<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แง้มพฤติการณ์อัยการปริศนา &#039;วิชา&#039; บอกเป็นคนประสานเปลี่ยนความเร็วรถคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน แถลงผลสอบข้อเท็จจริงเปิด ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนว่า มีบุคคลจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันจัดให้รองศาสตราจารย์ ส. ได้พบกับ พ.ต.ท.ชื่อย่อ ธ. เพื่อนำเสนอวิธีการคำนวณความเร็วใหม่และมีการสอบปากคำ พ.ต.ท.ชื่อย่อ ธ. ภายใต้การกำกับของพนักงานอัยการไม่ทราบชื่อ เพื่อจัดทำพยานหลักฐานเท็จ โดยแก้ไขวันที่สอบปากคำให้เป็นวันที่ 26 ก.พ. 2559 และวันที่ 2 มี.ค. 2559 สำหรับใช้ในการร้องขอความเป็นธรรม ให้พันตำรวจโท ธ. ให้การเปลี่ยนความเห็นในเรื่องความเร็วของรถผู้ต้องหาในขณะที่ชนผู้ตายจาก 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามที่ปรากฏในรายงานการพิสูจน์หลักฐานครั้งแรกเป็นความเร็วที่ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับผลการคำนวณความเร็วรถของรองศาสตราจารย์ ส. ซึ่งได้มีการตระเตรียมกันไว้ล่วงหน้า โดยการลงวันที่อันเป็นเท็จดังกล่าว น่าเชื่อว่าเป็นไปเพื่อกันบุคคลบางคนให้ออกจากเรื่องนี้ และเพื่อให้การคำนวณความเร็วรถใหม่ใช้เวลาตามควรเพื่อให้น่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชาระบุว่าการร่วมมือระหว่างทนายความ ผู้ต้องหา ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการดังกล่าว ย่อมทำให้การสอบสวนเป็นการสอบสวนที่ไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดแจ้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า พนักงานอัยการที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้จัดพา พ.ต.ท.ชื่อย่อ ธ. เดินทางไปเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ ปัจจุบันเป็นอัยการอาวุโสประจำสำนักงานในกรุงเทพฯ ได้เดินทางไปพร้อมอดีตตำรวจยศ พล.ต.อ.คนหนึ่ง วันที่ 29 ก.พ.2559 โดยมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด และเทปบันทึกการสนทนาไว้เป็นหลักฐาน สำหรับพนักงานอัยการคนดังกล่าว เคยปรากฏเป็นข่าวไปพัวพันกับคดีใหญ่คดีหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ตัวผู้ต้องหาหนีคดีออกนอกประเทศไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76293</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ, สายประสิทธิ์ เกิดนิยม, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, เปลี่ยนความเร็วรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e60563c9ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา&#039; สั่งเรียก &#039;สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง&#039; แจงคดีบอส หลังตำรวจพิสูจน์หลักฐานปูดถูกกดดัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - เวลา 16.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา​ นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานว่า พ.ต.อ.ธนะสิทธิ์ ถือเป็นพยานที่มีน้ำหนักทำให้อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ จาก 177 เป็น 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนเพียงครั้งเดียว คือ ในวันที่ 26 ก.พ.2559 และยืนยันว่าไม่ได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 มี.ค. ตามที่ถูกกล่าวอ้าง รวมถึงไม่ทราบว่า นายสายประสิทธิ เกิดนิยม เข้ามาได้อย่างไร ทราบเพียงเป็นผู้ทำข้อมูลในคดีเสี่ยชูวงษ์ จึงทำให้เชื่อถือในข้อมูล แต่เมื่อกลับมาทบทวนและเชื่อว่าไม่ถูกต้องจึงพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลกลับไปอยู่ที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสืบสวน สน.