<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 21:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบจนเจอ นิวซีแลนด์พบต้นตอแพร่เชื้อเดลตาที่ทำให้ต้องล็อกดาวน์แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์ มั่นใจสามารถควบคุมการแพร่ไวรัสโควิด-19 ได้ หลังจากสืบพบต้นตอแพร่เชื้อเดลตาจากออสเตรเลียติดชายชาวโอ๊กแลนด์ที่ทำให้ต้องล็อกดาวน์ทั้งประเทศในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวนิวซีแลนด์ขับรถเข้าจุดบริการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่เมืองแนร์โรว์เน็ก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลเริ่มล็อกดาวน์เพราะพบผู้ติดเชื้อไวรัสรายแรกในรอบ 6 เดือน (Photo by Fiona Goodall/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นิวซีแลนด์ประกาศว่า ชายชาวเมืองโอ๊กแลนด์เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศรายแรกในรอบ 6 เดือน และพยายามสอบสวนหาที่มาของการติดเชื้อที่เชื่อว่าเป็นสายพันธุ์เดลตา นายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์นตัดสินใจล็อกดาวน์ทั้งประเทศนาน 3 วัน ซึ่งเป็นการใช้มาตรการล็อกดาวน์ประเทศครั้งแรกในรอบ 15 เดือน ส่วนเมืองโอ๊กแลนด์และโคโรแมนเดลที่ชายคนนี้อยู่และเดินทางไป ถูกล็อกดาวน์ 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของนิวซีแลนด์พยายามสอบสวนโรคว่า ชายคนนี้ ซึ่งไม่ได้เดินทางไปต่างแดนหรือเกี่ยวโยงกับศูนย์กักกันโรค ติดเชื้อไวรัสได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี อาร์เดิร์นแถลงว่า ผลการทดสอบชี้ว่าชายคนนี้ติดไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่พบในออสเตรเลีย และการสอบสวนโรคสามารถจำกัดวงแคบลงจนพบแหล่งที่มาว่า เป็นบุคคลหนึ่งที่เพิ่งเดินทางมาจากนครซิดนีย์ของออสเตรเลียเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นักเดินทางรายนี้ถูกกักกันโรคและส่งตัวเข้าโรงพยาบาลภายหลังเดินทางมาถึง ซึ่งบ่งชี้ว่าไวรัสไม่ได้แพร่สู่ชุมชนเป็นเวลานานอย่างที่กลัวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเชื่อว่าเราเจอชิ้นส่วนของปริศนาที่เรากำลังตามหาแล้ว&amp;quot; อาร์เดิร์นแถลง และว่า การพบต้นตอของการแพร่เชื้อครั้งนี้ยังเพิ่มศักภาพในการจำกัดวงไวรัส กักมันไว้ แล้วกำจัดให้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เดิร์นเผยด้วยว่า นิวซีแลนด์ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 11 คนนับจากวันพุธ และทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 21 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเดินทางที่ติดเชื้อเดินทางมาจากซิดนีย์ด้วยเที่ยวบินที่เรียกว่า &amp;quot;พื้นที่สีแดง&amp;quot; ซึ่งทางการนิวซีแลนด์จัดส่งไปรับชาวนิวซีแลนด์ที่ตกค้างหลังรัฐบาลระงับโครงการทราเวลบับเบิลระหว่างสองประเทศ เนื่องจากเกิดการระบาดของโควิดหลายแห่งในออสเตรเลีย บุคคลนี้ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ 2 วันหลังจากเดินทางมาถึงและเข้าโรงพยาบาล 1 สัปดาห์หลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าไวรัสแพร่เข้าสู่ชุมชนได้อย่างไร และขณะนี้กำลังประเมินผู้สัมผัสใกล้ชิด 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะตัดสินใจอีกครั้งในวันศุกร์ว่าจะขยายมาตรการล็อกดาวน์เดิมนาน 3 วันที่จะสิ้นสุดในวันเสาร์นี้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113910</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาซินดา อาร์เดิร์น, ต้นตอแพร่เชื้อ, นิวซีแลนด์, ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ, สายพันธุ์เดลตา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e70d6e0dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวรัสโควิดเปลี่ยนพฤติกรรมนักเดินทาง  เปิดไอเทมต้องมี!