<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลเผยการเมืองหลังโควิดเดือดปรองดองเหลวขนาดในรัฐบาลยังแตกแยก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สามัคคีปรองดอง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,097 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 18 - 23 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา เมื่อถามถึงมาตรการรัฐบาลช่วงโควิด-19 ที่ประชาชนพอใจ พบ 5 อันดับแรกได้แก่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.5 ระบุมาตรการแจกเงิน รองลงมาคือ ร้อยละ 80.9 ระบุลดค่าไฟ ร้อยละ 63.1 ระบุ ลดราคาน้ำมัน ร้อยละ 34.9 ระบุ ลดราคาสินค้า และร้อยละ 33.9 ระบุลดค่าน้ำประปา ตามลำดับ แต่เมื่อถามถึงความต้องการต่อมาตรการให้รัฐบาลขยายเวลาช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมอีก พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.9 ระบุ ลดค่าไฟ รองลงมาคือร้อยละ 72.2 ระบุ แจกเงิน ร้อยละ 66.5 ระบุ ลดราคาน้ำมัน ร้อยละ 40.7 ระบุ ลดราคาสินค้า และร้อยละ 38.2 ระบุ ลดค่าน้ำประปา ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความพอใจของประชาชนต่อมาตรการต่าง ๆ เป็นผลงานของทีมคณะรัฐมนตรีทั้งคณะที่ช่วยเหลือประชาชนหรือเป็นผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.3 ระบุเป็นผลงานของทีมคณะรัฐมนตรีทั้งคณะที่ช่วยแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชน ในขณะที่เพียงร้อยละ 6.7 ระบุเป็นผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงคนเดียว นอกจากนี้ เมื่อถามถึง การตัดสินใจของประชาชน ถ้าสมมติประชาชนเป็นนายกรัฐมนตรีว่า จะรักษาทีมคณะรัฐมนตรีนี้ไว้หรือจะไม่รักษาทีมนี้ไว้ หลังโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.8 จะรักษาทีมคณะรัฐมนตรีนี้ไว้ ในขณะที่ร้อยละ 5.2 จะไม่รักษาทีมคณะรัฐมนตรีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ระดับความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองหลังโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.5 ระบุค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 25.5 ระบุค่อนข้างน้อยถึงไม่รุนแรงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.8 ระบุ รัฐบาลไม่สำเร็จเรื่องความสามัคคีปรองดองของคนในชาติเพราะคนในรัฐบาลเองมีแค่ไม่กี่คนยังไม่สามารถสามัคคีปรองดองกันได้เลย แย่งชามข้าว แย่งน้ำข้าว แย่งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วงเวลาชาวบ้านกำลังทุกข์ คนในรัฐบาลเป็นต้นเหตุความขัดแย้งเสียเอง ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีของความสามัคคีปรองดอง ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องความสงบสุขของบ้านเมือง ผู้ใหญ่ในรัฐบาลบางคนถูกลิ่วล้อยุยงปลุกปั่นเล่นเกมการเมืองกันมากเกินไปไม่ได้รักประชาชนกันจริง ๆ แบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 40.2 ระบุสำเร็จ เพราะรัฐบาลทำงานมาต่อเนื่อง สำเร็จแต่เป็นเพราะลักษณะปกติของคนไทยที่มีจิตใจรักสงบรักสามัคคีกันมากกว่าเป็นผลงานของรัฐบาล และสำเร็จเพราะประชาชนเห็นรัฐบาลมีผลงาน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ใครเป็นพระเอกละครช่วงโควิด-19 คำตอบในละครการเมืองคือ ไม่มี เพราะชาวบ้านเขาบอกว่าเป็นผลงานของทีมคณะรัฐมนตรีทั้งคณะและประชาชนทั้งประเทศที่ยอมลำบากเดือดร้อน ชาวบ้านนับแสนนับล้านทิ้งที่ทำงานทิ้งอาชีพหนีเอาตัวรอด บ้างก็ติดเชื้อตายบ้างก็ฆ่าตัวตาย บ้างก็อดอยาก&amp;nbsp;
หิวโหย ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวไม่อาจเลี้ยงดูผู้คนในบ้านได้เพราะตกงานต้อง &amp;ldquo;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; จนไม่มีจะกิน แต่คนในรัฐบาลบางคนกลับมุ่งใช้ห้วงเวลาแห่งทุกข์ของประชาชนนี้แย่งชิงตำแหน่งแบ่งพรรค แบ่งพวกยุยงผู้ใหญ่ในรัฐบาลให้นั่งวางแผนเล่นเกมการเมืองหัวเราะเฮฮาเมื่อแผนของพรรคพวกของตนเองประสบความสำเร็จบนทุกข์ของประชาชนไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีของความรักความสามัคคีปรองดองและจะนำพาคนทั้งประเทศอีกกว่าหกสิบล้านคนไปสู่ความสามัคคีปรองดองได้อย่างไร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ดร.นพดล กรรณิกา, ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL), สามัคคีปรองดอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5ec9e8a4452b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกพปชร.อวยพรปีใหม่ขอเป็นปีที่ดีสามัคคีปรองดองสร้างอนาคตประเทศ    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;30ธ.ค.62-น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ &amp;quot;อ้น&amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวอวยพรปีใหม่ว่า ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกท่าน เป็นปีที่เราจะมาร่วมมือร่วมใจสามัคคีปรองดอง หลอมรวมจิตใจกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นพลังในการฝ่าฟันอุปสรรคและวิกฤติต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อสร้างอนาคตที่รุ่งเรืองของประเทศไปด้วยกัน
