทำอาชีพใหม่ๆ เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสส.มอบ &amp;lsquo;สมุดพกสุขภาพ&amp;rsquo; รัฐสภาต้นแบบองค์กรสุขภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสส.ชวนคนสภาฯ เช็กสุขภาพรับปีใหม่ มอบ &amp;ldquo;สมุดพกสุขภาพ&amp;rdquo; เป็นของขวัญ ยกย่องหน่วยงานรัฐสภา ต้นแบบองค์กรสุขภาวะครบครัน ชมรมออกกำลังกาย-โรงอาหารลดหวานมันเค็ม-คอร์สอบรมสุขภาพ ขยายผล 253 คนต้นแบบ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, พรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าองค์กรต้นแบบสุขภาพต่อเนื่อง ประธานสภาฯ ยืนยันต้องทำให้ยั่งยืน ขยายไปหน่วยงานอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยโครงการพัฒนาองค์กรสุขภาวะต้นแบบ : การสร้างเสริมสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากรในวงงานรัฐสภา จัดกิจกรรม &amp;ldquo;สุขภาพดีตามวิถีของบุคลากรในวงงานรัฐสภา&amp;rdquo; ที่ชั้น 1 อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 โดยชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับมอบ พร้อมกับกล่าวว่า การมีสุขภาพที่ดี มีกายและใจที่แข็งแรง จะทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความผาสุกในการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล และนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งแนวทางของ สสส. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการชีวิตวิถีใหม่เริ่มต้นที่เรา...มีการนำเสนอพันธกิจงาน สสส. การนำเสนอความรู้เรื่องโรค NCDs ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก โรค NCDs หรือกลุ่มโรคที่คุณสร้างเอง เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้ชีวิตประจำวัน การกินอาหารตามใจปาก บริโภคอาหารที่ผ่านการปรุงรสชาติ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด อีกทั้งยังขาดการออกกำลังกาย ขณะเดียวกันบางคนมีพฤติกรรมเสี่ยงขึ้นไปอีกด้วยการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า มีโอกาสสูงทำให้เกิดโรค NCDs เป็นกลุ่มโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง อ้วนลงพุง เบาหวาน ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุการตายของคนทั่วโลกสูงมาก รวมทั้งในเมืองไทยโรค NCDs เป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทย 74%:ปี&amp;nbsp; ของสาเหตุการตายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อ NCDs 3 อ. 2 ส. อาหารเพิ่มผักและผลไม้รสไม่หวาน ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม เพิ่มกิจกรรมทางกาย ทำความสะอาดบ้าน ขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เดินในระยะใกล้ๆ แทนการใช้รถ การออกกำลังกาย 30 นาที/วัน 5 ครั้ง/สัปดาห์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยุดการสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการสูดควันบุหรี่ งดดื่มสุรา แอลกอฮอล์ ถ้าหากยังหยุดไม่ได้ให้ลดปริมาณลง ขณะเดียวกันหาวิธีการคลายความเครียด ด้วยการพูดคุยกับเพื่อน ออกกำลังกาย โยคะ ฟังเพลง เล่นดนตรี อ่านหนังสือ เดินทางท่องเที่ยว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดงานในครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพสู่การเป็นองค์กรสุขภาวะ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ รวมทั้งบุคลากรเกิดความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ เกิดพื้นที่ในการสร้างเสริมสุขภาพ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรในวงงานรัฐสภาอย่างยั่งยืนเพื่อเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงอาหารของรัฐสภา คนไทยไร้พุง, สสส., กทม.สนับสนุนให้มีป้ายโปสเตอร์ขนาดใหญ่ติดเต็มรอบห้องเพื่อสร้างบรรยากาศเรื่องรักสุขภาพ คิดจะลดพุง ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกายแล้ว ลดกินอาหารมันๆ ป้องกันโรคอ้วน กินกล้วยหอมให้คลายเครียดและเพิ่มพลัง ส้มตำ เมนูบ้านๆ คุณค่าเพียบ อยากสมองดีต้องกินปลา เทคนิคกำจัดหน้าท้อง รับประทานผลไม้แทนขนมหวาน พักผ่อนให้เพียงพอ ความจำดีภูมิคุ้มกันเพิ่ม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า โครงการพัฒนาองค์กรสุขภาวะต้นแบบ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ สสส. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรในวงงานรัฐสภา มุ่งสร้างความตระหนักรู้แนวทางการมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ เสริมสร้างศักยภาพองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข ตลอดจนการปรับทัศนคติด้านสุขภาพ รวมถึงพัฒนาระบบเฝ้าระวังติดตามพฤติกรรมสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งหากได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจที่เหมาะสม จะเป็นการป้องกันกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หรือเรียกว่าโรควิถีชีวิต อาทิ ไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ให้กลับไปสู่กลุ่มที่อยู่ในเกณฑ์ปกติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากรายงานผลการตรวจสุขภาพประจำปี 2562 ของบุคลากรประจำสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พบว่า ร้อยละ 63 อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ร้อยละ 37 อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรค NCDs ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมาะสม มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ รับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม และมีความเครียด โครงการพัฒนาองค์กรสุขภาวะต้นแบบ โดย สสส.ร่วมกับสำนักงานเลขาฯ จึงมุ่งสร้างเสริมสุขภาพของบุคลากรในวงงานรัฐสภาให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการพัฒนา 4 กิจกรรม คือ 1.พัฒนากิจกรรม เพื่อปรับพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ชมรมแอโรบิก ชมรมฟุตบอล ชมรมลีลาศ พร้อมจัดการสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพขององค์กร อบรมผู้ค้าอาหารปรุงเมนูลดหวาน มัน เค็ม จัดทำสื่อให้ความรู้เรื่องโภชนาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กิจกรรมที่ 2 คือ พัฒนาคุณภาพชีวิต เกิดแกนนำนักสร้างสุของค์กร 253 คน นำแนวคิดสุขภาวะองค์กรไปประยุกต์ใช้ 3.พัฒนาการสื่อสารงานสุขภาพ พัฒนาคู่มือแนวทางการดูแลสุขภาพภายใต้สถานการณ์โควิด-19 พร้อมจัดเวทีเพื่อให้ความรู้เรื่องสุขภาพทุกเดือน และ 4.จัดทำคู่มือ &amp;ldquo;สุขภาพที่เหมาะสมสำหรับบุคลากรในวงงานรัฐสภา&amp;rdquo; เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสุขภาพประจำปี ประกอบด้วย การบันทึกการตรวจรักษา ทั้งระดับความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด สุขภาพตา เท้า และคัดกรองโรคหัวใจและหลอดเลือด พร้อมให้ความรู้เรื่องโรค NCDs ในรูปแบบ อินโฟกราฟิก 56 หน้า จำนวน 2,500 เล่ม ผ่านสำนักบริการทางการแพทย์รัฐสภา&amp;rdquo; ดร.สุปรีดากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 2 ปีที่แล้วในงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการพัฒนาระบบสุขภาพในองค์กร : การสร้างเสริมสุขภาพบุคลากรในวงงานรัฐสภา ณ ห้องประชุม 213-216 อาคารรัฐสภา 2 ชั้น 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้นกล่าวว่า การพัฒนาสุขภาพชีวิตการทำงานในหน่วยงานรัฐสภาไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก การสร้างสมดุลชีวิตในการทำงานด้วยยุทธศาสตร์เพื่อให้สำนักเลขาธิการฯ ตระหนักรู้ เข้าใจคุณภาพชีวิต ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลตอบสนองความพึงพอใจในการให้บริการให้เป็นองค์กรที่มีความสุข สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำรวจบุคลากรในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีบุคลากรทั้งสิ้น 2,240 คน กลุ่มเจนเอ็กซ์มีสัดส่วนสูงสุด 59% เจนวาย 24% เบบี้บูม 17% ดังนั้นต้องทำให้กลุ่มเจนเอ็กซ์และเจนวายมีความสุขในการทำงาน มีความรักความผูกพันในองค์กร ทั้งนี้ ผลจากการสำรวจของสถาบันวิจัยและสังคม จุฬาลงกรณ์ฯ สถานการณ์ความสุขคนทำงานในเมืองไทยช่วงปี 2555-2557 จะเห็นได้ว่ากลุ่มเจนวายพร้อมเปลี่ยนแปลงงานสูงสุด 80% หากมีโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการสำรวจคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปี 2558 พบว่า การประเมินสุขภาพตนเองอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนใหญ่รับประทานอาหารเช้า พักผ่อนเพียงพอ และอัตราการสูบบุหรี่อยู่ในเกณฑ์น้อย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ 52% มีความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนลงพุง ชีวิตการทำงานมีระดับความเครียดจากการทำงาน บทบาทในการวางแผนงานที่ทำ การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บังคับบัญชาโดยตรง ความรักในองค์กรพบว่าอยู่ในระดับปานกลางจนถึงดี ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในผลตอบแทน ส่วนภาระหนี้สินเป็นอันดับ 1 คือหนี้สินเพื่อที่อยู่อาศัย 48% การผ่อนชำระหนี้สินสินค้าหรือบริการ 37% ยานพาหนะ 32% ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการออมนั้น ส่วนใหญ่มีการออม แต่ขาดการวางแผนถึง 51% มีเพียง 28% ที่วางแผนการออม และ 15% ไม่มีการออม การทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์กรแห่งความสุขจึงเป็นโจทย์ท้าทายการทำงาน ขออวยพรให้มีร่างกายสุขภาพสมบูรณ์ มีบุคลากรร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนงานสู่ภารกิจต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88007</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), พื้นที่อาหารสุขภาวะ, สามพรานโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe5fe13bf49a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 20:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว! &#039;งานสังคมสุขใจ&#039; คนรักสุขภาพแห่ร่วมงานเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม มูลนิธิสังคมสุขใจ จัดงานสุดยิ่งใหญ่ประจำปีภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ งานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ได้รับความสนใจจากคนไทยจำนวนมากที่ตื่นตัวและห่วงใยสุขภาพ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทั้งมาช้อปพืชผักอาหารอินทรีย์มาเรียนรู้มาหาแรงบันดาลใจใหม่ๆเพื่อการปรับตัว พึ่งพาตนเอง สร้างการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากหม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานพิธีเปิดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 &amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ปีนี้มีความพิเศษมากกว่าปีก่อนๆ โดยเฉพาะบรรยากาศงานสุดชิคเนื่องจากใช้พื้นที่หมู่บ้านปฐมออร์แกนิกเชื่อมต่อกับตลาดสุขใจ ในสวนสามพราน เป็นที่ตั้งบูธ กิจกรรมเวทีกลาง และฐานเรียนรู้มีชีวิตต่างๆ โดยในพื้นที่มีภูมิทัศน์สวยงามร่มรื่น มีแปลงเกษตรอินทรีย์สาธิต โปร่ง กว้าง เดินสะดวก มาได้ทุกวัย วีลแชร์ก็มาสะดวก และสามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้อย่างสบาย ทั้งนี้พื้นที่จัดงานได้รับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA ) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้ทุกคนร่วมมืออย่างเคร่งครัด มีการตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp;ใส่หน้ากากอนามัย สแกนไทยชนะก่อนเข้างาน แต่ละจุดมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และได้รับความร่วมมือจากสาธารณสุขอ.สามพราน สาธารณสุขจ.นครปฐม มาช่วยดูแลเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ชมงานตลอด 3 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา ประธานพิธีเปิดงานสังคมสุขใจ กล่าวว่า แนวคิด &amp;ldquo;เราปรับ โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; ของงานสังคมสุขใจปีนี้ &amp;nbsp;นับว่ามีความสอดคล้องกับสถานการณ์และมีความสำคัญยิ่ง เพราะการปรับตัวที่เริ่มจากตัวเรานั้นมีความจำเป็น ซึ่งเวลาพูดว่า &amp;ldquo;เราจะปรับ&amp;rdquo; อาจจะดูเหมือนง่าย แต่ความจริงต้องอาศัยแรงบันดาลใจ มีการเรียนรู้ &amp;nbsp;มีการฝึกฝน ตลอดจนมีสังคมกัลยาณมิตรช่วยหนุนเสริม ซึ่งภายในงานที่มีคนทั้งห่วงโซ่โดยเฉพาะเกษตรกรอินทรีย์ทั่วทุกภาค และปราชญ์ ที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ ก็น่าจะเป็นโอกาสดี สำหรับการเรียนรู้ เพื่อเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ที่เป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญ และต้องเลือกบริโภคให้ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมกล่าวว่า สถานการณ์โควิด- 19 &amp;nbsp;ทำให้เรื่องเกษตรอินทรีย์ อาหารปลอดภัย ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น จากการขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อเนื่องในจังหวัดนครปฐม ทำให้มีเกษตรกรอินทรีย์และศูนย์การเรียนรู้หลายแห่งโดยเฉพาะในเครือข่ายที่สามพรานโมเดลได้ทำมาต่อเนื่อง พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสามารถสร้างความยั่งยืน สุขภาพดีขึ้น พึ่งพาตนเองได้ มีภูมิคุ้มกันทางจังหวัดจึงอยากส่งเสริมให้ประชาชนทั้งในจังหวัดและที่อยู่ใกล้เคียงได้ใช้โอกาสงานสังคมสุขใจ เข้ามาเรียนรู้ และนำไปปรับใช้ รวมถึงเป็นทางเลือกในการเริ่มทำอาชีพใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ กล่าวถึงไฮไลต์ของงานสังคมสุขใจว่าเป็นการรวมพลคนในห่วงโซ่สังคมอินทรีย์ที่ครบถ้วนมากที่สุด โดยตลอด 3 วัน ทุกคนจะได้เจอเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลและจากเครือข่ายในระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม (PGS)ครอบคลุมทุกภาคของประเทศกว่า 300 รายที่พร้อมแชร์องค์ความรู้กระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ ที่มีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง ลดต้นทุน พึ่งพาตนเองได้ รวมถึงได้เจอผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ตลอดจนปราชญ์เกษตรอินทรีย์ที่มีชื่อเสียงเช่น คุณโจน จันไดและผู้นำการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ เช่น คุณวิฑูรย์ เรืองเลิศปัญญากุล ,คุณนคร ลิมปคุปตถาวร, คุณนภ พรชำนิ &amp;nbsp;ศิลปินLIFEiS ขณะที่ในด้านความรู้มีฐานการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ เพื่อการพึ่งพาตนเองสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ทุกคนสามารถเข้าไปทดลองทำพร้อมนำไอเดียไปใช้งานได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของสังคมอินทรีย์ คือ มีการเปิดตัวสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย &amp;nbsp;(TOCA: Thai Organic Consumer Association)เพื่อเชื่อมโยงผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์พร้อมเปิดรับสมัครสมาชิกและมีการเปิดตัวทริปเที่ยววิถีอินทรีย์ถึง 20 โปรแกรม ให้ไปสัมผัสเสน่ห์ฟาร์มจริง &amp;nbsp;รวมถึงมีการเปิดตัวธุรกิจต้นแบบเกื้อกูลสังคม ที่แม้ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับอาหาร แต่เมื่อนำสามพรานโมเดล (โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม) ไปขยายผลกับพนักงานและชุมชน ก็เกิดเป็นนวัตกรรมความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในส่วนของผลผลิตสินค้าอินทรีย์ ปีนี้นับว่ามีความโดดเด่นเช่นกัน คือมีทั้งพืชผักตามฤดูกาล ผักใบเขียวสดใหม่จากสวน อาหารพื้นบ้านจากภาคต่างๆ รวมถึงพืชผักเมืองหนาว &amp;nbsp;อาหารพื้นถิ่น เช่น รากชู คะน้าดอย กุ้งโก่ง อีกทั้งยังมีสินค้าแปรรูป ไลฟ์สไตล์อินทรีย์มากมาย เช่นผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติจากสระแก้ว และอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับครอบครัวที่อยากให้ลูกหลานได้เรียนรู้วิถีอินทรีย์ ภายในงานทีมปฐม และสวนสามพรานจัดกิจกรรมให้สนุกสนานอย่างเต็มที่ เปิดโซนเกษตรอินทรีย์ ให้ทดลองทำจริงทั้ง ดำนา สีข้าว ฝัดข้าวเวิร์คช็อปลูกต้นกล้าในเปลือกไข่หรือปลูกในกระถาง สาธิตการสีข้าวที่โรงสีข้าว ทุกวัน เวลา 15.00 น. ส่วนเกษตรกรที่สนใจการ&amp;nbsp;ทำเกษตร เฉพาะวันเสาร์มีคลินิกเกษตร 2 รอบ คือ เวลา10.00 น.