เมื่อใช้บริการเที่ยวบิน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ ข้อมูลจาก Yahoo Finance ระบุว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ซึ่งนับว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีการแพร่เชื้อได้สูง กลายเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดทั่วโลก แม้ว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการร้ายแรงและการรักษาในโรงพยาบาล โดยอาการไม่รุนแรงที่เกิดจาก &amp;quot;การติดเชื้อที่ลุกลาม&amp;quot; ก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่ได้รับวัคซีน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ได้รับวัคซีนยังสามารถแพร่เชื้อเดลตาได้ ซึ่งจะทำให้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้นไปอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแพร่กระจายไปทั่วโลกทำให้เกิดความไม่แน่นอนในเรื่องการเดินทาง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็จะเห็นได้ว่าสวิตเซอร์แลนด์และกาตาร์เริ่มอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากขึ้น โดยชาวอเมริกันที่ได้รับวัคซีนสามารถเดินทางต่อไปยังแคนาดาได้ แต่ในทางกลับกัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC ได้ออกมาตรการกีดกันในกลุ่มผู้คนที่เดินทางมาจากฝรั่งเศส อิสราเอล ไทย และประเทศอื่นๆ ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าอนาคตของการเดินทางระหว่างประเทศและในประเทศดูเหมือนจะมืดมนเล็กน้อย เนื่องจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้กรมควบคุมโรค หรือ CDC แนะนำให้เดินทางเมื่อจำเป็น และใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสมเมื่อต้องเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากากอนามัย และการมีผลตรวจโควิดของตัวเอง และหากคุณมีกำหนดการเดินทางตามกำหนดเวลา และต้องการใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติม ก็ต้องบอกว่ามีสิ่งของที่จำเป็นหลายรายการที่จะต้องพกติดตัวขณะเดินทาง เพื่อช่วยปกป้องการแพร่ระบาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างแรกเลยคงเป็นเจลล้างมือ โดยเจลทำความสะอาดมือขนาดพกพาได้กลายเป็นสินค้าหลักที่ควรมีติดมือในช่วงที่ผ่านมา เมื่อคุณซื้อเจลทำความสะอาด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% ตามที่ CDC แนะนำ ซึ่งหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ TSA อนุญาตให้บรรจุเจลทำความสะอาดมือแบบน้ำได้ 12 ออนซ์ต่อผู้โดยสาร 1 คน เพื่อนำติดตัวขึ้นไปบนเครื่องบิน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องย้ำเตือนว่าอาจทำให้กระบวนการคัดกรองด่านของคุณช้าลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการรับประกันว่าคุณจะมีเจลทำความสะอาดมือตลอดการเดินทาง แนะนำให้ว่าควรจะนำเจลทำความสะอาดมือขนาด 12 ออนซ์มาด้วย เนื่องจากอาจไม่มีจำหน่ายในขณะที่คุณเดินทาง นอกจากนี้ คุณจะต้องการเจลทำความสะอาดขนาดพกพา เพื่อติดไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าเงินของคุณเพื่อความสะดวก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับไอเทมต่อมาคงเป็นหน้ากากอนามัย แน่นอนว่าหน้ากากอนามัยยังเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้ทุกคนสวมใส่ในการใช้บริการขนส่งสาธารณะรวมทั้งบนเครื่องบิน ดังนั้น ทุกคนควรไม่ควรที่จะหน้ากากของตัวเองในระหว่างการเดินทาง นอกจากนี้ แนวทางล่าสุดของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแนะนำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนในพื้นที่ที่ติดเชื้อสูงให้สวมใส่หน้ากากสองถึงสามชั้นในการเดินทางอีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการทดสอบหน้ากากอนามัยจำนวนมาก พบว่าหน้ากากอนามัยที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ของ Athleta เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ด้วยการออกแบบที่สะดวกสบายและป้องกันได้ มาพร้อมที่คล้องหูที่ปรับได้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บหูและลวดจมูกที่พอดีกับใบหน้า และหน้ากากสำหรับเด็ก ดูเหมือนว่าตัวเลือกอันดับต้นๆ มาจาก Disney เนื่องจากสวมใส่สบายและมีตัวการ์ตูน ที่อาจกระตุ้นให้เด็กอยากสวมหน้ากากมากขึ้น นอกจากนี้ จะต้องลงทุนซื้อหน้ากากแบบใช้แล้วทิ้งสักสองสามชิ้น เพื่อป้องเมื่อไม่สามารถอยู่ห่างไกลจากผู้คนที่พลุกพล่านได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ทิชชูเปียกฆ่าเชื้อก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็น เพราะในขณะที่รู้ว่าความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการสัมผัสกับพื้นผิวที่ปนเปื้อนด้วย SARS-CoV-2 (ไวรัสที่ทำให้เกิด COVID-19) โดยทั่วไปนั้นต่ำมาก แต่ก็จำเป็นที่จะนำผ้าเช็ดทำความสะอาดติดตัวไปด้วยในการเดินทาง และใช้เพื่อเช็ดที่นั่ง ที่วางแขน