<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ 6สายการบินให้ความร่วมมือเปลี่ยนตั๋ว-เลื่อนบินเลี่ยงโควิด-19โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือศบค.จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศที่เปลี่ยนแปลงการเดินทาง โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้หารือกับ 6 สายการบินในประเทศได้แก่ สายการบินนกแอร์ ,สายการบินไทยสมายล์ ,สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ,สายการบินไทยแอร์เอเชีย ,สายการบินบางกอกแอร์เวย์ และสายการบินเวียดเจ็ทแอร์

ซึ่ง 6 สายการบินได้ให้ความร่วมมือ ดังนี้1.เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม2.เปลี่ยนแปลงเส้นทางบินได้ไปเป็นช่วงเวลาอื่นและ3.เก็บวงเงินยอดเงินค่าบัตรโดยสารในรูปแบบของเครดิตไว้ซื้อบัตรโดยสารในครั้งถัดหน้า

รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยประกาศ(กพท.)ได้ออกประกาศ แนวปฏิบัติในการให้บริการผู้โดยสารสำหรับเส้นทางการบินภายในประเทศในระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ฉบับที่ 4) ว่า ตามที่ปัจจุบันปรากฏการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ และรัฐบาลได้มีการกำหนดมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อยกระดับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์ข้างต้นให้ยุติลงโดยเร็ว

อย่างไรก็ตามดังนั้นเพื่อให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศมีแนวทางสำหรับการให้บริการแก่ผู้โดยสารในเส้นทางการบินภายในประเทศที่สอดคล้องกับมาตรการทางสาธารณสุข สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจึงออกประกาศกำหนดแนวปฏิบัติในการให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางการบินภายในประเทศเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

1ให้ยกเลิกประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง แนวปฏิบัติในการให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางการบินภายในประเทศในระหว่างสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ฉบับที่ 3) ประกาศ ณ วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2563

2.ห้ามไม่ให้รับประทานอาหารและเครื่องดื่มในระหว่างการปฏิบัติการบิน ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็น ลูกเรืออาจพิจารณาจัดน้ำดื่มให้บริการแก่ผู้โดยสารได้ ทั้งนี้ ให้กระทำในพื้นที่ที่ห่างจากผู้โดยสารคนอื่นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

3.งดการให้บริการหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแผ่บพับโฆษณาต่าง ๆ สำหรับผู้โดยสาร ยกเว้น เอกสารที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเท่านั้น