และ14.00 น.ที่บริเวณศาลาปัจจัยการผลิต ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำปรึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ(สสส.) กล่าวว่า การกินอาหารที่ปลอดภัยนั้น จะเชื่อมโยงไปถึงระบบสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;ซึ่งการที่งานสังคมสุขใจ เน้นสร้างคุณค่าวิถีอินทรีย์ ให้ทุกคนพึ่งพาตัวเองแบบองค์รวม จะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDsสิ่งสำคัญทุกคนต้องมีองค์ความรู้เรื่องอาหารเพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย สสส. ยินดีอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมพื้นที่สังคมอินทรีย์ สร้างผู้บริโภคที่เข้มแข็ง ขยายการผลิตอาหารสู่ไลฟ์สไตล์วิถีอินทรีย์ &amp;nbsp;จุดประกายให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยเข้ามามีส่วนร่วมเข้าใจ และนำสามพรานโมเดลไปปรับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณปทิตตา ตันติเวชกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า ความพิเศษของงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 ที่มีการเปิด 20 โปรแกรมการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ (Organic Tourism) &amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าจะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดให้คนไทยมาเที่ยวงานสังคมสุขใจในปีนี้ มากขึ้น เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ &amp;nbsp;การได้ไปสัมผัสเสน่ห์ฟาร์มจริงในพื้นที่จริง &amp;nbsp;ที่ได้รับมากกว่าความเพลิดเพลิน แต่เป็นคุณค่าทางจิตใจ ได้สนับสนุนท้องถิ่น ได้เรียนรู้เรื่องอาหาร &amp;nbsp;การพึ่งพาตนเอง ได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างสบายใจ จะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคุณจิรุตถ์อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) กล่าวว่า &amp;nbsp;งานสังคมสุขใจ ถือเป็นโอกาส ที่จะเปิดมิติความร่วมมือสู่การเป็นพันธมิตรใหม่ๆ ระหว่างผู้ประกอบการ กับเกษตรกรอินทรีย์ ซึ่งปีนี้เป็นที่น่ายินดี ที่มีผู้ประกอบการมามีส่วนร่วมมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการที่เคยร่วมโครงการ Farm to Functions กับทางสสปน. และสามพรานโมเดล &amp;nbsp;เช่นห้องอาหารสีฟ้า ก็ยังเหนียวแน่น มาสนับสนุนการทำBusiness Matching &amp;nbsp;ในกลุ่มข้าวและกาแฟอินทรีย์ รวมถึงเรื่อง Food waste ManagementและCircular Economy &amp;nbsp;ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษในงานนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางธรรมชาติและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;การปรับตัวที่สำคัญและง่ายที่สุด คือ เริ่มจากตัวเราเอง เช่น เริ่มจากช้อปรักษ์โลก พกถุงผ้า ตะกร้า มาเที่ยวงานให้ความร่วมมือคัดแยกเศษขยะก่อนทิ้ง และแน่นอนคือเริ่มรู้จักกับวัตถุดิบอาหารอินทรีย์ด้วยการพูดคุยกับเกษตรกรอินทรีย์ ปราชญ์ นักขับเคลื่อนที่พร้อมให้ข้อมูลอย่างไม่กั๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; เป็นความร่วมมือของทั้งสามพรานโมเดล สวนสามพราน &amp;nbsp;จังหวัดนครปฐม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ชีวจิต บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล โรงพยาบาลมหาชัย 2 &amp;nbsp;แบรนด์ปฐม เครือข่ายYoung &amp;nbsp;Happy &amp;nbsp;สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย พีจีเอส เครือข่ายมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย ( TOCA) เกษตรกรอินทรีย์ และภาคี ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคมนี้ &amp;nbsp;ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่ &amp;nbsp;เวลา 09.00-17.00 น.โดยสอบถามโปรแกรมและข้อมูลการเดินทางได้ที่โทร 034 322 588-93 หรือดูรายละเอียดที่ FaceBook: https://www.facebook.com/SangkomSookjai&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86691</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานสังคมสุขใจ, จังหวัดนครปฐม, สวนสามพราน, สามพรานโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd4c0f65f4df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามพรานโมเดล&#039; ชวนเที่ยวส่งท้ายปี &#039;งานสังคมสุขใจ&#039; ครั้งที่ 7 ตื่นตา 5 ไฮไลท์เด็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปักหมุดวันหยุดยาวกันไว้ได้เลย นับถอยหลังจากนี้เหลือเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น เตรียมเที่ยวส่งท้ายปี ที่งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;&amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล งานดีหนึ่งปีมีครั้งเดียว รวมพลคนอินทรีย์ทั้งห่วงโซ่ มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์แชร์ความรู้ จับคู่ธุรกิจ ซื้อขายสินค้าเกษตรอินทรีย์จากทั่วประเทศและตื่นตากับ 5 ไฮไลท์เด็ด ทั้งสาระความรู้ความสนุกสนานที่ต้องห้ามพลาด 11-13 ธันวาคมนี้ ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม เข้างานฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้ สามพรานโมเดล สวนสามพราน จังหวัดนครปฐมผนึกกำลัง ททท.ทีเส็บ สสส. เซ็นทรัลพีทีที โกลบอล เคมิคอล เกษตรกรอินทรีย์และภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคการศึกษา รวมพลังกันจัดขึ้นเพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ในงานขนสาระความรู้ ความสุข สนุกสนานและสุขภาพดี มามอบให้เพียบ &amp;nbsp;แบบครบจบในงานเดียว พร้อมตื่นตาไปกับ 5 กิจกรรมเด็ด ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.&amp;ldquo;เปิดให้ทัวร์หมู่บ้านปฐม&amp;rdquo; หมู่บ้านแห่งการแปรรูป เรียนรู้คุณค่าวิถีชีวิตอินทรีย์ การกินอยู่ การดูแลสุขภาพ ครบวงจร ทั้งการปลูก แปรรูป การกำจัดขยะ โดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน การพึ่งพาตนเอง เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สามารถนำความรู้ไปปรับใช้จริงได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;ldquo;ช้อปสุขภาพดีจบในงานเดียว&amp;rdquo;งานนี้นอกจากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล ในนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ยังได้พบกับเกษตรอินทรีย์จากทั่วประเทศ ที่ขนผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพดี &amp;nbsp;รวมถึงงานคราฟท์คลูๆ มาให้ช้อปเพียบ!! กว่า 150 บูธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เปิดตัว &amp;ldquo;สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย&amp;rdquo; ครั้งแรกในประเทศไทย เชื่อมโยงทั้งห่วงโซ่ คือ เกษตรกรอินทรีย์ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค มาขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ร่วมกันผ่านเครื่องมือ TOCA Platformสร้างพลังเครือข่ายให้เข้มแข็งยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;ldquo;พบองค์กรและคนต้นแบบสังคมอินทรีย์&amp;rdquo;ที่พร้อมจะหอบเอาความรู้มาถ่ายทอดประสบการณ์ตรงในการปรับตัวฝ่าวิกฤตโควิด-19 ด้วยการพึ่งพาตนเอง การสร้างภูมิคุ้มกัน การปรับมุมคิดสู่ความร่วมมือด้วย &amp;ldquo;โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ไปให้สุด!!...