<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.ให้จนท.Work from home ที่บ้าน ช่วยรับสายด่วน 1330 ประสานหาเตียง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25เม.ย.64- นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ทาง สปสช. ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโดยให้เจ้าหน้าที่ของ สปสช. ส่วนกลางทุกระดับซึ่งมีที่ตั้งในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร รอยต่อ จ.นนทบุรี ปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home) ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ในส่วนของ สปสช.เขตที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ให้ดำเนินการในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า การ Work From Home ของ สปสช.นั้น จะไม่กระทบกับบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือการให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยใช้มาตรการนี้ในการระบาดรอบก่อนมาแล้วและได้วางระบบการทำงานต่างๆ รองรับการทำงานที่บ้านไว้แล้ว &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ สปสช. จะอยู่ในช่วงปฏิบัติงานที่บ้าน &amp;nbsp;ยังได้รับมอบหมายภารกิจให้เสริมกำลังทีมงานสายด่วน 1330 อีกด้วย เนื่องจากขณะนี้มีการระบาดเป็นวงกว้าง และสายด่วน 1330 มีหน้าที่เป็นหน่วยประสานจัดหาเตียงแก่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีเตียงรองรับ ตลอดจนโทรติดตามอาการผู้ป่วยทุกๆ 6 ชั่วโมงจนกว่าจะได้เตียง รวมถึงการโทรกลับสายที่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่รับสายเนื่องจากช่วงนี้มีปริมาณการโทรเข้ามาจำนวนมาก ทำให้มีบางสายที่ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่ง สปสช.ได้บันทึกเลขหมายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาในระบบแล้ว และจัดบุคลากรให้โทรกลับเพื่อรับเรื่องจากประชาชนต่อไป นอกจากเจ้าหน้าที่ 1330 แล้ว สปสช.ยังระดมเจ้าหน้าที่และผู้บริหารทั้งส่วนกลางและเขตที่ WFH มาช่วยกันโทรและรับสาย การให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่บ้านเข้าไปช่วยงานสายด่วน 1330 จะทำให้การให้บริการช่วยเหลือผู้ป่วยมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100650</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, สปสช., สายด่วน1330</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_60850773eee69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายด่วน &quot;บัตรทอง&quot;1330 ทำล่ามแปลภาษามือ เพื่อผู้พิการทางการได้ยิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ร่วมมือกับศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (TTRS) วางระบบให้บริการผู้พิการทางการได้ยิน ด้วยการอำนวยความสะดวกให้สามารถเข้าถึงสายด่วน สปสช. 1330 สำหรับติดต่อสอบถาม ร้องเรียน ร้องทุกข์การใช้สิทธิบัตรทอง ผ่านล่ามแปลภาษามือ ซึ่งได้เริ่มต้นให้บริการไปเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพโรจน์ เจริญวิไลศิริ กรรมการและปฏิคมสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านล่ามภาษามือว่า ที่ผ่านมาผู้พิการทางการได้ยินจะไม่มีหลักประกันด้านสุขภาพ บริษัทประกันเอกชนก็จะไม่รับลูกค้าที่มีความพิการทางการได้ยิน ส่งผลให้เวลาเจ็บป่วยก็ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลที่แพง และยังประสบกับอุปสรรคหลากหลายประการในการเข้ารับบริการ จนกระทั่งเกิดสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ขึ้น และนำมาสู่บัตร ท.74 หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพสำหรับคนพิการ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์กับผู้พิการมาก เพราะผู้พิการทางการได้ยินก็ยังเข้าไม่ถึงข้อมูล ไม่ทราบสิทธิของตัวเอง และไม่รู้ว่าการใช้สิทธิต้องทำอย่างไรบ้าง ดังนั้นส่วนตัวคิดว่าการดำเนินโครงการของ สปสช.ที่ร่วมกับ TTRS เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ก็ต้องดูต่อไปว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด เพราะผู้พิการทางการได้ยินมีความแตกต่างและค่อนข้างมีข้อจำกัดมาก แต่คิดว่าถ้าโครงการนี้สามารถทำให้ผู้พิการทางการได้ยินเข้าถึงล่ามทางไกลได้อย่างรวดเร็วจริงๆ ก็เชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ
&amp;ldquo;ผมคิดว่าโครงการนี้จะทำให้คนหูหนวกรู้สิทธิของตัวเองมากขึ้น สิ่งสำคัญของคนพิการคือต้องการที่จะมีสิทธิเหมือนกับคนทั่วไป ดังนั้นการเข้าถึงข้อมูลจึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี&amp;rdquo; นายไพโรจน์ กล่าว
นายไพโรจน์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาผู้พิการทางการได้ยิน คือไม่มีความเข้าใจเรื่องสิทธิที่มีความแตกต่างกันและมีการปรับเปลี่ยนมาโดยตลอด จากบัตรทอง บัตร ท.74 ไปจนถึงการแสดงบัตรประชาชนใบเดียว ดังนั้นเมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็จะทำตัวไม่ถูก และเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องสิทธิของผู้พิการเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพโรจน์ กล่าวถึงอุปสรรคในการรับบริการของผู้พิการทางการได้ยินว่า 1. ผู้พิการทางการได้ยินไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยตัวเอง 2. ถ้ามีการประกาศเรียกชื่อผู้ป่วย ผู้พิการฯ ก็จะไม่ได้ยิน ส่งผลให้คิวตกหล่นไป ซึ่งมีกรณีที่ไปรอรักษาตั้งแต่เช้า แต่ต้องนั่งรอจนถึงโรงพยาบาลปิดก็ไม่ได้รับการรักษา เพราะชื่อถูกข้ามไปแล้ว 3. หากผู้พิการฯ เจ็บป่วยมาด้วยอาการที่หนักก็ไม่สามารถเข้ารับบริการได้ด้วยความเร่งด่วน ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ อยากเสนอให้โรงพยาบาลมีการแยกการบริการสำหรับผู้พิการออกมาสักมุมหนึ่ง 4. ผู้พิการฯ จำนวนหนึ่งมีปัญหาเรื่องการแพ้ยา หรือยาที่ได้รับไปนั้นคาดเคลื่อนไปจากอาการเจ็บป่วย เนื่องจากปัญหาการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราพยายามผลักดันให้โรงพยาบาลมีตู้ TTRS สำหรับคนพิการ ซึ่งปัจจุบันก็ทำสำเร็จแล้วในบางแห่ง ต่อมาเราได้ผลักดันให้ทางโรงพยาบาลส่งคุณพยาบาลไปอบรมภาษามือเบื้องต้นเพื่อสื่อสารคำง่ายๆ เช่น ตา ปาก และเราพยายามทำคู่มือให้ภาษามือให้กับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งทั้งหมดก็ช่วยแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าให้ดีก็ควรมีล่ามภาษามือไปด้วยทุกครั้ง แต่ปัญหาคือล่ามก็มีไม่เพียงพอ&amp;rdquo; นายไพโรจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพโรจน์ กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งประเด็นคือสิทธิประโยชน์ของคนหูตึง ที่ผ่านมา สปสช.ให้สิทธิประโยชน์สำหรับอุปกรณ์ช่วยฟังที่มีราคาแพงมาก ซึ่งช่วยให้คนเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ถ้าจะให้ครอบคลุมกว่านี้ควรเพิ่มสิทธิเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่มีราคาแพงด้วย เนื่องจากผู้พิการฯ หลายรายมีฐานะค่อนข้างยากจน ไม่สามารถซื้อแบตเตอรี่ในราคา 700-800 บาท มาเปลี่ยนได้ ส่งผลให้เมื่อแบตหมดก็ไม่ได้ใช้เครื่องช่วยฟังต่อ ซึ่งขณะนี้ทางสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย กำลังผลักดันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28938</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., นายไพโรจน์ เจริญวิไลศิริ กรรมการและปฏิคมสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ใ, บัตรทอง, ศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (TTRS, สายด่วน1330</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c627dc1e712b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
