<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สกู๊ต’เตรียมเปิดบริการ ‘ภูเก็ต-สิงคโปร์’ สัปดาห์ละ 3 ไฟลต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.2564-นายเควิน เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการค้า สายการบินสกู๊ต เปิดเผยว่า ขณะนี้สายการบินสกู๊ต ได้กลับมาให้บริการเส้นทาง ภูเก็ต-สิงคโปร์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320 แล้ว สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน หลังจากหยุดให้บริการตั้งแต่เดือน มี.ค.2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นเส้นทางการบินสำคัญของสกู๊ตที่เติบโตต่อเนื่อง จึงมีแผนกลับมาให้บริการเส้นทางบินในไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อความปลอดภัย ซึ่งการกลับมาบินในเส้นทาง ภูเก็ต-สิงคโปร์ อีกครั้ง เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเควิน กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดโควิด-19 จังหวัดภูเก็ตนับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมระดับต้นๆ ของไทย จนถูกขนานนามให้เป็น &amp;lsquo;ไข่มุกแห่งอันดามัน&amp;rsquo; มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาพักผ่อนราว 10 ล้านคนต่อปี และกว่า 40% ของนักท่องเที่ยวเดินทางมาด้วยสายการบินราคาประหยัด เมื่อประเทศไทยได้ริเริ่มโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อการท่องเที่ยวสามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง โดยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วกว่า 2.3 พันล้านบาท ซึ่งการกลับมาให้บริการของสกู๊ตครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมายังประเทศไทย ตอบรับกับการขยายแผนแซนด์บ็อกซ์ให้ครอบคลุมจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตลอดช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา สายการบินสกู๊ตได้ยกระดับมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยของทุกจุดสัมผัส เพื่อดูแลสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรือ สร้างความอุ่นใจตลอดการเดินทางในการเริ่มต้นกลับมาให้บริการ เช่น มาตรการเว้นระยะห่าง มาตรการลดการสัมผัสในการให้บริการ และการใช้เครื่องมือตรวจสอบแบบดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัจจุบันสกู๊ตได้ขยายขีดความสามารถและกลับมาให้บริการในเส้นทางที่เหมาะสม โดยให้บริการแล้ว 25 เส้นทาง จากทั้งหมด 68 เส้นทาง ในส่วนของประเทศไทยนอกจากเส้นทาง ภูเก็ต-สิงคโปร์ แล้ว ยังมีบริการเส้นทางการบิน สุวรรณภูมิ-สิงคโปร์&amp;nbsp; สัปดาห์ละ 11 เที่ยวบินด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119438</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ต-สิงคโปร์, สายการบินสกู๊ต, เปิดเส้นทางใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6164111ec9717.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สกู๊ต’เตรียมเปิดบริการ ‘ภูเก็ต-สิงคโปร์’ สัปดาห์ละ 3 ไฟลต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.2564-นายเควิน เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการค้า สายการบินสกู๊ต เปิดเผยว่า ขณะนี้สายการบินสกู๊ต ได้กลับมาให้บริการเส้นทาง ภูเก็ต-สิงคโปร์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320 แล้ว สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน หลังจากหยุดให้บริการตั้งแต่เดือน มี.ค.2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นเส้นทางการบินสำคัญของสกู๊ตที่เติบโตต่อเนื่อง จึงมีแผนกลับมาให้บริการเส้นทางบินในไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อความปลอดภัย ซึ่งการกลับมาบินในเส้นทาง ภูเก็ต-สิงคโปร์ อีกครั้ง เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเควิน กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดโควิด-19 จังหวัดภูเก็ตนับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมระดับต้นๆ ของไทย จนถูกขนานนามให้เป็น &amp;lsquo;ไข่มุกแห่งอันดามัน&amp;rsquo; มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาพักผ่อนราว 10 ล้านคนต่อปี และกว่า 40% ของนักท่องเที่ยวเดินทางมาด้วยสายการบินราคาประหยัด เมื่อประเทศไทยได้ริเริ่มโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อการท่องเที่ยวสามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง โดยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วกว่า 2.3 พันล้านบาท ซึ่งการกลับมาให้บริการของสกู๊ตครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมายังประเทศไทย ตอบรับกับการขยายแผนแซนด์บ็อกซ์ให้ครอบคลุมจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตลอดช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา สายการบินสกู๊ตได้ยกระดับมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยของทุกจุดสัมผัส เพื่อดูแลสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรือ สร้างความอุ่นใจตลอดการเดินทางในการเริ่มต้นกลับมาให้บริการ เช่น มาตรการเว้นระยะห่าง มาตรการลดการสัมผัสในการให้บริการ และการใช้เครื่องมือตรวจสอบแบบดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัจจุบันสกู๊ตได้ขยายขีดความสามารถและกลับมาให้บริการในเส้นทางที่เหมาะสม โดยให้บริการแล้ว 25 เส้นทาง จากทั้งหมด 68 เส้นทาง ในส่วนของประเทศไทยนอกจากเส้นทาง ภูเก็ต-สิงคโปร์ แล้ว ยังมีบริการเส้นทางการบิน สุวรรณภูมิ-สิงคโปร์&amp;nbsp; สัปดาห์ละ 11 เที่ยวบินด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119437</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ต-สิงคโปร์, สายการบินสกู๊ต, เปิดเส้นทางใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6164111ec9717.