<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายการบินโลว์คอสต์ขอรัฐบาลออกมาตรการช่วยเร่งด่วน หลังนักท่องเที่ยววูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลกระทบของการระบาดไวรัส COVID- 19 ในหลายประเทศภูมิภาคเอเชียซึ่งขณะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาค นอกจากเส้นทางที่บินตรงเข้าสู่ประเทศจีน หลายเส้นทางจะมีการยกเลิกหรือเมื่อทำการบินก็มีจำนวนผู้โดยสารน้อยมาก ขณะนี้ผลกระทบยังได้ขยายวงกว้างไปยังดส้นทางบินของประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีด้วย

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยแอร์เอเชีย กล่าวยอมรับว่าขณะนี้ธุรกิจการบินกำลังได้รับผลกระทบหนักจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ด้วยในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีการหารือร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการสายการบิน ได้ข้อสรุปที่ตรงกันว่าหลังรัฐบาลเสร็จสิ้นภารกิจรัฐสภาจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ในสัปดาห์หน้า ผู้ประกอบการจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือบรรเทาปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการ

&amp;quot;สำหรับมาตรการ ที่ผู้ประกอบการเห็นว่าภาครัฐสามารถให้ความช่วยเหลือได้ก็เป็นเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการใช้ท่าอากาศยาน เช่น ค่าธรรมเนียมการลงจอดและค่าธรรมเนียมการจอดอากาศยาน (Landing fee and Parking fee) ส่วนรายละเอียดของมาตรการจะขอลดค่าธรรมเนียมดังกล่าวมากน้อยแค่ไหนขณะนี้ทีมงานกำลังเตรียมข้อมูลซึ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง&amp;quot;นายธรรศพลฐ์กล่าว

ส่วนผลกระทบที่มีต่อสายการบิน thai AirAsia ในขณะนี้ จะส่งผลให้สายการบินต้องมีมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการลดต้นทุนยังไงบ้างนั้น นายธรรศพลฐ์ กล่าวว่า สำหรับขยะ asia จะมีมาตรการที่เกี่ยวกับการลดค่าใช้จ่ายออกมาอย่างแน่นอนเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่จะถึงนี้อย่างไรก็ตามมาตราการลดค่าใช้จ่ายดังกล่าวยังไม่เป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร หรือเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการลดจำนวนบุคลากรในสายงานต่างๆแต่อย่างใด

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการประเมินผลกระทบการระบาดของไวรัส COVID-19 ก่อนหน้านี้ นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ระบุว่าปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารสายการบินไทยแอร์เอเชียไตรมาสแรกลดลงประมาณ 200,000 คน เมื่อรวมกับเที่ยวบินเช่าเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟล์ท ทำให้ผู้โดยสารลดลงไตรมาส 1 ประมาณ 300,000 คน

ขณะที่มีรายงานข่าวระบุจากสายการบิน ไทยไลอ้อนแอร์ ระบุว่าขณะนี้ ไทยไลอ้อนแอร์ก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส COVID-19 เช่นเดียวกัน โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นในเส้นทางที่บินสู่จีนนั้นแม้จะมีไม่มากเนื่องจากไทยไลอ้อนแอร์ มีความถี่ของเที่ยวบินไม่มากนัก แต่ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับสายการบินอื่น

และภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ยอมรับว่าไทยไลอ้อนแอร์ จะมีมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการรถค่าใช้จ่ายออกมาภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เช่นเดียวกัน แต่จะยังไม่ใช่ผลกระทบที่เกี่ยวกับการลดจำนวนบุคลากรแต่อย่างใด

รายงานข่าวจาก บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด(มหาชน) ระบุว่าผลกระทบจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน ในส่วนของนกแอร์นั้น เส้นทางการบินที่มีระหว่างไทยกับจีน ที่ผ่านมานกแอร์มีเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำหรือ charter flight ซึ่งก็ยกเลิกไปหลังวิกฤตไวรัสาะบาดในอู่ฮั่น หลังจากนั้นนกแอร์ ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการโดยการหมุนเวียนพนักงาน ที่เคยทำงานในเที่ยวบินต่างประเทศมาทำงานในเส้นทางบินภายในประเทศซึ่งยังมีความต้องการใช้บริการของผู้โดยสารอยู่โดย สายการบินนกแอร์ยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายในการปรับลดจำนวนพนักงานแต่อย่างใด

