<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เดินหน้า ต.ค.นี้ขายซองประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.2 แสนล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.2564 นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี(สุวินทวงศ์) ว่า ขณะนี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีบางข้อหาที่ฟ้องขอให้เพิกถอนหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว แต่ยังมีคดีที่เอกชนฟ้องศาลว่าถูกละเมิด โดยบริษัทเอกชนแจ้งว่าได้รับความเสียหายจากการยกเลิกประมูลประมาณ 5 แสนบาท ซึ่งเวลานี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินโครงการนี้เกิดความโปร่งใส จึงได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อขอนำโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้าร่วมระบบข้อตกลงคุณธรรมด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังที่จะส่งรายชื่อคณะผู้สังเกตการณ์มาเข้าร่วมสังเกตการณ์การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งทันทีที่กระทรวงการคลังส่งรายชื่อมา ทางคณะกรรมการคัดเลือกตาม ม.36 พ.ร.บ.ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 จะประชุมเตรียมการประมูลทันที คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน และภายในเดือน ต.ค.2564 จะประกาศเชิญชวน และจะหน่ายเอกสารการประมูลได้ คาดว่าจะได้ผู้ชนะการประมูลประมาณเดือน มี.ค.-เม.ย.2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ กล่าวต่อว่า หลังจากได้ผู้ชนะประมูลแล้วผู้รับจ้างจะสามารถเริ่มงานระบบรถไฟฟ้าได้ทันที ซึ่ง รฟม. จะพยายามเร่งรัดงานในส่วนนี้ด้วย เพื่อให้การดำเนินการแล้วเสร็จทันตามแผนงานที่วางไว้ ไม่กระทบกับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งเดิมมีแผนจะเปิดให้บริการประมาณกลางปี 2568 ส่วนการเดินรถส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; ศูนย์วัฒนธรรมฯ) จะเปิดให้บริการได้หลังจากสายตะวันออกประมาณ 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ ทิศตะวันออกและตะวันตก ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร(กม.) แบ่งเป็น ส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์)ระยะทาง 22.5 กม. 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และยกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก(ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; ศูนย์วัฒนธรรมฯ) ระยะทาง 13.4 กม. 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ, สายสีส้ม, เปิดประมูลก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60385ec13eba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.โล่งศาลฯจำหน่ายคดี &#039;BTS&#039;ร้องประมูลสายสีส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ส.ค. 2564 รายงานข่าวแจ้งว่าศาลปกครองสูงสุด แจ้งว่าในคดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 ระหว่าง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส ยื่นฟ้อง คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36แห่ง พรบ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เเละการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการกระทำละเมิดจากคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเนื่องมาจากคำสั่งทางปกครอง (อุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีบางข้อหาเพราะเหตุแห่งการฟ้องคดีหมดสิ้นไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีในข้อหาฟ้องขอให้เพิกถอนหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนของรฟม.(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1ที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ที่ให้ใช้การประเมินซองที่ 2ข้อเสนอทางเทคนิคและซองที่ 3ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทนรวมกันแล้วแบ่งสัดส่วนเป็นคะแนนซองที่ 2จำนวน 30คะแนนและคะแนนซองที่ 3จำนวน 70 คะแนนในการดำเนินการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนฯและให้คำสั่งศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 19 ต.