​&amp;quot;อ้นขอส่งความสุข และความสดชื่นไปให้กับทุกท่าน ได้ใช้เวลากับครอบครัวในช่วงวันหยุดปีใหม่อย่างมีความสุข สำหรับพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้เดินทางปลอดภัย ที่สำคัญคือความไม่ประมาท เมาไม่ขับ และขับไม่โทร ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด&amp;quot;น.ส.ทิพานัน กล่าว
​รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ขอส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกท่าน ที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและโชคดีตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53526</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, สามัคคีปรองดอง, เมาไม่ขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d8238d87d07a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2018 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอดคู่ขัดแย้งไม่ร่วมสร้างปรองดอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่าจากการสำรวจหลังพบปะพูดคุยกับประชาชนทั่วประเทศ ผ่าน &amp;ldquo;โครงการไทยนิยมยั่งยืน&amp;rdquo; ที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นถึงความจำเป็นต้องมีสัญญาประชาคมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง และเห็นด้วยว่าสัญญาประชาคมจะสามารถช่วยคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งและนำสังคมกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติสุข &amp;nbsp;หากทุกฝ่ายร่วมมือยึดมั่นและปฏิบัติตาม หรือร่วมกันนำสาระสำคัญของสัญญาประชาคมมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนส่วนใหญ่ ยังมีความกังวลกับปัญหาต่างๆที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งของสังคมในอนาคต ตามลำดับ อันได้แก่ ปัญหาการเมือง การทุจริตคอร์รัปชัน การไม่เคารพกฎหมาย ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การบิดเบือนข่าวสาร ปัญหาการขาดความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งปัญหาระบบการศึกษา และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสังคมทราบดีถึงความตั้งใจและความพยายามหาทางออกจากความขัดแย้งที่ทุกรัฐบาลในอดีตพยายามดำเนินการ หากแต่ได้รับการปฏิเสธจากคู่ขัดแย้งเสมอมา &amp;nbsp;ดังนั้น กระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่รัฐบาลปัจจุบันจัดทำขึ้นเป็นสัญญาประชาคม จึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมรับฟังประชาชนทั้งประเทศ ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งที่มีต่อเนื่องกว่า 10 ปี มาวิเคราะห์ร่วมกับผลการศึกษาทางออกจากความขัดแย้งของทุกรัฐบาลที่ทำมา ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างจริงใจจากทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า กระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง เดินหน้ามาไกลกว่าที่จะกลับไปอยู่จุดเดิม และเชื่อว่าประชาชนเบื่อหน่ายและทราบดีถึงสาเหตุหลักของความขัดแย้ง &amp;nbsp;ซึ่งเราทุกคน ต่างต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติสุข เฉกเช่นทุกสังคมทั่วโลก &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อเราต่างแสดงตนยึดมั่นในสังคมประชาธิปไตย &amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องรับฟังและเคารพต่อความคิดเห็นร่วมของประชาชนส่วนใหญ่ในสัญญาประชาคม &amp;nbsp; ด้วยการแสดงความจริงใจสนับสนุนกระบวนการสร้างความรักความสามัคคีกันในสังคม &amp;nbsp;ร่วมกันคลี่คลายเรื่องที่ยังเป็นกังวลของประชาชนที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9566</URL_LINK>
                <HASHTAG>คู่ขัดแย้ง, ประชาชน, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, สัญญาประชาคม, สามัคคีปรองดอง, โครงการไทยนิยมยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171227/5a4358d2ac99a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
