<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นกแอร์&#039;ลุยเปิดฐานการบิน &#039;อู่ตะเภา&#039; เชื่อมเส้นทาง &#039;เหนือ-อีสาน-ใต้&#039; ดีเดย์ 24 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.2564 รายงานข่าวจากสายการบินนกแอร์ ระบุว่า สายการบินนกแอร์เข้าใจถึงความจำเป็นของการขนส่งทางอากาศในภาวะวิกฤติ ประกอบกับผู้โดยสารที่มีความจำเป็นในการเดินทาง ทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ อวัยวะที่รอการปลูกถ่าย รวมถึงการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่จำเป็นเร่งด่วน โดยสายการบินนกแอร์ จึงเปิดฐานการบินที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา พร้อมเชื่อมต่อเครือข่ายการบินสู่ทุกภูมิภาคในประเทศไทย ซึ่งจะทำการบินในวันที่ 24-31 ก.ค. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางที่สายการบินนกแอร์จะเปิดให้บริการจากท่าอากาศยานอู่ตะเภา (ระยอง) มีจำนวน 6 เส้นทาง ประกอบด้วย เชียงใหม่, ภูเก็ต, นครศรีธรรมราช, อุดรธานี, สกลนคร และอุบลราชธานี ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้ทาง www.nokair.com หรือโทร 1318 อย่างไรก็ตาม สายการบินนกแอร์ จะให้บริการภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัยและควบคุมโรคที่กำหนดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด อาทิเช่น &amp;ldquo;Social Distance Seat&amp;rdquo; ทุกที่นั่ง ระบบกรองอากาศ HEPA และมาตรการคัดกรองผู้โดยสารตามข้อกำหนดของแต่ละจังหวัด เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานอู่ตะเภา (ระยอง), นกแอร์, สายการบินนกแอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa4e3aedbe1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นกแอร์อ้างเหตุโควิดแจ้งขอเลื่อนส่งแผนฟื้นฟู </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 2564 นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่านกแอร์ได้ยื่นต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอขยายเวลาะการส่งแผนฟื้นฟูกิจการ ออกไปอีก 1เดือน โดยจะยื่นแผนฟื้นฟูให้ศาลฯ พิจารณาในวันที่ 15 เม.ย. 2564 จากเดิมที่ศาลฯ กำหนดให้ต้องยื่นให้ศาลฯ พิจารณาในวันที่ 15 มี.ค.นี้ สาเหตุที่นกแอร์ไม่สามารถยื่นแผนฟื้นฟูได้ทันตามกำกรอบเวลา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การะบาดของโรคโควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงไป มีการกลายพันธุ์ของโรค และเกิดการระบาดซ้ำ รวมทั้งยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการทราเวล บับเบิล และมาตรการวัคซีนพาสปอร์ตยังคงมีปัญหาไม่เอื้อต่อการเดินทางของ นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นลูกค้าหลักของสายการบินนกแอร์ เพราะแม้ว่าจะมีการยกเว้นการกักตัวบินเข้าไทย แต่เมื่อกลับประเทศจีจะต้องมีการกักตัวอยู่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาของโรคโควิดที่กลายพันธุ์ และมาตรการต่างๆที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้นกแอร์ไม่มั่นใจ เกี่ยวกับกระแสเงินสดที่จะนำมาใช้ในการเริ่มชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟู เพราะหากสถานการณ์เป็นแบบนี้ การหารายได้เพิ่มเข้ามาคงทำได้อยาก ดังนั้นนกแอร์จำเป็นจะต้องปรับแผนการหารายได้ในแผนฟื้นฟูใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดรับกับสถาณการณ์ วันนี้จึงยังส่งแผนฟื้นฟูให้ศาลพิจารณาไม่ได้ ต้องขอเลื่อนไปก่อนอีก 1 เดือน เพื่อทบทวนแผนแผนหารายได้ใหม่&amp;rdquo;นายวุฒิภูมิ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังไม่มั่นใจว่าวันที่ 15 เม.ย.64 จะยื่นแผนฟื้นฟูต่อศาลฯทันหรือไม่ หากยื่นไม่ทันนกแอร์มีสิทธิ์ขอเลื่อนได้อีก 1 ครั้งเป็นเวลา 1 เดือนซึ่งเป็นการขอเลื่อนครั้งสุดท้าย คือ จะยื่นในวันที่ 15พ.ค.อย่างไรก็ตาม นกแอร์มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจระหว่างนกแอร์อยู่แผนฟื้นฟูจะไม่สะดุด เนื่องจากได้ขอวงเงินกู้ฉุกเฉินกับผู้ถือหุ้นไว้แล้ว เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ นกแอร์ ยังอยู่ระหว่างแจรจากับนักลงทุน และสถาบันการเงิน เพื่อขอกู้เงินอีกจำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมไว้ใช้ในการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเช่าซื้อเครื่องบินเพิ่มกับรายใหม่ กรณีที่เจ้าหน้าเครื่องบินรายเดิมไม่ต่อสัญญาเช่า ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการทำการบินของนกแอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96144</URL_LINK>
                <HASHTAG>วุฒิภูมิ จุฬางกูร, สายการบินนกแอร์, แผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f4321294f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งหยุดบินเลี่ยงพายุ! &#039;รถไฟ-บขส.&#039;เฝ้าระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินประกาศแห่ยกเลิกเที่ยวบินหลัง ทย.แจ้งปิดสนามบินนครศรีฯ-สนามบินสุราษฎร์ธานี พร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารเต็มที่ สั่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รถไฟ-บขส.-ทางหลวง พร้อมรับมือเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยภายหลังได้ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก ณ ศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน โดยได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศูนย์ปฏิบัติการส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี, ท่าอากาศยานระนอง, ท่าอากาศยานชุมพร, ท่าอากาศยานนราธิวาส, ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานตรัง และท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้สรุปสถานการณ์ช่วงเวลา 15.00 น. ของวันศุกร์ที่ 4 ม.