ทองหล่อ อ้างว่าทำคดีอื่นซับซ้อน ทำให้เกิดความสับสน จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธนะสิทธิ์ ยอมรับว่ากังวลเรื่องของความปลอดภัย โดยอ้างว่ามีบุคคลติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวว่า เจ้าตัวยอมรับต่อคณะกรรมการว่าถูกกดดัน เมื่อผู้สื่อข่าวย้ำว่าถูกกดดันจากใคร นายวิชา ระบุว่า ไม่ได้ตอบตรงๆแต่บอกว่าคนที่พานายสายประสิทธิ์ มาคือ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ดังนั้นคณะกรรมการฯ จะเชิญมาให้ข้อมูลชี้แจงในวันพฤหัสบดีที่ 20 ส.ค.ในเวลา 13:30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาคารเทเวศร์ รวมถึงเชิญอัยการสูงสุด มาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะต้องเชิญ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ที่ถูกกล่าวอ้างในรายงานชี้แจงหรือไม่ นายวิชาระบุ คงไม่ต้อง เพราะวันนี้ชี้แจงว่า ใช้เพียงห้องทำงานของพล.ต.อ.มนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะตรวจสอบว่าในการทำสำนวน มีใครที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบ ส่วนข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบทั้งหมด พ.ต.อ.วิรดล เหมือนจะรับผิดคนเดียวใช่หรือไม่ นายวิชา ระบุอยู่ในกระบวนการ แต่ไม่เปิดเผยว่ามีบุคคลใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบฝ่ายตำรวจจะเชิญผู้บังคับการกองต่างประเทศ ที่รับผิดชอบการออกหมายแดง หรืออินเตอร์โพล และการส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาให้ข้อมูลต่อข้อมูลต่อคณะกรรมการตรวจรับพฤหัสนี้เช่นเดียวกัน รวมถึงเชิญตำรวจที่เชียงใหม่ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง รวมถึงการชันสูตรพลิกศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้าให้ข้อเท็จจริงของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วันนี้ในช่วงบ่าย นายวิชาระบุว่า เจ้าตัวได้ชี้แจงเรื่องการมอบอำนาจว่าเป็นไปตามระบบ คำสั่งเป็นเด็ดขาดไม่รับคืน และที่ไม่เห็นแย้งอัยการเพราะไม่มีข้อมูลใดผิดปกติ แต่ยอมรับว่า เพิ่งทราบว่ามีการกดดัน พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ เมื่อวานนี้จากสื่อ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ว่ามีการกดดัน และทำสำนวนอันเป็นเท็จ ตนไม่ยอมหรอก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการจะต้องนำไปพิจารณากระบวนการทำงานของตำรวจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมไปดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจากข้อมูลจากคณะทำงานทั้งหมดจนถึงขณะนี้ เห็นได้ชัดแล้วถึงหรือไม่ว่าเป็นกระบวนการเอื้อในทางคดีให้กับนายวรยุทธ อยู่วิทยา นายวิชา กล่าวว่า อย่างที่สื่อมวลชนบอก เราก็รู้กันดีอยู่ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ไม่ใช่แค่คดีรถชนกันตาย แต่จริงๆแล้วไม่ปกติ สมแล้วที่นายกรัฐมนตรีจะต้องตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา ยังชี้แจงต่อข้อวิจารณ์ในโซเชียล ที่มองว่าคณะกรรมการฯชุดนี้ เป็นขบวนการสอบเพื่อช่วยกันว่า ตนจะออกมาเปิดเผยข้อมูลพิรุธและบอกว่ามันผิดปกติทำไม มีหรือไม่ที่ตนบอกว่าไม่มีผิดปกติเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74823</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ, สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, สายประสิทธิ์ เกิดนิยม, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bb4841cfe9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมันต์&#039;เปิดเอกสารลับ&#039;บิ๊กตร.&#039;พา&#039;สายประสิทธิ์&#039;มาเจอ&#039;ธนสิทธิ&#039;จนทำให้ความเร็วรถคดีบอสเปลี่ยนไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ส.ค.63 -นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง เปิดเอกสาร ตัวละครลับผู้พา รศ.ดร.สายประสิทธิ์ มาเจอ พ.ต.อ.ธนสิทธิ จนทำให้ความเห็นเรื่องความเร็วในคดีบอส อยู่วิทยา เปลี่ยนไป มีเนื้อหาดังนี้
.
