<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;พบโควิด&#039;สายพันธุ์G&#039;เปลี่ยนแปลง แพร่เชื้อมากกว่าเดิมแต่ไม่รุนแรงขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;โควิด 19 สายพันธุ์ G&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์ไวรัสที่เรียกว่าสายพันธุ์ G หรือมีการเปลี่ยนแปลงกรดอะมิโน จากเดิมคือ Aspartate (D) ในตำแหน่งที่ 614 ของ spike โปรตีน หรือเรียกว่า D614 ไปเป็น Glycine เรียกว่า G614 คือกรดอะมิโนของ spike หรือหนามแหลมที่ยื่นออกมา ในตำแหน่งที่ 614 จากสายพันธุ์เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าตรวจพบว่าเป็น Glycine ก็จะเรียกว่า G type การเปลี่ยนกรดอะมิโนตัวเดียว ไม่ได้ทำให้รูปร่างของโปรตีน spike เปลี่ยนแปลงไป แต่การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งนี้ มีผลทำให้ปลดปล่อยไวรัสหรือแพร่กระจายไวรัสออกมาได้มากขึ้น (ดังแสดงในรูป ที่ลงพิมพ์ในวารสาร Cell)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ โรคไม่ได้รุนแรงขึ้น แต่มีการแพร่กระจายเชื้อได้มากขึ้น ทำให้ไวรัสสายพันธุ์นี้แพร่กระจายไปได้มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามหลักวิวัฒนาการ จึงเป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในปัจจุบัน สายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้น้อยกว่า ก็จะถูกเบียดบังให้น้อยลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบภูมิต้านทานของโปรตีนใน spike หรือหนามแหลมที่ยื่นออกมาเป็นส่วนที่กระตุ้นให้สร้างภูมิต้านทาน รูปร่างไม่ได้เปลี่ยนแปลง ภูมิต้านทานจากวัคซีนที่ผลิตกันอยู่ ก็สามารถป้องกันได้ ไม่ว่าจะเป็น type ไหนของไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพข้างล่างนี้นำมาจากวารสาร Cell, Korber et al., 2020 Cell 182,1-16 (under the CC BY-NC-ND license)&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, สายพันธุ์G, แพร่กระจาย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec5de92a5fef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;เตือนสายพันธุ์Gระบาดทั่วโลก แพร่เชื้อง่ายมาก แนะป้องโควิดรอบ2ในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ &amp;quot;โควิด-19 แพร่กระจายโรคได้ง่ายขึ้น&amp;quot; ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปีการศึกษาและเผยแพร่ในวารสาร cell มีข้อมูลที่น่าสนใจ แต่เดิมสายพันธุ์ของ โควิด-19 เริ่มต้นจากประเทศจีนเป็นสายพันธุ์ S และสายพันธุ์ L&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์ L แพร่กระจายได้ง่ายในนอกประเทศจีน แต่สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทยใน wave แรก เป็นสายพันธุ์ S มีลักษณะจำเพาะ ในตำแหน่ง 829 บน spike โปรตีน หรือหนามแหลมที่ยื่นออกมา มีการเปลี่ยนแปลงเป็น Threonine (T829) เลยอยากเรียกว่าเป็นสายพันธุ์ T&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์ T เป็น ลูกสายพันธุ์ S ตอนนี้น่าจะหมดไปแล้ว เพราะเกิดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น สายพันธุ์ L&amp;nbsp; เมื่อไประบาดนอกประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ได้ออกลูกหลาน เป็นสายพันธุ์ G และ V&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสายพันธุ์ G&amp;nbsp; มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่ง 614 บนหนามแหลมที่ยื่นออกมา (spike) โดยเปลี่ยนแปลงจาก Aspartate (D)&amp;nbsp; ไปเป็น Glycine (G) หรือเรียกว่าสายพันธุ์ G614&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์ G นี้แพร่กระจายได้ง่ายมาก ออกลูกหลานมาเป็น สายพันธุ์ GH และ GR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าสายพันธุ์ G นี้ แพร่ระบาดได้ง่าย (ในวารสาร cell) เพราะพบว่าผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ G จะมีปริมาณเชื้อที่ลำคอค่อนข้างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย ทำให้ระบาดได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น แต่สายพันธุ์ G นี้ไม่ได้ทำให้โรครุนแรงขึ้น ยังคงเหมือนเดิม เพียงทำให้มีการแพร่กระจายไปทั่วโลกได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขณะนี้สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก จึงเป็นสายพันธุ์ G มากที่สุด สายพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศและมาตรวจพบ ใน state quarantine ของประเทศไทย จึงมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสายพันธุ์ G&amp;nbsp; แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเชื่อว่าถ้ามีการระบาดในระลอก 2&amp;nbsp; สายพันธุ์ที่จะระบาดจะต้องเป็นสายพันธุ์ G&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ย้อนกลับมาจากประเทศทางตะวันตก และในเอเชียอยู่ขณะนี้ ไม่น่าจะเป็นสายพันธุ์ S ที่เคยระบาดอยู่ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ทางศูนย์ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสำนักงานควบคุมโรคเขตเมือง สปคม&amp;nbsp; ในการศึกษาสายพันธุ์ที่พบอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะที่อยู่ใน state quarantine เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลพื้นฐาน และถ้ามีการระบาดเกิดขึ้นในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราก็สามารถศึกษาย้อนกลับ ว่าสายพันธุ์ที่ระบาดน่าจะมาจากประเทศใด ในการศึกษานี้เราจะดูตำแหน่ง ที่มีการเปลี่ยนแปลงของไวรัสทั้งหมด 6 ตำแหน่ง ทำได้ไม่ยากและรวดเร็ว เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลสำหรับประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าสายพันธุ์ G&amp;nbsp; แพร่ได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ S ตามที่ได้มีการศึกษาไว้ การระบาดระลอก&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ก็จะต้องป้องกันอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสายพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรค เป็นการติดตามการระบาดวิทยา และเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดโรคได้ง่ายหรือยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะสายพันธุ์ G&amp;nbsp; เจริญเติบโตได้ดีในทางเดินหายใจจึงมีปริมาณไวรัสมากกว่า&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71258</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบาดระลอก2, สายพันธุ์G, หมอยง, แพร่ระบาดได้ง่าย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5edd89e61feb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
