<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตะวันตกรุมรัสเซีย ยูเครนตอบโต้ขับทูต-เช็กตะเพิด18นักการทูต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โจทก์เยอะ รัสเซียสั่งขับนักการทูตยูเครนรายหนึ่งอ้างว่าถูกจับได้คาหนังคาเขาว่าพยายามหาข้อมูลลับของรัสเซีย แต่โดนยูเครนขับนักการทูตรัสเซียตอบโต้ เพิ่มความตึงเครียดจากกรณีรัสเซียสร้างเสริมกำลังพลประชิดชายแดนยูเครนที่ทำให้โลกตะวันตกกลัวซ้ำรอยไครเมีย อีกด้านสาธารณรัฐเช็กสั่งขับนักการทูตรัสเซีย 18 คนพัวพันสายลับรัสเซียวางระเบิดคลังแสงเมื่อปี 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ตราแผ่นดินของรัสเซียติดตั้งหน้าสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงเคียฟของยูเครน (Photo by STR/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความขัดแย้งทางการทูตระหว่างรัสเซียกับยูเครนล่าสุดเกิดในช่วงยามที่รัสเซียกำลังตกเป็นเป้าหมายการตรวจสอบของหลายชาติตะวันตกเกี่ยวกับพฤติกรรมปรปักษ์ ซึ่งทำให้สัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลสหรัฐสั่งขับนักการทูตรัสเซีย 10 คน ที่ถูกเกี่ยวหาว่าเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2563 ทำให้รัสเซียตอบโต้ด้วยการขับนักการทูตสหรัฐและแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน อ้างคำแถลงของสำนักงานความมั่นคงกลาง (เอฟเอสบี) ของรัสเซียเมื่อวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่เอฟเอสบีได้ควบคุมตัวอเล็กซานเดอร์ โซซอนยุก กงสุลยูเครนประจำสถานกงสุลใหญ่ยูเครน ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เขาถูกควบคุมตัวไว้นานหลายชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัสเซียจะเคยควบคุมตัวชาวยูเครนหลายรายฐานต้องสงสัยว่าเป็นสายลับ แต่การจับกุมนักการทูตนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้น การจับกุมกงสุลผู้นี้เกิดในช่วงยามที่โลกตะวันตกห่วงกังวลว่ารัสเซียจะทำซ้ำพฤติกรรมการรุกรานยูเครนเหมือนเมื่อปี 2557 ที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครนเป็นของตนเองและหนุนหลังกบฏแบ่งแยกดินแดนภาคตะวันออกของยูเครน กองทัพยูเครนปะทะกับกบฏรุนแรงขึ้นในปีนี้โดยมีทหารเสียชีวิตแล้ว 30 นาย ส่วนใหญ่โดนพลซุ่มยิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานข่าวกรองภายในของรัสเซียแห่งนี้อ้างว่า นักการทูตยูเครนผู้นี้โดนจับได้คาหนังคาเขาขณะพยายามรับเอาข้อมูล &amp;quot;ลับ&amp;quot; จากชาวรัสเซียรายหนึ่ง &amp;quot;กิจกรรมดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสถานะทางการทูตของเขา และเป็นปรปักษ์กับสหพันธรัฐรัสเซียอย่างชัดเจน&amp;quot; เอฟเอสบีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียเปิดเผยในวันเสาร์ว่า ได้เรียกอุปทูต วาซิล โปโกตีโล ของยูเครน เข้าพบแล้วแจ้งต่อเขาว่า นักการทูตยูเครนรายนี้ต้องออกจากรัสเซียภายใน 72 ชั่วโมง &amp;quot;เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศยูเครนตอบโต้ด้วยการประท้วงว่ารัสเซียควบคุมตัวนักการทูตของตน &amp;quot;อย่างผิดกฎหมาย&amp;quot; พร้อมกับปฏิเสธคำกล่าวหาของรัสเซีย และว่า ยูเครนจะขับนักการทูตอาวุโสของรัสเซียคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอเลก นิโคเลนโก โฆษกกระทรวง กล่าวว่า รัสเซียละเมิดอนุสัญญาด้านการทูต &amp;quot;อย่างหยาบคาย&amp;quot; และพยายามขยายความตึงเครียดยิ่งขึ้น &amp;quot;เพื่อตอบโต้การยั่วยุที่กล่าวถึงข้างต้น นักการทูตอาวุโสของสถานทูตรัสเซียในกรุงเคียฟรายหนึ่งต้องออกจากดินแดนยูเครนภายใน 72 ชั่วโมง เริ่มตั้นแต่วันที่ 19 เมษายน&amp;quot; นิโคเลนโกกล่าวกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวางกำลังทหารรัสเซียจำนวนมากที่สุดตามแนวชายแดนยูเครนนับแต่ปี 2557 ก่อความวิตกต่อยูเครน ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนได้ร้องขอความช่วยเหลือจากโลกตะวันตก