<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไลอ้อนแอร์ แจ้งหยุดบินระหว่างวันที่ 4-15 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ส.ค.2564 รายงานข่าวจากสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ แจ้งว่าเพื่อปฏิบัติตามประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 28 และอ้างอิงตามประกาศจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ จำเป็นที่จะต้องงดให้บริการเส้นทางบินในประเทศชั่วคราว ระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม 2564 - 15 สิงหาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ได้ออกมาตรการดูแลผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารตามวันดังกล่าว สามารถทำการเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผู้โดยสารสามารถเลือกเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้ 1 ครั้ง หรือเก็บวงเงินไว้ใช้เดินทาง (Credit Shell) เพื่อเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลง และไม่เก็บค่าส่วนต่าง ยกเว้น ผู้โดยสารที่เลือกเปลี่ยนแปลงวันเดินทางระหว่างวันที่ 12 &amp;ndash; 15 สิงหาคม 2564, 24 &amp;ndash; 26 กันยายน 2564, 12 - 14 ตุลาคม 2564, 21 &amp;ndash; 26 ตุลาคม 2564, 3 &amp;ndash; 7 ธันวาคม 2564, 9 &amp;ndash; 13 ธันวาคม 2564 และ 25 &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2564 ผู้โดยสารจะต้องเสียค่าส่วนต่าง แต่ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนแปลง**&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สำหรับผู้โดยสารที่ทำการเก็บวงเงินไว้ใช้เดินทาง (Credit Shell) ระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม 2564 &amp;ndash; 15 สิงหาคม 2564 ระบบจะทำการเก็บวงเงินไว้ใช้เดินทาง (Credit Shell) โดยอัตโนมัติ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 หากผู้โดยสารต้องการเดินทางจะต้องแจ้งความจำนง ที่จะขอเปลี่ยนแปลงการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนเวลาเดินทาง ผ่านทางศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หรือ เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินประจำท่าอากาศยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ผู้โดยสารไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงเส้นทางบินอื่นได้ และ4. เงื่อนไขเป็นไปตามที่สายการบินกำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111794</URL_LINK>
                <HASHTAG>สายการบินไทยไลอ้อนแอร์, หยุดบินเดือนสิงหาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_610600399ab73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เบรกอีกราย  ‘ไทยไลอ้อนแอร์’ หยุดบินเส้นทางในประเทศ 21 ก.ค.-3 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.2564 รายงานข่าวจากสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ แจ้งว่า สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ จำเป็นต้องงดบริการเส้นทางบินภายในประเทศชั่วคราว ระหว่างวันที่ 21 ก.ค.-3 ส.ค.2564 เพื่อให้เป็นไปตามประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 28 และอ้างอิงตามประกาศจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตามสายการบินฯ ได้ออกมาตรการดูแลผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารระหว่างวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ก.ค.-3&amp;nbsp;ส.ค.2564&amp;nbsp;สามารถทำการเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารได้ โดยผู้โดยสารสามารถเลือกเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง หรือเก็บวงเงินไว้ใช้เดินทาง (Credit Shell)&amp;nbsp;เพื่อเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้จนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลง และไม่เก็บค่าส่วนต่าง ยกเว้นผู้โดยสารที่เลือกเปลี่ยนแปลงวันเดินทางระหว่างวันที่&amp;nbsp;23&amp;ndash;29&amp;nbsp;ก.ค.64, 12&amp;ndash;15&amp;nbsp;ส.ค.64, 24&amp;ndash;26&amp;nbsp;ก.ย.64, 12-14&amp;nbsp;ต.ค.64, 21&amp;ndash;26&amp;nbsp;ต.ค.64, 3&amp;ndash;7&amp;nbsp;ธ.ค.64, 9&amp;ndash;13&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;25&amp;ndash;31&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;ผู้โดยสารจะต้องเสียค่าส่วนต่าง แต่ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้โดยสารที่ทำการเก็บวงเงินไว้ใช้เดินทาง (Credit Shell)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 21 ก.ค.-3 ส.ค.64 ระบบจะทำการเก็บวงเงินไว้ใช้เดินทางโดยอัตโนมัติถึงวันที่ 31 ธ.ค.64 หากผู้โดยสารต้องการเดินทางจะต้องแจ้งความจำนงที่จะขอเปลี่ยนแปลงการเดินทางไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนเวลาเดินทางผ่านทางศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หรือเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินประจำท่าอากาศยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110438</URL_LINK>