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สายการบินสกู๊ต&#039;คัมแบ็คปักมุดให้บริการที่ไทยคาดปี66การบินฟื้นตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 2564 นายแคมป์เบล วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินสกู๊ต เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นำเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุด &amp;ldquo;แอร์บัส A321neo&amp;rdquo; มาประเดิมทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ)-สิงคโปร์ เป็นเที่ยวบินแรก หลังกลับมาทำการบินในเส้นทางนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;จะให้บริการ 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยเดือน สิงหาคม 2564 มีแผนนำเครื่องบินรุ่นใหม่นี้ให้บริการในเส้นทาง สิงคโปร์&amp;ndash;เซบู (ฟิลิปปินส์) และสิงคโปร์&amp;ndash;โฮจิมินห์ (เวียดนาม) ด้วยเครื่องบิน A321neo ลำใหม่นี้ รองรับผู้โดยสารได้ 236 ที่นั่ง มีพิสัยการบินสูงถึง 2,620 ไมล์ทะเล หรือ 4,852 กิโลเมตร(กม.) ทำการบินได้ในเส้นทางบินระยะสั้นถึงกลาง ด้วยเวลาบินสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง(ชม.) รองรับแผนการเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางบินใหม่ของสกู๊ตได้มากขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแคมป์เบล กล่าวต่อว่า เครื่องบินรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีล่าสุด ทั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่ และอุปกรณ์ปลายปีกแบบชาร์คเล็ท (Sharklets) มารวมเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ถึง 20% ห้องโดยสารได้ออกแบบตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารได้ดียิ่งขึ้น อาทิ เก้าอี้โดยสารเบาะหนังสีดำพรีเมียม ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะขนาดใหญ่ เทคโนโลยีแสงไฟแบบ Ambient Light ที่สามารถช่วยลดอาการเจ็ทแลค รวมถึงคุณภาพอากาศในห้องโดยสาร และประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ที่ดียิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแคมป์เบล กล่าว่า สายการบินสกู๊ต ได้เริ่มทยอยเปิดทำการบินเส้นทางต่างๆ หลังต้องหยุดทำการบินในบางเส้นทางไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันเปิดทำการบินแล้ว 26 เส้นทางจากทั้งหมด 68 เส้นทางทั่วโลก หรือประมาณ 20% โดยบริษัทมีแผนจะกลับมาทำการบินในเส้นทางเดิมให้ครบทุกเส้นทางก่อน รวมถึงเส้นทางบินในประเทศไทยด้วย ได้แก่ สิงคโปร์&amp;ndash;เชียงใหม่ สิงคโปร์&amp;ndash;หาดใหญ่ สิงคโปร์&amp;ndash;กระบี่ และ สิงคโปร์&amp;ndash;กรุงเทพฯ&amp;ndash;โตเกียว(ญี่ปุ่น) ส่วนจะกลับมาทำการบินได้เมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และกฎระเบียบต่างๆ ของประเทศไทยด้วย ขณะที่เส้นทางบินใหม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะเปิดในเส้นทางบินใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแคมป์เบล กล่าวว่า หน่วยงานต่างๆ คาดการณ์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกว่า จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ภายในปี 66 นอกจากนี้ยังมองว่าตลาดเอเชียน่าจะแข็งแรงกลับมาเติบโตฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะประเทศไทย เมื่อทุกคนได้ถอดหน้ากากอนามัยแล้วจะกลับมาเป็นสยามเมืองยิ้มเหมือนเดิม และเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกครั้งอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมั่นใจว่าหลังจากโรคโควิด-19 คลี่คลายลง ความต้องการในการเดินทางของนักท่องเที่ยวจะมากกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแคมป์เบล กล่าวอีกว่า สกู๊ต พร้อมแล้วที่จะกลับมาให้บริการผู้โดยสารด้วยความปลอดภัย ซึ่งลูกเรือ และนักบิน ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว 100% และยังคงคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 นอกจากนี้ยังได้ลงทุนนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้สำหรับการให้บริการที่ลดการสัมผัส โดยเปลี่ยนไปสู่รูปแบบดิจิทัลมากขึ้น อาทิ เช็คอินผ่านออนไลน์, อัพเกรดที่นั่ง หรือซื้อบริการต่างๆ ผ่านแชทบอท รวมถึงชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังคงมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยสามารถเปลี่ยนที่นั่งได้ฟรี และขอคืนค่าตั๋วโดยสารเป็นเงินสดได้ด้วย ซึ่งสายการบินสกู๊ตถือเป็นสายบินแรกๆ ของโลกที่จ่ายเงินสดคืนให้ผู้โดยสาร แม้จะทำให้สายการบินสกู๊ตต้องเสียเงินสดเป็นจำนวนมาก แต่อย่างน้อยก็เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารที่จะเลือกกลับมาทำการบินกับสกู๊ตอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108120</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ)-สิงคโปร์, นกสกู๊ต, สายการบินสกู๊ต, แคมป์เบล วิลสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbd95223b3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