และผู้นำตะวันตกหลายคนเรียกร้องประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียหยุดข่มขู่ยูเครน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างสองชาตินี้เกิดในช่วงเวลาเดียวกับที่รัสเซียเปิดสงครามน้ำลายครั้งใหม่กับรัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้เคยให้สัมภาษณ์สื่อเรียกปูตินว่าเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; และกำลังวางแนวนโยบายที่แข็งกร้าวมากขึ้นกับปูติน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี สหรัฐประกาศแซงก์ชันรัสเซียและขับนักการทูตรัสเซีย 10 คน เพื่อตอบโต้พฤติกรรมที่ทำเนียบขาวกล่าวหาว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, การโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ และกิจกรรมปรปักษ์อื่นๆ ของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งวันถัดมา รัสเซียประกาศขับนักการทูตสหรัฐเช่นกัน และคว่ำบาตรห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลไบเดนหลายคนเข้าประเทศ อาทิ รัฐมนตรียุติธรรม เมอร์ริค การ์แลนด์, หัวหน้าที่ปรึกษานโยบายภายใน ซูซาน ไรซ์, ผู้อำนวยการเอฟบีไอ คริสโตเฟอร์ เรย์, รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ อเลฮันโดร มายอร์คัส และผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ เอฟวริล เฮนส์ นอกจากนี้รัสเซียยังแนะนำเอกอัครราชทูตสหรัฐออกจากรัสเซีย &amp;quot;เพื่อปรึกษาหารือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากยูเครนและสหรัฐ รัสเซียยังมีความขัดแย้งทางการทูตกับอีกหลายชาติ ล่าสุดในวันเสาร์ รัฐบาลสาธารณรัฐเช็กประกาศขับนักการทูตรัสเซีย 18 คน ที่หน่วยข่าวกรองเช็กระบุว่าเป็นสายลับของสำนักงานเอสวีอาร์และจีอาร์ยูของรัสเซีย ที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดคลังแสงเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2557 ทำให้มีชาวเช็กเสียชีวิต 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเช็กกล่าวด้วยว่า พวกเขากำลังตามล่าตัวชาวรัสเซีย 2 คนที่เกี่ยวข้องกับระเบิดครั้งนี้ โดยพาสปอร์ตที่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คนใช้ ยังเป็นชื่อของผู้ต้องสงสัย 2 คนที่อังกฤษต้องการตัวฐานเกี่ยวข้องกับคดีลอบวางยาพิษหวังสังหารเซอร์เกย์ สกรีปัล สายลับสองหน้าชาวรัสเซีย ที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษเมื่อปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ทางการโปแลนด์ก็ประกาศขับนักการทูตรัสเซีย 3 คนที่ &amp;quot;ดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอันตราย&amp;quot; ต่อโปแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนไปเมื่อต้นเดือนนี้ อิตาลีเนรเทศทูตรัสเซีย 2 คน ภายหลังพบว่าเรือเอกนายหนึ่งถูกจับได้คาหนังคาเขาขณะส่งมอบเอกสารลับให้แก่สายลับรัสเซียคนหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99854</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, ยูเครน, รัสเซีย, สายลับ, เช็ก, เนรเทศทูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c077704045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 22:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 22:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีตะเพิดทูตรัสเซีย จับได้ซื้อความลับทางทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จับได้คาหนังคาเขา ตำรวจอิตาลีรวบตัวนาวาเอกของกองทัพเรืออิตาลี ขณะส่งมอบเอกสารลับแก่เจ้าหน้าที่ทูตทหารของรัสเซียแลกกับเงินไม่ถึง 2 แสนบาทเมื่อคืนวันอังคาร พร้อมสั่งตะเพิดเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารรัสเซีย 2 คนรัสเซียหน้าม้านเสียใจเจ้าหน้าที่โดนเนรเทศ แต่เชื่อไม่กระทบสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงโรมที่ถ่ายภาพได้เพียงบางส่วนภายหลังการจับกุมทหารเรืออิตาลีเมื่อวันอังคาร&amp;nbsp; (Photo by Riccardo De Luca/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของตำรวจและรายงานของสื่ออิตาลีเมื่อวันพุธกล่าวว่า