<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีโอไอหนุนเอกชนลงทุน 3 จังหวัดภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีโอไอหนุนเอกชนลงทุน 3 จังหวัดภาคใต้รับโครงการเมืองต้นแบบ &amp;ldquo;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;rdquo; ย้ำจุดยืนดึงการลงทุนของภาคเอกชน สร้างรายได้ เผยไฟเขียวโรงแรม หนุนการท่องเที่ยว ขณะที่บริษัทหนองจิกพัฒนา ลงทุนผลิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว คาดดันยอดใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรในพื้นที่ กว่า 500 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเศกสรรค์ เรืองโวหาร ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการโรงแรม และกิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว โดยทั้ง 2 กิจการตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนภายใต้โครงการเมืองต้นแบบ &amp;ldquo;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;rdquo; ของรัฐบาลที่มุ่งสร้างงานสร้างรายได้ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลมีนโยบายโครงการเมืองต้นแบบในพื้นที่ 3 อำเภอ ใน 3 จังหวัด คือ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส บีโอไอจีงให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษมากกว่าการลงทุนชายแดนใต้ปกติ การลงทุนของทั้ง 2 กิจการครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ ช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนรายอื่นให้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนต่อไป&amp;rdquo; นายเศกสรรค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กิจการโรงแรมเป็นของกลุ่มนักลงทุนจากมาเลเซีย เงินลงทุน 120 ล้านบาท เป็นโรงแรมแบบทันสมัยสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัว หรือกลุ่มที่เข้าพักเพื่อประชุม สัมมนา ซึ่งนอกจากจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่แล้ว ยังก่อให้เกิดรายได้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจร้านอาหาร ของที่ระลึก ขนส่ง รวมถึงก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เป็นโครงการลงทุนของบริษัท หนองจิกพัฒนา จำกัด โดยจะผลิตน้ำกะทิ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว รวมถึงใช้ประโยชน์จากกะลามะพร้าว ผิวมะพร้าว กากมะพร้าว และใยมะพร้าว เป็นต้น เงินลงทุนรวม 500 ล้านบาท โครงการนี้จะผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศ เช่น จีน อเมริกา และยุโรป ซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มผู้แพ้นมวัว หรือกลุ่มผู้บริโภคนมจากพืชที่เป็นออร์แกนิค หันมาให้ความสนใจบริโภคน้ำกะทิกันมากขึ้น โดยวัตถุดิบที่ เป็นมะพร้าวผล และเนื้อมะพร้าว โครงการจะรับซื้อจากชุมชนในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง คาดว่าจะช่วยให้เกิดการกระจายรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวได้ไม่น้อยกว่าปีละ 500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเศกสรรค์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายใต้นโยบายของบีโอไอ ประกอบด้วย 2 มาตรการ คือ1.มาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ คลอบคลุม 4 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอใน จ.สงขลา และ 2.มาตรการเมืองต้นแบบ &amp;ldquo;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;rdquo; คลอบคลุมพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 2 มาตรการจะได้รับสิทธิและประโยชน์ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี ไม่จำกัดวงเงิน และลดหย่อน 50% เพิ่มเติมอีก 5 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร เป็นต้น แต่หากลงทุนในพื้นที่เมืองต้นแบบจะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าการลงทุนตามมาตรการชายแดนใต้ เช่น ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบที่ผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 10 ปี จากปกติ 5 ปี เป็นต้น ทั้งนี้นักลงทุนสามารถยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้ง 2 มาตรการได้ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ชายแดนใต้ ยังมีความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ทั้งระบบ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ซึ่งล่าสุดได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิต และพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครอบคลุมทั้ง 3 พื้นที่โครงการเมืองต้นแบบ เพื่อทำหน้าที่ให้บริการเบ็ดเสร็จด้านกำลังคนโดยมี 2 กลุ่ม เป้าหมาย คือ กลุ่มนักลงทุนที่ต้องการแรงงานในพื้นที่ และกลุ่มแรงงานที่ต้องการฝึกอบรม ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22773</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดภาคใต้, บีโอไอ, สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน, ส่งเสริมการลงทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfb6e09461be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดแผนเบตง 61 หนุนเศรษฐกิจดับไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;บิ๊กป้อม&amp;#39;&amp;nbsp;อนุมัติแผนเบตง 61 และระเบียบคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ชูยะลาโมเดลเมืองต้นแบบ &amp;ldquo;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;rdquo; ส่งเสริมสันติสุขใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ก.ค.61-พลตรี พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 1/61 ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม./รมว.กห./ประธานคณะกรรมการอำนวยการฯ เป็นประธานการประชุม &amp;nbsp;สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ .ด้วย อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้ถูกยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา และต่อมาเมื่อวันที่ 28 พ.ค.61 ครม.ได้มีมติอนุมัติให้เขตพื้นที่อําเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และให้ กอ.รมน. หรือหน่วยงานภายในที่ กอ.รมน. มอบหมายให้เป็นศูนย์อํานวยการ เป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทําแผนการดําเนินการในการบูรณาการ การกํากับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดําเนินการเป็นไปตามแผนที่กําหนด โดยให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. 61 ถึงวันที่ 30 พ.ค. 61 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรี พีรวัชฌ์ &amp;nbsp;ระบุว่า คณะกรรมการอำนวยการฯ จึงได้พิจารณาอนุมัติแผนปฏิบัติการเบตง 61 เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่เป็นไปตามนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความปลอดภัย เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน ประชาชนมีความเชื่อมั่นและมีส่วนร่วมเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;ให้แผนการปฏิบัติยึดโยง และสอดคล้องกับโครงการเมืองต้นแบบ &amp;ldquo;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กำหนดให้อำเภอเบตง เป็นเมืองต้นแบบ &amp;quot;การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน&amp;quot; (Sustainable Development City) ซึ่งจะมีการพัฒนาให้เป็นต้นแบบของเมืองท่องเที่ยวครบวงจรและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพระบบโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ &amp;nbsp;จากคำสั่ง คสช. ที่ 51/2560 ได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งได้กำหนดให้มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค และจังหวัด นั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., การพูดคุยสันติสุข, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร, ยะลา, สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน, เบตง, แก้ปัญหาชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf03abb39b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