ค. ดังนี้ 1.ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าเส้นทางของพายุและความเร็วลม อาจมีผลกระทบต่อการทำการบินของอากาศยาน จึงได้ออกประกาศนักบิน (NOTAM) ปิดท่าอากาศยาน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม, เวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินดังนี้ สายการบินนกแอร์ขาเข้า 2 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยสมายล์ขาเข้า 2 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ขาเข้า 3 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยแอร์เอเชีย ขาเข้า 4 เที่ยวบิน ขาออก 4 เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 21 เที่ยวบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสายการบินได้เตรียมความพร้อมสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้ทำการแจ้งผู้โดยสารผ่านทางอีเมลและ SMS ที่ลงทะเบียนไว้โดยตรง และสามารถรับข้อเสนอทางเลือกช่วยเหลือ ดังต่อไปนี้ เปลี่ยนเที่ยวบินใหม่ 1 ครั้ง ในเส้นทางเดิม ภายใน 30 วันจากกำหนดการเดินทางเดิม ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในเเต่ละเที่ยวบินเก็บยอดวงเงิน ตามมูลค่าตั๋วโดยสารไว้ในบัญชีสมาชิก BIG Loyalty เพื่อใช้แลกสำหรับเดินทางกับแอร์เอเชีย ภายใน 90 วัน (Credit Account) หลังจากได้รับยอดวงเงินคืนเงินเต็มจำนวน ตามวิธีการชำระเงินเดิมของผู้โดยสาร กรณีเที่ยวบินถูกยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินใหม่ในเส้นทางเดิม ให้ระบุวันและเวลาใหม่ที่ต้องการเดินทาง รวมถึงชื่อ-นามสกุล ของผู้เดินทาง ส่งไปที่ฝ่ายบริการลูกค้าทางทวิตเตอร์ (@AirAsiaSupport) หรือ Facebook (@AirAsiaSupport) หรือ Live Chat &amp;nbsp;support.airasia.com Customer service โทร. 0-2 515-9999 หรือสถานีสุราษฎร์ธานี โทร 0-7744-1196&amp;nbsp;
เลิกเที่ยวบิน-คืนตั๋ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ผู้โดยสารที่มีการเดินทางช่วงวันที่ 3-6 มกราคม 2562 ในเส้นทางภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก สายการบินมีแนวทางช่วยเหลือผู้โดยสารดังนี้ ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางบินไปจังหวัดอื่นในภาคใต้แทนได้, ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้ภายใน 30 วัน, ผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อทำการยกเลิกเที่ยวบินและขอคืนเงินได้เต็มจำนวน ติดต่อสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ Customer service โทร. 0-2529-9999 สถานีสุราษฎร์ธานี โทร 09-8735-5496&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินนกแอร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้โดยสาร เนื่องจากสนามบินในจังหวัดทางภาคใต้ปิดทำการ ทางสายการบินจึงเตรียมการสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้โดยสารเส้นทาง Domestic ไป-กลับ เส้นทางในภาคใต้ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน สามารถติดต่อผ่านช่องทาง Call Center 1318/ Counter จำหน่ายตั๋วที่สนามบิน/ ติดต่อผ่านทีมขาย สำหรับเที่ยวบินที่เดินทางวันที่ 4 มกราคม 2562 เท่านั้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ทั้งนี้ ตั๋วที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องเดินทางภายใน 30 วัน นับจากวันเดินทางเดิม ติดต่อสายการบินนกแอร์ สถานีสุราษฎร์ธานี โทร. 08-2700-5649-50
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินไทยสมายล์ ได้มีมาตรการรองรับสำหรับการยกเลิกเที่ยวบินของวันที่ 4 และ 5 มกราคม 2562 - ผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อขอเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือขอคืนเงินได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ศูนย์บริการลูกค้า หรือโทร. 1181 หรือ (+66) 0-2118-8888
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้ปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 00.01-24.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2562 และได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าสถานการณ์พายุยังคงมีกำลังแรง อาจมีผลกระทบต่อการทำการบินของอากาศยาน จึงได้ออกประกาศนักบิน (NOTAM) ปิดท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชต่อไป จนถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและสารการบิน โดยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะแจ้งความคืบหน้าในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของท่าอากาศยานชุมพร ท่าอากาศยานระนอง ท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานตรัง และท่าอากาศยานนราธิวาส ได้เปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ มีการติดตามสถานการณ์และรายงานให้ศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน ทราบเป็นระยะ พร้อมสำรวจและเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆ เพื่อให้สามารถบริการผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่
