<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนชี้ตลาดโลว์คอสต์ไทยโตทะลุ 20%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 2562 นายรณน วิพุธศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ สายการบินไทยเวียดเจ็ต เปิดเผยว่าปี 2562 เป็นอีกปีที่สายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost Airline) เติบโตอย่างคึกคัก สวนทางตลาดท่องเที่ยวไทยที่เติบโตลดลงมาโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติถือว่าไม่ค่อยคึกคัก ด้วยเหตุผลดังกล่าวส่วผลให้ไทยเวียดเจ็ตต้องปรับเป้าการเติบโตจาก 10% เป็น 20% ในปีนี้ เนื่องจากแนวโน้มการเดินทางช่วงไฮซีซั่นหน้าหนาวช่วงปลายปีนี้ ยังคงมีศักยภาพด้านผู้โดยสารที่จะดันยอดการเติบโตของรายได้สายการบินต้นทุนต่ำก่อนปิดตัวเลขบัญชีปี 2562 ทั้งนี้คาดว่าปริมาณผู้โดยสารทั้งปีจะอยู่ที่ 2.4 ล้านคน เติบโตจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 2.1 ล้่านคน

นายรณนกล่าวต่อว่า สำหรับตลาดศักยภาพเกิดใหม่ที่จะเป็นขุมทรัพย์และเป้าหมายการทำตลาดของสายการบินต้นทุนต่ำ คือประเทศอินเดีย ในรอบ 10 ปีข้างหน้าผู้โดยสารจากอินเดียจะไหลทะลักไปทั่วโลกรวมถึงเข้ามาในไทยด้วย ตามสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่มีความแข็งแกร่งต่อเนื่องและจำนวนประชากรมากกว่า 1,000 ล้านคน อีกทั้งยังมีระยะเวลาเดินทางที่ไม่นานมากในเอเซีย (3-5 ชม.) เทียบศักยภาพไม่แพ้ประเทศจีน

ทั้งนี้ส่วนในรอบ 5-10 ปีนั้นสายการบินโลว์คอสต์จะพุ่งเป้าการเปิดเส้นทางบินในกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะประเทศเวียดนามซึ่งมีสนามบินที่พร้อมรองรับและมีดีมานต์ประชากรมากกว่า 70 ล้านคน ดังนั้นสายการบินไทยเวียดเจ็ตจึงสนใจเปิดเส้นทางบิน ไทย-ย่างกุ้ง (เมียนมา) และ ไทย-สปป.ลาว จากปัจจุบันมีเส้นทางบินแค่ ไทย-เวียดนาม ขณะที่เส้นทางในประเทศ(Domestic) สนใจเปิดเส้นทางบินเพิ่มเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเวียดนามเข้ามาในไทย โดยจะเน้นเส้นทางบินสู้เมืองหลักที่สนามบินพร้อม ส่วนจะเป็น สุราษฎร์ธานี กระบี่และอุดรธานีหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังศึกษาความเหมาะสม ปัจจุบันมีเส้นทางบิน เวียดนาม-เชียงใหม่ และ เวียดนาม-ภูเก็ต ส่วนการทำตลาดในเอเซียนั้นจะเน้นเจาะตลาดเครื่องบินเช่าเหมาลำ(ชาเตอร์ไฟลท์) เส้นทาง ไทย-จีน

ด้านนางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่าสายการบินไทยเวียตเจ็ท สนใจที่จะเปิดเที่ยวบินเส้นทางภายในประเทศ ในเส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรธานี และอุดรธานี-เชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางบินใหม่ โดยคาดว่าจะเริ่มทำการบินในช่วงฤดูหนาวปี 2562/2563 และหากผลตอบรับเป็นไปตามเป้าหมาย จะมีการเพิ่มเที่ยวบินในช่วงต้นปี 2563 นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังสนใจ และจะพิจารณาเปิดเที่ยวบินเส้นทางระหว่างประเทศมายังท่าอากาศยานอุดรธานี และท่าอากาศยานหัวหินอีกด้วย

รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่า จากข้อมูลของ IATA เผยว่าตลาดการบินอินเดียมีการเติบโตเร็วที่สุดในโลกขณะนี้ ด้วยค่าเฉลี่ย 20% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2018 ตลาดการบินอินเดียขยายตัว 18% ทิ้งห่างเจ้าตลาดจีนอย่างมากซึ่งเติบโตเพียง 11% ในปีก่อน ดังนั้นคาดว่าปริมาณผู้โดยสารของอินเดียจะมีมากกว่า 520 ล้านคนในปี 2037 และยังคงจะเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 10% ในอีกหลายปีข้างหน้าด้วยการขับเคลื่อนจากดีมานต์ด้านจำนวนประชากรและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45720</URL_LINK>
                <HASHTAG>สายการบินโลว์คอส, สายการบินไทยเวียดเจ็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7c5a61dc51a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดโลว์คอสต์แข่งเดือดแห่หั่นราคาหนุนลดภาษีสนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย. 2562 นายรณน วิพุธศิริ &amp;nbsp; ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ สายการบินไทยเวียดเจ็ต เปิดเผยว่าเปิดเผยว่าสภาพการแข่งขันของตลาดสายการบินต้นทุนต่ำ(Low Cost Airline) ในปัจจุบันมีการตลาดแข่งขันที่รุนแรงอย่างมากเพื่อดึงลูกค้าและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการดัมพ์ราคาค่าตั๋วโดยสารที่ดึงดูดใจด้วยราคาถูก ขณะที่กลยุทธ์การตลาดปีนี้นั้นสายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่เริ่มมุ่งเน้นเจาะตลาดประเทศเอเซียที่นักเดินทางและชาวไทยชื่นชอบไปท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะที่สายการบินต้นทุนต่ำขนาดเล็กนั้นเน้นเจาะตลาดภูมิภาครอบประเทศไทย รัศมี 3 ชั่วโมงมากขึ้น อาทิ เวียดนาม สปป.ลาว เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซียและสิงคโปร์เป็นต้น&amp;rdquo;นายรณน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรณน กล่าวต่อว่าส่วนด้านแนวโน้มเทรนด์ตลาดการบินภาพรวมปีนี้หลังจากปลดธงแดง ICAO แล้วคาดว่าปริมาณการเดินทางของผู้โดยสาร ไทย-เกาหลี-ญี่ปุ่น จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสายการบินเปลี่ยนขนาดเครื่องบินให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรับผู้โดยสารเพิ่ม นอกจากนี้ยังมองว่าหลังจากปลดล็อคมาตรฐานการบิน FAA เพื่อเลื่อนมาตรฐานการบินเป็น Category 1(CAT 1) แล้ว สายการบินต้นทุนต่ำจะมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังเกาหลีเพิ่มขึ้นในหลายจุดศักยภาพ เพราะปัจจุบันไทยยังไม่ผ่านการทดสอบ FAA จึงเปิดเส้นทางบินใหม่เข้าไปยังเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรณน กล่าวอีกว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการสายการบินอยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามายกระดับการบินของประเทศคือ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านสนามบินเป็นสิ่งที่ต้องเร่งจัดการ เพราะวันนี้สนามบินทุกแห่งในไทย เกินขีดการรองรับ(Over Capacity) ไปหมดแล้ว อาทิ สนามบินสุวรรณภูมิรับผู้โดยสารมากกว่าปีละ 60 ล้านคน โดยมีขีดการรองรับแค่ 45 ล้านคนต่อปี เนื่องจากสนามบินแออัดส่งผลให้บริหารจัดการผู้โดยสารและเที่ยวบินได้ยาก ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลไทยลดภาษีค่าธรรมเนียมสนามบิน (Passenger Service Charge : PSC) จากปัจจุบัน 700 บาท/คน (ชาวต่างชาติ) ควรลดลงสัก 50% ให้เหลือ 350 บาท เพื่อส่งเสริมการเดินทางให้เพิ่มมากขึ้นทและเป็นการลดภาระให้ผู้โดยสาร เพื่อเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งเสริมให้ตัดสินใจมาท่องเที่ยวไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38815</URL_LINK>
                <HASHTAG>รณน วิพุธศิริ, สายการบินต้นทุนต่ำ, สายการบินไทยเวียดเจ็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d0857967c812.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