4.ในกรณีที่มีการออกระเบียบ หลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ หรือมาตรการซึ่งหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบได้กำหนดขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดไป หรือมีประกาศอื่นใดเพิ่มเติม .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88385</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, สายการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec1d475360c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แจ้งผู้เดินทาง4เที่ยวบินสังเกตอาการ14วันหากผิดปกติรีบพบแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.63-เพจกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ภาพผังที่นั่งเที่ยวบิน DD8717 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 พร้อมประกาศแจ้งประชาชนที่เป็นผู้โดยสาร ระบุว่า ผู้ที่เดินทางตามสายการบินดังกล่าว ให้สังเกตตัวเองเป็นเวลา 14 วัน หากพบอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์หรือโทรแจ้ง 1422&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประกาศแจ้งประชาชนที่เป็นผู้โดยสาร เที่ยวบิน DD8717(สายการบินนกแอร์)วันที่ 28 พ.ย.63 เวลา 13.40 น. ,เที่ยวบิน SL533 (สายการบิน Thai Lion Air) วันที่ 29 พ.ย.63 เวลา 10.40 น.,เที่ยวบิน WE137 (สายการบิน Thai Smile) วันที่ 29 พ.ย.63 เวลา 20.30 น.,เที่ยวบิน SL545 (สายการบิน Thai Lion Air) วันที่ 30 พ.ย.63 เวลา 19.15 น. ให้สังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน นับจากวันเดินทาง หากมีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้โทรแจ้ง 1422 หรือหน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้าน และไปรับการตรวจที่ รพ.ใกล้บ้าน โยสาวหน้ากาก เว้นระยะห่างจากผู้อื่น ใช้รถส่วนตัว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86099</URL_LINK>
                <HASHTAG>สธ., สายการบิน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fcc8aa1548d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลสอบเจ้าจำปีเจ๊ง ซื้อเครื่องบิน-สินบนอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ถาวร&amp;rdquo; เปิดผลสอบบินไทยเจ๊ง บริหารผิดพลาด-โกงสารพัด! เหตุซื้อเครื่องบิน 10 ลำปี 46-47 เจอสินบนเอื้อประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง โยงถึงผู้บริหารระดับสูงหลายสิบคน อึ้งตั้งกองทุนเถื่อนงาบค่าตั๋ว ทุจริตค่าโอที จ่อร้อง ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-นายกฯ-คลังฟันแพ่งและอาญา &amp;quot;7 สายการบิน&amp;quot; ยิ้มออก &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; รับข้อเสนอเยียวยาโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในการบริหารกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แถลงสรุปผลการตรวจสอบการขาดทุนของการบินไทย โดยพบว่า การบินไทยประสบปัญหาขาดทุนเรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2551 จากการจัดซื้อเครื่องบิน A340-500 และ A340-600 จำนวน 10 ลำ ภายใต้แผนรัฐวิสาหกิจและโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจ ช่วงปี 46-47 ไม่ต่ำกว่า 62,803 ล้านบาท&amp;nbsp; จากการขาดทุนในทุกเส้นทางบิน ตั้งแต่เที่ยวบินปฐมฤกษ์ กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก ในเดือน ก.ค.2548 จนปลดระวางลำสุดท้ายในปี 2556&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเป็นผลมาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ คือ 1.การบินไทยไม่ให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2.ปัญหาการจ่ายสินบนของบริษัทโรลส์-รอยซ์ ผ่านนายหน้าคนกลางให้เจ้าหน้าที่รัฐ และพนักงานการบินไทย วงเงินกว่า 245 ล้านบาท เพื่อเอื้อประโยชน์ในการจัดซื้ออะไหล่ 7 เครื่องยนต์และการซ่อมบำรุงแบบเหมาจ่าย และ 3.มีข้อมูลการจ่ายเงินสินบนไม่ต่ำกว่า 5% หรือประมาณ 2,652 ล้านบาท ผ่านนายหน้าคนกลาง ให้กับนักการเมือง เจ้าหน้าที่และพนักงานการบินไทย แลกกับการจัดซื้อเครื่องบิน 10 ลำดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถาวรกล่าวว่า พบการบริหารงานมีการเอื้อประโยชน์แก่ตัวเองและพวกพ้อง โดยระหว่างปี 2560-2562 การบินไทยขาดทุนรวม 25,659 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงมาก เช่น ค่าโอที ที่มีการเบิกเกินความเป็นจริง, การบริหารงานผิดพลาด เช่น การเช่าเครื่องบิน B787-800 จำนวน 6 ลำ มีส่วนต่างถึง 589 ล้านบาท, มีการจ่ายค่าชดเชยคืนสภาพเครื่องบินแบบเช่าดำเนินงาน รุ่น A330-300 จำนวน 2 ลำ สูงถึง 1,458 ล้านบาท, รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ได้รับเงินค่าตอบแทนเพิ่มพิเศษ เดือนละ 200,000 บาท ผ่านไป 9 เดือน เพิ่มเป็น 600,000 ทั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงของการบินไทยหลายสิบคนมีส่วนเกี่ยวข้อง ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกด้าน ทั้งที่พนักงานลดลง อาทิ หนี้หุ้นกู้เพิ่มขึ้น 13,173 ล้านบาท, ค่าล่วงเวลา (โอที) นักบิน และลูกเรือเพิ่มขึ้น 638 ล้านบาท ค่าโอทีฝ่ายช่างเพิ่มขึ้น 530 ล้านบาท ค่าตอบแทนเฉลี่ยพนักงานที่เป็นตัวเงินต่อคนต่อเดือนอยู่ที่ 129,134 บาท โดยปี 62 ขาดทุนมากที่สุดถึง 12,017 ล้านบาท มีค่าโอทีฝ่ายช่างสูงถึง 2,022 ล้านบาท ทุจริตทำโอทีเกินกว่าวันที่มีอยู่จริง โดยมีผู้ทำโอทีสูงสุดถึง 3,354 ชั่วโมง เป็นเงินปีละ 2.95 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังพบว่าในปี 60-62 สายการพาณิชย์ไม่มีการจัดทำงบประมาณ แต่ใช้วิธีการกำหนดเปลี่ยนแปลงงบประมาณเองโดยผ่านบอร์ดบริษัทเท่านั้น และมีการขายตั๋วโดยสารในราคาต่ำมาก เฉลี่ยใบละ&amp;nbsp; 6,081 บาท แต่มีจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวบินเกือบ 80% และมีผู้โดยสารถึง 24.51 ล้านคน แต่กลับมีรายได้จากการขายตั๋วโดยสาร 149,000 ล้านบาท สาเหตุจากการเอื้อประโยชน์ใหักับตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสาร และผู้บริหารสายการพาณิชย์ได้แต่ตั้งบุคคลใกล้ชิดให้ไปดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายทั่วไปในต่างประเทศ (AA) และกำหนดเป้าหมายรายได้จากการขายเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนพิเศษตามที่ต้องการ เพื่อให้ AA ส่งรายได้จำนวน 10% ของค่าอินเซนทีฟ เข้าบัญชีกองทุนของผู้บริหารสายงานพาณิชย์ และนำเงินในกองทุนดังกล่าวไปจัดสรรและแบ่งปันกันเอง ซึ่งกองทุนดังกล่าวไม่มีระเบียบ ประกาศ หรือกฎหมายของบริษัทรองรับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจสอบครั้งนี้ใช้เวลา 43 วัน จะเป็นเครื่องมือในการแก้ไข ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร โดยในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ผมพร้อมคณะทำงานจะนำเอกสารรายงานการตรวจสอบและข้อมูลต่างๆ ที่ตรวจพบรวมกว่า 10 ลัง พร้อมทั้งรายชื่อผู้บริหารทั้งที่เป็นอดีต และที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน ที่มีส่วนทำให้บริษัทขาดทุน เสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กระทรวงการคลัง และนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป ซึ่งความผิดมีทั้งทางแพ่งและทางอาญา&amp;rdquo; นายถาวรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล คณะผู้บริหารสายการบินในประเทศไทย 7 สายการบิน ประกอบด้วย สายการบินไทยแอร์เอเชีย, สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์, สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์, สายการบินไทยเวียตเจ็ท, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และสายการบินนกแอร์ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อยื่นหนังสือขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจการบินของประเทศไทย อันเนื่องมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการหารือ นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า นายกฯ รับข้อเสนอของ 7 ผู้ประกอบการสายการบิน ซึ่งได้ยื่น 3 ข้อเสนอ คือ 1.ขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงินรวม 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งนายกฯ รับปากและมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังไปประสานกับสถาบันการเงินของรัฐในการหาแหล่งเงินกู้ โดยได้หารือกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยไว้เบื้องต้นแล้ว คาดว่าจะได้เงินกู้ในเดือน ต.ค.นี้ 2.การต่ออายุการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้่อเพลิงเครื่องบิน ซึ่งกระทรวงการคลังขอกลับไปพิจารณาก่อน และ 3.ขอให้ขยายเวลาการลดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของสายการบินในประเทศ จนถึงเดือน ธ.ค.2564 แต่นายกฯ รับปากว่าจะขยายให้จนถึงเดือน มี.ค.2565 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้เป็นวันที่ยิ้มได้ เพราะนายกฯ รับข้อเสนอที่จะช่วยพวกเราให้มีสภาพคล่องดำเนินธุรกิจจนถึงปีหน้าที่ธุรกิจฟื้นตัว ทำให้สามารถคงการจ้างงานพนักงานไว้ได้กว่า 2 หมื่นคนโดยไม่ต้องปลดออก&amp;rdquo; นายธรรศพลฐ์ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75847</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 สายการบิน, การบินไทย, ผลสอบการบินไทย, สายการบิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f490e1060f32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7สายการบินแห่ทวงสัญญาเยียวยาโควิดจากภาครัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ตัวแทน 7 สายการบินสัญชาติไทย ประกอบด้วย สายการบินไทยสมายล์, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์, นกแอร์, บางกอกแอร์เวย์ส, ไทยเวียตเจ็ท, และไทยไลอ้อนแอร์ ได้เข้าพบ เพื่อขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยติดตามความคืบหน้าการขอให้รัฐบาลช่วยเยียวยาผู้ประกอบการสายการบิน หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ การขอกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ากระทรวงการคลัง ได้มอบให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ดำเนินการแล้ว แต่ติดปัญหาการประเมินเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่าจะนำเรื่องการขอกู้สินเชื่อฯ หารือกับนายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลังอีกครั้ง ว่าจะสามารถใช้วิธีเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นทุน ด้วยการนำใบอนุญาตประกอบการกิจการค้าขายในการเดินอากาศใหม่(AOL) ซึ่งเป็นใบอนุญาตฯ ที่ได้รับจาก กพท. แปลงเป็นทุนได้หรือไม่ เพราะถือเป็นใบสำคัญที่สามารถนำมาหารายได้ และนำไปเช่าซื้อเครื่องบินได้ ทั้งนี้อยากให้ทุกฝ่ายเดินไปได้ด้วยกัน ไม่อยากให้ผู้ประกอบการประสบกับสภาวะที่ไปไม่รอด เพราะจากการพิจารณาเบื้องต้นโครงสร้างของแต่ละสายการบินยังแข็งแรงอยู่ และขณะนี้เริ่มกลับมาทำการบินเส้นทางภายในประเทศ และมีผู้โดยสารมาใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บางสายการบินมีผู้โดยสารภายในประเทศกลับมาแล้วประมาณ 80%

