<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; ยืนกราน ผู้ต้องสงสัยวางยาอดีตสายลับเป็นแค่ &#039;พลเรือน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียยืนยันเองว่า ชาย 2 คนที่อังกฤษระบุเป็นผู้ต้องสงสัยวางยาพิษเพื่อลอบฆ่าเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย เป็นแค่พลเรือนที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย จึงไม่ใช่สายลับของกองทัพรัสเซียตามที่อังกฤษกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากตำรวจนครบาลอังกฤษ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2561 คนซ้ายคือรุสลาน โบชิรอฟ และคนขวาคืออเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำรัสเซียกล่าวระหว่างการประชุมเศรษฐกิจที่เมืองวลาดิวอสต็อกเมื่อวันพุธที่ 12 กันยายน 2561&amp;nbsp; ว่ารัสเซียสามารถระบุตัวชาย 2 คนที่อังกฤษกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องสงสัยลอบวางยาพิษโนวิช็อกทำร้ายสครีปัล อดีตจารชนสองหน้าวัย 66 ปี และยูเลีย ลูกสาววัย 33 ปีของเขาที่เดินทางจากรัสเซียมาเยี่ยมเขาที่เมืองซอลส์บรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งปรากฏว่าทั้งคู่เป็นพลเรือนและไม่เคยก่อคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ว่าพวกเขาเป็นใคร เราเจอพวกเขาแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาเป็นพลเรือน&amp;quot; ปูตินกล่าวตอบโต้คำกล่าวหาของอังกฤษที่ว่าผู้ต้องสงสัย 2 คนนี้เป็นสมาชิกของสำนักข่าวกรองทหารของรัสเซีย (จีอาร์ยู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินเรียกร้องให้ทั้งคู่ออกมาพบกับนักข่าวแล้วเปิดเผยข้อเท็จจริง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย &amp;quot;เรื่องนี้ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ผมรับประกันกับพวกคุณได้ เราจะได้รู้กันในอนาคตอันใกล้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่สถานีรถไฟซอลส์บรีเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2561&amp;nbsp; / Metropolitan Police Service / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอังกฤษระบุชื่อชาย 2 คนนี้ว่า คือ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ และรุสลาน โบชิรอฟ มีอายุประมาณ 40 ปี โดยอังกฤษประสานสหภาพยุโรปออกหมายจับพวกเขาแล้ว และทั่วยุโรปจะจับกุมเขาทันทีหากเดินทางออกจากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอังกฤษกล่าวว่า ทั้งคู่เดินทางจากกรุงมอสโกมาถึงสนามบินแกตวิกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม และเข้าพักที่โรงแรมซิตีสเตย์ บนถนนโบว์ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม พวกเขาเดินทางไปยังเมืองซอลส์บรี ที่นั่นพวกเขาฉีดสเปรย์โนวิช็อกที่ประตูหน้าบ้านของสครีปัล ก่อนที่จะเดินทางกลับมอสโกจากสนามบินฮีทโธรว์ในคืนวันเดียวกันนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่ถนนฟิชเชอร์ตันในเมืองซอลส์บรีเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2561 / Metropolitan Police Service / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17446</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอลส์บรี, ปูติน, พลเรือน, รัสเซีย, วางยาพิษ, สายลับสองหน้า, อังกฤษ, เซอร์เกย์ สครีปัล, โนวิช็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9935eacb339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียแลกหมัด ประกาศขับไล่นักการทูตสหรัฐ-ยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตาต่อตา ฟันต่อฟัน รัสเซียตอบโต้สหรัฐและชาติยุโรปที่ตะเพิดนักการทูตของตนแล้ว ประกาศขับไล่นักการทูตสหรัฐ 60 คนเมื่อวันพฤหัสบดี และปิดสถานกงสุลสหรัฐ วันถัดมายังสั่งขับนักการทูตดัตช์ และแจ้งให้อังกฤษลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทางการทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;อาคารกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียที่กรุงมอสโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการตอบโต้ทางการทูตระหว่างรัสเซีย กับอังกฤษและชาติพันธมิตร ยังคงบานปลาย