ค.63 ที่ให้ทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1ไว้เป็นการชั่วคราวสิ้นผลบังคับลงไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113821</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, คดีฟ้องร้องประมูลสายสีส้ม, รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.), สายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60385ec13eba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่ศรีจ่อร้องป.ป.ช.สอบประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้-สายสีส้มของรฟม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค. 2564 ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังจัดประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกและสายสีม่วงใต้ โดยทั้ง 2 สายนี้มีเส้นทางลอดใต้เกาะรัตนโกสินทร์และใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่ก่อสร้างไปด้วยดีและได้เปิดใช้งานแล้ว แต่เมื่อ รฟม.มาเปิดประมูลสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ กลับเปลี่ยนการใช้เกณฑ์ประมูลที่แตกต่างจากเดิม จนนำไปสู่การร้องเรียนและฟ้องร้องเป็นคดีความกันอยู่ในขณะนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ รฟม.ได้เปิดการประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ซึ่งต้องก่อสร้างอุโมงค์ใต้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย แต่ทว่า รฟม.ยังคงมีการกำหนดเงื่อนไขหรือเกณฑ์ของการประมูลใหม่ที่แตกต่างจากการประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่เคยประสบผลสำเร็จในการก่อสร้างไปด้วยดีและเปิดใช้งาน จึงไม่น่าจะมีเหตุผลหรือข้ออ้างอื่นใดมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประมูลที่เคยสำเร็จมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว มีการจับเป็นข้อพิรุธได้หลายประการ ที่ส่อไปในทางมิชอบ หรืออาจทุจริตต่อหน้าที่ ดังเช่นการเปลี่ยนเกณฑ์อย่างกระทันหันในการเปิดประมูลสายสีส้มตะวันตก ซึ่งสมาคมฯได้เคยนำพยานหลักฐานไปร้องเรียน DSI เพื่อไต่สวนสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องมาแล้ว และต่อมา DSI ได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยัง ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการจัดประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และสายสีส้มตะวันตก ที่ย้อนแย้งกับการกำหนดเกณฑ์ของการประมูลสายสีน้ำเงินส่วนขยายอีก สมาคมฯจึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยการย้อนแย้งของ รฟม.ดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร หากพบว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบจักได้ดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพุธที่ 18 ส.ค.64 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมูลรถไฟฟ้า, รฟม., ศรีสุวรรณ, สายสีม่วงใต้, สายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd1ca0814ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้นแบบรถไฟฟ้าประชารัฐปังหรือพัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กำลังจะหมดลงในปี 2572 นี้ ยังคงเป็นปัญหาที่ถกกันไม่จบว่าจะขยายสัญญาแลกหนี้หรือไม่ขยายดี ซึ่งมีทั้งฝั่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) และประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) ได้ออกมาสะท้อนมุมมองเรื่องของระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้า ในหัวข้อ &amp;ldquo;ต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ปังหรือพัง&amp;rdquo; ..ที่กำลังเป็นประเด็นสุดฮอตของคนกรุงอยู่เวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายเกรียงศักดิ์ได้ระบุถึงข้อดี-ข้อเสียของการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ แต่สุดท้ายสรุปว่ารูปแบบที่ดีที่สุดคือ การที่ภาครัฐควรลงทุนเอง และใช้เครื่องมือทางการเงินการคลังเพื่อคลายข้อจำกัดด้านเงินลงทุน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการเพื่อให้ต้นทุนดำเนินงานต่ำสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังแนะนำให้รัฐบาลควรต้องทบทวนการจะต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะสิ้นสุดใน 8-9 ปีข้างหน้าเสียใหม่ โดยรอให้สัมปทานสิ้นสุดลงแล้วนำมาบริหารจัดการเอง เพราะจะทำให้สามารถกำหนดนโยบายรถไฟฟ้าได้เอง มีความยืดหยุ่นในเรื่องการกำหนดอัตราค่าโดยสาร สามารถจะนำเอาดอกผลกำไรที่ได้จากการเดินรถ หรือบริการที่เกี่ยวเนื่องมาชดเชยและปรับค่าโดยสารให้ถูกลง ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งก็เป็นรูปแบบเดียวกันกับที่เครือข่ายของผู้บริโภคเรียกร้อง คือ &amp;quot;โมเดลรถไฟฟ้าประชารัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้คิดถึงโครงการรถไฟฟ้า &amp;ldquo;แอร์พอร์ต เรล ลิงก์&amp;rdquo; ที่รัฐลงทุนเอง ใช้เงินประมาณ 35,000 ล้านบาท และตั้งบริษัทลูก บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ทำการบริหารจัดการเดินรถเองแบบเบ็ดเสร็จ กำหนดค่าโดยสารได้ต่ำ เนื่องจากเป็นบริการของรัฐที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ตอบสนองความต้องการของผู้คน และเป็นบริการเสริมศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นหลัก แต่ดูเหมือนล่าสุดภาครัฐได้ยกให้กลุ่มซีพี พ่วงไปกับโครงการรถไฟความเร็วสูง &amp;ldquo;ไฮสปีดเทรน&amp;rdquo; ไปแล้ว เพราะ รฟท.แบกรับภาระขาดทุนไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพูดถึง &amp;ldquo;โมเดลรถไฟฟ้าประชารัฐ&amp;rdquo; จะรอสายสีเขียวก็คงอีกนาน แต่ก็มีอีกสายหนึ่งที่กำลังดำเนินการขณะนี้น่าจะสามารถทำเป็นโมเดลนำร่องได้เลย คือ &amp;ldquo;รถไฟฟ้าสายสีส้ม&amp;rdquo; ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ &amp;ldquo;การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; หรือ รฟม. กำลังดำเนินการอยู่เวลานี้ ไม่ต้องไปเปิดประมูลหาเอกชนมาร่วมลงทุนในโครงการให้มันยุ่งเป็นยุงตีกันอะไรหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือเห็นกันจะจะว่าเปิดประมูล แต่วันดีคืนดีตัวผู้บริหาร รฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกก็ลุกขึ้นมาแก้ไขเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกกันกลางอากาศ จนทำเอาโครงการประมูลสะดุดกึก เกิดการฟ้องร้องกันนัวเนียอย่างที่เห็น จนเรียกล่าสุดนั้นก็นัยว่ายังถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤตมิชอบมีคำสั่งให้รับคำฟ้องที่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTS ฟ้องเอาผิดผู้ว่า รฟม. และกรรมการคัดเลือก กรณีรื้อเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกและยกเลิกการประมูลโดยไม่ชอบเอาซะอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อยุ่งวุ่นวายกันอย่างนี้แล้วก็จับมาเป็น Model ต้นแบบรถไฟฟ้าให้รัฐ ให้ รฟม.บริหารเดินรถเสียเองให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป เพราะรถไฟฟ้าสายรัฐบาล โดย รฟม.ลงทุนงานโยธา ในส่วนโครงการสายตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) เหลือแค่จัดซื้อระบบรถไฟฟ้ากับขบวนรถไฟฟ้ามาวิ่งก็จบแล้ว ส่วนสายสีส้มตะวันตกก็ทำเป็นเฟส 2 หรืออย่างไรก็ค่อยมาว่ากัน เมื่อรับบริการการเดินรถเองก็สามารถกำหนดค่าโดยสารให้มันถูกเป็น &amp;ldquo;รถไฟฟ้าประชารัฐ&amp;rdquo; เพื่อคนกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงอยู่ การให้สัมปทานรถไฟฟ้าอาจไม่ทำให้ราคาค่าโดยสารต่ำกว่า เนื่องจากเอกชนย่อมมีเป้าหมายในการแสวงหากำไร แต่กระนั้นการกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้าของ BTS หรือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน/สายสีม่วงของ รฟม.นั้น รัฐเป็นผู้กำหนดค่าโดยสารมาแต่แรก และมีกลไกการปรับค่าโดยสารให้สอดคล้องกับเงินเฟ้อ หรือค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้น หาใช่เอกชนจะกำหนดได้เองตามอำเภอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากจะย้อนไปดูไส้ในโครงการเหล่านี้ก็ล้วนมีการกำหนดทางหนีทีไล่กรณีปริมาณผู้โดยสารในอนาคตไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ อย่างกรณีที่ปริมาณผู้โดยสารสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ทุกโครงการก็มักจะมีเงื่อนไขและข้อกำหนดให้เอกชนต้องแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนแก่รัฐเพิ่ม แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นและเป็นไปนั้น เกือบทุกโครงการต่างมีปริมาณผู้โดยสารต่ำกว่าคาดการณ์ทั้งสิ้น แต่ก็ยังไม่เห็นมีเอกชนรายใดหยุดให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอส (BTS) ที่เห็นกำไรทะลักในวันนี้ ก็ต้องยอมรับว่ากว่าจะเดินมาถึงวันนี้ ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ต้อง &amp;ldquo;แฮร์คัตหนี้&amp;rdquo; เจ็บตัวไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ในช่วงก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามาดูในต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นนั้น รัฐบาลเขาอุดหนุนบริการสาธารณะ อย่างรถไฟฟ้านี้ในส่วนงานที่เป็นงานโยธา (Civil work) แบบเดียวกับที่รัฐบาลให้ รฟม.