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังขอขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน จาก 4.726 บาท/ลิตร เหลือ 0.20 บาท/ลิตร ซึ่งจะสิ้นสุดสิ้นเดือน ก.ย.นี้ และขยายเวลาการลดค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยาน(Landing) และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking) ในอัตรา 50% ซึ่งจะสิ้นสุดเดือน ธ.ค.นี้ออกไปอีก ขณะเดียวกันขอให้ปลดล็อกให้ผู้ประกอบการสายการบินสามารถจำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่มบนเครื่องบินได้ตามปกติ โดยมอบให้ผู้ประกอบการไปจัดทำรายละเอียดมาว่า จะมีวิธีการจำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่มบนเครื่องบินอย่างไร รวมถึงจะมีอะไรเป็นหลักประกันว่าเมื่อเปิดให้จำหน่ายอาหารฯ แล้วจะไม่มีปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะเวลานี้เกือบครบ 100 วันแล้วที่ไม่มีการแพร่ระบาดภายในประเทศไทย ดังนั้นจึงไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้น และต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามวันที่ 19 ส.ค.นี้ จะนำข้อเสนอต่างๆ ของผู้ประกอบการสายการบินเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณา รวมทั้งจะนำข้อเสนอที่ผู้ประกอบการสายการบินเสนอให้นำ PCR TEST ซึ่งเป็นระบบตรวจหาโควิด-19 ที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขหลายประเทศให้การยอมรับ และมีความแม่นยำสูง มาใช้ที่สนามบินในประเทศไทยด้วย โดยหากนายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เห็นว่าเป็นประโยชน์จริง อาจนำมาทดสอบต่อไป

ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท. กล่าวว่า การห้ามจำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่มบนเครื่องบินที่ทำการบินต่ำกว่า 4 ชั่วโมงเป็นไปตามระเบียบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่ง กพท. ออกประกาศบังคับสายการบินไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่เวลานี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มดีขึ้น และมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ มากขึ้น ร้านอาหารก็ขายอาหารตามปกติ ทางสายการบินจึงขอให้ปลดล็อคเรื่องการห้ามขายอาหารฯ บนเครื่องบิน เพราะการขายอาหารฯ บนเครื่องบิน นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับสายการบินแล้ว ยังกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมให้กับประเทศด้วย

นายจุฬา กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะนำเรื่องการเปิดให้สายการบินสามารถขายอาหาร และเครื่องดื่มบนเครื่องบินไปหารือกับสายการบิน และ สธ. ก่อน หากไม่มีปัญหาอะไร คาดว่าจะยกเลิกประกาศ กพท. ฉบับเก่า และออกประกาศ กพท. ฉบับใหม่ โดยให้สายการบินเปิดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มได้ เฉพาะสายการบินที่ทำการบินภายในประเทศเท่านั้น เบื้องต้นคาดว่าจะให้เริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้ เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74773</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, การคมนาคม, สายการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee09f3eeb62f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายการบินตบเท้าพบรมว.คลัง 20 เม.ย.นี้ ขอความช่วยเหลือผ่าวิกฤตโควิด รับกลืนเลือดไม่ปลดคน 30,000-50,000 คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เมษายน 2563 นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยถึงปัญหาที่สายการบินในประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤติระบาดไวรัส COVID-19 ว่า ผลกระทบดังกล่าวที่ทำให้สายการบิน &amp;nbsp;ต้องหยุดทำการบินทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศมาระยะหนึ่งแล้ว โดยในวันที่ 20 เม.ย.นี้ ผู้ประกอบการสายการบินจะขอเข้าพบนายอุตตม &amp;nbsp;สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อติดตามมาตรการช่วยเหลือซึ่งวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา 8 สายการบินในประเทศได้ทำหนังสือ ขอให้ภาครัฐช่วยจัดหา แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือ soft loan เพื่อสายการบินนำเงินกู้นี้ ใช้จ่ายเงินเดือนพนักงาน และในวันพุธที่ 22 เมษายนนี้ สายการบินทั้ง 8 แห่งจะประชุมหารือร่วมกัน เพื่อออกแถลงการณ์มาตรการที่จะปฏิบัติต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้สายการบินทุกแห่งพยายามต่อสู้และดำเนินการตามที่ภาครัฐขอความช่วยเหลือมา คือขอให้ไม่มีการเลิกจ้างพนักงาน &amp;nbsp; ซึ่งในอุตสาหกรรมการบินทั้งหมดก็ประมาณ 30,000 ถึง 50,000 คน สายการบินก็หวังว่าภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือหาแหล่งเงินกู้ทำให้การจ่ายเงินเดือนพนักงานในช่วงที่ต้องหยุดวันนี้ การบินสามารถทำตามเป้าหมาย และอยู่รอดได้ &amp;quot;นายธรรศพลฐ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีอีกประเด็นที่ผู้ประกอบการสายการบินอยากให้ภาครัฐรีบสร้างความชัดเจน เครื่องทำการบินในเดือนพฤษภาคม 63 ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ข้างหน้า เพราะหลายสายการบินรวมถึงไทยแอร์เอเชีย มีแผนจะทำการบิน เส้นทางในประเทศ บางเส้นทาง 1 พฤษภาคมนี้ &amp;nbsp;สถานการณ์ปัจจุบันยอมรับว่า การที่หลายจังหวัดท่องเที่ยวยังมีการล็อคดาวน์ ห้ามเดินทางเข้าจังหวัดอยู่ &amp;nbsp; การบินไปยังจังหวัดเหล่านี้ &amp;nbsp;แต่นักท่องเที่ยวไม่สามารถออกจากสนามบินไปท่องเที่ยวได้ &amp;nbsp;ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ &amp;nbsp;ที่จะทำการบินไป &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องเหล่านี้ภาครัฐต้องมีความชัดเจนเรื่องขั้นตอนการปฏิบัติและประกาศออกมาด่วน &amp;nbsp;ผู้ประกอบการสายการบินจะได้ใช้ตัดสินใจได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายธรรศพลฐ์ยังกล่าวถึง การที่ผู้ประกอบการสายการบินในประเทศ &amp;nbsp;ต้องการหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวมกว่า 24,000 -25,000 ล้านบาทว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ภาครัฐได้เตรียมมาตรการด้วยการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 1.9 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งขั้นตอนของการออกพ.ร.ก.