และโต๊ะถาดที่ต้องใช้รับประทานอาหาร ก่อนจะนั่งบนที่นั่งของคุณเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ มีผ้าเช็ดทำความสะอาดที่ขึ้นทะเบียนกับสํานักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา หรือ EPA มากมาย เช่น Lysol หรือ Clorox ที่สามารถใช้ฆ่าเชื้อ SARS-CoV-2 ร่วมกับไวรัสอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเฟซชิลด์จะเป็นตัวที่เพิ่มการปกป้องเป็นพิเศษ เพราะสำหรับเที่ยวบินที่การเดินทางยาวนาน ต้องสวมหน้ากากเป็นเวลาหลายชั่วโมง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน้ากากสวมใส่สบาย ช่วยบรรเทาอาการปวดหูและทำให้ใส่หน้ากากได้พอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้หน้ากากแบบใช้แล้วทิ้งหรือหน้ากากที่ไม่มีต่างหูปรับ โดยทาง Dr.Gabriela Andujar Vazquez แพทย์โรคติดเชื้อและนักระบาดวิทยา ศูนย์การแพทย์ทาฟท์ แนะนำว่า ให้ใช้สายรัดที่เชื่อมต่อกับด้านหลังหัว เพื่อให้หน้ากากยึดแน่นกับใบหน้าของคุณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังควรน้ำยาฆ่าเชื้อสมาร์ทโฟน มันเป็นความจริงที่ว่าโทรศัพท์มือถือของคุณอาจสกปรกกว่าฝารองนั่งชักโครกประมาณ 10 เท่า ถ้าพูดตรงๆ จะต้องทำความสะอาดโทรศัพท์ หลังจากเดินทางไปไหนมาไหนแล้ว ในการขจัดแบคทีเรีย เช่น E.coli น้ำยาฆ่าเชื้อในโทรศัพท์เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วในการทำความสะอาดโทรศัพท์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการทดสอบน้ำยาฆ่าเชื้อโทรศัพท์ทั้ง 3 แบบ พบว่า PhoneSoap Smartphone Sanitizer สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม วิธีการฆ่าเชื้อแบบที่สามารถทำเองแบบง่ายๆ ก็สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน ดังนั้น หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่มีราคาแพง ก็ต้องบอกว่า 70% ของไอโซโพรพิลที่ละลายน้ำแล้วก็สามารถช่วยได้เช่นกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ไอเทมสุดท้ายคงหนีไม่พ้นเครื่องวัดอุณหภูมิ โดยการวัดอุณหภูมิเป็นวิธีที่ดีในการตรวจสอบอาการก่อนเดินทางและหลังการเดินทาง เนื่องจากไข้อาจเป็นอาการของการติดเชื้อโควิด-19 และอย่าลืมฆ่าเชื้อด้วยไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ในระหว่างการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิกับสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ควรที่จะใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส เพื่อการตรวจวัดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113201</URL_LINK>
                <HASHTAG>Yahoo Finance, กรมควบคุมโรค ห, ทำความสะอาด, สายพันธุ์เดลตา, เครื่องบิน, เจลล้างมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116708f7fafd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 23:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 23:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัววัคซีนไม่พอ WHOเรียกร้องทั่วโลกพักฉีดบูสเตอร์ไว้ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกออกมาเรียกร้องให้ทั่วโลกระงับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ชั่วคราวอย่างน้อยถึงสิ้นเดือนกันยายน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างมากในการกระจายวัคซีนระหว่างชาติร่ำรวยและยากจน ขณะโอลิมปิกพบคลัสเตอร์โควิด-19 กลุ่มแรกแล้ว ด้านจีนจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศหลังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากสุดในรอบหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (FABRICE COFFRINI/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวที่เจนีวาเมื่อวันพุธที่ 4 สิงหาคม เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ พักการฉีดโดสกระตุ้นของวัคซีนโควิด-19 ไปถึงสิ้นเดือนกันยายนเป็นอย่างน้อย เพื่อช่วยบรรเทาความเหลื่อมล้ำอย่างมากในการกระจายวัคซีนระหว่างประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน เขากล่าวว่า การระงับบูสเตอร์ชั่วคราวจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายของการฉีดวัคซีนประชากรอย่างน้อยร้อยละ 10 ของทุกประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว อิสราเอลเริ่มฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ให้แก่ประชากรอายุเกิน 