เมื่อวานนี้ (13 สิงหาคม 2563) ในห้องประชุมกรรมาธิการกฎหมาย พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ที่เปลี่ยนความเห็น เรื่องความเร็วจาก 177 เหลือ 79.22 กม./ชม. ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีบอส อยู่วิทยา
.
พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ ได้กล่าวในห้องประชุมกรรมาธิการฯ ว่ามีผู้บังคับบัญชาระดับสูงนำตัว รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาพบในห้องทำงานของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วย และนำสมมติฐานของคดีว่าเป็นวิธีใหม่ที่คำนวณได้ และนำส่งเอกสาร 10 หน้า ที่ระบุความเร็วที่ 79.22 กม./ชม. ในขณะนั้นเจ้าตัวมีเวลาจำกัด และเกิดแรงกดดันจนทำให้มีการเปลี่ยนความเห็นเรื่องความเร็วต่อพนักงานสอบสวน
.
ทำให้ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจและถูกตั้งคำถามจากสาธารณชน ว่าใครผู้บังคับบัญชาระดับสูงคนนั้น
.
พี่น้องประชาชนครับ คดีนี้เป็นมหากาพย์อันน่าอัปยศในกระบวนการยุติธรรมไทย ยิ่งค้นยิ่งเจอเรื่องแย่ ยิ่งสืบยิ่งเจอคนที่เกี่ยวข้องชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะกล้าทำได้ ผมในฐานะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้รับเอกสารชี้แจงลำดับเหตุการณ์ กรณีคำนวณความเร็วรถนายวรยุทธ อยู่วิทยา จาก พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ซึ่งได้ระบุชื่อชัดเจนว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงคนนั้นเป็นใคร
.
ผมขอสรุปลำดับเหตุการณ์ให้พอสังเขปดังนี้นะครับ
.
1. พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ แตงจั่น (ยศในขณะนั้น) เป็นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ 3 กันยายน 2555 และเป็นผู้ออกรายงานการตรวจพิสูจน์ยืนยันความเร็วที่ 177 กม./ชม. ลงวันที่ 26 กันยายน 2555
.
2. หลังจากนั้นอีก 4 ปี คือเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.สอบสวน สน.ทองหล่อ ได้เดินทางมาพร้อมกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. และ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ขอเข้าพบ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ที่สำนักงานของ พล.ต.ท.มนูฯ
.
3. ในวันเดียวกันนั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ได้แนะนำ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ให้ผู้แทนกองพิสูจน์หลักฐานกลางทำความรู้จัก และแจ้งว่า รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ มีสมมติฐานอีกวิธีมานำเสนอการหาอัตราความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธ เป็นผู้ขับขี่ โดยนำเสนอรายงานการวิเคราะห์จำนวน 10 หน้า ระบุความเร็ว 79.22 กม./ชม. และได้มอบเอกสารดังกล่าวให้กับกองพิสูจน์หลักฐานกลาง
.
4. ในวันเดียวกันนั้นได้มีการสั่งการให้ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ เข้าร่วมพิจารณากับ พ.ต.อ.วิรดลฯ ในสำนักงานกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ซึ่ง พ.ต.อ.วิรดลฯ ได้ส่งเอกสารสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 14 มกราคม 2559 โดยข้อความท้ายหนังสือดังกล่าวระบุว่าให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีสอบสวนเพิ่มเติม พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ และส่งผลการสอบสวนให้พนักงานอัยการภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ได้มีการคำนวณความเร็วตามสมมติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ในกระดาษอีกแผ่นซึ่งได้ค่าใกล้เคียงกัน พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ลงนามไว้ว่าเป็นการคำนวณของตนเอง
.