ฯนั้น เห็นว่าต้องทำเร่งด่วน จะใช้ขั้นตอนตามกฎหมายปกติไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะความเสียหายที่เกิดจากโรคระบาด COVID-19 ไม่ได้เป็นปัญหาปกติที่เคยเกิดขึ้น &amp;nbsp;หากการเยี่ยวยาล่าช้าความเสียหายก็จะเพิ่มสูงมากขึ้น ทั้งนี้ยังมั่นใจว่าในเรื่องการจัดหาแหล่งเงินกู้นั้น เครดิตของประเทศไทยยังอยู่ในฐานะที่ดี &amp;nbsp;เพดานหนี้สาธารณะก็อยู่ในระดับต่ำ แหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ ที่ขณะนี้ก็มีสภาพคล่องเหลืออยู่ &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเงินทุนสำรองฯระหว่างประเทศของไทย ก็ยังมีเหลือเพียงพอ &amp;nbsp;โดยภาครัฐสามารถใช้มาตรการกู้เงินของตนเอง เพื่อนำเงินเหล่านี้ออกมากู้วิกฤต ก็ยังทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยผลกระทบที่ผู้ประกอบการรายใหญ่จนถึงรายย่อยได้รับจากวิกฤติ COVID -19 &amp;nbsp; มีทุกภาคส่วน อย่างธุรกิจสายการบินนี่ก็เช่นเดียวกัน &amp;nbsp;จำเป็นต้องเร่งฟื้นตัวโดยเร็วเพราะจะเป็นด่านแรกที่จะช่วยนำนักท่องเที่ยว และทำให้การท่องเที่ยวเกิดเงินหมุนเวียนสะพัด &amp;nbsp;ไปยังธุรกิจต่อเนื่องอื่นๆที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยวทั้งหมด หากผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้สุดท้ายการเดินทางเข้าจากต่างประเทศ และการเดินทางระหว่างจังหวัด ก็ไม่มีคนทำ &amp;nbsp;มูลค่าความเสียหายต่อการท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่ ก็จะเป็นเรื่องที่แก้ยาก&amp;quot;นายธรรศพลฐ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นมีรายงานข่าว สายการบินไทยไลออนแอร์เลิกจ้างพนักงานนั้น ล่าสุดสื่อข่าวรายงานจากฝ่ายบริหารไทยไลออนแอร์ ยอมรับว่า มีการ เลิกจ้างพนักงานจริงแต่เป็นพนักงานที่มีอายุงานไม่ถึง 1 ปี จำนวน ประมาณ 120 รายโดยไม่ใช่การเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด และสายการบินจะมีการชดเชยให้กับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างตามกฎหมาย &amp;nbsp;โดยอาจต้องใช้วิธีการกู้เงินจากสถาบันการเงิน เพื่อนำมาชดเชยให้กับพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยอมรับว่าผลกระทบดังกล่าวมาจากการที่สายการบินต้องหยุดบินจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อรายได้บริษัท &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสายการบินไทย ไลอ้อนแอร์ เตรียมแผนลดรายจ่ายของสายการบินโดยการเปิดให้พนักงานหยุดงานโดยไม่รับเงินเดือน และ ลาออกจากงานโดยสมัครใจ คาดว่าจะมีผลประมาณ 1 พ.ค. นี้ โดยจะมีการประเมินจำนวนพนักงานอีกครั้งในปลายเดือนนี้. ขณะเดียวกันเตรียมแผนคืนเครื่องบิน จากปัจจุบันที่มีอยู่ 34 ลำ ออกไปบางส่วน เพื่อลดรายจ่าย &amp;nbsp;รวมทั้งเตรียมแผนในการกลับมาทำการบินในเส้นทางในประเทศในบางเส้นทางในเดือนพ.ค. นี้และจะทยอยเปิดบินในเส้นทางระหว่างประเทศบางเส้นทางต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจุฬา สุขมานพ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) เปิดเผยว่า จากปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์โควิดในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อหลายๆธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทางการบิน แม้ว่าล่าสุดสายการบินที่ให้บริการในประเทศกว่า 8สายการบินได้แสดงความต้องการที่จะให้ภาครัฐ &amp;nbsp;โดยกระทรวงการคลังหาแหล่งเงินกู้รวมกว่า 25,000 ล้านบาท เพื่อมาพยุงสถานะทางการเงินก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีสายการบินใดที่แสดงเจตจำนงแจ้งมายัง กพท. ว่าจะปิดกิจการ นอกจากการแจ้งขอหยุดทำการบินชั่วคราวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนกรณีที่มีสายการบินในประเทศบางสายการบินได้มีการปลดพนักงานเนื่องจากประสบปัญหาผลกระทบจากโควิดนั้น ในส่วนนี้ถือเป็นการบริหารภายในของแต่ละสายการบินไม่จำเป็นที่จะต้องแจ้งหรือรายงาน กพท. นอกจากกรณีที่ต้องมีการปิดบริการ เปิดบริการ หรือหยุดทำการบิน เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63667</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ขอความช่วยเหลือ, ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์, สายการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e9867ddbe812.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>8 สายการบินของไทยทวงถามมาตรการเยียวยาจากรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่16 เม.ย.นี้สายการบินในประเทศทั้ง 8 แห่งได้ประชุมร่วมกัน และออกเอกสาร เรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สอบถามความคืบหน้ามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัส COVID -19 ต้องหยุดทำการบินเกือบ 100%