กับ &amp;ldquo;20 เส้นทางท่องเที่ยววิถีอินทรีย์&amp;rdquo; งานนี้งานเดียวให้นักท่องเที่ยวได้ ฟิน เฟี้ยว กับแพคเกจสุดพิเศษ เลือกเที่ยวฟาร์มตามใจชอบเปิดประสบการณ์ใหม่ เที่ยวแบบชิลล์ๆ ที่ให้คุณค่ามากกว่าการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดทั้ง 3 วัน มีเวทีความรู้ให้ได้ช้อปมากมาย ทั้ง เสวนา เวทีวิชาการ และ ทอล์คหัวข้อดีๆ &amp;nbsp;อาทิ &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; โดย คุณโจน จันได ผู้ก่อตั้งสวนพันพรรณ จ.เชียงใหม่ &amp;ldquo;สถานการณ์เกษตรอินทรีย์ไทย&amp;rdquo; โดยคุณวิฑูรย์ เรืองเลิศปัญญากุลประธานสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย พีจีเอส เวทีเสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม&amp;rdquo; โดย ปฐม และ Partners &amp;nbsp;จากองค์กรต่างๆ เสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;ระบบ Peer audit &amp;nbsp;นวัตกรรมการสร้างความเชื่อมั่นในระบบรับรองแบบมีส่วนร่วม&amp;rdquo; โดยสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย พีจีเอส เสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;การขับเคลื่อน PGS น่านและเส้นทางท่องเที่ยวเมืองน่านแบบวิถีอินทรีย์&amp;rdquo; โดยสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัมมนาเชิงปฏิบัติการ Farm to Function มีกิจกรรม Business Matching ข้าวและกาแฟอินทรีย์ โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ คุยเปลี่ยนโลก หัวข้อ &amp;ldquo;อัพเดทผลการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างพร้อมอัพเดทสถานการณ์ทั่วโลก&amp;rdquo; โดยคุณปรกชล อู๋ทรัพย์ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ชวนคิดชวนคุย หัวข้อ &amp;ldquo;Comfort food อาหารสบายผ่อนคลายความเครียด&amp;rdquo; โดยคุณอนันตโชค ศักดิ์สวัสดิ์ จากเครือข่ายธนาคารอาหาร &amp;nbsp;เหล่านี้เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีเวิร์คช็อปสนุกๆให้ได้เรียนรู้ ตลอดทั้ง 3 วัน เช่น เวิร์คช็อป &amp;ldquo;ของว่างสำราญใจ&amp;rdquo; โดยเคี๊ยวเขียว Green catering เวิร์คช็อป จากแปลงสู่การแปรรูป &amp;ldquo;อิตาเลี่ยนเบซิล&amp;rdquo; โดยเครือข่ายธนาคารอาหาร เวิร์คช็อป &amp;ldquo;มัดลายผ้าและย้อมสีธรรมชาติ&amp;rdquo; โดยวิทยาลัยชุมชนสระแก้ว เวิร์คช็อปกิจกรรม ตามเส้นทางวัตถุดิบ ในหมู่บ้านปฐม เช่น ลูกประคบสมุนไพร ทำยาสีฟัน น้ำมันนวด สครับและสบู่จากข้าว ดำนา สีข้าว ฝัดข้าว &amp;nbsp;(ส่วนนี้มีค่าจ่ายแต่ละกิจกรรมแตกต่างกัน) นอกจากนี้ ในหมู่บ้านปฐมเปิดให้เรียนรู้การพึ่งพาตนเองหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน การจัดการขยะ ผ่านฐานกิจกรรมต่างๆ เช่น การทำน้ำยาล้างจานจากเปลือกมะนาว การผลิตไบโอแก๊สจากขยะอาหาร การทำปุ๋ยหมัก การเลี้ยงไส้เดือน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปักหมุดเลย 11-13 ธันวาคมนี้ พบกันที่งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม เปิดเข้างานตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.เดินทางด้วย MRT ลงสถานีหลักสอง (เดอะ มอลล์ บางแค) ออกทางออก 3 ต่อสาย 84 (ปอ.) วัดไร่ขิง หรือ จะนั่งรถตู้ &amp;nbsp;กรุงเทพ-สุพรรณ สาย 88 / กรุงเทพ-บางลี่ สาย 80 ผ่านหน้าสวนสามพราน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร 034 322 588-93 หรือติดตามกิจกรรมที่Facebook/งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 ตามลิงค์นี้ https://bit.ly/36rpJuT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์, งานสังคมสุขใจ, จังหวัดนครปฐม, สวนสามพราน, สามพรานโมเดล, อรุษ นวราช, เกษตรอินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fca04b5ed89e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามพรานโมเดล&#039; ปลุกพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตสมดุล พร้อมจัดงานสังคมสุขใจ 11-13 ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ไม่หยุดยั้ง &amp;nbsp;สามพรานโมเดล สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม ผนึกกำลังร่วมกับ ททท.ทีเส็บ สสส. เซ็นทรัล พีทีที โกลบอล เคมิคอล รพ.มหาชัย 2 เกษตรกรอินทรีย์ และภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา &amp;nbsp;เตรียมพร้อมจัดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม 2563 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม &amp;nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์ &amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล
&amp;nbsp;
นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล และประธานจัดงานสังคมสุขใจ เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ได้ปลุกให้ทุกคนให้หันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้นตลอดจนให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารที่ปลอดภัย ที่ผลิตในระบบอินทรีย์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองและครอบครัว &amp;nbsp;อีกทั้งใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลทำให้งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 ในปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกปี ภายใต้คอนเซ็ปต์&amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุลโดยมุ่งเน้นให้ทุกคนได้มีเรียนรู้ มีการปรับตัว มีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยสามารถมาหาแรงบันดาลใจ องค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์เครือข่าย จากในงานสังคมสุขใจ แล้วกลับไปทำหรือไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องการพึ่งพาตนเอง การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ รวมถึงหันมาบริโภคอาหารอินทรีย์ซื้อวัตถุดิบอินทรีย์ตรงจากเกษตรกรตลอดจนมามีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์
&amp;nbsp;
ด้านนายรัฐศาสตร์ ชิดชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม &amp;nbsp;กล่าวว่า งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิดชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ &amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo;มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของจังหวัด ที่มุ่งส่งเสริมให้นครปฐม เป็นเมืองเกษตรและอุตสาหกรรมปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรมสังคมแห่งความรู้ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องการพึ่งพาตนเอง การดูแลสุขภาพ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทางจังหวัดจึงยินดีสนับสนุนและขอเชิญชวนให้ประชาชน ในนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงได้มาเที่ยวงานสังคมสุขใจ
&amp;nbsp;
ความพิเศษของงานสังคมสุขใจคือเป็นงานประจำปีที่รวมพลคนอินทรีย์ทั้งห่วงโซ่ คือต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ &amp;nbsp;รวมถึงมีพืชผัก ผลไม้สินค้าอินทรีย์ที่มั่นใจได้จากทั่วประเทศ มาให้ช้อปเปลี่ยนโลกช้อปสุขภาพดี ครบจบในงานเดียว โดยมีบูธสินค้าของเกษตรกรอินทรีย์จากทั่วประเทศ รวมกว่า 150 บูธ ที่พร้อมใจกันนำผลผลิตอินทรีย์ สดใหม่จากฟาร์ม &amp;nbsp;มาส่งมอบให้ผู้บริโภค โดยพื้นที่จัดงานในปีนี้จะใช้บริเวณหมู่บ้านปฐม ออร์แกนิกวิลเลจหมู่บ้านแห่งการเรียนรู้ ในสวนสามพราน &amp;nbsp;ที่พร้อมเปิดให้ทุกคนได้สัมผัส เรียนรู้และเห็นความเชื่อมโยงของวิถีชีวิตอินทรีย์ทั้งห่วงโซ่ &amp;nbsp;ทั้งการปลูก การแปรรูป การตลาด การทำปัจจัยการผลิต การจัดการขยะ &amp;nbsp;โดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน &amp;nbsp;การพึ่งพาตนเอง ที่ทำให้เพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย มีสุขภาพดี &amp;nbsp;โดยมีวงจรฟาร์ม ฐานสาธิต ให้ทุกคนในครอบครัว รวมถึงเด็กๆ ได้ทดลองทำสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
