<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ้านเรือนราษฎรเซ่นพายุฤดูร้อนนับพันหลัง &#039;ปภ.&#039; เปิดสายด่วนนิรภัย1784 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 61 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 8 มีนาคม 2561 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 24 จังหวัด 57 อำเภอ 98 ตำบล 189 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ รวม 1,293 หลังผู้เสียชีวิต 1 ราย แยกเป็น ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร อุทัยธานี นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ สุรินทร์ อุบลราชธานี ขอนแก่น บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู มหาสารคาม เลย ยโสธร ชัยภูมิ สกลนคร นครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี ปทุมธานี ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ภาคใต้2 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจ ประเมินและจัดทำบัญชีข้อมูลความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 9 &amp;ndash; 10 มีนาคม 2561 หลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงเกิดพายุฤดูร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ครอบคลุมภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ต้องจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศ ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง อยู่ให้ห่างจากต้นไม้ใหญ่ป้ายโฆษณาและสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ท้ายนี้ ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4609</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ชยพล ธิติศักดิ์, ปภ., ภายุฤดูร้อน, วาตภัย, สายด่วน1784</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa20096e92b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