อย่างไรก็ตามขณะที่เอกสารมีการสอบถามเป็นประเด็นระบุว่า ภายหลังจากสายการบินในประเทศไทยทั้ง 8 สายการบิน อันได้แก่ ไทยสมายด์ บางกอกแอร์เวย์ นกแอร์ นกสกู๊ต แอร์เอเชีย แอร์เอเชียเอ็กซ์ ไลออนแอร์ และเวียดเจต ได้ยื่นหนังสือต่อกระทรงการคลัง ถึงการขอกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) วงเงินโดยรวมประมาณ 25,000 ล้านบาท เพื่อประคองธุรกิจและรักษาสภาพการจ้างงานให้มากที่สุดของสายการบินในประเทศไทย

1. ขอสอบถามความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว อยู่ในขั้นตอนอย่างไรบ้าง
2. รัฐบาลจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในกรอบใด เพราะตามมาตรการการช่วยเหลือโดยมติ ครม ที่ผ่านมานั้นส่วนใหญ่จะเน้นการช่วยเหลือกลุ่ม SME เป็นหลัก ยังไม่มีการกล่าวถึงการช่วยเหลือหรือมาตารการที่เหมาะสมรองรับธุรกิจสายการบินแต่อย่างใด
3. รัฐบาลจะให้มีเงื่อนไขหรือรายละเอียดอย่างไรสำหรับวงเงินกู้ดังกล่าวแก่สายการบิน เช่นจะให้ธนาคารใดเป็นเจ้าภาพ และมีเงื่อนไขอย่างไรให้เข้าถึงวงเงินดังกล่าวได้จริง และเหมาะสมทันท่วงทีกับสถาณการ์ฉุกเฉินในปัจจุบัน (เช่นสายการบินไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และระยะเวลาอนุมัติไม่นาน)