&amp;nbsp;
ในงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 &amp;nbsp;ยังจะมีการเปิดตัวสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย &amp;nbsp;(TOCA: Thai Organic Consumer Association)เพื่อเชื่อมโยงคนทั้งห่วงโซ่ คือ เกษตรกรอินทรีย์ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ให้มารู้จักกัน โดยเฉพาะผู้บริโภค ที่ TOCA &amp;nbsp;จะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับให้ผู้บริโภคมีความรู้ มีความเข้าใจ และมามีส่วนร่วมเป็น Active Consumers และจะมีการอัพเดทข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์ ตลอดจนช่วยบริหารจัดการเครื่องมือ TOCA Platform &amp;nbsp;ที่จะเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบต้นปีหน้าเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งอาหารอินทรีย์ซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกร หรือจองทริปท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ โดยในงานสังคมสุขใจจะมีการเปิดรับสมัครสมาชิก(ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ) และมีกิจกรรมสนุกๆ พร้อมรับของรางวัล ผ่าน Line @ ของ &amp;nbsp;TOCA
&amp;nbsp;
ในงานสังคมสุขใจ ยังจะมีการเปิดตัวทริปท่องเที่ยววิถีอินทรีย์มากกว่า 20 เส้นทาง เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกไปลงพื้นที่ฟาร์มจริง เยี่ยมบ้านเกษตรกรอินทรีย์ทั้งแบบล่องคลองชมสวน &amp;nbsp;เข้าค่ายเปลี่ยนฝันให้เป็นจริง &amp;nbsp;เก็บผลผลิตตามฤดูกาลสดๆจากสวน &amp;nbsp;เรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน &amp;nbsp;เทคนิคในแปลงอินทรีย์ &amp;nbsp;ทั้งการเพาะ การปลูก การทำปุ๋ยหมักสูตรต่างๆ &amp;nbsp;การทำสมุนไพรไล่แมลง &amp;nbsp;การขยายพันธุ์ &amp;nbsp;การเก็บเกี่ยว และการแปรรูป
&amp;nbsp;
ในงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 ยังมีทั้งองค์กรและคนต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจ อาทิ คุณโจน จันได ที่พร้อมมาจุดประกายถ่ายทอดองค์ความรู้แบบไม่กั้ก ทั้งวิถีการทำเกษตรอินทรีย์ การพึ่งพาตนเอง การฝ่าวิกฤติโควิด &amp;nbsp;การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และที่ต้องห้ามพลาดสำหรับองค์กร ที่จะได้เรียนรู้ จากองค์กรธุรกิจชั้นนำ เช่นบริษัทแสนสิริ &amp;nbsp; บริษัทมั่นคงเคหะการ &amp;nbsp;ชีวจิต บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล และ Sukinaที่มาเป็นพันธมิตรกับสามพรานโมเดล โดยสามารถนำโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคมไปขยายผลตอบโจทย์ความยั่งยืนได้ตามบริบทของแต่ละแห่ง &amp;nbsp;เช่นพีทีที โกลบอลเคมิคอลมีการปรับมุมคิดงานซีเอสอาร์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมพัฒนาเกษตรกรคนต้นน้ำ ให้ทำเกษตรอินทรีย์ โดยมีสามพรานโมเดล ไปให้ความรู้ การทำเกษตรอินทรีย์ในระบบรับรองอย่างมีส่วนร่วม และเชื่อมโยงกับแบรนด์ปฐม เพื่อแปรรูปผลผลิต ยกระดับให้เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพแบรนด์พรีเมี่ยม
&amp;nbsp;
ภายในงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 ยังมีฐานกิจกรรม เวทีเสวนาสร้างสรรค์มากมายตลอด 3 วัน&amp;ldquo;ด้วยแนวคิดของการจัดงาน เราปรับ..โลกเปลี่ยน งานสังคมสุขใจปีนี้ จะเป็นโอกาสของคนไทยที่ห่วงใยใส่ใจสุขภาพ ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคมอินทรีย์ การเกื้อกูลสังคม และมีความสนใจอยากเริ่มต้นทำเกษตรอินทรีย์ อยากมีส่วนร่วมขับเคลื่อน &amp;nbsp;ได้มาเที่ยว มาเรียนรู้ มาหาแรงบันดาลใจ มาหาเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ตนเองโดยตลอด 3 วัน เรามีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;มีจุดเช็คอิน &amp;nbsp;เช็คเอ๊าท์ ตรวจวัดอุณหภูมิ &amp;nbsp;กำหนดเว้นระยะห่างทางสังคม &amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้มีการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริการทุกจุด &amp;nbsp;พร้อมชวนทุกคนช้อปรักษ์โลกพกถุงผ้า ตระกร้า มาช้อปตลอดงาน
&amp;nbsp;
ท่ามกลางธรรมชาติและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;การสรรหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนได้ทั้ง 4 มิติ คือเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ &amp;nbsp;ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 &amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน จึงเป็นคำตอบที่ผู้สนใจมาได้ตลอด 3 วัน &amp;nbsp;(ไม่มีค่าใช้จ่าย) ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคมนี้ &amp;nbsp;ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่ &amp;nbsp;เวลา 09.00-17.00 น.
โดยสอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่ โทร 034 322 588-93 หรือติดตามกิจกรรมที่Facebook/งานสังคมสุขใจ สวนสามพราน https://www.facebook.com/SangkomSookjai
&amp;nbsp;
งานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 ได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ชีวจิต บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล โรงพยาบาลมหาชัย 2 ส่วนราชการจังหวัดนครปฐม แบรนด์ปฐม และสวนสามพราน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83537</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานสังคมสุขใจ, จังหวัดนครปฐม, ชีวิตวิถีใหม่, มูลนิธิสังคมสุขใจ, สวนสามพราน, สามพรานโมเดล, อรุษ นวราช, เกษตรอินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabd49866fef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สวนสามพราน&#039; จุดประกายท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีอินทรีย์ เปิดเส้นทางธุรกิจเกษตรเกื้อกูลสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประสบการณ์ทำงานขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม เชื่อมโยงห่วงโซ่อินทรีย์ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มายาวนานกว่า 10 ปี ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) วันนี้สวนสามพราน โดย คุณอรุษ นวราช ผู้บริหารสวนสามพราน และผู้ริเริ่มสามพรานโมเดล พร้อมแล้วที่จะเปิดชุดความรู้ เปิดพื้นที่ และเปิดบทเรียนจากประสบการณ์การขับเคลื่อนให้ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาสัมผัส และมีส่วนร่วมในรูปแบบการท่องเที่ยว-เรียนรู้วิถีอินทรีย์หลากหลาย โดยมีเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายเกือบ 200 ครอบครัว ทั้งในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ เชียงราย อำนาจเจริญ &amp;nbsp;พิษณุโลก ฯลฯ ให้เลือกไปร่วมเรียนรู้ได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณอรุษ นวราช เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมเรียนรู้-ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ที่จัดขึ้นเป็นทริปแรก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา จะเป็นเส้นทาง &amp;ldquo;สวนสามพราน-คลองบางแก้ว&amp;rdquo; ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มเครือข่ายสามพรานโมเดล อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่เน้นให้เห็นความเชื่อมโยง ห่วงโซ่คุณค่าของโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม &amp;nbsp;ระหว่างสวนสามพรานกับเกษตรกรที่มาเป็นพันธมิตรกัน และเห็นความเชื่อมโยงของการทำเกษตรอินทรีย์ กับการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งในแปลงอินทรีย์จะมีการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนไปโดยปริยาย เช่น เกษตรกรเลี้ยงเป็ดไก่ ก็เอามูลไก่ มูลเป็ดมาทำปุ๋ย รวมถึงขยะอาหารจากครัวเรือน ก็เอาไปทำปุ๋ย แล้วหมุนเวียนมาใช้ประโยชน์ในแปลงต่อ ทำให้ลดต้นทุน พึ่งพาตนเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้-ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ นั้นถือเป็นภาคต่อของการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม ที่สะท้อนการเป็นพันธมิตรระยะยาว ระหว่างสวนสามพรานและเกษตรกรอินทรีย์ ที่วันนี้กำลังก้าวไปสู่การยกระดับ ให้เกษตรกรอินทรีย์ก้าวไปอีกขั้น จากผู้ผลิตอาหารอินทรีย์ สู่การท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันกำลังเป็นที่ต้องการของคนในสังคม ทั้งอยากกินอาหารพืชผักอินทรีย์ที่มั่นใจ อยากมีสุขภาพดี อยากปลูกเป็น ทำได้เอง &amp;nbsp;อยากพาครอบครัวมาสัมผัส &amp;nbsp;มาเจอเกษตรกรจริงๆ อยากตามหาชีวิตที่มีความหมาย รวมถึงหน่วยงานที่อยากทำซีเอสอาร์แบบยั่งยืน ทำธุรกิจเกื้อกูลสังคม โดย คุณอรุษ นวราช และทีมงานการตลาดและการขายของสวนสามพราน ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมายาวนาน และทีมสามพรานโมเดล ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรอินทรีย์มานานนับสิบปี จะได้มาร่วมกันทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรอินทรีย์ ทั้งการจัดเตรียมพื้นที่ จัดระบบการเล่าเรื่อง อาหาร คน และออกแบบกิจกรรมเรียนรู้ ที่สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสร้างความจดจำที่ดี ให้ผู้มาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทริปนี้ สิ่งที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ผู้บริโภค และองค์กรธุรกิจ ที่มาร่วมในทริปแรกคือ กระบวนการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ของสวนสามพรานที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการจัดการขยะอาหาร Food Waste Management ที่เศษขยะอาหารเหลือจากส่วนงานต่างๆ จะถูกนำไปแปรรูปเป็น ไบโอแก๊ส นำไปเลี้ยงไส้เดือน นำไปทำน้ำยาล้างจาน ทำปุ๋ยหมักและผลิตน้ำมันไบโอดีเซล โดยทุกส่วนจะถูกหมุนเวียนนำกลับมาใช้ในสวนสามพราน เช่น เชื้อเพลิงจากไบโอแก๊ส ใช้ในการต้มเปลือกมะพร้าวเหลือทิ้งเพื่อย้อมผ้า นอกจากนี้ทุกคนยังได้เห็นกระบวนการพึ่งพาตนเองของสวนสามพราน ที่ทำให้ลดต้นทุน เช่น ปุ๋ยมูลไส้เดือน ก็นำไปเลี้ยงพืชต่อ หรือส่งขายที่ตลาดสุขใจ รวมถึงเห็นกระบวนการเตรียมดินปลูกแต่ละชนิด ที่มีส่วนผสมของ แกลบ มูลสัตว์ต่างๆ ใบไม้ เห็นการเก็บเมล็ดพันธุ์ใช้เองการนำผลผลิตที่ปลูกไปแปรรูป เช่น การทำน้ำส้มสายชูจากกล้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทริปเรียนรู้วิถีอินทรีย์ ทุกคนยังได้เห็นเส้นทางข้าวจากโรงสีของสวนสามพราน ที่ซื้อเปลือกจากเกษตรกรมาสีเอง โดยแกลบที่ได้จะถูกส่งไปฟาร์ม เพื่อทำปุ๋ย หากมีเหลือก็ขายให้เกษตรกรอินทรีย์เพื่อนำไปทำปุ๋ย ส่วนปลายข้าว และรำ ก็จะถูกส่งไปเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ของฟาร์ม มูลเป็ด มูลไก่ ที่ได้ก็นำมาทำปุ๋ยบำรุงต้นไม้ ใส่แปลงผัก หมุนเวียนเป็นวงจรโดยไม่มีส่วนไหนเหลือทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้ คือ ทุกคนได้ไปลงพื้นที่สัมผัสท่องเที่ยวฟาร์มจริงที่ ไร่อาปื๊ดกะโอปอ ต.คลองบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่นี่ได้เรียนรู้การพึ่งพาตนเองและเศรษฐกิจหมุนเวียนตามวิถีเกษตรอินทรีย์ เช่น การทำปุ๋ยพืชสดหมักในถุงไม่กลับกองที่ใช้วัตถุดิบในแปลงมาทำ เทคนิคการตอนกิ่งฝรั่ง &amp;nbsp;การห่อฝรั่ง และชมแปลง พร้อมให้ทุกคนได้ชิมความอร่อยของฝรั่งกิมจูเก็บสดๆ จากต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก่อนไปสนุกกับกิจกรรมมาทำความรู้จักและฟังเรื่องเล่าที่น่าสนใจจาก คุณนิรัญ (ปื๊ด) และคุณสุนันท์ (ปอ) จันทร์ไทย สองสามีภรรยา เจ้าของไร่อาปื๊ดกะโอปอ ที่ชวนกันทิ้งงานประจำ หันมาจับจอบจับเสียมรับหน้าที่เป็นเกษตรกรสานต่ออาชีพของแม่ แชร์ประสบการณ์จริงให้ฟังว่า เดิมทำงานประจำที่เทศบาลไร่ขิง และ ภรรยาเป็นพยาบาล แต่ทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงาน มาปลูกผักเพื่อรักษาแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมบอกกับตัวเองว่า เราเลือกแล้ว ต้องทำให้เต็มที่ และเดินหน้าไปให้สุด ไปให้เต็มตัว เริ่มเรียนรู้ จนได้รับคำแนะนำจากสามพรานโมเดลให้ทำเกษตรอินทรีย์จริงจังเลย เราเห็นโอกาสทาง มีตลาดรองรับแน่นอน มีรายได้มั่นคง ภรรยาจึงตัดสินใจออกจากงานมาทำเกษตรอินทรีย์เต็มตัว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวันนั้นถึงวันนี้ 10 ปีแล้ว คุณปื๊ดและคุณปอ สองเกษตรกรอินทรีย์ยอดกตัญญู ยิ้มด้วยความภูมิใจ พวกเขาบอกว่า มีความสุขกับชีวิตวันนี้มาก แม้รายได้ไม่เท่ากับเงินเดือนที่เคยรับแต่ได้อยู่พร้อมหน้า แม่อาการดีขึ้น &amp;nbsp;และมีสุขภาพแข็งแรง กำไรอีกต่อคือ มีความสุขที่ได้แบ่งปันสุขภาพดีให้กับผู้บริโภค รอยยิ้มของแม่และลูกค้า คือ พลังที่ส่งให้พวกเรา มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลผลิตให้ได้คุณภาพ เพื่อให้ทุกคนได้รับอาหารที่ดีและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการมาเยือนครั้งนี้ นอกจากความประทับใจ ความสุขที่ทุกคนได้รับกลับไป สิ่งที่คุณปื๊ด อยากฝากให้ทุกคนได้เรียนรู้ คือ หลักคิดจากประสบการณ์ในการทำฟาร์มจริง เช่น
1.การทำเกษตรอินทรีย์ต้องเริ่มที่ใจรัก ไม่ใช่เริ่มที่เงิน เพราะหลายอย่างต้องทำเอง ใช้เอง ต้องเอาใจใส่ดูแลแปลง แดดร้อน ฝนตกอย่างไร ก็ต้องทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การทำเกษตรอินทรีย์ต้องมีเพื่อน นั่นคือมีการรวมกลุ่ม เพราะการรวมกลุ่มทำให้เรามีเพื่อน สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีข้อตกลงร่วมกัน ภายใต้ระบบรับรองแบบมีส่วนร่วม PGS &amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การทำเกษตรอินทรีย์ต้องรู้จักพึ่งพาตนเอง ยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อช่วยลดต้นทุน โดยเฉพาะปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพ สารไล่แมลงต่างๆ ต้องทำเอง นำสิ่งที่มีในแปลง เช่น ใบไม้ มูลสัตว์ สมุนไพรต่างๆ รวมถึงเศษอาหารในครัวเรือน หมุนเวียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราต้องซื้อปัจจัยการผลิตเหล่านี้ จะอยู่ไม่ได้เลย จะเป็นหนี้ไม่สิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การทำเกษตรอินทรีย์ต้องมีการวางแผน เริ่มตั้งแต่เตรียมแปลง การดูแลรักษา จนถึงการเก็บเกี่ยว &amp;nbsp;เพราะแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลา อากาศไม่เหมือนกัน เราต้องปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การทำเกษตรอินทรีย์ต้องมีการพัฒนาอยู่เสมอ พร้อมยกระดับไม่ปิดกั้นความรู้ หรือ เครื่องมือใหม่ๆ เช่น การใช้ Thai Organic Platform ในการบันทึกแปลง ที่สามารถพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่า เรามีตัวตน ทำเกษตรอินทรีย์จริง โชว์ขั้นตอนได้หมด สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ น่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน่วยงาน องค์กร หรือ ผู้บริโภคที่สนใจ ศึกษาโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม และเรียนรู้เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ติดต่อได้ที่สวนสามพราน โทร. 034-322588-93 ทั้งนี้สามารถปรึกษาโปรแกรมการท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีอินทรีย์อื่นๆ ได้ที่สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย &amp;nbsp;Line@ thaiorganicplatform กด Link: https://lin.ee/1uDee1A &amp;nbsp;หรือติดต่อ &amp;nbsp;ศริธร กิจกอบชัย โทร.064 295 4289 หรือสมัครแพลตฟอร์ม www.Thaiorganicplatform.