<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิริโชค&#039;ยิ้มร่าไม่ขาดคุณสมบัติสมัครส.ส.  เปิดเหตุผลทำไมต้องขอโทษ&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62 - นายศิริโชค โสภา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ภายหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาทนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมรตี โดยพิพากษายืนให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท โดยโทษให้รอลงอาญา ว่าเคารพคำพิพากษาของศาล ซึ่งศาลก็ระบุเหตุผลค่อนข้างชัดเจนว่าแนวทางการจัดรายการของเรามีเจตนาดี แต่อาจเกินเลยข้อกฎหมายไป เพราะข้อเท็จจริงเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้ชี้แจงเหตุผลที่เดินทางไปประชุมโรงแรมโฟร์ซีซั่นวันนั้น ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่อย่างไร ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยให้รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุกโดยรอลงอาญา มีผลต่อการลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ไม่มีผล เนื่องจากกรณีที่จะขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น ศาลต้องมีคำพิพากษาจำคุกจริง แต่วันนี้ศาลให้รอลงอาญา จึงไม่มีผล อีกทั้งความผิดคดีหมิ่นประมาทนั้น ในรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ห้ามผู้ที่ถูกรอการลงโทษในความผิดฐานหมิ่นประมาทและความผิดลหุโทษ เป็น ส.ส.หรือเป็นรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุผลที่ได้ออกมาขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น นายศิริโชค กล่าวว่า ก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง เพราะเรามีความรู้สึกอยู่แล้วว่าในบางคำพูดที่เราพูดไป อาจจะทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงใจ เราก็ขอโทษในประเด็นนั้นไป แต่ประเด็นหลักๆ คือการที่เราตรวจสอบการทำงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าทำไมวันนั้นไม่ไปประชุมสภา ทำไมไปโรงแรมโฟร์ซีซั่น ซึ่งศาลก็ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความจำเป็นจะต้องชี้แจงในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ชี้แจง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27418</URL_LINK>
                <HASHTAG>สามเกลอสายล่อฟ้า, หมิ่นประมาทยิ่งลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c496b9c8b4a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯยืนคุกคนละ1ปี&#039;สามเกลอสายล่อฟ้า&#039;หมิ่น&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;ปมโฟร์ซีซั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.630/2557 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, นายเทพไท เสนพงศ์ และนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นฯ, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 10-15 ก.พ. 2555 จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ &amp;quot;สายล่อฟ้า&amp;quot; ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องบลูสกาย ร่วมกันใส่ร้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้เสียหายขณะไปปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นทำนองว่า ประพฤติผิดจริยธรรม ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี จำเลยยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายโจทก์ยื่นฎีกา ขอไม่ให้ศาลรอการลงโทษ ส่วนจำเลยยื่นฎีกา ขอให้ศาลยกฟ้องด้วย อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทั้งฝ่ายโจทก์ และฝ่ายจำเลยต่างไม่ติดใจเอาความ จึงยื่นคำร้องขอถอนฎีกาออกจากการพิจารณาของศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้งสามเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฎว่า วันนี้ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามถอนฎีกา เพราะคดีนี้ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จสิ้นและส่งให้ศาลชั้นต้นพร้อมอ่านแล้ว ศาลฎีกาจึงอ่านคำพิพากษาทันที โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ร่วมซึ่งเป็นแผ่นดีวีดีอัดรายการและคำถอดเทปแล้ว มีคำเช่นว่า &amp;quot;ปูเอาอยู่&amp;quot; โดยจำเลยอ้างว่าเป็นฉายาตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมปี 2554 นั้น แต่เมื่อพิจารณาบริบทซึ่งเป็นคำสนทนาของจำเลยทั้งสามแล้ว เป็นการสื่อความหมายไปในทางชู้สาวว่าวันที่ 8 ก.พ. 2555 โจทก์ร่วมไม่เข้าประชุมสภา แต่ไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ด้วยภารกิจอะไร ซึ่งแม้โจทก์ร่วมจะเป็นบุคคลสาธารณะที่จำเลยทั้งสามที่เป็น ส.ส. จะตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่วิธีการที่จำเลยทั้งสามพูดในเชิงชู้สาวดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมิชอบ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์ร่วมขอให้ไม่รอการลงโทษนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าแม้การกระทำของจำเลยทั้งสามจะเป็นการกระทำที่มิชอบ แต่โจทก์ร่วมก็ไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงการไม่เข้าร่วมประชุมสภาแล้วไปที่โรงแรมให้สาธารณชนรับทราบ โดยชั้นสืบพยาน โจทก์ร่วมก็ระบุเพียงว่าไปพบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อสอบถามแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หากกรณีไม่เป็นความลับก็ไม่น่าทำให้เกิดความระแวงสงสัยเรื่องชู้สาวหรือผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งโจทก์ร่วมก็สามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้ การที่จำเลยเรียกร้องให้โจทก์ร่วมชี้แจงเป็นเจตนาดีเพื่อประโยชน์สาธารณะ พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท โดยโทษให้รอลงอาญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27395</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีว.5โฟร์ซี่ซั่น, ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ศิริโชค โสภา, สามเกลอสายล่อฟ้า, สายล่อฟ้า, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49382deb0f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พท.’ได้ทีขย้ำ แก๊งสายล่อฟ้า พ่าย‘ปูเอาอยู่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สามเกลอสายล่อฟ้าเสียผู้เสียคน คนในระบอบทักษิณดาหน้าถล่มเละ เพราะลบโพสต์ขอโทษหลัง &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ถอนฎีกาคดี &amp;quot;เอาอยู่&amp;quot; ด่ากระแทกประชาธิปัตย์ เพราะคนพูดเท็จและต่ำช้าแบบนี้ทำให้คนเกลียด ปชป.มากขึ้นทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์, นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกจดหมายเปิดผนึกขอโทษต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กรณี ว5 โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยอมถอนฎีกา และปรากฏว่าหลังจากนั้นนายศิริโชคได้ลบโพสต์ขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปจากเฟซบุ๊ก ทำให้นักการเมืองในพรรคเพื่อไทยและคนของระบอบทักษิณดาหน้าออกมาโจมตีว่าไม่มีความจริงใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่นายศิริโชค ได้โพสต์ข้อความเป็นจดหมายเปิดผนึกผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวคำขออภัยต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ใช้คำพูดไม่เป็นความจริงดูหมิ่นในขณะดำรงตำแหน่งผ่านรายการสายล่อฟ้า โดยการโพสต์ข้อความดังกล่าวดูเหมือนเป็นเจตนาแห่งการสำนึกผิดและตั้งใจขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งสังคมไทยพึงปฏิบัติต่อผู้สำนึกผิดเสมอมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ข้อความดังกล่าวกลับถูกลบออกจากเฟซบุ๊กหลังจากโพสต์ได้ไม่นาน ทำให้สังคมต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ว่าการกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยทั้ง 3 คน ว่ามิได้ตั้งใจและสำนึกผิดกับการกระทำของตน แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาว่ามีความผิดแล้วก็ตาม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การลบข้อความคำสำนึกผิดดังกล่าวยังทำให้หลายฝ่ายมองว่า จำเลยโพสต์ข้อความแบบเสียไม่ได้ เพียงเพื่อต้องการให้อดีตนายกรัฐมนตรีถอนคำร้องฎีกาเท่านั้น