                <HASHTAG>สายการบินไทยไลอ้อนแอร์, หยุดบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f68b01ebc01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 แอร์ไลน์แจงกรณีประเทศจีนระงับเที่ยวบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีที่มีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่า​ กรมการบินพลเรือนของประเทศจีนหรือ CAAC ได้สั่งระงับเที่ยวบิน Thai Lion Air เที่ยวบินที่ SL117 กรุงเทพกวางโจวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังพบผู้โดยสารติดโควิด-19 จำนวน 6 รายและยังสั่งระงับกับสายการบิน Thai AirAsia x เที่ยวบินกรุงเทพ- เทียนจิน XJ808 โดยพบผู้ติดเชื้อโควิคจำนวน 5 รายนั้น

ด้านแหล่งข่าวจากสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เปิดเผยว่า เที่ยวบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินที่ขอความร่วมมือให้ช่วยทำการบินในเส้นทางจาการ์ตา-ดอนเมือง-กวางโจว ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่ห้ามผู้โดยสารลงจากเครื่องอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่ามีการป้องกันเต็มที่ ตามมาตรฐานด้านสาธารณสุขซึ่งเมื่อให้บริการเสร็จแล้วลูกเรือต้องกักตัวตามปกติ แต่คาดว่าน่าจะเกิดปัญหาตั้งแต่ต้นทางจากจาการ์ตาร์ พร้อมยืนยันว่า เที่ยวบินนี้ไม่มีผู้โดยสารคนไทย

ขณะที่แหล่งข่าวจากสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์เปิดเผยว่า เที่ยวบินดังกล่าวมาจากมาเลเซีย-มะนิลา-ไทย-เทียนจิน ผู้โดยสารไม่ได้ลงจากเครื่องและไม่ได้เข้ามาที่อาคารผู้โดยสารในประเทศ หรือเกี่ยวข้องกับการระบาดในไทย ซึ่งเวลาตรวจจะตรวจที่ต้นทางและปลายทาง โดยขั้นตอนจะเป็นไปตามขั้นตอนกรมการบินพลเรือนของจีน ซึ่งสายการบินพร้อมดำเนินการตามคำแนะนำของกรมการบินพลเรือนจีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71584</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74a4d3b5e67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไลอ้อนแอร์เลิกบินไปเฉิงตู5เที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;ผลพวงจากการระบาดของไวรัสโคโรนาหรือไวรัสอู่ฮั่น ล่าสุดในวันที่ 29 ม.ค. สายการบิน ไทยไลอ้อนแอร์ แจ้งยกเลิกเที่ยวบินเช่าเหมาลำระหว่างประเทศ Flight SL8725 ขาเข้า เส้นทาง เฉิงตู-หาดใหญ่ 3 เที่ยวบินในวันที่ 31 มกราคม ,5 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;และ 10 กุมภาพันธ์ และ Flight SL8724 ขาออก เส้นทาง หาดใหญ่ - เฉิงตู &amp;nbsp;2เที่ยวบิน คือในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ และ 5 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสาเหตุจากสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวนี้ทำให้ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จะไม่มีเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงจากประเทศจีน &amp;nbsp;และยังคงมาตรการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ต่อไป เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยจะประสานกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขประจำท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55782</URL_LINK>
                <HASHTAG>สายการบินไทยไลอ้อนแอร์, เฉิงตู, เช่าเหมาลำ, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3115d470e7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งหยุดบินเลี่ยงพายุ! &#039;รถไฟ-บขส.&#039;เฝ้าระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินประกาศแห่ยกเลิกเที่ยวบินหลัง ทย.แจ้งปิดสนามบินนครศรีฯ-สนามบินสุราษฎร์ธานี พร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารเต็มที่ สั่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รถไฟ-บขส.-ทางหลวง พร้อมรับมือเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยภายหลังได้ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก ณ ศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน โดยได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศูนย์ปฏิบัติการส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี, ท่าอากาศยานระนอง, ท่าอากาศยานชุมพร, ท่าอากาศยานนราธิวาส, ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานตรัง และท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้สรุปสถานการณ์ช่วงเวลา 15.00 น. ของวันศุกร์ที่ 4 ม.ค. ดังนี้ 1.ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าเส้นทางของพายุและความเร็วลม อาจมีผลกระทบต่อการทำการบินของอากาศยาน จึงได้ออกประกาศนักบิน (NOTAM) ปิดท่าอากาศยาน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม, เวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินดังนี้ สายการบินนกแอร์ขาเข้า 2 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยสมายล์ขาเข้า 2 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ขาเข้า 3 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยแอร์เอเชีย ขาเข้า 4 เที่ยวบิน ขาออก 4 เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 21 เที่ยวบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสายการบินได้เตรียมความพร้อมสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้ทำการแจ้งผู้โดยสารผ่านทางอีเมลและ SMS ที่ลงทะเบียนไว้โดยตรง