60 ปี ส่วนเยอรมนีกล่าวเมื่อวันอังคารว่า จะเริ่มฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค และโมเดอร์นา ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรสกล่าวว่า เขาเข้าใจเหตุผลที่ประเทศต่างๆ ต้องการปกป้องพลเรือนของตนจากไวรัสสายพันธุ์เดลตา แต่เราไม่อาจยอมรับประเทศที่ใช้วัคซีนส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในโลกไปแล้วและยังต้องการใช้เพิ่ม ในขณะที่คนในกลุ่มเปราะบางที่สุดในโลกยังไม่ได้รับการปกป้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากเอเอฟพีระบุว่า นับแต่พบการระบาดครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 ถึงขณะนี้โรคโควิด-19 คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกแล้วไม่ต่ำกว่า 4,247,231 คน สหรัฐมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 614,295 คน ตามด้วยบราซิล 558,432 คน และอินเดีย 425,757 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่ยังดำเนินอยู่ในญี่ปุ่นตรวจพบการแพร่เชื้อแบบกลุ่มเป็นครั้งแรกแล้ว โดยในวันพุธนักกีฬาระบำใต้น้ำของกรีซทั้ง 12 คนต้องแยกกักตัวหลังจากสมาชิก 5 คนมีผลตรวจเป็นบวก และทำให้ทีมนี้ต้องถอนตัวจากการแข่งขันที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ โอลิมปิกโตเกียว 2020 มีรายงานตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสแล้ว 322 คนในกลุ่มผู้ที่มีส่วนร่วมกับการแข่งขัน ที่รวมถึงนักกีฬา, เจ้าหน้าที่ และสื่อ แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นที่ทำงานเป็นลูกจ้างหรือคนงานสัญญาจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจีน ซึ่งเมื่อวันพุธตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 71 คน เป็นตัวเลขมากที่สุดนับแต่เดือนมกราคม รัฐบาลประกาศใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น บางเมืองปิดการคมนาคมในท้องถิ่นและสั่งให้ประชาชนอยู่บ้าน ล่าสุดจีนขยายการควบคุมถึงการเดินทางไปต่างประเทศด้วย โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประกาศในวันพุธว่าจะหยุดออกหนังสือเดินทางทั่วไปและเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางออกนอกประเทศในกรณีที่ไม่จำเป็นและไม่เร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศไม่ถึงขั้นห้ามการเดินทางออกนอกประเทศทั้งหมด โดยยกเว้นให้สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปศึกษา, ทำงาน หรือทำธุรกิจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112259</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, คลัสเตอร์โอลิมปิก, จีนห้ามออกนอกประเทศ, ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส, สายพันธุ์เดลตา, องค์การอนามัยโลก, เรียกร้องระงับบูสเตอร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610ac3f87eb15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เดลต้า&#039; ลามทั่วไทย 74 จังหวัด กทม.เจอ 86.2% ส่วนเบต้า มากสุดในยะลา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ส.ค.64- นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด 19 ในประเทศไทย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ เครือข่ายห้องปฏิบัติการว่า แนวโน้มในภาพรวมของประเทศจากข้อมูลการเฝ้าระวังระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 30 กรกฎาคม 2564 ว่า &amp;nbsp;จากการสุ่มตรวจผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,547 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จำนวน 1,993 ราย (78.2%) สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) จำนวน 538 ราย (21.2%) และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) จำนวน 16 ราย (0.6%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครสุ่มตรวจ จำนวน 1,229 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา จำนวน 1,059 ราย (86.2%) สายพันธุ์อัลฟาจำนวน 170 ราย (13.8%) ส่วนสายพันธุ์เบตาไม่พบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภูมิภาคสุ่มตรวจ จำนวน 1,318 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา 934 ราย (70.9%) สายพันธุ์อัลฟา 368 ราย (27.9%) และสายพันธุ์เบตา 16 ราย (1.2%)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112210</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, สายพันธุ์เดลตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a560a1702e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ย้ำเร่งสอบสวนโรคค้นหาผู้ป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า ในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 จากเชื้อสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย)​ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก รวมทั้งในต่างจังหวัดจากผู้ป่วยที่เดินทางกลับไปรักษาที่บ้าน ซึ่งวันนี้ (4 ส.ค.) ​พบผู้ป่วยรายใหม่กว่า 20,000 ราย จึงต้องเร่งดำเนินการค้นหาคัดกรองผู้ติดเชื้อ โดยมีทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Operation) ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัด และ กทม. เพื่อค้นหาผู้ป่วยเพิ่ม และแยกผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ ให้เข้าระบบการเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อให้อยู่ในวงจำกัดโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้เร่งกระจายวัคซีนไปยังจังหวัดต่างๆ ตามการจัดสรรของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ โดยในเดือน ส.ค. นี้ จะทยอยส่งวัคซีนให้จังหวัด จำนวน 10 ล้านโดส เพื่อฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และเพิ่มกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัว เพื่อลดอาการป่วยที่รุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิต รวมทั้งฉีดให้กับกลุ่มบุคลากรการแพทย์และบุคลากรด่านหน้า ซึ่งจะจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ไปให้จังหวัดในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวต่อไปว่า สำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเองด้วยชุดทดสอบแอนติเจน เทสต์ คิท (Antigen Test Kit : ATK) เป็นการตรวจหาเชื้อเบื้องต้นที่ช่วยให้รู้ผลได้เร็วขึ้น เพื่อให้ผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว เป็นไปตามแนวทางของกรมการแพทย์ โดยหากผล ATK เป็นบวก เรียกว่าผู้ติดเชื้อเข้าข่าย สามารถรับยาและรักษาแบบแยกกักตัวที่บ้านได้ทันที หากต้องเข้าแยกกักตัวในชุมชน หรือในสถานพยาบาล ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายควรได้รับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR คู่ขนาน และระหว่างรอผลตรวจยืนยันจะต้องพยายามแยกออกจากผู้ป่วยโควิด 19 เนื่องจากผลตรวจด้วย &amp;nbsp;ATK ให้ผลบวกลวงได้ 3-5% ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112178</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, สายพันธุ์เดลตา, อธิบดีกรมควบคุมโรค, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a2ad8857b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; เตือน&#039;สายพันธุ์เดลต้าร้ายลึก &#039;3 งานวิจัยนอกชี้ถึงฉีดวัคซีน หรือไม่ฉีด ถ้าติดเชื้อ จะมีปริมาณไวรัสไม่แตกต่างกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ส.ค.64-รศ. นพ. ธีระ วรธนารัตน์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า &amp;nbsp;
สถานการณ์ทั่วโลก 3 สิงหาคม 2564...
จำนวนติดเชื้อใหม่เมื่อวานของไทย สูงเป็นอันดับที่ 9 ของโลกอีกครั้ง
พรุ่งนี้ยอดรวมทั่วโลกจะแตะ 200 ล้านคน ทั้งๆ ที่ยอดติดเชื้อครบ 100 ล้านคน และตายครบ 2 ล้านคนไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถือว่าเพิ่มสองเท่าโดยใช้เวลาเพียงครึ่งปี
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 460,477 คน รวมแล้วตอนนี้ 199,533,021 คน ตายเพิ่มอีก 7,404 คน ยอดตายรวม 4,247,759 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา อิหร่าน อินเดีย รัสเซีย และตุรกี
อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 44,966 คน รวม 35,871,674 คน ตายเพิ่ม 186 คน ยอดเสียชีวิตรวม 629,816 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;
อินเดีย ติดเพิ่ม 30,031 คน รวม 31,725,399 คน ตายเพิ่ม 420 คน ยอดเสียชีวิตรวม 425,228 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;
บราซิล ติดเพิ่ม 15,143 คน รวม 19,953,501 คน ตายเพิ่ม 337 คน ยอดเสียชีวิตรวม 557,223 คน อัตราตาย 2.8%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,508 คน รวม 6,312,185 คน ตายเพิ่ม 785 คน ยอดเสียชีวิตรวม 160,137 คน อัตราตาย 2.5%&amp;nbsp;