บุคคลทั้งสองโดนจับได้คาหนังคาเขา ขณะลอบพบกันที่ลานจอดรถแห่งหนึ่งในกรุงโรมเมื่อคืนวันอังคาร ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าขัดขวางการขายความลับครั้งนี้ และจับกุมนาวาเอก ซึ่งเป็นผู้บังคับการเรือฟริเกตของกองทัพเรืออิตาลี นายนี้ไว้ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารรัสเซียนั้น มีเอกสิทธิ์ทางการทูตคุ้มครองจึงต้องปล่อยตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารอิตาลีนายนี้ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมร้ายแรง ฐานจารกรรมข้อมูลและส่งมอบเอกสารลับเพื่อแลกกับเงิน คำแถลงของตำรวจไม่ได้เปิดเผยชื่อของเขา แต่สื่ออิตาลีรายงานว่า เขาชื่อวอลเตอร์ บิออต ทำงานในหน่วยนโยบายทางทหารสังกัดสำนักงานหัวหน้าคณะเสนาธิการกลาโหม ที่ดูแลเกี่ยวกับเอกสารลับทั้งหมด รวมถึงแฟ้มของนาโต ข่าวบอกด้วยว่า เขามอบเอกสารลับให้รัสเซียแลกกับเงิน 5,000 ยูโร (ราว 183,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุยจิ ดิ มาโย รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลี เรียกเอกอัครราชทูตเซอร์เกย์ ราซอฟ ของรัสเซียเข้าพบเช้าวันพุธเพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการ และสั่งเนรเทศเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซีย 2 คนที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ดิ มาโย กล่าวว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวของรัสเซีย อ้างสถานทูตรัสเซียประจำอิตาลีว่า เจ้าหน้าที่ 2 คนที่โดนขับออกนอกอิตาลีทำงานที่สำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ทหารของรัสเซียที่พบกับนาวาเอกอิตาลีรายนี้เป็นหนึ่งในคนที่โดนเนรเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตรัสเซียประจำกรุงโรมยืนยันว่ามีสมาชิกในสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารคนหนึ่งโดนตำรวจอิตาลีเรียกหยุดเมื่อวันอังคาร แต่เป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยรายละเอียด ต่อมาสถานทูตออกแถลงการณ์แสดงความ &amp;quot;เสียใจ&amp;quot; กับการขับสมาชิก 2 คนของสำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร แต่เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่คุกคามความสัมพันธ์ทวิภาคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ทำเนียบเครมลินกล่าวเลี่ยงว่ายังไม่ได้รับข้อมูลสภาพแวดล้อมของคดีนี้ แต่หวังว่าทั้งสองประเทศจะรักษาความสัมพันธ์ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ นักวิเคราะห์มองว่า รัสเซียจะไม่ต่อความยาวเรื่องนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างศัตรูกับอิตาลี ซึ่งเป็นพันธมิตรในยุโรป ระหว่างที่รัสเซียพยายามขอให้ยุโรปอนุมัติการใช้วัคซีนสปุตนิก 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ล้วงความลับทางทหารที่อิตาลีครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุดที่รัสเซียโดนจับได้ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ สัปดาห์ที่แล้ว บัลแกเรียเพิ่งขับเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซีย 2 คน หลังจากจับกุมผู้ต้องสงสัย 6 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารหลายคน ฐานต้องสงสัยว่าจารกรรมให้รัสเซีย ก่อนหน้านั้นเมื่อเดือนธันวาคม รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ก็จับได้และตะเพิดเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซียเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความลับทางทหาร, จารกรรม, ผู้ช่วยทูตทหาร, รัสเซีย, สายลับ, อิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60649a251e9b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียจำคุก16ปีอดีตนาวิกโยธินสหรัฐโทษฐานสปาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลรัสเซียพิพากษาจำคุกพอล วีแลน อดีตนาวิกโยธินอเมริกัน นาน 16 ปี จากความผิดฐานจารกรรมข้อมูลลับของรัสเซียให้สหรัฐ เอกอัครราชทูตสหรัฐเตือนคดีนี้ไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้ว คาดรัสเซียเตรียมใช้เป็นเบี้ยแลกตัวนักโทษกับสหรัฐ รวมถึงวิกเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธที่โดนจับกุมในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอล วีแลน (ขวา) ชูแผ่นป้ายข้อความขณะมาฟังคำพิพากษาของศาลมอสโกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน กล่าวว่า ศาลกรุงมอสโกของรัสเซียมีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ว่า วีแลนมีความผิดฐานได้รับข้อมูลลับของรัสเซีย และตัดสินลงโทษจำคุกเขานาน 16 ปี วีแลนยืนฟังคำพิพากษาของศาลพร้อมกับแสดงป้ายข้อความว่า &amp;quot;การพิจารณาคดีตบตา&amp;quot; และวิงวอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าแทรกแซงคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพิจารณาคดีนี้กระทำเป็นการลับ เนื่องจากข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับความลับของทางราชการ วีแลนยืนกรานตลอดการพิจารณาคดีว่าเขาบริสุทธิ์ และเปรียบเทียบตัวเขาว่าเหมือนตัวละครมิสเตอร์บีนในภาพยนตร์ตลก แต่รัสเซียกลับคิดว่าเขาเป็นสายลับเจมส์ บอนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนาวิกโยธินสหรัฐวัย 50 ปี ซึ่งถือพาสปอร์ตสหรัฐ, อังกฤษ, แคนาดา และไอร์แลนด์ โดนสายลับของสำนักงานความมั่นคงกลางของรัสเซียจับกุมตัวที่ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงมอสโกเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการรัสเซียกล่าวว่า วีแลนโดนจับได้คาหนังคาเขาพร้อมกับแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุข้อมูลลับของทางการรัสเซีย วีแลนปฏิเสธคำกล่าวหา โดยอ้างว่าเขามากรุงมอสโกเพื่อร่วมงานแต่งงาน แต่โดนจัดฉากเพื่อจับกุม แฟลชไดรฟ์นี้เขารับมาจากคนรู้จัก โดยเขาคิดว่าข้อมูลภายในเป็นภาพถ่ายงานแต่งงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น ซัลลิแวน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำรัสเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังคำตัดสินว่า รัสเซียตัดสินจำคุกเขาโดยไม่ได้แสดงหลักฐานพิสูจน์ความผิด การพิจารณาคดีนี้ไม่มีความยุติธรรมและความโปร่งใส สหรัฐต้องการให้รัสเซียปล่อยตัวเขาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพิพากษาลงโทษเขาเป็นการเยาะเย้ยความยุติธรรม&amp;quot; เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าว และว่า คำตัดสินนี้จะไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียที่ย่ำแย่อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วลาดิมีร์ เซเรเบนคอฟ ทนายความของวีแลน กล่าวว่า ลูกความของเขาได้รับการบอกกล่าวตอนโดนจับกุมว่า เขาจะเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนนักโทษกับชาวรัสเซียที่โดนคุมขังอยู่ในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวกับสำนักข่าวอาร์ไอเอว่า รัสเซียเสนอแลกเปลี่ยนตัวนักโทษกับสหรัฐมาหลายครั้งแล้ว แต่ข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ทางการรัสเซียเรียกร้องสหรัฐหลายครั้งหลายคราให้ปล่อยตัวชาวรัสเซีย 2 คน ได้แก่ วิกเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธที่ทางการไทยส่งตัวให้สหรัฐเมื่อปี 2553 และคอนสแตนติน ยาโรเชนโก นักบินรัสเซียที่ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีคดีลักลอบขนโคเคนเข้าสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการรัสเซีย ซึ่งกล่าวหาวีแลนว่ามียศในหน่วยข่าวกรองสหรัฐไม่ต่ำกว่าระดับพันเอก ต้องการให้ศาลลงโทษจำคุกเขา 18 ปีในเรือนจำที่มีการรักษาความมั่นคงสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วีแลนเคยโอดครวญว่าเขาถูกทารุณขณะถูกคุมขังในเรือนจำรัสเซีย เดือนที่แล้วเขาถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลในกรุงมอสโก ครอบครัวของเขาเผยว่าเป็นการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบฉุกเฉิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68793</URL_LINK>