และสามารถรับข้อเสนอทางเลือกช่วยเหลือ ดังต่อไปนี้ เปลี่ยนเที่ยวบินใหม่ 1 ครั้ง ในเส้นทางเดิม ภายใน 30 วันจากกำหนดการเดินทางเดิม ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในเเต่ละเที่ยวบินเก็บยอดวงเงิน ตามมูลค่าตั๋วโดยสารไว้ในบัญชีสมาชิก BIG Loyalty เพื่อใช้แลกสำหรับเดินทางกับแอร์เอเชีย ภายใน 90 วัน (Credit Account) หลังจากได้รับยอดวงเงินคืนเงินเต็มจำนวน ตามวิธีการชำระเงินเดิมของผู้โดยสาร กรณีเที่ยวบินถูกยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินใหม่ในเส้นทางเดิม ให้ระบุวันและเวลาใหม่ที่ต้องการเดินทาง รวมถึงชื่อ-นามสกุล ของผู้เดินทาง ส่งไปที่ฝ่ายบริการลูกค้าทางทวิตเตอร์ (@AirAsiaSupport) หรือ Facebook (@AirAsiaSupport) หรือ Live Chat &amp;nbsp;support.airasia.com Customer service โทร. 0-2 515-9999 หรือสถานีสุราษฎร์ธานี โทร 0-7744-1196&amp;nbsp;
เลิกเที่ยวบิน-คืนตั๋ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ผู้โดยสารที่มีการเดินทางช่วงวันที่ 3-6 มกราคม 2562 ในเส้นทางภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก สายการบินมีแนวทางช่วยเหลือผู้โดยสารดังนี้ ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางบินไปจังหวัดอื่นในภาคใต้แทนได้, ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้ภายใน 30 วัน, ผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อทำการยกเลิกเที่ยวบินและขอคืนเงินได้เต็มจำนวน ติดต่อสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ Customer service โทร. 0-2529-9999 สถานีสุราษฎร์ธานี โทร 09-8735-5496&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินนกแอร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้โดยสาร เนื่องจากสนามบินในจังหวัดทางภาคใต้ปิดทำการ ทางสายการบินจึงเตรียมการสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้โดยสารเส้นทาง Domestic ไป-กลับ เส้นทางในภาคใต้ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน สามารถติดต่อผ่านช่องทาง Call Center 1318/ Counter จำหน่ายตั๋วที่สนามบิน/ ติดต่อผ่านทีมขาย สำหรับเที่ยวบินที่เดินทางวันที่ 4 มกราคม 2562 เท่านั้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ทั้งนี้ ตั๋วที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องเดินทางภายใน 30 วัน นับจากวันเดินทางเดิม ติดต่อสายการบินนกแอร์ สถานีสุราษฎร์ธานี โทร. 08-2700-5649-50
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินไทยสมายล์ ได้มีมาตรการรองรับสำหรับการยกเลิกเที่ยวบินของวันที่ 4 และ 5 มกราคม 2562 - ผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อขอเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือขอคืนเงินได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ศูนย์บริการลูกค้า หรือโทร. 1181 หรือ (+66) 0-2118-8888
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้ปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 00.01-24.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2562 และได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าสถานการณ์พายุยังคงมีกำลังแรง อาจมีผลกระทบต่อการทำการบินของอากาศยาน จึงได้ออกประกาศนักบิน (NOTAM) ปิดท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชต่อไป จนถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและสารการบิน โดยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะแจ้งความคืบหน้าในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของท่าอากาศยานชุมพร ท่าอากาศยานระนอง ท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานตรัง และท่าอากาศยานนราธิวาส ได้เปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ มีการติดตามสถานการณ์และรายงานให้ศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน ทราบเป็นระยะ พร้อมสำรวจและเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆ เพื่อให้สามารถบริการผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่
ช่องทางติดต่อสอบถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานจะได้ติดตามและรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์พายุปาบึกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมมือในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร สำหรับผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน หมายเลขโทรศัพท์พิเศษของศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน โทร. 0-2 287-0320-9 ต่อ 2593, 2595, ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โทร. 0-7545-0545, 09-0278-0065, ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี โทร. 0-7744-1230, ท่าอากาศยานระนอง โทร. 0-7786-2252-3, ท่าอากาศยานชุมพร โทร. 0-7759-1267-9, ท่าอากาศยานกระบี่ โทร. 0-7570-1471, ท่าอากาศยานตรัง โทร. 0-7557-2151, ท่าอากาศยานนราธิวาส โทร. 0-7356-5061-5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการในสภาวะฉุกเฉินเนื่องจากพายุโซนร้อนปาบึกได้อย่างทันท่วงที