ซึ่งผมมองว่าแสดงถึงความไม่จริงใจของจำเลยทั้ง 3 คน&amp;quot; นายวิมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ดำเนินรายการข่างทางวอยซ์ทีวี และน้องชายนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Sirote Klampaiboon ระบุว่า &amp;quot;คุณศิริโชค, คุณเทพไท และคุณชวนนท์ ควรกราบขออภัยอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ที่ถอนฟ้องฎีกาเรื่อง &amp;quot;เอาอยู่&amp;quot; มากกว่าโพสต์ขอโทษในเฟซบุ๊กที่แทบไม่มีคนดู และประชาธิปัตย์ควรต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่าทำลอยนวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณยิ่งลักษณ์เป็นอดีตนายกฯ ที่เผชิญการโจมตีซึ่งหลายครั้งเป็นข้อกล่าวหาที่ต่ำช้า, เหยียดเพศ และใช้ข้อมูลเท็จมากที่สุดเท่าที่ผู้นำประเทศนี้เคยเจอ และหนึ่งในคนกลุ่มที่มีส่วนสร้างวาทกรรมแบบนี้คือคนจากพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มต่อสู้ทางการเมืองด้วยฝีปาก, คำโกหก, การใส่ความ และการดูหมิ่นเหยียดหยามฝ่ายตรงข้ามทุกคน
เอาอยู่เยอะมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เพจ @Leky Sopha ของคุณศิริโชค โพสต์ข้อความขออภัยคุณยิ่งลักษณ์ที่เคยใช้รายการ &amp;quot;สายล่อฟ้า&amp;quot; โจมตีประเด็น &amp;quot;เอาอยู่&amp;quot; ผู้จัดรายการร่วมกับคุณศิริโชคคือคุณชวนนท์ ซึ่งเคยเป็นโฆษกประชาธิปัตย์ อีกท่านคือคุณเทพไท ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดหัวหน้าพรรค ส่วน &amp;quot;สายล่อฟ้า&amp;quot; ก็ออกอากาศทางช่องซึ่งเกี่ยวข้องกับพรรค หากยอมรับกันตรงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้อดีตนายกฯ ฟ้องประชาธิปัตย์สามคนนี้ข้อหาหมิ่นประมาทครับ คดีหมายเลขดำที่ อ.630/2557 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.2708/2558 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าสามคนผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทนางสาวยิ่งลักษณ์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 19 ตุลาคม คดีนี้จะขึ้นสู่การพิพากษาของศาลฎีกา แต่ด้วยความเมตตาของอดีตนายกฯ คุณยิ่งลักษณ์ได้ให้อภัยประชาธิปัตย์สามคนนั้น และได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ทำให้คุณศิริโชค, คุณชวนนท์ และคุณเทพไทหลุดพ้นจากคดีทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจำความหยาบช้าของเรื่องที่เป็นคดีได้ คงจำได้ว่าตอนนั้นประชาธิปัตย์สามคนโจมตีคุณยิ่งลักษณ์ขณะปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมแห่งหนึ่ง คำพูดที่ประชาธิปัตย์สามคนนี้ใช้คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ห้องนี้เอากันอยู่หรือแขกก็เอากันอยู่ อ๊ะๆๆๆๆ และปูโฟร์ซีซั่นส์ ปูว.5 ปูเอาอยู่ เยอะมากๆ นะฮะ คำกล่าวขานท่านนายกฯ เนี่ย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อให้คุณศิริโชคและคณะจะขอโทษคุณยิ่งลักษณ์จนได้รับความเมตตาโดยคุณยิ่งลักษณ์กรุณาถอนคดี ความเสียหายจากความจาบจ้วงในวันนั้นไม่ได้หายไป คนที่เชื่อคำโกหกของสามประชาธิปัตย์ยังคงจดจำแบบนี้ต่อ และการชุมนุมเพื่อสนับสนุนรัฐประหารปี 2557 ก็ใช้ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในเรื่องโกหกเพื่อสร้างความเกลียดชัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณศิริโชคโชคดีที่พูดแบบนี้กับอดีตนายกฯ ที่ให้อภัย ผมมั่นใจว่าตลอดสี่ปีที่ผ่านมานี้ คุณศิริโชคและคณะไม่เคยวิจารณ์รัฐบาลอื่นด้วยข้อความต่ำช้าแบบนี้แน่ๆ ไม่มีแม้แต่การวิจารณ์นโยบายหรือผลงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกฯ น่าชื่นชมที่เป็นผู้หญิง แต่ให้อภัยผู้ชายสามคนที่ใส่ความเท็จด้วยเรื่องสกปรก แต่สามคนนี้น่ารังเกียจที่พูดเท็จสื่อทีวี ถูกขยายผลผ่านเวทีปราศรัยต่างๆ แต่เวลาขอโทษกลับทำแบบเงียบๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโพสต์คำขอโทษในเพจซึ่งมีคนอ่านไม่กี่สิบคน
ตีกระทบประชาธิปัตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งทางการเมืองไทยรุนแรงเพราะนักการเมืองที่มีพฤติกรรมแบบประชาธิปัตย์สามคนนี้ การโจมตีด้วยเรื่องเท็จน่าขยะแขยง การเอาเรื่องเพศสาดโคลนผู้หญิงเป็นเรื่องสกปรก แต่ที่อัปยศจนน่าละอายคือ การพูดเท็จในที่แจ้ง, ขอโทษลับหลัง และโพสต์ขออภัยแบบคนขี้ขลาด เมื่อเทียบกับตอนโกหกปาวๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณศิริโชค, คุณชวนนท์, คุณเทพไท ควรกล้าหาญพอจะแถลงข่าวขออภัยอดีตนายกฯ ในที่สาธารณะ รวมทั้งประกาศกับประชาชนว่าตัวเองพูดเท็จเรื่องนี้เป็นเวลาหลายปี จะแถลงที่หน้าโฟร์ซีซั่นส์ก็ได้ จะแถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ยิ่งดี แต่ไม่ควรทำแค่โพสต์เฟซฯ ลับหลังผู้คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างต่ำที่สุดที่สามคนนี้ต้องทำคือ จัดรายการ &amp;quot;สายล่อฟ้า&amp;quot; หนึ่งเทป ขอโทษคุณยิ่งลักษณ์ออกทีวีทันที เพราะคุณโกหกและให้ข้อมูลต่ำช้าผ่านสื่อไหน คุณก็ต้องยอมรับผิดผ่านสื่อนั้นเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ควรมีมาตรการลงโทษกับคนของพรรคที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะคนแบบนี้ทำให้สังคมเกลียดประชาธิปัตย์แบบที่เป็นอยู่มากขึ้นทุกวัน เว้นเสียแต่ว่าพรรคคิดว่าการเมืองแบบพูดเท็จและต่ำช้าอย่างสามคนนี้ทำนั้นถูกต้อง ซึ่งนั่นเท่ากับพฤติกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องคุณศิริโชคและคณะ แต่เป็นวิธีคิดของคนในพรรคเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา การต่อสู้ทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่ความต่ำช้าและความเท็จคือพฤติกรรมของคนสกปรกที่อาศัยการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือเข้าสู่อำนาจการเมืองที่น่าละอาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า เมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวว่าผิดแล้วขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงให้อภัย ที่แล้วมามีหลายกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยดำเนินคดีหมิ่นประมาท เพราะถือว่าทุกคนสามารถวิจารณ์การทำงานของผู้นำประเทศได้ แม้บางครั้งจะเป็นการวิจารณ์ให้เกิดความเสียหาย ไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่การงานก็ตาม ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ดำเนินคดีหมิ่นประมาทโฟร์ซีซั่นส์ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการงาน ซ้ำยังก่อให้เกิดความเสื่อมเสียทั้งในฐานะภริยาและแม่ของลูก จึงได้ใช้สิทธิ์ทางศาลปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นว่าไม่ถูกต้องที่ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกโดยรอลงอาญา เมื่อเทียบเคียงกับคดีอื่นๆ เช่น การหมิ่นประมาทศาล หรือที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. หมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ แต่เมื่อทั้ง 3 คนรู้ตัวว่าผิดแล้วขออภัย จึงได้ให้อภัย เพราะไม่มีความแค้นเป็นการส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ของนักการเมือง ว่าในอนาคตควรต่อสู้กันอย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรสาดโคลน เอาเรื่องสกปรกมากล่าวหากัน เพื่อที่จะได้นำสมองและพลังงานไปคิดอย่างสร้างสรรค์ ดังจะเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยตอบโต้ทางการเมืองตลอดเวลาการเป็นนายกฯ และการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้อภัยทั้ง 3 คน ไม่เกี่ยวกับการส่งสัญญาณทางการเมือง ไม่ได้หมายความว่าพรรคเพื่อไทยจะเกี๊ยะเซียะกับพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต เพราะการให้อภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการบริการงานของรัฐบาลในอดีต
ยิ่งลักษณ์ได้ทำบุญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนาบอกว่า ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะออกมาขอโทษ หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะให้อภัย จะต้องมีการพูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่ายก่อน เป็นไปไม่ได้ที่อยู่ดีๆ จะออกมาขอโทษ โดยต้องมีการประสานงานกันอยู่แล้ว และทาบทามว่าจะให้อภัยไหม จนเมื่อทราบว่าถ้าขอโทษแล้วจะให้อภัย จึงมีการขอโทษกันออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การให้อภัยคือธรรมะอย่างหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงความมีเมตตา เขาทุกข์ รู้ตัวแล้ว จึงมาขอความเมตตา น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงให้อภัย เป็นธรรมะขั้นสูง เป็นหนึ่งในพรหมวิหาร 4 แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจนักกีฬาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวว่าแพ้แล้วมาขอโทษ ก็ไม่จำเป็นต้องเอาเป็นเอาตาย&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการลบโพสต์ขอโทษออกในเวลาไม่นานนั้น ถือว่าไม่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเหมือนกับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทำบุญ ซึ่งผลจากบุญจะทำให้จิตใจอิ่มเอิบ โดยไม่จำเป็นต้องไปสนใจว่าหลังจากทำบุญเช่นการใส่บาตรแล้วพระสงฆ์จะนำข้าวไปฉันเองหรือให้ลูกศิษย์วัดกิน ดังนั้นเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์รับรู้การขอโทษและให้อภัยแล้ว ทุกอย่างก็จบ เพราะการขอโทษ ไม่จำเป็นต้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำคำกล่าวของ &amp;quot;พุทธทาสภิกขุ&amp;quot; มาโพสต์ประกอบว่า เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูงมีดีที่แววขน &amp;nbsp;ถ้าใจต่ำเป็นได้แค่เพียง &amp;quot;คน&amp;quot; ย่อมเสียทีที่ตนได้เกิดมา&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีต ถ้าทุกคนยังยึดติดอยู่แต่กับเรื่องเดิมๆ ความปรองดองในประเทศก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง ตอนที่ตนเห็นนายศิริโชคโพสต์ข้อความขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็รู้สึกชื่นชมสปิริตที่กล้าขอโทษออกมา แต่เพียงไม่นานนายศิริโชคก็ลบข้อความดังกล่าวไป ทำให้รู้สึกผิดหวัง เพราะการกระทำเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจว่าสำนึกผิดในการกระทำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แบบนี้ความขัดแย้งจะหมดไปได้อย่างไร ดังนั้นหากอยากให้ประเทศเกิดความปรองดองอย่างแท้จริง ทุกภาคส่วนควรแสดงความจริงใจต่อการก้าวข้ามเรื่องเดิมๆ มองไปถึงอนาคตของประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ทำแบบนายศิริโชค&amp;quot; นายพลภูมิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวนักกฎหมายให้ความเห็นว่า คดีนี้อัยการเป็นผู้ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ร้องทุกข์นั้น การถอนร้องทุกข์สามารถถอนได้เสมอ โดยการพูดว่าจะถอน แต่ยังไม่ได้มีการยื่นต่อศาล ก็ถือว่ายังไม่ถอน เจ้าตัวสามารถเปลี่ยนใจได้ก่อนที่จะยื่นส่งคำร้องขอถอน แม้ว่าฝ่ายจำเลยจะได้ทำหนังสือขอโทษถึงตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้วก็ตาม ก็อยู่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะให้ถอนหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตนมองว่าความจริงใจของฝ่ายจำเลยเป็นเรื่องสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายศิริโชคนำจดหมายขอโทษกลับมาโพสต์อีกครั้ง พร้อมให้เหตุผลว่า เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ผมขึ้นโพสต์ให้อีกครั้ง เหตุผลที่ลบออก เพราะเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ดูข่าว ติดต่อเพื่อน ไม่ได้ใช้เป็นพื้นที่ในการโพสต์ประเด็นการเมืองหรืออื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ก็ยังเป็นข้อตกลงกับตัวแทนโจทก์ว่าหลังจากโพสต์และเป็นที่รับรู้ของสาธารณะแล้ว ก็สามารถเอาลงได้คล้ายๆ กับการแถลงข่าว และก่อนที่จะลบโพสต์ออก ก็ได้ปรึกษากับตัวแทนโจทก์แล้ว
แต่เมื่อหลายๆ ฝ่ายไม่สบายใจ มีการเอาเรื่องลบโพสต์ไปเล่นเป็นประเด็นการเมือง ผมก็เลยนำเอาโพสต์นี้ขึ้นมาโพสต์ใหม่ โดยจะทิ้งไว้ 7 วัน แล้วจะขออนุญาตลบนะครับ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่ากระแทกประชาธิปัตย์, ถอนฎีกา, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ลบโพสต์ขอโทษ, ว.5 โฟร์ซีซั่นส์, สามเกลอสายล่อฟ้า, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181006/image_big_5bb8a0170fe93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
