<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค่1ล้านไม่แฟร์! อดีตเมีย&#039;สามารถ พยัคฆ์อรุณ&#039;ขึ้นศาล ฟ้องแบ่งสินสมรส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 62 - ที่ศาลเเพ่งมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในคดีที่ น.ส.วลัยทิพย์ ภพธีรธรรม อดีตภรรยานายสามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตนักมวยแชมป์โลก เจ้าของฉายา &amp;ldquo;นักชกหน้าหยก&amp;rdquo;&amp;nbsp; ยื่นฟ้องนายสามารถ ในคดีฟ้องแบ่งสินสมรส และเคลียร์ภาระหนี้สินที่มีร่วมกัน โดยในวันนี้ น.ส.วลัยทิพย์ พร้อมทนายความเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วลัยทิพย์ กล่าวว่า หลังจากจดทะเบียนหย่า ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 2560 ตอนแรกเหมือนจะตกลงกันรู้เรื่อง ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่หลังจากหย่าแล้วนายสามารถอดีตสามีกลับคำ ทำให้ไม่สามารถแบ่งสินสมรสกันได้ลงตัว ที่อ้างว่าไม่มีเงินแล้วทำไมไม่คุยกัน แถมยังบอกกับตนเองว่าให้ไปฟ้องเอาทรัพย์สินได้เลย แม่ของภรรยาอีกคนได้เตรียมทนายไว้แล้ว พี่ไม่ได้เสียเปรียบ หนี้สินที่มีก็เป็นการกู้ร่วมกันมาทำค่ายมวยด้วยกัน คนเรามันเลิกกันแล้วก็ควรจะเคลียร์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางก็เคยเชิญเรามาไกล่เกลี่ยกัน แต่นายสามารถไม่เคยมา ส่วนทนายที่ส่งมาไกล่เกลี่ยก็พูดออกมาว่านายสามารถบอกมาว่าไม่สามารถตกลงอะไรกันได้ นอกจากจะจ่ายเงินแค่ 1 ล้านบาท บ้านที่เป็นชื่อตนในขณะนี้จะให้ตนออกไปโดยได้เงินแค่ 1 ล้านบาท ทั้งที่เราสร้างมาด้วยกัน อยากทำบ้านทำค่ายมวยก็เป็นชื่อกู้รวมกัน ทุกสิ่งอย่างทำแบบนี้ไม่มีใครรู้สึกว่ามันแฟร์ มันไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่ง วันที่ 22 ส.ค. 2560 นายสามารถบอกกับตนเองว่าต้องการขายค่ายมวย ที่ร่วมกู้ สร้างมาด้วยกัน เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ที่มีร่วมกัน แล้วนำเงินที่เหลือมาแบ่งกัน แต่หลังจากนั้นก็มีการกลับคำไม่ยอมขายค่ายมวย และต้องการดำเนินการต่อเพียงคนเดียว ตนเองจึงได้ฟ้องต่อศาลตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมาศาลได้นัดเพื่อไกล่เกลี่ย 3-4 ครั้ง แต่อดีตสามีไม่เคยเดินทางมาเลย ส่งเพียงทนายความมาดำเนินการโดยเสนอเงินให้เพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น และพยายามหลบหน้าตน ไม่สามารถติดต่อได้ ตนเองรู้สึกไม่ยุติธรรม เพราะหนี้สินที่กู้แบงก์มาก็ยังเป็นชื่อกู้ร่วมกัน โดยที่อดีตสามีไม่ยอมไปติดต่อธนาคารเพื่อเคลียร์เรื่องนี้แต่อย่างใด ในวันนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ต้องพบหน้ากันกับอดีตสามี ตนเองก็ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเคลียร์กันลงตัวหรือไม่ แต่ก็อยากให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว เพราะยืดเยื้อมาเกือบ 2 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธงรัช วราสุวรรณ ทนายความ กล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่อหย่ากันแล้ว สามารถที่จะตกลงแบ่งสินสมรสกันได้ แต่เมื่อไม่สามารถทำตามข้อตกลง จำเป็นต้องฟ้องตามกฎหมาย เพื่อแบ่งตามสิทธิส่วน เงื่อนไขเป็นอย่างไรขอให้คุยในคดี โดยหลังจากที่เราฟ้องคดีนี้เเล้ว นายสามารถยังได้ฟ้องร้องอีกคดีซึ่งเป็นหนี้สินตัวเดียวกัน เป็นทรัพย์สินนอกสมรส ซึ่งเรามองว่าเป็นการฟ้องซ้ำในคดีที่เราเป็นโจทก์อยู่ วันนี้ศาลจึงกำหนดนัดพร้อมทั้งสองคดีเราก็ต้องดูว่าในวันนี้จะมีแนวโน้มอย่างไรหรือจะดำเนินการสืบพยานไปเลย ทรัพย์สินที่ฟ้องจะเป็นที่ดินใน จ.