<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2018 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2018 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มสามารถ หวังยุติกิจการไอ-โมบาย จะช่วยพลิกฟื้นธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มสามารถแจ้งผลประกอบการปี 60 ยังขาดทุน 948 ล้านบาท เหตุสำรองหนี้สูญ จากการยุติการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือไอ-โมบาย แต่เริ่มเห็นสัญญาณดีสายธุรกิจอื่นๆยังคงสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;28 ก.พ. 2561 นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 60 รายได้รวม 13,130 ล้านบาท ขาดทุน 948 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ หลังจากยุติการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือไอ-โมบาย อย่างไรก็ตามสายธุรกิจอื่นๆยังคงสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสายธุรกิจไอทีและโทรคมนาคม ที่สามารถสร้างมูลค่างานในมือในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 8,000 ล้านบาท และตั้งเป้าเซ็นสัญญาใหม่ปีนี้อีกไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านธุรกิจกล้องวงจรปิด ก็สร้างรายได้งามฟันกำไรเพิ่ม 500 % และที่สำคัญทางคณะกรรมการบมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น ได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น และอนุมัติให้บริษัทดำเนินการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) ที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 2 แก่ผู้ถือหุ้นเดิม โดยไม่คิดมูลค่าในอัตราส่วน 3 หุ้นต่อ 1 หน่วย โดยใบแสดงสิทธิมีอายุ 3 ปีนับจากวันที่ออก และมีราคาการใช้สิทธิ 15 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้บริษัทจะนำเสนอสาระสำคัญของการออกใบแสดงสิทธิดังกล่าวแก่ผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติกลางเดือนเมษายน และคาดว่าจะสามารถจัดสรรใบแสดงสิทธิได้ในเดือนพฤษภาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ด้วยเป้าหมายในการสร้างรายได้ประจำจากการต่อยอดและการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงนโยบายในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้สอดคล้องกับยุคสมัยและสามารถแข่งขันได้ ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนทิศทางการดำเนินธุรกิจด้านโมบาย-มัลติมีเดียอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย เป็น บริษัทสามารถดิจิตอล เพื่อรองรับการขยายธุรกิจด้าน Digital Content &amp;amp; Solutions อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีความคืบหน้าของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ ธุรกิจ Digital Trunk Radio System หรือในชื่อทางการตลาดว่า DigiTrunk ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการวางระบบเครือข่ายและติดตั้งอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ โดยมั่นใจว่าภายในสิ้นปีจะมีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 50,000 ราย และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 200,000 รายใน 2-3 ปี , ธุรกิจ Digital Tourism Solutions อยู่ระหว่างการนำเสนอและสรุปขอบข่ายบริการกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการเปิดตัวโครงการความร่วมมือในเร็วๆนี้ ตามมาด้วย ธุรกิจ Co-Tower ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในช่วงครึ่งปีหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวัฒน์ชัยกล่าวต่อว่า &amp;ldquo;ในส่วนของธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ บริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่าควรยุติ เนื่องจากมีแนวโน้มในการทำกำไรที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจนไม่คุ้มค่าในการลงทุน &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อมิให้เป็นภาระผูกพันในอนาคต บริษัทจึงได้มีการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและเผื่อสินค้าล้าสมัยในมูลค่าที่เหมาะสม โดยบริษัทยังคงรับผิดชอบในการให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าที่ใช้สินค้าของบริษัทอย่างเต็มที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากสายธุรกิจโมบายที่กำลังผันตัวเองเข้าสู่บริการดิจิตอลแล้ว บริษัทอื่นๆ ในกลุ่มสามารถถือว่ามีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น สายธุรกิจ ICT นำโดย บมจ.สามารถเทลคอม หรือ SAMTEL ปีที่ผ่านมาสามารถคว้าโครงการใหม่ๆ มูลค่ารวม 6,355 ล้านบาท อาทิ โครงการ Core Banking ของ ธอส. มูลค่า 1,898 ล้านบาท, โครงการติดตั้งระบบเครือข่ายโทรคมนาคมทหารและอุปกรณ์ประกอบให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย มูลค่า 941 ล้านบาท, การจำหน่ายเครื่องรับบัตรอัตโนมัติ (EDC) &amp;nbsp;ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ มูลค่ารวม 221 ล้านบาท, การจัดหาอุปกรณ์โครงข่ายให้แก่การสื่อสารแห่งประเทศไทย และงานติดตั้งระบบบริหารจัดการสนามบิน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ส่งผลให้ปัจจุบันมีงานมือมูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้บรรลุเป้าหมาย 10,000 ล้านบาทในปี 2561 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจ, ผลประกอบการ, วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์, สามารถ, สามารถคอร์ปอเรชั่น, โทรคมนาคม, ไอ-โมบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180228/image_big_5a960768a18db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2018 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2018 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SAMART ชูแผน&quot;โอเปอร์เรติ้งคอมพานี&quot; โกย 2หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสามารถ ย้ำชัดยืนบนลำแข้งตัวเอง ตั้งเป้ารายได้ 20,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ม.ค.61 - นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) เปิดเผยว่า ปี 2561นี้ มีจุดยืนในการทำธุรกิจที่ชัดเจนคือ จะดำเนินธุรกิจด้วยตนเองแบบโอเปอร์เรติ้ง คอมพานี (Operating Company) ซึ่งไม่จำกัดบทบาทเหมือนที่เคยเป็นแค่เป็นบริษัทที่มีรายได้มาจากการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก หรือ โฮลดิ้ง คอมพานี (Holding Company) อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ คาดว่าการรับรู้รายได้รวมปีนี้จะอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มงานหลักที่สร้างรายได้คือ SAMART Telecom (SAMTEL) เชื่อว่าจะมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 50% หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท ด้วยปัยจัยหนุนจากนโยบายภาครัฐที่ต้องการผลักดันไทยแลนด์ 4.0 มองว่าในช่วง 3 ปีต่อจากนี้จะมีเม็ดเงินการลงทุนรวมที่เกิดขึ้นในระบบไอทีภายในประเทศถึง 500,000 ล้านบาท และเน้นเพิ่มรายได้ประจำให้เพิ่มสูงขึ้นในสัดส่วน 40% มั่นใจว่าอีก 2 ปีข้างหน้า 2563 จะมีรายได้ประจำได้ถึง 50%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนกลุ่มธุรกิจ SAMART Digital (SDC) ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 3,000 ล้านบาท ปีนี้จะพลิกฟื้นกลับมามีกำไรได้จากธุรกิจใหม่ที่เข้ามาแทนทีธุรกิจไอ-โมบาย คือ Digital Trunked Radio จากการจำหน่ายเครื่องลูกข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล และจะเริ่มต้นธุรกิจ Co-Tower ให้ค่ายมือถือเข้าเช่าใช้สัญญาณ ซึ่งบริษัทได้รับสัญญาสัมปทานในการติดตั้งเสาโทรคมนาคมในกรมอุทยานแห่งชาติ ระยะสัญญา 10 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับธุรกิจ SAMART U-trans มีการจัดตั้งบริษัทใหม่ SAMART Transolutions เพื่อบริหารธุรกิจด้านคมนาคมอย่างชัดเจน โดยมี Cambodia Air Traffic Services เป็นหัวหอกสำคัญ และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่ามีรายได้ 4,000 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจวัน ทู วัน คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ 1,000 ล้านบาท และรายได้อีก 2,000 ล้านบาท มาจากธุรกิจอื่นจากบริษัทย่อยในเครือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1822</URL_LINK>
                <HASHTAG>Samart, ธุรกิจ, สามารถ, สื่อสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6b0ae8a28ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