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81837</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครปฐม, ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์, สวนสามพราน, สามพรานโมเดล, อรุษ นวราช, เกษตรอินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f9695c45047f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ข้าวแช่อินทรีย์’ เพื่อสุขภาพ โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเดือนเมษายนจะได้ชื่อว่าเป็นเดือนแห่งความร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ดทุกปีแล้ว ยังถือเป็นเดือนของเทศกาล &amp;ldquo;ข้าวแช่&amp;rdquo; มนต์เสน่ห์อาหารพื้นบ้านของชาวมอญโบราณ เมนูคลายร้อนยอดฮิตตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ซึ่งจัดกันเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะห้องอาหาร ตามโรงแรม ห้างร้านต่างๆ ที่พากันรังสรรค์อาหารว่างชนิดนี้ ไว้บริการลูกค้าได้ลิ้มลองให้ชื่นฉ่ำใจกันตลอดทั้งเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับห้องอาหาร อิน-จัน ของโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ จ.นครปฐม หนึ่งในห้องอาหารเก่าแก่ที่เลื่องชื่อ เปิดบริการให้กับลูกค้ามานานกว่า 50 ปี ก็ไม่พลาดเมนูนี้เช่นกัน ความพิเศษสำหรับปีนี้ เน้นข้าวแช่เพื่อสุขภาพ คัดเลือกวัตถุดิบที่ผลิตด้วยระบบอินทรีย์ใช้ในการปรุง ส่วนรสชาติยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ อิน จัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการโรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา เมนูข้าวแช่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก อาจจะเป็นเพราะความพิเศษที่แตกต่าง ข้าวแช่ที่นี่ใช้ข้าวหอมมะลิ 105 ที่ปลูกด้วยระบบอินทรีย์ จากเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดล มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตยและวัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นเครื่องเคียงส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ผลิตด้วยระบบอินทรีย์ ทำให้เมนูนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากคลายร้อนแล้วยังได้เรื่องสุขภาพอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรรมวิธีการทำข้าวแช่ต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ รสชาติ และคุณภาพมาตรฐานด้วยคุณลักษณะพิเศษของข้าวหอมมะลิ 105 ที่ให้กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นใบเตย รสชาติอร่อย ไม่นุ่มหรือเหนี่ยวจนเกินไป เมื่อนำไปทำข้าวแช่ยิ่งเพิ่มความหอมรัญจวน ชวนให้รับประทานยิ่งนัก เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกข้าวสารนำไปหุงให้พอสุก นำข้าวมาขัดให้ใส จากนั้นนำไปนึ่งอีก 15 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปอบด้วยเทียนอบและดอกมะลิให้มีกลิ่นหอม เวลารับประทาน ให้นำน้ำ ที่อบควันเทียนและดอกมะลิใส่ในข้าว โรยด้วยกลีบกุหลาบมอญอินทรีย์ และยังเติมน้ำแข็งเพิ่มความชุ่มฉ่ำใจได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเครื่องเคียงปีนี้ทางโรงแรม ยังคงจัดให้เลือกลิ้มชิมรสอย่างหลากหลาย มีทั้ง พริกหยวกสอดไส้หมูสับและกุ้งสับที่ปรุงรสแล้ว นึ่งพอสุกห่อด้วยหรุ่มหน้าตาสวยงาม รสชาติกลมกล่อม หัวไชโป๊วผัดก็เลือกใช้หัวไชโป๊วอย่างดี เคี่ยวให้เปื่อยแล้วผัดจนแห้ง นำไปปรุงรสให้ออกหวานกำลังดี ส่วนลูกกะปินี่สำคัญ ต้องเลือกกะปิอย่างดี นำมาผสมกระชาย หอมแดง ตะไคร้ ปลากะพงย่างและคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเหนียว จากนั้นปั้นเป็นลูกกลมชุบไข่แล้วนำไปทอดจะได้ลูกกะปิที่รสชาติกลมกล่อมหอมน่ารับประทาน นอกจากนี้ยังมีหมูฝอยปรุงรสและปลาหวาน รับประทานแกล้มกับผักต่างๆ เช่น ใบมะม่วงเขียวเสวย ดอกกระชาย ต้นหอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญทุกอย่างถูกบรรจงปรุงแต่งขึ้นอย่างปราณีต ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรค์วัตถุดิบต้องสดใหม่ ขั้นตอนในการปรุงเน้น สะอาด ปลอดภัย และยังคงรสชาติอร่อยตามต้นตำรับสวนสามพราน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณลักษณะพิเศษของ &amp;ldquo;ข้าวแช่อินทรีย์&amp;rdquo; นอกจากช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายได้ระดับหนึ่งแล้ว ข้าวแช่ยังให้ประโยชน์อีกมากโขทั้งในเรื่องของสุภาพและคุณค่าทางยาเชิงสมุนไพรที่ย่อยง่ายสร้างความสมดุลภายในร่างกาย ผิวพรรณชุ่มชื่น ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บไข้เช่น ผิวแห้ง ปากแตกจากอาการร้อนใน ช่วยในเรื่องการขับถ่าย แก้ปัญหาท้องผูก เป็นต้น ด้วยคุณประโยชน์ทั้งหลายทั้งปวง ร้อนนี้จึงไม่ควรพลาด ชวนมารับประทานข้าวแช่กันเถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องอาหารอิน-จัน โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เปิดให้บริการมากว่า 50 ปีนอกจากเมนูพิเศษรับลมร้อนอย่าง &amp;ldquo;ข้าวแช่อินทรีย์ เพื่อสุขภาพ&amp;rdquo; แล้วยังมีอาหารไทยอีกหลากหลายเมนูที่อร่อยน่าลิ้มลองเช่นกัน เปิดบริการทุกวัน สนใจสอบถามรายละเอียดช่วงเวลาให้บริการและสำรองที่นั่งโทร.034-322-588-93&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแช่, ข้าวแช่ปลอดสารเคมี, ข้าวแช่อร่อย, ข้าวแช่อินทรีย์, นครปฐม, สามพรานโมเดล, ห้องอาหารอิน-จัน, อรุษ นวราช, อำเภอสามพราน, โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cac37a0c7f05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปั้นเชียงใหม่เมืองท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ผ่าน &#039;สามพรานโมเดล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลงเกษตรอินทรีย์ในโรงแรมรายาเฮอริเทจรีสอร์ท ผลผลิตนำมาปรุงอาหารออร์แกนิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวติดอันดับโลก เป็นพื้นที่เป้าหมายในการเดินหน้าโครงการ &amp;quot;ท่องเที่ยวอินทรีย์เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุล&amp;quot; หรือ &amp;quot;ออร์แกนิก ทัวริซึ่ม&amp;quot; เพราะมีความตื่นตัวเรื่องการบริโภคอินทรีย์ คนใส่ใจดูแลสุขภาพ มากขึ้น เห็นได้จากกาดผักอินทรีย์เกิดขึ้นหลายแห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ มีตลาดออร์แกนิกชิกๆ ที่สายคลีนต้องไปเดินจับจ่ายซื้อของ ส่วนอาหารมังสวิรัติอร่อยๆ เชียงใหม่ก็ฮอต ถือเป็นโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลง ยกระดับเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยววิถีอินทรีย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการออร์แกนิก ทัวริซึ่ม ชักชวนผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าในเชียงใหม่ มาร่วมเป็นเครือข่าย โดยใช้สามพรานโมเดลเป็นเครื่องมือ สร้างระบบอาหารให้สมดุลทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และผู้บริโภคที่เป็นปลายน้ำ หัวเรือใหญ่คือ บริษัท แล็บ อาหารที่ยั่งยืน ประเทศไทย (ฟู๊ดแล็บ) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยผู้บริหาร ฝ่ายจัดซื้อ และส่วนงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มาเรียนรู้ทำความเข้าใจเกษตรกรอินทรีย์ มีการเชื่อมโยงสั่งซื้อผักสะอาดตรงจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ภายใต้การประสานงานของมูลนิธิสังคมสุขใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เวลานี้มีต้นแบบโรงแรมร้านอาหารในเชียงใหม่ที่สนใจเรื่องอาหารอินทรีย์ร่วมขับเคลื่อน อาทิ โรงแรมแทมมาริน โรงแรมรายาเฮอริเทจรีสอร์ท โรงแรม 137 พิลล่าร์เฮาส์ &amp;nbsp;โรงแรมครอสทู ร้านอาหารอิ่มเอม ฯลฯ เพื่อขยายผลและต่อยอดให้เกิดรูปธรรมมากขึ้น นำมาสู่การจัดกิจกรรม &amp;quot;Tour &amp;nbsp;De Farm สืบจากจานเมนูอินทรีย์นี้มาจากไหน&amp;quot; พาคณะสื่อมวลชนและผู้บริโภคไปเรียนรู้วิถีอินทรีย์ที่โรงแรมรายาเฮอริเทจรีสอร์ท, ร้านอาหารอิ่มเอม มีจุดขายชูความเป็นธรรมชาติของวัตถุดิบ ผ่านการแปรรูปน้อย ไม่ใส่ผงชูรส ใช้น้ำมันน้อย ถ้ากินแล้วไม่ชอบ ไม่ต้องจ่ายเงิน รวมถึงเข้าพบปราชญ์ชาวบ้านชื่อดัง โจน จันได ผู้ยืนหยัดวิถีเกษตรอินทรีย์ ที่สวนพันพรรณ อ.