ขอนแก่น ที่นายสามารถยื่นฟ้องแย้งเข้ามาด้วย ที่เราฟ้องคือขอให้แบ่งสินสมรส หากมีการขายที่โจทก์ใช้ที่เหลือก็แบ่งกันเท่านั้นเอง ที่ดินที่ผิดพลาดก็คือที่ใน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ดินส่วนตัวและเป็นชื่อของมารดา น.ส.วลัยทิพย์ แต่นายสามารถมองว่าเป็นสินสมรสอยู่ 30% ก็ต้องไปว่ากันในศาล ก็ต้องดูว่าวันนี้ศาลจะสั่งไกล่เกลี่ยอีกรอบหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายสามารถไม่ได้มาด้วยตัวเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43942</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้องศาล, ศาลแพ่งมีนบุรี, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, อดีตเมีย, แบ่งสินสมรส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cf5a9bc117.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 01:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามารถ พยัคฆ์อรุณ&#039;รับเคยนอกใจเมีย-บอกสาวให้ไปทำแท้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เข้าชมรมมีเมียเด็กอีกหนึ่งคนแล้ว สำหรับ สามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตนักมวยแชมป์โลก ที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังปลูกต้นรักครั้งใหม่กับแฟนที่มีอายุห่างกันถึง 32 ปี แต่กว่าจะมาถึงวันนี้สามารถผ่านความรักมามากมาย ทั้งคบซ้อน ไปมีลูกกับผู้หญิงที่เยอรมัน แถมยังบอกให้ผู้หญิงเอาเด็กออก!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ตอนนี้พี่ก็เรื่อยๆ ชีวิตอยู่แบบนี้มานานแล้ว พี่ไม่ค่อยได้ออกสังคม แต่พี่ยังอยู่ในวงการมวยอยู่ แล้วก็ยังมีละครรับอยู่เรื่อยๆ ค่ายมวยก็ทำอยู่แล้วก็สอนมวยด้วย มีฉายาให้พี่ว่าเป็นนักมวยเจ้าสำราญ เพราะเดิมทีตอนพี่ต่อยมวยไทย เริ่มแรกทางพี่สื่อมวลชนก็จะตั้งฉายาให้ ผมไม่เจ้าชู้นะ ถามว่าสาวๆ เข้าหาเยอะไหม ผมคบเป็นคนๆไป ไม่ได้คบทีละ 2-3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนช่วงที่ได้แชมป์โลกเราก็ไปหมั้นผู้หญิงเอาไว้ ก็คือแม่ของลูกนี่แหละ และช่วงนั้นเราก็เที่ยวคึกคะนอง พอหลังแต่งงานสักปีกว่าๆ เรากับเขาก็แยกทางกัน พอเราเสียแชมป์โลกเราก็กลับไปง้อเขา แล้วกลับมาอยู่และมีลูกด้วยกัน กับแม่แรกมี 3 คน แต่เราพลาดเองที่ไปมีคนที่สอง คือผมไปต่อยที่เยอรมัน คือจังหวะที่เราต่อยเสร็จมันก็มีฉลองที่ร้านอาหารไทย ทีนี้กลุ่มเด็กไทยทะเลาะกัน ตำรวจก็มา ก็หนีไปบ้าง ไปโรงพยาบาลบ้าง แล้วผู้หญิงคนนี้เหลืออยู่คนเดียว เพื่อนเขาหายหมดเลย บ้านเขาก็ไกล ตอนนั้นเขาอายุ 16-17 ปี เราก็เลยให้เขานอนที่ห้องเรา เพราะห้องมี 2 เตียง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คุยกันเรื่อยๆ จนกลับเมืองไทยและให้เบอร์ติดต่อกันไว้ พอกลับมาแล้วก็ยังคุยทางโทรศัพท์กันอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่มันก็เหมือนเรื่องบังเอิญ จังหวะที่เราต้องหนี คือ ตอนนั้นพี่มีรายการ ต่อยชิงแชมป์โลก ที่จังหวัดตรัง ซึ่งตัวพี่เองไม่ได้อยากต่อย ทีนี้ทางผู้จัดการเซ็นสัญญา นัดวันอะไรเรียบร้อยแล้ว พี่ก็ไม่ต่อยจะหนีก็คิดได้ว่ามีน้องอยู่เยอรมัน เราก็เลยให้ผู้ใหญ่จัดการเรื่องตั๋ว เรื่องวีซ่า เราก็หนีไปอยู่เยอรมัน 4 เดือน ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เลิกกับภรรยานะ คือตอนที่พี่ได้กับคนที่2 พี่ก็บอกกับแม่ของลูกว่าพี่ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศสักพัก เพราะพี่ไม่อยากมีปัญหากับผู้จัดการ เขาก็เข้าใจ พอพี่ไปอยู่เยอรมันพี่ก็ไปอยู่ที่บ้านน้องคนนี้แหละ เขาก็อยู่กับแม่ พี่ชาย พี่สาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนนั้นไปอยู่ในฐานะคนอาศัย แต่เขาก็เริ่มรู้ว่าเราเริ่มจีบลูกสาวเขา ซึ่งครอบครัวเขาก็รู้ว่าเรามีลูก มีเมียแล้ว ตอนเราไปอยู่ที่นู่นก็มีอะไรกัน เขาก็มาบอกว่าเขาท้อง ซึ่งตอนนั้นเขายังเด็ก ยังไม่เต็ม 16 ปีด้วยมั้ง เราก็บอกให้เขาไปเอาออก เขาตอบว่า เขาอยากเอาไว้ แล้วเขาจะไม่รบกวน ไม่อะไรเลย พอเขาท้องได้ประมาณ 3 เดือน พี่ก็กลับเมืองไทย เรื่องนี้ตอนนั้นยังไม่ได้เล่าให้ภรรยาฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ลูกคลอดก็ได้เห็นหน้าลูก เขาส่งมาให้ดู ช่วงลูก 2 ขวบเขาก็พามาหาเรา พี่เจอเขาช่วงเล็กๆ ปรมาณ 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายประมาณ 7-8 ขวบแล้ว ณ ตอนนี้ก็ยังเจอกัน ตอนนี้เขาเรียนอยู่ที่บางแสน รู้สึกจะจบปีนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ได้เจอกันประมาณ 12 ปี ตอนนี้ก็เจอกันเรื่อยๆ ถ้าเขาว่างเขาก็ขับรถมาหาพี่ที่กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีคนคุย ก่อนหน้านี้ก็มี เพิ่งเลิกกันเมื่อ เดือนมกราคม ปี 2560 คนนี้ก็คบกันมา 10 ปี คนล่าสุดเลิกกันเพราะเบื่อทั้งคู่ มีความรัก 3 ครั้งไม่ประสบความสำเร็จ จริงๆเราอยากอยู่แบบนี้อยู่แล้ว อยากอยู่ตัวคนเดียว อยู่กับพวกนักมวย แต่จริงๆตอนนี้มันก็ยังมีคนคุยๆกันอยู่ ยังไม่ได้แต่งงาน ห่างกัน 32 ปี ฝ่ายหญิงอายุ 25 ปี คุณพ่อ คุณแม่เขาก็เด็กกว่าพี่ แต่ก็ยังไม่เคยเจอ เจอแต่แม่เขา ซึ่งพ่อเขาเป็นนักมวยเก่า เป็นนักมวยรุ่นน้องพี่ คบกันประมาณปีกว่า จริงๆ เราเจอเขามาหลายปีแล้วแหละ ประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้าเรียน ปี1 แล้วเราไปคอนเสิร์ตที่สารคาม แล้วเราก็ไปเจอเขา จริงๆเขาเป็นแฟนคลับพี่ พ่อเขาก็ชอบ เป็นแฟนคลับพี่ ตอนเจอกันพี่ก็ขอเบอร์โทรเขาโทรคุยกันเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้เลิกกับคนเก่า ก็คุยกันได้สัก 6-7 เดือน เราก็หายกันไป หายไปจนพี่มาเลิกกับคนนี้ถึงกลับมาเจอใหม่อีก มีแฟนเด็กกว่าตั้ง 32 ปี เขินนะ คนแซวเราก็อายนะ เรื่องแต่งงาน ยังๆ อยู่กันให้ได้ก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลจากรายการ คุยแซ่บShow&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำสาวท้อง, ทำแท้ง, นักมวย, สามารถ พยัคฆ์อรุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190413/image_big_5cb0d8b3da3bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนมวยฮึ่มก่อม็อบ ต้านห้ามต่ำ12ปีชก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เสียใจมวยเด็กชกกันตาย สั่งกระทรวงกีฬาพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ.กีฬามวยเน้นความปลอดภัย ใช้อุปกรณ์ป้องกัน รองโฆษก ตร.เผยต้องรอผลชันสูตรเพื่อพิจารณาว่าจะเอาผิดผู้ใหญ่ประมาทได้หรือไม่ กสม.ชี้มวยเด็กขัดอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ด้านคนในวงการรุมต้านห้ามต่ำกว่า 12 ปีขึ้นชก &amp;quot;สมรักษ์&amp;quot; ประกาศนำม็อบชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 5/2561 ต่อมา พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้แสดงความเสียใจกับ &amp;ldquo;น้องเล็ก&amp;rdquo; หรือ เพชรมงคล ส.