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 5,184 คน ยอดรวม 6,151,803 คน ตายเพิ่ม 51 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,936 คน อัตราตาย 1.8%
อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ายังคงมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 84.89% ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน&amp;nbsp;
เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านและอิรักติดกันหลักหมื่น ทั้งนี้อิหร่านมีจำนวนติดเชื้อใหม่ต่อวันทำลายสถิติเดิม สูงถึง 37,189 คน เป็นระลอกสี่ที่หนักกว่าเดิมเกือบสองเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...สถานการณ์ของไทยเรายังคงมีการระบาดรุนแรง กระจายไปทั่ว ยังไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุดจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงเป็นอันดับที่ 9 ของโลก อันดับที่ 5 ของทวีปเอเชียหากเทียบกับประเทศบังคลาเทศ ซึ่งมีประชากรกว่า 166 ล้านคน มากกว่าไทย 2.4 เท่า จะพบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อต่อจำนวนประชากรของไทยสูงกว่าบังคลาเทศ 1.17 เท่า โดยปัจจุบันไทยมีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติมากกว่าบังคลาเทศ 2.96 เท่า แม้ปัจจุบันกราฟการระบาดของทั้งสองประเทศมีความคล้ายคลึงกัน แต่ด้วยตัวเลขข้างต้น คงสะท้อนให้เราตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องช่วยกันตัดวงจรการระบาดให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เคยวิเคราะห์บทเรียนต่างประเทศให้ทราบกันไปแล้วว่า ประเทศที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันระดับสองหมื่น จะกดการระบาดลงไปให้น้อยลงไปถึงระดับห้าพันได้ในเวลา 2-3 สัปดาห์นั้นยากมาก เท่าที่เคยเห็นมาคือ เบลเยี่ยมและแอฟริกาใต้ แต่ประเทศอื่นๆ ล้วนต้องใช้เวลานานตั้งแต่ 6 สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับมาตรการเข้มข้นหยุดการเคลื่อนไหว การปูพรมตรวจอย่างครอบคลุมทั่วถึง นโยบายปิดกั้นความเสี่ยงไม่ให้เข้ามาในพื้นที่หรือประเทศ และการใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงให้แก่ประชาชนอย่างครอบคลุมและทันเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เช้านี้ทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับลักษณะการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าในอเมริกา (ชิ้นหนึ่งในเท็กซัส และอีกชิ้นในวิสคอนซิน) และสิงคโปร์
พบว่างานวิจัยทั้ง 3 ชิ้น มีสาระที่น่าสนใจคล้ายกันคือ ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลต้านั้น ไม่ว่าจะได้รับวัคซีนมา หรือยังไม่ได้รับวัคซีน ปริมาณไวรัสที่ตรวจพบไม่ได้แตกต่างกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากผลการศึกษาดังกล่าว จึงมีนัยยะที่จะทำให้เราเข้าใจได้ว่า หากมีการติดเชื้อจากสายพันธุ์นี้เกิดขึ้น แม้เราจะได้รับวัคซีนมาแล้ว ก็ยังสามารถเป็นพาหะแพร่ไปให้กับคนอื่นภายในบ้าน ที่ทำงาน หรือสังคมได้ เพราะมีปริมาณไวรัสที่ไม่ได้ต่างจากคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน &amp;nbsp;ดังนั้นการป้องกันตัวจึงสำคัญมากๆ ทั้งในเรื่องการใส่หน้ากาก ล้างมือ อยู่ห่างๆ เจอคนน้อยลงสั้นลง ตราบใดที่การระบาดยังกระจายไปทั่ว และยังมีความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจากสิงคโปร์ชี้ให้เห็นว่า คนที่ได้รับวัคซีนไปนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยรุนแรงจนต้องใช้ออกซิเจน ไปได้ถึง 93% ถือว่าตอกย้ำให้เราทราบว่า การฉีดวัคซีนนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขอให้พวกเรามีกำลังกายกำลังใจป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด มุ่งเป้าให้เราและครอบครัวไม่ติดเชื้อ
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก
ด้วยรักและห่วงใย
อ้างอิง
1. Chia PY et al. Virological and serological kinetics of SARS-CoV-2 Delta variant vaccine-breakthrough infections: a multi-center cohort study. MedRxiv. 31 July 2021.
2. Musser JM et al. Delta variants of SARS-CoV-2 cause significantly increased vaccine breakthrough COVID-19 cases in Houston, Texas. MedRxiv. 1 August 2021.