4. ธุรกิจสายการบินเป็นส่วนสำคัญโดยเฉพาะในช่วงการฟื้นฟูเศรษฐกิจหากวิกฤตโรคระบาดได้คลี่คลายลง เพราะเป็นส่วนที่จะนำพานักท่องเที่ยวและเศรษฐกิจกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นการรักษาให้ทุกสายการบินในประเทศไทยยังคงอยู่ได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลมองเรื่องนี้อย่างไรต่อการเตรียมความพร้อมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอีกครั้ง

5.ในธุรกิจสายการบินในประเทศไทยมีพนักงาน 20,000 - 30,000 คน ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนเกือบทุกสายการบินได้หยุดทำการบินทุกเส้นทาง หมายความว่าทุกสายการบินไม่มีรายได้เข้ามา แต่ยังคงจ้างงานพนักงานของตนไว้ให้มากที่สุด ดังนั้นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาลจึงเป็นหัวใจสำคัญต่อธุรกิจสายการบินเป็นอย่างมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63332</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอฟต์โลน, สายการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e55f1f074fbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพท.สรุป9สายการบินแห่ยกเลิกเส้นทางบินยาวถึงต.ค.63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 2563 นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ กพท. ได้อนุญาตให้สายการบินสัญชาติไทยหยุดทำการบินทั้งเส้นทางภายในประเทศ และระหว่างประเทศ รวม 9 สายการบิน

ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.สายการบินไทย หยุดทำการบินทุกเส้นทั้งทางภายในประเทศ และระหว่างประเทศถึงวันที่ 31 พ.ค.63 โดยในส่วนของเส้นทางภายในประเทศได้ให้สายการบินไทยสมายล์ทำการบินแทน

2สายการบินไทยสมายล์ หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทางถึงวันที่ 31 พ.ค.63 ส่วนภายในประเทศหยุดทำการบินเส้นทาง เชียงใหม่-ภูเก็ต ถึงวันที่ 31 พ.ค.63

3สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทาง ถึงวันที่ 31 พ.ค.63 ส่วนภายในประเทศ หยุดทำการบินเส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงราย,กรุงเทพฯ-กระบี่,สมุย-กระบี่,เชียงใหม่-กระบี่,เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน,เชียงใหม่-ภูเก็ต,เชียงใหม่-สมุย และสมุย-เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.-24 ต.ค.63,

4.สายการบินไทยแอร์เอเชีย หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศถึงวันที่ 24 ต.ค.63 และหยุดทำการบินเส้นทางภายในประเทศถึงวันที่ 30 เม.ย.63 ยกเว้นเส้นทาง อู่ตะเภา-ขอนแก่น ซึ่งจะหยุดทำการบินตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-24 ต.ค.63

5.สายการบินนกแอร์ หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศถึงวันที่ 25 ต.ค.63 ส่วนเส้นทางภายในประเทศ หยุดทำการบินเส้นทาง กรุงเทพฯ-กระบี่/นครพนม/น่าน/ร้อยเอ็ด/แม่ฮ่องสอน ถึงวันที่ 30 เม.ย.63

6.สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ หยุดทำการบินทุกเส้นทางทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศถึงวันที่ 30 เม.ย.63,


7.สายการบินไทยเวียตเจ็ท หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทาง โดยประเทศจีน, ไต้หวัน และเวียดนาม หยุดทำการบินถึงเดือน ส.ค.63 ส่วนเส้นทางภายในประเทศไม่หยุดทำการบิน แต่ลดความถี่การทำการบินแต่ละเส้นทางถึงวันที่ 3 เม.ย.63

8.สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทางถึงวันที่ 16 มิ.ย.63 และยกเลิกทำการบินเส้นทางกรุงเทพฯ-บริสเบน (ออสเตรเลีย)

และ 9.สายการบินนกสกู๊ต หยุดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทางถึงวันที่ 30 เม.ย.63
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61252</URL_LINK>
                <HASHTAG>สายการบิน, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7acc0d25b74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