5. พร้อมกันนั้น พ.ต.อ.วิรดลฯ ให้ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ให้ปากคำเรื่องการคำนวณตามสมมุติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ โดยถามถึงความคลาดเคลื่อนที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการคำนวณตามรายงานการตรวจพิสูจน์ เมื่อ 26 กันยายน 2555 ที่ได้ 177 กม./ชม. ซึ่ง พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ได้ให้ปากคำว่าอาจเกิดขึ้นได้ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ส่วนในเรื่องความคลาดเคลื่อนตามสมมุติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ซึ่งในเวลานั้นเพิ่งได้เห็นสมมุติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ เป็นครั้งแรก จึงไม่สามารถบอกได้ว่ามีความคลาดเคลื่อนหรือความบกพร่องอย่างไร
.
6. พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ได้ให้ปากคำในวันนั้นจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. สุดท้ายจึงลงนามในเอกสาร 2 ฉบับ ฉบับแรกลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 อีกฉบับลงวันที่ 2 มีนาคม 2559 โดยมีการให้เหตุผลว่าถูกเร่งรัดให้รีบดำเนินการ
.
7. ต่อมา 29 มีนาคม 2559 พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ นำรายงานการคำนวณของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ มาให้ ร.ต.อ.ชวลิตฯ ร.ต.ท.ปิยวัฒน์ฯ ตรวจสอบ พบว่าการกำหนดให้ค่าตัวแปรต่างๆ ของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ผิดไปจากความเป็นจริงมาก จึงทำให้ความเร็วที่ได้เท่ากับ 79.22 กม./ชม. ซึ่งเป็นค่าคำนวณที่ไม่ถูกต้อง จึงได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาขอให้ประสานไปยัง พ.ต.อ.วิรดลฯ ผกก. สอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อขอให้ปากคำเพิ่มเติมยืนยันผลการตรวจพิสูจน์ที่ 177 กม./ชม. ตามรายงานเดิม ซึ่งในวันนั้นผู้บังคับบัญชาได้โทรประสาน พ.ต.อ.วิรดลฯ ทันที แต่ พ.ต.อ.วิรดลฯ ปฏิเสธว่าไม่สามารถสอบปากคำเพิ่มเติมได้และได้ส่งเอกสารการให้ปากคำให้กับพนักงานอัยการแล้ว พร้อมทั้งยังได้อ้างเหตุว่าคดีเรื่องขับรถเร็วขาดอายุความไปแล้ว ทำให้ผู้บังคับบัญชาและ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ สำคัญผิดว่าเอกสารดังกล่าวไม่ถูกใช้ในสำนวนแล้ว แต่ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ยืนยันกับผู้บังคับบัญชาว่าจะให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อความถูกต้องในสำนวน
.
8. ต่อมา 21 กรกฎาคม 2559 พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ ได้เดินทางไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ แต่เมื่อไปถึงห้องประชุมได้มีเจ้าหน้าที่สภามาแจ้งว่าขอเลื่อนการประชุมออกไปก่อนและไม่เคยมีใครติดต่อไปจนปัจจุบัน
.
9. ต่อมา 11 สิงหาคม และ 4 กันยายน 2560 พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ เดินทางไปให้ถ้อยคำกับจเรตำรวจและสำนักงาน ป.ป.ช. และได้แจ้งว่าขอเพิ่มเติมความเห็นในกรณีความเร็วของรถ ว่าสามารถพบความบกพร่องของสมมุติฐานในการคำนวณความเร็วของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ดังนั้นความเร็ว 79.22 กม./ชม. จึงไม่ถูกต้อง ซึ่งทั้งมีบันทึกคำให้การถูกคัดถ่ายเป็นสำเนาไว้
.
โดยสรุป
.
รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ถูกนำตัวมาพบกับสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ โดยอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ชื่อว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจในขณะนั้นคือ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ให้ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ พิจารณาสมมุติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ซึ่งการสอบปากคำ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ต่อพนักงานสอบสวนเป็นการให้ปากคำในทางวิชาการ แต่ไม่ถือว่าเป็นผลการตรวจพิสูจน์ เพราะยังไม่มีการยกเลิกรายงานการตรวจพิสูจน์เดิมของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง
ดังนั้นในความเห็นของ พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ (ยศปัจจุบัน) เขายืนยันว่าไม่ได้กลับคำให้การในเรื่องการคำนวณความเร็วแต่อย่างใด
.