3. Riemersma KK et al. Vaccinated and unvaccinated individuals have similar viral loads in communities with a high prevalence of the SARS-CoV-2 delta variant. MedRxiv. 31 July 2021&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112015</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สายพันธุ์เดลตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุปทูตสหรัฐฯยันบริจาควัคซีนให้ไทย 2.5 ล้านโดสไม่มีเงื่อนไข หวังจัดสรรอย่างเท่าเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค.64 - ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แถลงข่าวผ่านระบบซูม ว่า ขอแจ้งข่าวดีแก่ทุกคนว่าวัคซีนของบริษัท ไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่สหรัฐฯบริจาคให้ ได้มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเช้าวันนี้ (30 ก.ค.) เวลา 04.00 น. ตนมีความยินดีที่จะยืนยันว่าสหรัฐฯมีเป้าหมายที่จะบริจาควัคซีนเพิ่มอีก 1 ล้านโดสให้กับประเทศไทยนอกจากวัคซีนที่มาถึงแล้วในวันนี้ รวมทั้งหมดเป็นจำนวน 2.5 ล้านโดส เนื่องจากเราได้เห็นถึงการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในไทย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ของไทยกำลังเผชิญความยากลำบากในขณะนี้&amp;nbsp; สำหรับวัคซีนที่เราจะให้เพิ่ม 1 ล้านโดสนั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะเป็นของยี่ห้อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า เรามีความภูมิใจที่จะบริจาควัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตามคำสัญญาของรัฐบาลของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการช่วยพันธมิตรของเราต่อสู้กับโรคโควิด-19&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐฯประกาศว่าจะแบ่งปันวัคซีน 80 ล้านโดสเพื่อช่วยหยุดโรคระบาดใหญ่ของโลกในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง 23 ล้านโดส ให้กับสำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย&amp;nbsp; สำหรับสิ่งที่สหรัฐฯมอบให้กับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านของไทยจะช่วยให้ประเทศไทยและภูมิภาคนี้เร่งฉีดวัคซีนเพื่อให้ประชาชนของตัวเองมีความปลอดภัย และฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การมอบวัคซีนของเราเป็นการให้เปล่า ไม่มีเงื่อนไข โดยมีวัตถุประสงค์หนึ่งเดียวเท่านั้น คือการช่วยชีวิตผู้คนและมีความตระหนักว่าไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย&amp;nbsp; เราจึงยินดีแจ้งให้ทราบว่ารัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะกระจายวัคซีนเหล่านี้อย่างเป็นธรรมให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคน รวมถึงมุ่งเน้นการจัดสรรวัคซีนให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด ขอแสดงความชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขของไทยที่ทำงาน เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; สหรัฐฯเป็นหุ้นส่วนทางสาธารณสุขของไทยมานานมากกว่า 60 ปี&amp;nbsp; สหรัฐฯภูมิใจที่ได้ช่วยประเทศไทยต่อสู้กับโรคระบาดความร่วมมือระหว่างเราช่วยชีวิตคนไทยได้แล้วมากมาย&amp;nbsp; เราจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศไทยและคนไทยตลอดไป&amp;nbsp; ส่วนการที่ประเทศไทยประกาศว่าได้ทำสัญญาซื้อวัคซีนของไฟเซอร์อีก 20 ล้านโดสนั้น จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับระบบสาธารณสุขของไทย&amp;rdquo; อุปทูตสหรัฐฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจากกรณีที่มีกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ยื่นหนังสือแสดงความกังวลเรื่องการกระจายวัคซีนดังกล่าว ทางสหรัฐฯจะมีกลไกอะไรหรือไม่ ในการทำให้มั่นใจได้ว่าวัคซีนนี้จะได้รับการกระจายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการบริจาคของสหรัฐฯ&amp;nbsp; นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า&amp;nbsp; การกระจายและจัดสรรวัคซีนเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลไทย&amp;nbsp; ส่วนรัฐบาลสหรัฐไม่มีบทบาทหรืออำนาจใดๆในการเข้าไปร่วมจัดการตรงนี้กับรัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละประเทศ และสหรัฐฯไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆในการบริจาควัคซีนแก่ไทย&amp;nbsp; แต่เราได้มีการประสานและรับทราบจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยแล้วว่ารัฐบาลไทยมุ่งเน้นการจัดสรรวัคซีนให้กับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากโรคโควิด-19 รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้า ทั้งแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยตรง&amp;nbsp; นอกจากนี้ เรายังให้ความมุ่งเน้นแก่ผู้สูงอายุด้วย เพราะถือเป็นกลุ่มที่เปราะบางและได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา&amp;nbsp; ทั้งนี้ ประชาชนในประเทศคงต้องติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราขอสนับสนุนหลักการที่ว่าทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติใด หรือมาจากประเทศใด ควรที่จะสามารถเข้าถึงวัคซีนดังกล่าวได้&amp;nbsp; มีคำกล่าวไว้ว่าไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าเราทุกคนจะปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่ว่าคนไทยหรือคนชาติไหนก็สามารถแพร่กระจายเชื้อนี้ได้เช่นกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีการฉีดวัคซีนให้กับทุกคนให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp; และเรายังอยากเห็นการลงทะเบียนและการจัดสรรวัคซีนให้กับประชาชนที่มีความยุติธรรม มีประสิทธิภาพ เท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ&amp;rdquo; อุปทูตสหรัฐฯ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าหลังจากการส่งวัคซีนช่วยเหลือไทยแล้ว&amp;nbsp; สหรัฐฯมีการหารือร่วมกับรัฐบาลไทยในการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 อีกหรือไม่&amp;nbsp; นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลไทยและสหรัฐฯมีการประสานความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเรายังมุ่งเน้นที่จะบริจาควัคซีนให้ต่อไปด้วย&amp;nbsp; ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเราได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วมูลค่าหลายสิบล้านเหรียญ ทั้งเครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ป้องกันตัวส่วนบุคคล (PPE)&amp;nbsp; เอกสารสำหรับการฝึกอบรมในการป้องกันตัวและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; นอกจากนี้ เรายังได้ช่วยรัฐบาลไทยในการพัฒนาวัคซีนของตัวเอง โดยมีความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหารของสหรัฐฯ กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการพัฒนาวัคซีน mRNA ของตัวเอง&amp;nbsp; นอกจากนี้เรายังมีความร่วมมือกับไทย บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยจัดการฝึกอบรมให้กับชุมชนแถบนั้นรู้จักการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว รวมถึงให้การสนับสนุนอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิ หน้ากากอนามัย ชุดอุปกรณ์ช่วยเหลือป้องกันส่วนบุคคล ยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถามอีกว่ารัฐบาลสหรัฐฯมีการรับมือกับการแสดงความคิดเห็นของประชาชนในประเทศที่พูดถึงเรื่องวัคซีนอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐฯสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น แม้เป็นการวิพากษ์วิจารณ์หรือการติเตียน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯเผชิญการวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐฯ ยังสนับสนุนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีภาพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯมีมาตรการรับมือต่อการระบาดของโรคนี้อย่างไร อาทิ การล็อกดาวน์ และรัฐบาลไทยสามารถถอดบทเรียนจากสหรัฐฯได้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp; อุปทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; เราไม่มีทางที่จะหามาตรการที่ครอบคลุมที่สุดหรือสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับสหรัฐฯ ในแต่ละรัฐมีมาตรการที่แตกต่างออกไป บางรัฐใช้การล็อกดาวน์เต็มขั้น แต่บางรัฐยังเปิด ขณะที่บางรัฐทำแบบลูกผสม&amp;nbsp; ตนจึงบอกไม่ได้ว่าควรใช้วิธีการใดที่ดีที่สุด&amp;nbsp; แต่สิ่งที่จำเป็นและต้องคำนึงถึง คือต้องมีการสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนในเรื่องของความเสี่ยงต่างๆ และเรื่องข่าวลวง เฟคนิวส์&amp;nbsp; เพราะทุกวันนี้ในสหรัฐฯ ยังมีประชาชนที่เข้าใจว่าวัคซีนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังต้องให้ความชัดเจนแก่ประชาชน ให้เขารู้ว่าเรื่องนั้นเป็นข่าวเท็จ&amp;nbsp; และประชากรของสหรัฐฯยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้งหมด เราฉีดไปได้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp; เราจึงต้องฉีดวัคซีนเพิ่มต่อไป&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามต้องให้รัฐบาลของแต่ละประเทศเป็นผู้ดูแลตรงนี้ โดยเรายังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างรอบคอบ ตอนนี้เรื่องของโรคระบาดคาดเดาได้ยาก จึงไม่มีประเทศใดในโลกที่สามารถดูแลควบคุมเรื่องการระบาดได้อย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111638</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนไฟเซอร์, สหรัฐบริจาควัคซีนให้ไทย, สายพันธุ์เดลตา, ไมเคิล ฮีธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103abec51e6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