                <HASHTAG>จารกรรม, ตัดสินจำคุก, พอล วีแลน, ศาลรัสเซีย, สายลับ, อดีตนาวิกโยธินสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee77c10607d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดสหรัฐขับเจ้าหน้าที่ทูตจีน 2 คน สงสัยสปายฐานทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์แฉ รัฐบาลสหรัฐแอบเนรเทศเจ้าหน้าที่สถานทูตจีน 2 คนออกจากประเทศอย่างเงียบๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ฐานสงสัยมีพฤติกรรมเป็นสายลับ ภายหลังทั้งคู่ขับรถเข้าฐานทัพสหรัฐที่เวอร์จิเนีย ด้านโฆษกจีนตอบโต้สหรัฐ &amp;quot;ทำผิดพลาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เสาไฟริมทางใกล้ทำเนียบขาวประดับธงชาติสหรัฐและจีน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า เหตุการณ์ตามที่มีรายงานข่าวนี้เป็นการทะเลาะเบาะแว้งครั้งล่าสุดระหว่าง 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายประกาศพักรบในสงครามการค้าผ่านการจัดทำข้อตกลงฉบับจิ๋วเพื่อลดภาษีศุลกากรสินค้าบางรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่รับรู้เหตุการณ์ดังกล่าวว่า การสั่งขับเจ้าหน้าที่ทูตของจีนออกจากสหรัฐในครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 30 ปีที่เป็นการเนรเทศด้วยเหตุผลฐานต้องสงสัยว่าจารกรรม โดยรายงานกล่าวว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทูตอย่างน้อย 1 รายเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองจีนที่ปฏิบัติงานแบบลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ กล่าวถึงรายงานของนิวยอร์กไทมส์ว่า คำกล่าวหานี้ &amp;quot;ตรงข้ามกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และว่า จีนเรียกร้องอย่างแข็งขันต่อสหรัฐให้แก้ไขความผิดพลาดนี้ รัฐบาลจีนได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจและประท้วงไปยังสหรัฐแล้ว และต้องการให้สหรัฐปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายและผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า ไม่กี่สัปดาห์ภายหลังเหตุการณ์ที่ฐานทัพเวอร์จิเนีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้กำหนดข้อจำกัดการทำกิจกรรมของนักการทูตจีน โดยสหรัฐให้เหตุผลว่าเพื่อตอบโต้กฎข้อบังคับของจีนช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่จำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ แต่ไม่ชัดเจนว่าข้อจำกัดของสหรัฐเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ที่เวอร์จิเนียหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ เมื่อต้นเดือนธันวาคม จีนก็ประกาศใช้มาตรการจำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐต้องแจ้งต่อกระทรวงการต่างประเทศของจีนก่อน จึงจะพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นของจีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกหญิงของกระทรวง กล่าวว่า คำสั่งนี้เป็น &amp;quot;มาตรการตอบโต้&amp;quot; ต่อการตัดสินใจของสหรัฐเมื่อเดือนตุลาคมที่ออกข้อจำกัดต่อเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐและจีนมีความไม่ลงรอยกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง และสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเขตซินเจียงทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอย่างท่วมท้นเห็นชอบร่างกฎหมายคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนหลายรายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านความมั่นคงในซินเจียง ที่ทำให้ประชากรราว 1 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนส่วนน้อยชาวมุสลิม ถูกส่งตัวเข้าค่ายปรับทัศนคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว สหรัฐก็เพิ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งโกรธอย่างรุนแรง เมื่อออกกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง เพื่อสนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง จีนตอบโต้การผ่านกฎหมายฮ่องกงฉบับนี้ด้วยการสั่งห้ามเรือรบสหรัฐเข้าเทียบท่าฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด และคว่ำบาตรองค์กรเอกชนอเมริกันหลายแห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, จารกรรม, จีน, ฐานทัพสหรัฐ, สปาย, สหรัฐ, สายลับ, เวอร์จิเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df787841431f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2019 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2019 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หัวเว่ย&#039; รีบไล่ออก พนง.ในโปแลนด์ ต้องสงสัยเป็นสายลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท หัวเว่ย จัดการไล่ออกลูกจ้างของบริษัทที่โดนทางการโปแลนด์จับกุมฐานต้องสงสัยเป็นสายลับแล้ว พร้อมยืนยันบริษัทไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่วนบุคคล ด้านรัฐบาลโปแลนด์ได้ทีกระตุ้นนาโตและอียูหารือสกัดหัวเว่ยออกจากตลาดยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท หัวเว่ย ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในโลกจากจีน กำลังเผชิญการตรวจสอบจากโลกตะวันตก เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน และคำกล่าวหาโดยเฉพาะจากสหรัฐ ที่ว่าอุปกรณ์สื่อสารของหัวเว่ยอาจถูกทางการจีนใช้เพื่อจารกรรมข้อมูล ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนที่ยืนยันคำกล่าวหานี้ และบริษัทก็ยืนกรานปฏิเสธ แต่หลายประเทศในโลกตะวันตกได้จำกัดหัวเว่ยในการเข้าถึงตลาดของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีล่าสุดนี้ โยอาคิม บรุดชินสกี รัฐมนตรีมหาดไทยของโปแลนด์ ได้ใช้เป็นข้ออ้างเรียกร้องสหภาพยุโรป (อียู) และนาโต แสดงจุดยืนร่วมกันว่า จะสกัดหัวเว่ยออกจากตลาดในกลุ่มประเทศเหล่านี้หรือไม่ หลังจากโปแลนด์จับกุมลูกจ้างชาวจีนของหัวเว่ย 1 ราย พร้อมกับอดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของโปแลนด์ 1 รายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ฐานต้องสงสัยว่าเป็นสายลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์กับวิทยุอาร์เอ็มเอฟเมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 บรุดชินสกีกล่าวว่า โปแลนด์ต้องการรักษาความสัมพันธ์และร่วมมือกับจีนต่อไป แต่ขณะเดียวกัน ก็มีความจำเป็นต้องหารือกันว่า ควรจะกันหัวเว่ยออกจากตลาดบางตลาดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายในนาโตก็มีความกังวลเกี่ยวกับหัวเว่ยเช่นกัน จะเป็นเรื่องสมเหตุสมผลหากสมาชิกอียูและสมาชิกนาโตจะแสดงจุดยืนร่วมกัน&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ยืนยันว่าบริษัทได้ไล่ หวัง เว่ยจิง ลูกจ้างที่โดนจับ ออกจากบริษัทแล้ว โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและสภาพการจ้างตามสัญญาการจ้างงาน เนื่องจากเขาทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง ทั้งยังชี้แจงด้วยว่า พฤติกรรมของเขาไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับหัวเว่ย และบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของแต่ละประเทศอย่างครบถ้วน มาตรการนี้บังคับใช้กับลูกจ้างของบริษัททุกคนด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของโฆษกสำนักงานความมั่นคงโปแลนด์ว่า คำกล่าวหาลูกจ้างรายนี้นั้นเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่วนบุคคล และไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท หัวเว่ย โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประวัติย่อของเขาจากบัญชี LinkedIn ระบุว่าหวังทำงานในหัวเว่ยสาขาโปแลนด์มาตั้งแต่ปี 2554 ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานให้กงสุลใหญ่จีนประจำเมืองกดัญสก์ระหว่างปี 2549-2554 ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนแสดงความห่วงกังวล