สืบเนื่องจากการกล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษทำลายประสาทหมายลอบสังหารเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย ที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษเมื่อต้นปีนี้ ส่งผลให้สครีปัล วัย 66 และยูเลีย ลูกสาววัย 33 ของเขาที่เดินทางจากรัสเซียมาเยี่ยมเขา ล้มป่วยอาการวิกฤติ แต่เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2561 ว่าโรงพยาบาลในอังกฤษแจ้งเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ยูเลียอาการดีขึ้นและพ้นจากวิกฤติแล้ว ส่วนสครีปัลยังอาการวิกฤติ แต่ทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียได้เรียกเอกอัครราชทูตหลายประเทศ อาทิ อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และแคนาดา เข้าพบเพื่อแจ้งมาตรการตอบโต้ ที่ประเทศเหล่านั้นขับไล่นักการทูลของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอกอัครราชทูตเหล่านี้จะได้รับหนังสือประท้วงและได้รับแจ้งเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้ของรัสเซีย&amp;quot; กระทรวงกล่าวในแถลงการณ์ โดยยังไม่เปิดเผยว่ามาตรการเหล่านั้นคืออะไร แต่เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวไว้เมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัสเซียจะใช้มาตรการ &amp;quot;ตาต่อตา ฟันต่อฟัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรเน โจนส์-บอส เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า เธอได้รับแจ้งว่ารัสเซียขับนักการทูตดัตช์ 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียยังกำหนดเวลา 1 เดือน ให้อังกฤษลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทางการทูตลงให้เหลือเท่ากับจำนวนเจ้าหน้าที่รัสเซียในอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ลอรี บริสโทว์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำรัสเซีย เดินออกจากกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียภายหลังโดนเรียกเข้าพบเมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐบาลรัสเซียประกาศแล้วว่า รัสเซียจะขับนักการทูตสหรัฐ 60 คน และปิดสถานกงสุลสหรัฐในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในแบบเดียวกับที่สหรัฐขับนักการทูตรัสเซียและปิดสถานกงสุล 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการทูตสหรัฐซึ่งแบ่งเป็นประจำสถานทูตในกรุงมอสโก 58 คน และจากสถานกงสุลประจำเมืองเยคาเตรินเบิร์ก 2 คน จะต้องออกจากรัสเซียภายในวันพฤหัสบดีหน้า ส่วนสถานกงสุลประจำเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กจะต้องปิดภายวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการที่สหรัฐและชาติพันธมิตรอังกฤษ รวมทั้งในสหภาพยุโรป (อียู) และนาโต พร้อมใจกันตอบโต้รัสเซียนั้น ส่งผลให้มีนักการทูตรัสเซียโดนเนรเทศมากกว่า 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทำเนียบเครมลินเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า รัสเซียไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสงครามการทูตกับโลกตะวันตกก่อน และไม่ได้เป็นฝ่ายริเริ่มมาตรการแซงก์ชันตอบโต้ไปมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวโทษสหรัฐด้วยว่า รัสเซียจำเป็นต้องดำเนินการเอาคืนเพื่อตอบโต้การกระทำของสหรัฐ ที่ผิดกฎหมายและเป็นศัตรู รัสเซียต้องการความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐและยังเปิดกว้างสำหรับการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังรัสเซียประกาศมาตรการตอบโต้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกคำแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การดำเนินการของรัสเซียไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมรองรับ และสหรัฐขอสงวนสิทธิที่จะโต้ตอบ ส่วนซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกของทำเนียบขาว กล่าวว่า การขับนักการทูตสหรัฐถือเป็นจุดเสื่อมถอยยิ่งขึ้นของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศลัฟรอฟของรัสเซียได้เรียกจอน ฮันต์สแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำมอสโก เข้าพบเพื่อแจ้งมาตรการเอาคืน พร้อมกับเตือนด้วยว่า คำกล่าวของเขาที่ว่าสหรัฐอาจอายัดทรัพย์สินของรัสเซียนั้น จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของสองชาติเสื่อมถอยลงอย่างร้ายแรง และรัสเซียอาจใช้มาตรการตอบโต้เพิ่มเติมหากรัฐบาลสหรัฐยังคงดำเนินการที่เป็นปรปักษ์ต่อสถานทูตและสถานกงสุลรัสเซีย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับทูต, ตอบโต้ทางการทูต, รัสเซีย, วางยาพิษ, สงครามการทูต, สหรัฐ, สายลับสองหน้า, อังกฤษ, เซอร์เกย์ สครีปัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abe408145a9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐตะเพิดนักการทูตรัสเซีย 60 คน โต้วางยาสายลับเมืองผู้ดี 14 ชาติอียูขับด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียโดนรุม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐมีคำสั่งให้ขับไล่นักการทูตรัสเซีย 60 คนออกจากสหรัฐ เพื่อตอบโต้การวางยาพิษลอบสังหารอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในแดนผู้ดีเมื่อต้นเดือนนี้ ขณะ 14 ชาติอียูและพันธมิตรอังกฤษอีกหลายชาติสั่งขับนักการทูตรัสเซียเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สถานทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำรัฐบาลอังกฤษ สหรัฐ และหลายประเทศในสหภาพยุโรปลงความเห็นตรงกันว่า รัสเซียน่าจะอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษทำลายประสาท หมายลอบฆ่าเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย กับลูกสาวของเขา ที่เมืองซอลส์บรีทางใต้ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา แต่รัสเซียยืนกรานปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 26 มีนาคม กล่าวว่า ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งให้ขับนักการทูตรัสเซียที่เชื่อว่าเป็นสายลับ 60 คน พ้นจากสหรัฐ และยังสั่งการให้ปิดสถานกงสุลรัสเซียประจำนครซีแอตเติลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสในรัฐบาลทรัมป์กล่าวกันว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซีย 48 คนที่กงสุลรัสเซียในซีแอตเติล และอีก 12 คนในสำนักงานผู้แทนรัสเซียประจำองค์การสหประชาชาติ ต้องเดินทางออกจากสหรัฐภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านรัฐบาลแคนาดา ก็มีคำสั่งขับไล่นักการทูตรัสเซีย 4 คนด้วยในวันเดียวกัน และปฏิเสธตราตั้งสำหรับเจ้าหน้าที่รัสเซียอีก 3 คน เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับอังกฤษตอบโต้การวางยาพิษอดีตสายลับบนแผ่นดินของพันธมิตรที่ใกล้ชิดของแคนาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทุสก์ ประธานอียู กล่าวว่า มีสมาชิกอียู 14 ประเทศสั่งขับนักการทูตรัสเซีย เพื่อเป็นการตอบโต้อย่างพร้อมเพรียงกันต่อการโจมตีอดีตสายลับรัสเซียในอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการของสหรัฐและหลายประเทศในอียู เป็นการแสดงสัญญาณสนับสนุนรัฐบาลของนายกฯ เทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ ที่ได้กล่าวต่อบรรดาผู้นำอียูบนเวทีซัมมิต 28 ชาติที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อสัปดาห์ก่อน เรียกร้องให้สนับสนุนการประเมินของอังกฤษที่เชื่อว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลเยอรมนี, ฝรั่งเศส และโปแลนด์ กล่าวว่า พวกเขาจะขับนักการทูตรัสเซีย 4 คน ส่วนสาธารณรัฐเชกและลิทัวเนีย ขับ 3 คน อิตาลี, เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ขับ 2 คน และลัตเวียขับ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก ของยูเครน ก็ประกาศเช่นกันว่า เขาตัดสินใจเนรเทศนักการทูตรัสเซีย 13 คน เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับอังกฤษและพันธมิตรอีกฝั่งหนึ่งของแอตแลนติก และให้สอดคล้องกับประเทศในอียูด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5841</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, ตะเพิดทูต, รัสเซีย, วางยาสายลับ, สหรัฐ, สายลับสองหน้า, อังกฤษ, อียู, เซอร์เกย์ สครีปัล, เนรเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8fd5b3791e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