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58073</URL_LINK>
                <HASHTAG>สายการบินโลว์คอสต์, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a3f54d2654.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>   “สรรพสามิต” จี้โลว์คอสอยากให้ลดภาษีน้ำมันต้องแลกกับการบูมท่องเที่ยวเป็นรูปธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ย.2562 &amp;nbsp;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้เรียกผู้บริหารสายการบินโลว์คอสต์ รวม 7 แห่ง และผู้ประกอบการน้ำมัน 5 แห่ง มาหารือผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน (เจ็ตเอ 1) ที่ปรับขึ้นจาก 0.20 บาทต่อลิตร เป็น 4.70 บาทต่อลิตร ในปี 2560 โดยผู้ประกอบการชี้แจงว่า อยากให้ปรับลดภาษี เพราะได้รับผลกระทบอย่างมาก มีต้นทุนภาษีเพิ่มขึ้น 20 เท่า &amp;nbsp;จึงได้สั่งให้ผู้ประกอบการไปทำแผนมาเสนอภายใน 2 สัปดาห์ว่าถ้ามีการปรับลดภาษีให้ จะมีแผนช่วยภาคการท่องเที่ยว เป็นประโยชน์ในเชิงสาธารณอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอความกรุณาผู้ประกอบการโลว์คอสต์ ไปวิเคราะห์ข้อมูล เตรียมตัวเลขมาให้ชัดเจนถ้าต้องลดภาษี จะเกิดประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยว และต้องเป็นแนวทางที่จับต้องได้ เช่น จะเพิ่มเที่ยวบินไปยังจังหวัดเมืองรองเท่าไหร่ กระตุ้นการท่องเที่ยวได้อย่างไร ซึ่งจะต้องเชิญกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มาหารือด้วยครั้งหน้า&amp;rdquo; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ถ้าผู้ประกอบการโลว์คอสต์บอกได้ว่าลดภาษีแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวอย่างไร ต้องเป็นประโยชน์สาธารณ ไม่ใช่การเอื้อต่อเอกชน กรมฯ ก็สามารถลดภาษีได้ ซึ่งปัจจุบันกรมเก็บภาษีน้ำมันเครื่องบินที่ 3 พันล้านบาทต่อปี ไม่ได้เป็นวงเงินมากมาย แต่ก็ต้องมีข้อเสนอมายื่นหมูยื่นแมวด้วย ซึ่งหากข้อเสนอไม่เป็นรูปธรรม กรมฯ ก็ต้องปฏิเสธข้อเสนอขอลดภาษีน้ำมัน แม้ว่าผู้ประกอบการจะระบุว่า ปัจจุบันมีต้นทุนเชื้อเพลิง 30% &amp;nbsp;และเริ่มมีผลกระทบต้องลดเที่ยวบินในเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่ จาก 15 ไฟลท์ต่อวันเหลือ 10 ไฟลท์ ต่อวันก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวอีกว่า ในส่วนของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ไทยสไมล์ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย แต่จากการหารือ ทางการบินไทย ชี้แจงว่า ต้นทุนภาษีสรรพสามิตน้ำมันแค่ 5% เท่านั้น ไม่ได้มีผลกระทบมาก และไม่ได้ให้บริการเที่ยวบินในประเทศมากนัก ส่วนไทยสไมล์ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่เสนอว่าถ้ามีการปรับลด ก็ควรต้องได้ประโยชน์กับทุกสายการบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (บางกอกแอร์เวย์ส) เปิดเผยว่า การลดภาษีจะช่วยในเรื่องของการท่องเที่ยวมาก &amp;nbsp;โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจทีชะลอตัวในขณะนี้ ที่จำเป็นต้องสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในเมืองรอง ซึ่งแนวโน้มปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้มาประเทศไทย แต่ไปประเทศใกล้เคียงเพิ่มขึ้น เพราะไม่ได้ต้องการมาเที่ยวซ้ำ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดึงเมืองรองขึ้นมาให้มีการท่องเที่ยวใหม่ๆ และสายการบินก็จะเป็นตัวช่วยดึงนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ไม่สามารถบอกได้ว่าหากมีการลดภาษีน้ำมันแล้วจะมีการลดค่าโดยสารหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน เส้นทางในประเทศ โดยเฉลี่ยไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นเลย มีแต่จะลดลงด้วยซ้ำ ขณะที่การปรับลดภาษีควรพิจารณาถึงประโยชน์ที่ได้ มากกว่าการเทียบการเดินทางในโหมดอื่นๆ ปัจจุบันสายการบินโลว์คอสต์ที่บินเมืองรอง ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องขาดทุนแน่นอน แต่ก็หวังว่าในอนาคตเส้นทางเมืองรองจะสร้างกำไรได้ การลดภาษีจึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50787</URL_LINK>
                <HASHTAG>พชร อนันตศิลป์, ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน, สายการบินโลว์คอสต์, อธิบดีกรมสรรพสามิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b362dd2a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