พี่น้องประชาชนครับ นี่คือการสรุปข้อเท็จจริงจากเอกสารชี้แจงของ พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ มีลำดับเหตุการณ์ซึ่งผมได้โพสต์รูปไว้แล้วพี่น้องสามารถอ่านและพิจารณาโดยละเอียดได้
.
สำหรับตัวผมในฐานะของกรรมาธิการการกฎหมายฯ จะเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเชิญบุคลที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะนายตำรวจระดับสูงหลายคน ตามเอกสารฉบับนี้มาชี้แจงต่อกรรมาธิการในการประชุมโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74458</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายรังสิมันต์ โรม, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, วรยุทธ อยู่วิทยา, สายประสิทธิ์ เกิดนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f366e34b306b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จี้สภาวิศวกรฟัน &#039;ดร.สายประสิทธิ์&#039; ปมคำนวณความเร็วรถคดีบอส ทั้งที่ใบอนุญาตหมดอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนได้รายงานว่า ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ได้ดำเนินการตรวจสอบและให้ความเห็นประเด็นเกี่ยวกับการคำนวณความเร็วของรถยนต์ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส เมื่อปลายปี 2562 ได้ความเร็วของรถยนต์ 76.175 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งให้อัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในสังคมขณะนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบเว็บไซต์สภาวิศวกร พบว่า นายสายประสิทธิ์เป็นสมาชิกสามัญของสภาวิศวกร เลขที่สมาชิก 54877 เลขที่ใบอนุญาต ภก.8787 ระดับภาคีวิศวกร สาขาเครื่องกล วันที่ได้รับครั้งแรก 25 ธันวาคม 2535 วันที่เริ่มใช้ 18 ธันวาคม 2554 วันที่หมดอายุ 17 ธันวาคม 2559 สถานภาพใบอนุญาต &amp;ldquo;ไม่มี&amp;rdquo; ซึ่งกรณีสมาชิกภาพขาดต่ออายุ จะส่งผลให้ใบอนุญาตของผู้นั้นสิ้นสุดลงทันที ตามมาตรา 49 แห่งพรบ.วิศวกร 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการดังกล่าวของ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ถือเป็นการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ควบคุม ในงานพิจารณาตรวจสอบ ในการวิเคราะห์ ตรวจสอบ การหาข้อมูล เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ หรือประกอบการตรวจสอบวินิจฉัยงาน หรือในการสอบทานและให้ความเห็นตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม 2550 ออกตามความ พรบ.วิศวกร 2542 ซึ่งความเห็นดังกล่าวของดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ทำให้สาธารณชนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความน่าเชื่อถือในความมีมาตรฐานของวิศวกรเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในขณะที่ให้ความเห็นในการวิเคราะห์ ตรวจสอบ การหาข้อมูล เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ หรือประกอบการตรวจสอบวินิจฉัยความเร็วรถของนายวรยุทธ อยู่วิทยาเมื่อปี 2562 นั้น ดร.สายประสิทธิ์ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมเพราะขาดต่ออายุมาตั้งแต่ปี 2559 การให้ความเห็นดังกล่าวเป็นโมฆะ และถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืน พรบ.วิศวกร 2542 ม.45 อันมีความผิดตาม ม.71 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ 2543 และ 2559 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงทำหนังสือร้องเรียนไปยังนายกสภาวิศวกร ให้ใช้อำนาจตาม ม.33 ประกอบ ม.34(1) แห่งพรบ.วิศวกร 2542 ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ตามครรลองของกฎหมายข้างต้นต่อไป แต่หากเพิกเฉยไม่ดำเนินการสมาคมฯจะร้องเรียนไปยัง รมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายวิศวกร เพื่อเอาผิดนายกสภาวิศวกร ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73552</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, บอส อยู่วิทยา, ศรีสุวรรณ จรรยา, สภาวิศวกร, สายประสิทธิ์ เกิดนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f221b66e409c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