และเรียกร้องให้โปแลนด์จัดการกับคดีนี้อย่างเป็นธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26447</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับลูกจ้างหัวเว่ย, จีน, สายลับ, หัวเว่ย, โปแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190113/image_big_5c3b20267760e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 22:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉมือวางยาอดีตสายลับสองหน้า &#039;สครีปัล&#039; เป็นนายทหารรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มสืบสวนของอังกฤษแฉ หนึ่งในสองผู้ต้องสงสัยชาวรัสเซียที่วางยาพิษเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย แท้จริงแล้วเป็นทหารระดับนายพันที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เคยประดับเหรียญตราให้ด้วย แต่โฆษกรัสเซียปฏิเสธตามระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รุสลัน โบชิรอฟ หนึ่งในสองผู้ต้องสงสัยชาวรัสเซียที่ร่วมวางยาพิษเซอร์เกย์ สครีปัล ที่ถูกแฉว่าตัวจริงคือ อานาโตลีย์ วลาดิมิโรวิช เชปิกา พันเอกจากหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซีย ภาพจากตำรวจนครบาลอังกฤษ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวบีบีซีและหนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟของอังกฤษอ้างรายงานการสืบสวนของกลุ่มเบลลิงแคต ที่เป็นเว็บไซต์ขุดคุ้ยเกี่ยวกับประเด็นข่าวกรอง เมื่อวันพุธที่ 26 กันยายน 2561 ว่าชื่อจริงของรุสลัน โบชิรอฟ หนึ่งในสองผู้ต้องสงสัยชาวรัสเซียที่ร่วมวางยาพิษทำลายประสาทหมายสังหารสครีปัลที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้นั้นคือ อานาโตลีย์ วลาดิมิโรวิช เชปิกา ทหารยศพันเอกของหน่วยข่าวกรองทหารของรัสเซีย ซึ่งเคยได้รับการประดับเหรียญตรา &amp;quot;วีรบุรุษแห่งรัสเซีย&amp;quot; จากมือของประธานาธิบดีปูติน เมื่อปี 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบชิรอฟและเพื่อนชาวรัสเซียอีกรายคือ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ ถูกอัยการอังกฤษตั้งข้อหาเมื่อต้นเดือนกันยายนว่า พยายามฆาตกรรมอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย พร้อมกับมาเรีย ลูกสาวของเขา โดยใช้สารพิษโนวิช็อกซึ่งคิดค้นโดยสหภาพโซเวียต แต่ทางการอังกฤษเชื่อว่าทั้งคู่ใช้ชื่อปลอมในการเดินทางเข้ารัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลรัสเซียปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังความพยายามลอบสังหารครั้งนี้ ปูตินกล่าวด้วยว่า ชายสองคนนี้เป็นพลเรือน ต่อมาทั้งสองให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ช่องอาร์ทีของรัสเซีย อ้างว่าพวกเขาเป็นเพียงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปเยี่ยมชมวิหารในเมืองซอลส์บรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า โบชิรอฟ หรือเชปิกา อายุ 39 ปี เป็นทหารที่จบการศึกษาจากโรงเรียนบัญชาการทหารตะวันออกไกลในเมืองบลาโกเวชเชนสก์ในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย เชื่อกันว่าเชปิกาเคยผ่านสมรภูมิเชชเนียและอาจรวมถึงยูเครนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี มาเรีย ซาฮาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย ปฏิเสธรายงานนี้ โดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานพิสูจน์ และรายงานนี้ปล่อยออกมาในเวลาที่สอดคล้องกับที่นายกฯ เทเรซา เมย์ ของอังกฤษกล่าวปราศรัยต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พาดพิงการใช้อาวุธเคมีโดยหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18592</URL_LINK>