วิไลทอง เยาวชนไทยอายุ 13 ปี ที่เสียชีวิตจากการชกมวยไทยการกุศลที่ผ่านมา พร้อมทั้งแสดงความกังวลและให้ความสำคัญร่วมกัน ถึงการพัฒนาการกีฬาทุกประเภทที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักกีฬามากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ได้กำชับให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พิจารณาความเหมาะสม ของ พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เสนอร่างแก้ไข ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยขอให้พิจารณาด้วยความรอบคอบเพื่อการพัฒนากีฬามวย ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของนักกีฬามากขึ้น โดยเฉพาะนักกีฬากลุ่มเด็กและเยาวชน ควรพิจารณาการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมรรถภาพร่างกายในวัยอันควรก่อนการเป็นนักกีฬา ขณะเดียวกัน การแข่งขันในวัยดังกล่าว จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม และมีมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมจากนายสนาม เพื่อมิให้ร่างกายได้รับผลกระทบ จนอาจเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่สามารถชี้ชัดว่า
จะต้องมีผู้ใดรับผิดชอบหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบพบว่า ผู้จัดมีการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง โดยคำขอระบุจัดการแข่งขันมวยเด็กอายุระหว่าง 10-25 ปี หารายได้เพื่อการกุศล แต่เมื่อมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น ตำรวจจำเป็นต้องสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรอผลการชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิต และต้องการทราบข้อเท็จจริงว่ามีการประมาทเกิดขึ้น หรือปล่อยปละละเลยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันหรือไม่ ส่วนประเด็นการนำเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีมาชกมวย เข้าข่ายใช้แรงงานเด็กหรือค้ามนุษย์หรือไม่ ต้องรอผลการสอบสวนให้ชัดเจนก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้ที่สนับสนุนมวยเด็ก นายสามารถ ภพธีรธรรม หรือ&amp;nbsp;&amp;quot;สามารถ พยัคฆ์อรุณ&amp;quot; อดีตนักมวยชื่อดัง กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะเร่งนำ พ.ร.บ.กีฬามวย ฉบับใหม่ พ.ศ.2561 ที่ห้ามนักมวยเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีขึ้นชกมวย และอายุ 15 ปีต้องขออนุญาต ตนเองไม่เห็นด้วย คนจะตายยังไงก็ต้องตาย ตนมองว่าเป็นการถึงฆาตมากกว่า ตัวน้องนักมวยที่เสียชีวิตไปนั้น อาจจะหมดอายุขัย&amp;nbsp;นักฟุตบอลเด็กวิ่งเตะฟุตบอลก็ตายได้ในวัย 12 ปี จึงไม่ควรเอากรณีนี้มาสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีชกมวย แต่ต้องไปดูว่ากรรมการผู้ตัดสิน มีการป้องกันนักมวยดีหรือไม่ พูดตรงๆ เกิดมายังไม่เคยเห็นเด็กชกมวยแล้วตาย เพิ่งเห็นกรณีนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต และที่สำคัญ ถ้ารอให้เด็กอายุ 16-18 ปีแล้วค่อยชกมวยถือว่าช้าไป ไม่ดี ตนเองชกมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เด็กส่วนใหญ่ที่มาชกมวยฐานะทางบ้านยากจน ทุกคนที่เดินเข้าหากีฬามวยก็เพราะหาเงินช่วยพ่อแม่ ทุกวันนี้มวยเด็กไทยก็สู้ต่างชาติไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าออกกฎมาห้ามแบบนี้ เชื่อได้เลยว่าอนาคตนักมวยไทยจะสูญพันธุ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ ขาวผ่อง หรือนายทวี อัมพรมหา อดีตนักชก ที่กล่าวว่า น้องเล็กไม่ได้ถูกต่อยตาย แต่เป็นเพราะหัวฟาดพื้น เนื่องจากกรรมการเข้าไปเซฟไม่ทัน เรื่องนี้โทษใครไม่ได้ มันเป็นอุบัติเหตุ