ช่องทางติดต่อสอบถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานจะได้ติดตามและรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์พายุปาบึกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมมือในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร สำหรับผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน หมายเลขโทรศัพท์พิเศษของศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน โทร. 0-2 287-0320-9 ต่อ 2593, 2595, ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โทร. 0-7545-0545, 09-0278-0065, ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี โทร. 0-7744-1230, ท่าอากาศยานระนอง โทร. 0-7786-2252-3, ท่าอากาศยานชุมพร โทร. 0-7759-1267-9, ท่าอากาศยานกระบี่ โทร. 0-7570-1471, ท่าอากาศยานตรัง โทร. 0-7557-2151, ท่าอากาศยานนราธิวาส โทร. 0-7356-5061-5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการในสภาวะฉุกเฉินเนื่องจากพายุโซนร้อนปาบึกได้อย่างทันท่วงที กรมทางหลวงจึงจัดตั้งศูนย์อำนวยการส่วนหน้าและศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดระนอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้สำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นศูนย์อำนวยการส่วนหน้า โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ มีหน้าที่ อำนวยการ สั่งการแก้ไข และบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกว่าเหตุการณ์ยุติ รวมทั้งให้แขวงทางหลวงในพื้นที่จังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช และระนอง เป็นศูนย์ปฏิบัติการ โดยมีผู้อำนวยการแขวงทางหลวงในพื้นที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้เตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากร ในการอำนวยความสะดวกด้านจราจร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทุกกรณีตามการร้องขอตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ เคลื่อนย้ายยานพาหนะ สิ่งของสัมภาระ การแจกจ่ายน้ำดื่ม เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและพร้อมในการช่วยเหลือหน่วยงานอื่นตามการร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์กล่าวว่า ได้สั่งการให้แขวงทางหลวงในสังกัดสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช), &amp;nbsp;สำนักงานทางหลวงที่ 17 (กระบี่), สำนักงานทางหลวงที่ 18 (สงขลา), แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์, แขวงทางหลวงชุมพร เตรียมความพร้อมโดยจัดทำแผนที่ความเสี่ยงอุทกภัย บริเวณที่เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง พร้อมจัดทำแผนที่ทางเลี่ยงเส้นทางในกรณีที่เกิดการสัญจรไม่ได้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนผู้ใช้ทาง ทั้งนี้ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่โดยเร็วและปฏิบัติงานตามคู่มือการปฏิบัติงานของกรมทางหลวงกรณีเกิดภัยพิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ
รถไฟเตรียมรับมือน้ำท่วมราง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และเผชิญเหตุรองรับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้มีการประเมินจุดเสี่ยงหากเกิดน้ำท่วมทางจนไม่สามารถเดินรถต่อได้ ดังนี้ กรณีเกิดน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถเปิดเดินรถได้ตามปกติในเส้นทางที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกในช่วงระหว่างชุมทางเขาขุมทอง-นครศรีธรรมราช การรถไฟฯ จะเดินขบวนรถสายนครศรีธรรมราชถึงแค่สถานีชุมทางทุ่งสง และจะจัดรถยนต์ขนถ่ายผู้โดยสารจนถึงปลายทางสถานีนครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา และนายสถานีในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชา และศูนย์ปลอดภัยฝ่ายการเดินรถทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินและสั่งการแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่พื้นที่ภาคใต้ของไทยกำลังอยู่ในช่วงมรสุม จึงขอให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์เดินทางในเส้นทางรถไฟสายใต้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสามารถตรวจสอบหรือสอบถามรายละเอียดก่อนเดินทางได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ตามที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินของวันที่ 4 มกราคม ในส่วนของ บขส.ได้ดำเนินการประสานสถานีเดินรถในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมรถโดยสารเพื่อรองรับประชาชน ดังนี้ เส้นทางนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ จำนวน 16 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 620 คน, เส้นทางสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ จำนวน 18 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 720 คน, &amp;nbsp;เส้นทางกระบี่-กรุงเทพฯ จำนวน 23 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 920 คน, เส้นทางหาดใหญ่-กรุงเทพฯ จำนวน 23 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 780 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ จำนวน 33 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 1,155 คน ส่วนรถหมวด 3 เส้นทางนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี จำนวน 26 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 450 คน, เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต &amp;nbsp;จำนวน 26 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 800 คน และเส้นทางกระบี่-สุราษฎร์ธานี จำนวน 12 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 480 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) จำนวน 10 คัน รองรับผู้โดยสาร 450 คน และรถตู้ หมวด 3 จำนวน 10 คัน รองรับผู้โดยสาร จำนวน 130 คน อำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการปรับ/ยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากสถานการณ์ของพายุปาบึกด้วย สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25787</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, วรวุฒิ มาลา, สายการบินนกแอร์, สายการบินไทยสมายล์, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัมพวัน วรรณโก, อานนท์ เหลืองบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f78d3c4945.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