กรมทางหลวงจึงจัดตั้งศูนย์อำนวยการส่วนหน้าและศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดระนอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้สำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นศูนย์อำนวยการส่วนหน้า โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ มีหน้าที่ อำนวยการ สั่งการแก้ไข และบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกว่าเหตุการณ์ยุติ รวมทั้งให้แขวงทางหลวงในพื้นที่จังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช และระนอง เป็นศูนย์ปฏิบัติการ โดยมีผู้อำนวยการแขวงทางหลวงในพื้นที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้เตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากร ในการอำนวยความสะดวกด้านจราจร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทุกกรณีตามการร้องขอตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ เคลื่อนย้ายยานพาหนะ สิ่งของสัมภาระ การแจกจ่ายน้ำดื่ม เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและพร้อมในการช่วยเหลือหน่วยงานอื่นตามการร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์กล่าวว่า ได้สั่งการให้แขวงทางหลวงในสังกัดสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช), &amp;nbsp;สำนักงานทางหลวงที่ 17 (กระบี่), สำนักงานทางหลวงที่ 18 (สงขลา), แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์, แขวงทางหลวงชุมพร เตรียมความพร้อมโดยจัดทำแผนที่ความเสี่ยงอุทกภัย บริเวณที่เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง พร้อมจัดทำแผนที่ทางเลี่ยงเส้นทางในกรณีที่เกิดการสัญจรไม่ได้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนผู้ใช้ทาง ทั้งนี้ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่โดยเร็วและปฏิบัติงานตามคู่มือการปฏิบัติงานของกรมทางหลวงกรณีเกิดภัยพิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ
รถไฟเตรียมรับมือน้ำท่วมราง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และเผชิญเหตุรองรับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้มีการประเมินจุดเสี่ยงหากเกิดน้ำท่วมทางจนไม่สามารถเดินรถต่อได้ ดังนี้ กรณีเกิดน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถเปิดเดินรถได้ตามปกติในเส้นทางที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกในช่วงระหว่างชุมทางเขาขุมทอง-นครศรีธรรมราช การรถไฟฯ จะเดินขบวนรถสายนครศรีธรรมราชถึงแค่สถานีชุมทางทุ่งสง และจะจัดรถยนต์ขนถ่ายผู้โดยสารจนถึงปลายทางสถานีนครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา และนายสถานีในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชา และศูนย์ปลอดภัยฝ่ายการเดินรถทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินและสั่งการแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่พื้นที่ภาคใต้ของไทยกำลังอยู่ในช่วงมรสุม จึงขอให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์เดินทางในเส้นทางรถไฟสายใต้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสามารถตรวจสอบหรือสอบถามรายละเอียดก่อนเดินทางได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ตามที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินของวันที่ 4 มกราคม ในส่วนของ บขส.ได้ดำเนินการประสานสถานีเดินรถในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมรถโดยสารเพื่อรองรับประชาชน ดังนี้ เส้นทางนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ จำนวน 16 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 620 คน, เส้นทางสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ จำนวน 18 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 720 คน, &amp;nbsp;เส้นทางกระบี่-กรุงเทพฯ จำนวน 23 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 920 คน, เส้นทางหาดใหญ่-กรุงเทพฯ จำนวน 23 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 780 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ จำนวน 33 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 1,155 คน ส่วนรถหมวด 3 เส้นทางนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี จำนวน 26 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 450 คน, เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต &amp;nbsp;จำนวน 26 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 800 คน และเส้นทางกระบี่-สุราษฎร์ธานี จำนวน 12 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 480 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) จำนวน 10 คัน รองรับผู้โดยสาร 450 คน และรถตู้ หมวด 3 จำนวน 10 คัน รองรับผู้โดยสาร จำนวน 130 คน อำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการปรับ/ยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากสถานการณ์ของพายุปาบึกด้วย สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25787</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, วรวุฒิ มาลา, สายการบินนกแอร์, สายการบินไทยสมายล์, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัมพวัน วรรณโก, อานนท์ เหลืองบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f78d3c4945.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