แม่แตง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุษ นวราช ผู้ร่วมก่อตั้งฟู๊ดแล็บ และเลขาฯ มูลนิธิ สังคมสุขใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อรุษ นวราช ผู้ร่วมก่อตั้งฟู๊ดแล็บ และเลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ กล่าวว่า เป้าหมายการขับเคลื่อนท่องเที่ยวอินทรีย์เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุล ภาคธุรกิจต้องร่วมขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างระบบอาหารปลอดภัย เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช้สารเคมี เพราะปัจจุบันในส่วนต้นน้ำ เกษตรกร 1 ใน 3 ของประเทศพึ่งพาสารเคมี ทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แถมเป็นหนี้ เพราะชาวสวน ชาวนาตั้งราคาเองไม่ได้ เกษตรอินทรีย์เป็นทางเลือกหยุดสารเคมี และช่วยปลดหนี้ได้ โรงแรมในเชียงใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ เราชักชวนให้ซื้อตรงจากเกษตรกร ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางที่เอารัดเอาเปรียบ แล้วไม่ใช่เพียงซื้อขาย แต่เข้าใจ มีข้อตกลงร่วมกันว่า เป็นผลผลิตตามฤดูกาล จากนั้นโรงแรม-ร้านอาหารสร้างสรรค์เมนูออร์แกนิกเป็นจุดเชื่อมต่อชวนผู้บริโภคมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นี่คือกลยุทธ์ออร์แกนิก ทัวริซึ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; การมาขยายผลมาสู่เชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยว มีเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์เยอะ และทำงานร่วมกับกลุ่มเชียงใหม่ออร์แกนิก โรงแรมที่เข้าร่วมอุดมการณ์เปลี่ยนเมนูให้เป็นเมนูอินทรีย์ พานักท่องเที่ยวเยี่ยมชมแปลงเกษตรอินทรีย์ในโรงแรม มากกว่านั้นพาไปรู้จักเกษตรกรที่ส่งผักสะอาดให้ สร้างระบบอาหารสมดุลอินทรีย์ที่ให้คุณค่ามากกว่าบริโภค แต่ยกระดับห่วงโซ่อินทรีย์ทั้งระบบ ทั้งแทมมารีนและรายาเฮอริเทจเป็นโรงแรมต้นแบบ แล้วยังมีกลุ่มม่วนใจ๋เจียงดาวเป็นเกษตรกรต้นแบบ ก็ต้องถอดบทเรียนต่อเนื่อง แม้จะนำสามพรานโมเดลมาใช้ที่เชียงใหม่ แต่ภูมิสังคมต่างกัน เชียงใหม่เข้าถึงตลาดอินทรีย์ได้ง่ายกว่า สุดท้ายไม่มีสูตรตายตัว สำคัญที่ต้องขับเคลื่อนต่อเนื่อง&amp;quot; เลขาฯ มูลนิธิสังคมสุขใจ เผย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมนูออร์แกนิกชิกๆ ร้านอิ่มเอม หนุนท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ที่เชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระแสออร์แกนิกมาแรง ได้รับการยืนยันจาก อรช บุญ-หลง ประธานกลุ่มเชียงใหม่ออร์แกนิก ซึ่งร่วมโครงการฯ นักกิจกรรมหญิง บอกว่า เชียงใหม่มีตลาดอินทรีย์เปิดบริการทุกวัน การเข้าถึงระดับครัวเรือนไม่มีปัญหา แต่ระดับผู้ประกอบการยังยากอยู่ ต้องเชื่อมเครือข่าย ปูทางให้โรงแรม ร้านอาหารพบเกษตรกรตัวจริง ที่ยากที่สุด เปลี่ยนความสนใจของเชฟ และจุดประกายให้เห็นคุณค่าของวัตถุดิบพืชผักพื้นบาน ซึ่งไม่มีตลอดปี นำมาปรุงอาหารในวิธีที่เชฟถนัด มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้ผักหวาน ผักเชียงดา ผักขี้หูด เห็ด ดอกไม้ต่างๆ ชวนผู้บริโภคและเกษตรกรมาชิม นอกจากเป็นจุดขาย ยังสร้างสุขภาพที่ดี และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ที่ผ่านมา สร้างความรู้ความเข้าใจในระบบเกษตรกรรมอินทรีย์ผ่านกิจกรรมเชียงใหม่ออร์แกนิกเชฟเทเบิลภายใต้แนวคิด &amp;nbsp;&amp;#39;ออร์แกนิก ทัวริซึ่ม&amp;#39; อนาคตจะขยายกลุ่มผู้บริโภค เมนูออร์แกนิกมีเนื้อสัตว์ได้ และมีโปรเจ็กต์ที่เชียงดาวทำเกษตรอินทรีย์บนพื้นที่ 200 ไร่ โดยกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ และจัดกิจกรรมเทศกาลอินทรีย์ชวนมาเที่ยวด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงแรมออร์แกนิกเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ณภัทร นุสติ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมรายาเฮอริเทจ และแทมมาริน วิลเลจ กล่าวว่า โรงแรมมีวิสัยทัศน์สร้างความยั่งยืนทั้งสังคม ชุมชน พนักงาน ควบคู่ธุรกิจ เมื่อได้เรียนรู้สามพรานโมเดลกลับมาทดลองทำ หลายอย่างต้องประยุกต์ เพราะบริบทไม่เหมือนกัน เริ่มจากนำความรู้เกษตรอินทรีย์มาเผยแพร่ให้พนักงานทั้งในร้านอาหาร ครัวโรงแรม เริ่มกระบวนการสั่งซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอินทรีย์ สามพรานโมเดลกระตุ้นให้เกิดเครือข่ายนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้จะมีข้อจำกัดผลผลิตตามฤดูกาล ไม่สม่ำเสมอ การทำงานวิถีอินทรีย์ไม่ได้ราบรื่น แต่โรงแรมปรับกลยุทธ์ให้ทำงานร่วมกับเกษตรกรได้ ถอยคนละก้าว ที่แทมมารีนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ปัจจุบันเพิ่มสั่งซื้อพืชผักอินทรีย์จากกลุ่มเกษตรกรอีก 10 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มจะเพิ่มอีก ส่วนที่รายาเฮอริเทจใช้ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ปรุงอาหารให้ลูกค้ากว่า 80% ทั้งสั่งซื้อและใช้ผักจากแปลงอินทรีย์ที่ทำขึ้น เชฟออกแบบเมนูตามฤดูกาล พนักงานที่ทำเกษตรอยู่แล้วได้แรงบันดาลใจปรับจากเคมีเป็นอินทรีย์ ปีนี้มีแผนจะเชื่อมกับบ้านพนักงานและชุมชนใกล้เคียง ป้อนผลผลิตให้โรงแรมด้วย&amp;quot; ณภัทรย้ำในฐานะต้นแบบจะขยายเครือข่ายกับโรงแรมที่สนใจ สร้างจุดกระเพื่อมเปลี่ยนแปลงสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจน จันได พาผู้บริโภคชมแปลงผักที่สวนพันพรรณ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางค้นหาวิถีอินทรีย์ช่วงท้ายพามาสวนพันพรรณ โจน จันได ปราชญ์ชาวบ้าน บอกว่า แรกเริ่มทำบ้านดิน เมื่อองค์ความรู้กระจายแล้วก็หยุด และทำเรื่องเก็บเมล็ดพันธุ์ และแจกจ่ายให้มากที่สุด เพราะเมล็ดพันธุ์สูญหายไปจากโลกทุกวัน เป็นเรื่องน่ากลัวหากเสียความมั่นคงทางอาหาร มีคนจำนวนมากมาเรียนรู้การทำเกษตรปลอดสารเคมีและไม่อยากกลับ กลายเป็นชุมชน ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อการอยู่ง่าย เป็นมหาวิทยาลัย 15 ปีที่ผ่านมา คน 20 คนอยู่ร่วมกันโดยไม่มีทรัพย์สินส่วนตัว ไม่มีผู้นำ ไม่มีกฎระเบียบ เมื่อไม่มีกฎระเบียบคนใช้สามัญสำนึกมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชีวิตที่สวนพันพรรณ เรียนรู้การปลูกผัก ปลูกฝังให้เป็นอินทรีย์จากข้างใน เกษตรของเราคือการพัฒนาดิน มีความหลากหลายทางชีวภาพ เกิดการพึ่งพากัน และคนปลูกต้องกินอิ่มก่อน ไม่ใช่ปลูกเพื่อขาย จากนั้นเก็บพันธุ์แท้ปลูกต่อได้ ถ้าให้ผลเหมือนเดิมแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ &amp;nbsp;อนาคตจะไปสู่การพัฒนาพันธุ์ด้วย เน้นพืชสวน เพราะคนทำน้อย ที่นี่เป็นศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลก พันธุ์ที่นิยม จะหายเร็ว บริษัททุนทุ่มพัฒนาพันธุ์ ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก และไม่ปลูกพันธุ์พื้นบ้านแท้ๆ ปลูก กิน ใช้ เก็บ เป็นองค์ความรู้ในการรักษาชนิดพันธุ์และภูมิปัญญาการกินอยู่ไว้ ส่วนโครงการออร์แกนิกทัวริซึ่มที่กำลังขับเคลื่อนกันจะสร้างระบบอาหารที่สมดุล&amp;quot; โจน จันได กล่าว ก่อนพาชมในแปลงห้องเรียนอินทรีย์กลางแจ้งอย่างสนุกและได้รับความสนใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29214</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ททท., สวนพันพรรณ, สามพรานโมเดล, อรุษ นวราช, เชียงใหม่ออร์แกนิก, โจน จันได, โรงแรมรายาเฮอริเทจรีสอร์ท, โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c6691663c0e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