แนวทางการป้องกัน คนในวงการมวยเองต้องถอยมาตั้งหลักกันก่อน การเอาเปรียบและตัวเองจะได้ผลประโยชน์ต้องตัดออกไปก่อน ต่อไปนี้การขออนุญาตจัดการแข่งขันก็ควรทำตามกฎที่ระบุไว้ สาเหตุที่ตนออกมาค้านก็เพราะ 99% ของนักมวยที่ขึ้นมาโด่งดัง ส่วนใหญ่ชกมวยมาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ ในส่วนของกฎหมายควบคุม ตนอยากเสนอให้ยกร่างใหม่หมด และนำ พ.ร.บ.มวยปี 42 ซึ่งดีอยู่แล้ว มานั่งปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรให้บังคับใช้และควบคุมได้ ปกติเวทีมวยสากลเขาก็ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีขึ้นชกอยู่แล้ว แต่ถ้าเราจะเอาเด็กอายุ 12 ปีขึ้นชกจริง ก็ควรเพิ่มการป้องกัน &amp;nbsp;เช่น เฮดการ์ด หรือนวมขนาดที่ทันสมัย เพื่อลดแรงปะทะ รวมทั้งความถี่ในการขึ้นชก ต้องมีระยะห่าง 21 วัน ก็ควรบังคับใช้ให้ได้จริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญ การที่จะร่างอะไรขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องมวย ก็ควรเชิญคนในวงการมวยเข้าไปร่วมพูดคุยด้วย อย่างที่บอกตอนนี้คนร่างไม่ได้ใช้ ส่วนคนใช้ก็ไม่ได้เป็นคนร่าง แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร มีอะไรที่พูดคุยได้เราควรพูดคุยกัน คุณจะมาตัดทิ้งเลยมันไม่ได้หรอก มันพังแน่นอนแบบนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคนคือ เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง นายกสมาคมมวยไทยนายขนมต้ม กล่าวว่า การห้ามไม่ให้เด็กต่ำกว่า 12 ปีขึ้นชก เป็นเรื่องที่ไม่ดี ทำให้เด็กเสียโอกาส และตนก็จะไม่ยอม ตัวเองที่มีวันนี้ได้เพราะชกมวยมาตั้งแต่เด็ก ไม่เช่นนั้นอาจจะติดยาไปแล้วก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมจิตร จงจอหอ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยเช่นกันหากจะมีการออกกฎหมายห้ามเด็กต่ำกว่า 12 ปีชกมวย เพราะมวยไทยต้องเริ่มฝึกตั้งแต่เด็ก และตนเองก็ชกมวยมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ การเริ่มต้นฝึกชกมวยไทยช้าไม่ใช่เรื่องดี ทุกวันนี้เริ่มสู้ต่างชาติไม่ได้แล้ว และอาจทำให้มวยไทยสูญพันธุ์ ทางแก้คือการจัดหาอุปกรณ์เซฟตี้ให้กับนักมวยเด็กเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเฮดการ์ด สนับตัว หรือสนับแข้ง เหมือนกับมวยสากลสมัครเล่น เพื่อลดอาการบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ร.อ.สมรักษ์ คำสิงห์ รน.อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ กล่าวว่า ตนยังคงคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.กีฬามวยฉบับใหม่ ที่ห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีขึ้นชกมวยไทย เพราะมวยไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ กรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือน้องเล็กอาจจะไม่สบายอยู่หรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้จริง ผมจะเป็นคนนำขบวนเกณฑ์เพื่อนนักมวยอีกหลายร้อยคนตั้งม็อบเดินต่อต้านแน่นอน&amp;quot; ร.อ.สมรักษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านสิทธิผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก การศึกษา และการสาธารณสุข กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นปัญหาของการชกมวยในวัยเด็กที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ซึ่งความเสี่ยงต่อชีวิตและการได้รับบาดเจ็บทางร่างกายที่นักมวยเด็กต้องเผชิญนั้น เป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงกีฬามวยต้องให้ความสำคัญและไม่นิ่งนอนใจ เนื่องจากกีฬามวยเด็กถือว่าขัดต่อหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child - CRC) ที่ระบุว่า เด็กจะต้องได้รับการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานให้มีชีวิตรอด และต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการถูกทำร้าย การล่วงละเมิด และการแสวงหาประโยชน์ในทุกรูปแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การชกมวยเด็กที่เป็นลักษณะมวยอาชีพและได้รับค่าตอบแทน ยังขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (6) ที่ระบุว่า ห้ามจ้าง หรือวานเด็กให้ทำงาน หรือกระทำการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก และห้ามกระทำการบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬา หรือให้กระทำการใด เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เห็นว่าการชกมวยของเด็กควรมีการป้องกันการบาดเจ็บบริเวณศีรษะ โดยเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ฉบับที่ 138 และ 182) ที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันไว้&amp;quot; นางฉัตรสุดาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง มีการรณรงค์ล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์ www.change.org เพื่อเรียกร้องให้การกีฬาแห่งประเทศไทยแก้ไข พ.ร.บ.มวย 2542 &amp;ldquo;เน้นสวยงาม-จำกัดอายุ-แก้กฎกติกา&amp;rdquo; ห้ามเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ชกมวยไทยอาชีพ โดยพบชื่อ รศ.นพ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ปจัดตั้งโครงการ ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงชื่อสนับสนุนจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคมเปญดังกล่าวให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันเมืองไทยมีนักมวยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีมากกว่า 1 แสนคน เดินสายขึ้นชกอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งชกเดิมพัน ชกชิงเงินรางวัลตามเวทีงานวัด งานเทศกาลต่างๆ โดยอายุน้อยสุดที่พบคือ 4 ขวบ นักมวยเด็กเหล่านี้จะได้รับความกระทบกระเทือนจากการโดนชกที่ศีรษะอย่างน้อย 20 หมัดต่อไฟต์ ซึ่งสูงสุดที่เคยนับคือ 40 ครั้งต่อ 1 ยก ซึ่งมวยเด็กชก 3 ยก ยกละประมาณ 2 นาที โดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ยิ่งเริ่มชกอายุน้อยกว่า ชกนานกว่า จำนวนไฟต์การชกมากกว่า ก็ยิ่งมีผลต่อสมองมากขึ้น ซึ่งการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ในการชกซ้ำๆ กันหลายครั้ง ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของสมองในระยะยาวได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21981</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ร.อ.สมรักษ์ คำสิงห์, สมจิตร จงจอหอ, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, สามารถ ภพธีรธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bec265fd90f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
