<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ! กทม.ผุดรถไฟรางเบา ‘บางนา–สนามบินสุวรรณภูมิ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 2564 นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาโครงการงานจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและวิเคราะห์โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (Light Rail Transit)&amp;nbsp;สายบางนา&amp;ndash;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า เพื่อแนะนำโครงการ พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูล ทบทวนผลการศึกษา รูปแบบรายละเอียด ปัจจัยความเป็นไปได้ และสิทธิประโยชน์ที่ภาคเอกชนให้ความสนใจในการลงทุน พร้อมทั้งรับทราบความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อเตรียมพร้อมสู่การประชุมรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปัจจุบันถนนบางนา&amp;ndash;ตราด เป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพที่มีถนนสายหลักใช้เดินทางสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภาคตะวันออก นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมที่ค่อนข้างหนาแน่น แม้ว่าจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เชื่อมต่อการเดินทางมายังย่านบางนา และ จ.สมุทรปราการ และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่เชื่อมสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ในพื้นที่ถนนสายบางนา&amp;ndash;ตราด ยังไม่มีรถไฟฟ้าให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดย สจส. จึงได้ดำเนินการว่าจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาทบทวนผลการศึกษาและดำเนินการศึกษาวิเคราะห์โครงการรถไฟรางคู่ขนาดเบา สายบางนา&amp;ndash;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน โดยมีขอบเขตการดำเนินโครงการ 1.จัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ 2.วิเคราะห์ความจำเป็นของโครงการ3.ดำเนินการจัดทำรายงานหลักของโครงการร่วมลงทุนเพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดให้พิจารณา4.ดำเนินการจัดประชาสัมพันธ์และการทดสอบความสนใจของนักลงทุนภาคเอกชน (Market Sounding)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟรางคู่ขนาดเบา สายบางนา&amp;ndash;สุวรรณภูมิ เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯ และจ.สมุทรปราการ มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณสี่แยกบางนา จากนั้นมุ่งไปทางทิศตะวันออก ตามทางคู่ขนานถนนบางนา&amp;ndash;ตราด ผ่านทางแยกต่างระดับบศรีเอี่ยม เข้าสู่เขต จ.สมุทรปราการ ผ่านทางแยกต่างระดับกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ทางแยกต่างระดับกิ่งแก้ว และบริเวณด้านหน้าโครงการธนาซิตี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงโครงการแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตามแนวถนนสุวรรณภูมิ 3 และมาสิ้นสุดเส้นทางที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ รวมระยะทาง 19.7 กิโลเมตร (กม.) รวมทั้งหมด 14 สถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟรางคู่ขนาดเบา สายบางนา&amp;ndash;สุวรรณภูมิ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 จากแยกบางนา&amp;ndash;ธนาซิตี้ จำนวน 12 สถานี ระยะทาง 14.6 กม. และระยะที่ 2 จากธนาซิตี้&amp;ndash;สุวรรณภูมิด้านใต้ จำนวน 2 สถานีระยะทาง 5.1 กม. และมีศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง บริเวณสถานีธนาซิตี้ โดยเบื้องต้น กทม. มีแนวคิดในการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ&amp;nbsp;PPP (Public Private Partnership)&amp;nbsp;เฉพาะระยะที่ 1 ก่อน ส่วนรูปแบบการพัฒนาโครงการ เป็นรถไฟฟ้ารางเบา มีขนาดราง 1.435 เมตร มีระบบควบคุมการเดินรถอัตโนมัติ มีความเร็ว 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้ระยะเวลาเดินทางไป&amp;ndash;กลับ 56 นาที คาดว่าสามารถรองรับผู้โดยสารประมาณ 15,000-30,000 คน/ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115508</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรุงเทพมหานคร (กทม.), สายบางนา–สุวรรณภูมิ, โครงการรถไฟรางคู่ขนาดเบา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131d6bfa6be1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