                <HASHTAG>พันเอก, รัสเซีย, รุสลัน โบชิรอฟ, สายลับ, อังกฤษ, อานาโตลีย์ เชปิกา, เซอร์เกย์ สครีปัล, โนวิช็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5baceef89efba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 23:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 23:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐจับกุมจารชนสาวรัสเซีย ตีซี้สมาคมปืนหวังแทรกแซงการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสหรัฐจับกุมสาวรัสเซียวัย 29 ปีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับของเครมลิน ตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดก้าวก่ายแทรกแซงการเมืองสหรัฐด้วยการผูกสัมพันธ์กับกลุ่มการเมือง ซึ่งรวมถึงสมาคมไรเฟิลแห่งชาติที่ทรงอิทธิพลและใกล้ชิดกับพรรครีพับลิกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครดิตภาพ Facebook / Maria Butina&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับของรัสเซียเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกำลังพบปะกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่กรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์ถูกสมาชิกรัฐสภาทั้งจากรีพับลิกันและเดโมแครตตำหนิว่าไม่ซักไซ้ไล่เลียงปูตินเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 แต่ทรัมป์กลับให้คำรับประกันด้วยความเชื่อมั่นคำพูดของปูตินว่ารัสเซียไม่ได้ก้าวก่ายการเมืองของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561 อ้างคำแถลงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐว่า&amp;nbsp; มาเรีย บูตินา หญิงชาวรัสเซียวัย 29 ปีรายนี้ถูกจับกุมที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อวันอาทิตย์ เธอถูกส่งตัวขึ้นศาลเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในวันจันทร์ โดยสำนักงานอัยการ ดี.ซี.กล่าวหาว่าเธอสมรู้ร่วมคิดแสดงพฤติการณ์เป็นสายลับของรัสเซีย &amp;quot;ด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์กับคนสหรัฐและแทรกซึมองค์กรที่มีอิทธิพลในการเมืองอเมริกา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า บูตินาทำผิดกฎหมายสหรัฐจากการที่เธอไม่เปิดเผยต่อทางการสหรัฐว่าเธอดำเนินกิจกรรมในฐานะตัวแทนของรัฐบาลรัสเซีย และว่าสตรีคนนี้มีความใกล้ชิดกับ &amp;quot;เจ้าหน้าที่รัสเซีย&amp;quot; คนหนึ่งซึ่งในเอกสารตั้งข้อกล่าวหาโดยไม่ได้ระบุชื่อไว้ แต่มีรายงานข่าวอย่างกว้างขวางว่าเจ้าหน้าที่คนนี้คือนักการเมืองชื่อ อเล็กซานเดอร์ ตอร์ชิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองคนนี้เป็นพันธมิตรกับปูติน และปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ธนาคารกลางรัสเซีย&amp;nbsp; อดีตเขาเป็นสมาชิกสำคัญในรัฐสภารัสเซีย รายงานระบุว่าเขาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียในบัญชีคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า บูตินาดำเนินกิจกรรมในสหรัฐตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัสเซียรายนี้ และว่าเธอกับบุคคลนี้พยายามพัฒนาความสัมพันธ์กับนักการเมืองสหรัฐ เพื่อสร้าง &amp;quot;ช่องทางหลัง&amp;quot; ในการติดต่อสื่อสารที่สหพันธรัฐรัสเซียสามารถใช้เพื่อแทรกซึมกลไกการตัดสินนโยบายแห่งชาติของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ทางการสหรัฐกล่าวถึงนั้น รวมถึงการผูกมิตรกับองค์กรสิทธิปืน ซึ่งเอกสารไม่ได้ระบุชื่อชัดเจน แต่ว่ากันว่าหมายถึงสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของพรรครีพับลิกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศเรื่องการจับกุมเธอมีออกมา 3 วันให้หลังคำแถลงข่าวการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซีย 12 คนว่า เจาะระบบอีเมล์ของพรรคเดโมแครตและทีมหาเสียงของนางฮิลลารี คลินตัน ข้อกล่าวหานี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนโดยโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่ได้รับมอบหมายให้สอบสวนว่า รัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐหรือไม่ และสมาชิกทีมหาเสียงของทรัมป์ร่วมมือด้วยหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13617</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับกุม, มาเรีย บูตินา, รัสเซีย, สหรัฐ, สายลับ, แทรกแซงการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4e14a285d74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