นั่นแหละ เพื่อที่บริษัทเอกชน หรือบริษัทมหาชนที่ให้บริการสามารถจัดเก็บค่าโดยสารในราคาที่เหมาะสมหรือราคาถูกลงได้ ก่อนที่ภายหลังจะมีการแปรรูปกิจการเป็นบริษัทมหาชนจนสามารถยืนบนขาตนเองได้ไม่ต้องแบมือขอเงินอุดหนุนใดๆ จากรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่บ้านเรานั้นไม่รู้เป็นไง หลักการนี้ถึงได้บิดเบี้ยวไปจากที่ควรจะเป็น เพราะขนาดเป็นโครงการรถไฟฟ้าที่รัฐบาลจัดงบลงทุนค่าก่อสร้างที่เป็นงานโยธาให้ทั้งหมดไปแล้ว บริษัทเอกชนเพียงจัดหาระบบรถไฟฟ้าและจัดซื้อขบวนรถมาวิ่งให้บริการและรับสัมปทานอันเป็นงาน Long term maintenance หรือการบำรุงรักษาในระยะยาว แต่ก็กลับจัดเก็บค่าโดยสารราวกับว่าเป็นผู้ลงทุนเองซะงั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท็จจริงประการใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องออกมาอธิบายอย่างละเอียดและชัดเจน เพื่อความเข้าใจที่แจ่มแจ้งและโปร่งใสกับทุกคน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102320</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอส (BTS), สายสีส้ม, สายสีเขียว, เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097c29caf020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายสื่อฯ รุกทวงถาม ป.ป.ช.ผลสอบรฟม.ปมร้อนรถไฟฟ้าสีส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 นายพิทยา พรโพธิ์ รองประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ส.ท.ช.) พร้อมสมาชิก ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีนายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการการ กลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลและพิสูจน์หลักฐานเบื้องต้นเป็นผู้รับหนังสือ เพื่อขอทราบความคืบหน้า ในการตรวจสอบเอาผิดผู้บริหาร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้า สายสีส้ม ช่วงบางขุนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) (คณะกรรมการมาตรา 36) เนื่องจากมีพฤติกรรมส่อทุจริต เอื้อประโยชน์ต่อเอกชนบางราย โดยการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์พิจารณาคัดเลือก ภายหลังการปิดขายซองประกวดราคาไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพิทยา กล่าวว่า ที่มายื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้ ทางเครือข่าย ส.ท.ช. ได้เคยยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบเอาผิดฝ่ายบริหาร รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกที่มีพฤติกรรมส่อในทางทุจริตมาแล้ว ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2563 ผ่านมากว่า 5 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้า จึงได้มาตามเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะล่าสุด ได้รับรายงานว่า ทาง รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือก ได้ถูกบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือ BTS ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ กรณีมีการแก้ไขเอกสารประกวดราคา และเกณฑ์พิจารณาคัดเบลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว ซึ่งในคำบรรยายฟ้องของ BTS นั้น สอดคล้องกับพฤติการณ์ที่ เครือข่าย ส.ท.ช. ได้เคยยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ได้ลงมาตรวจสอบก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งยังได้รับรายงานว่า รฟม. ได้สั่งล้มการประมูลคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการรถไฟฟ้า สายสีส้ม ไปแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.พ.64 ที่ผ่านมา หลังจากไม่สามารถ รอฟังคำพิพากษาของ ศาลปกครองกลาง และ ศาลปกครองสูงสุด ต่อกรณีที่ รฟม. และ คณะกรรมการคัดเลือกได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้ศาล มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของ ศาลปกครองกลาง ที่ให้ทุเลาการบังคับใช้เกณฑ์พิจารณาคัดเลือกใหม่เอาไว้ จนกว่า ศาล จะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งอื่นใด &amp;nbsp;รฟม. จึงตัดสินใจล้มการประมูลเดิม และจะเร่งจัดประมูลใหม่ โดยปัดฝุ่น นำเอาเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกใหม่ ที่มีปัญหากลับมาดำเนินการอีกครั้ง
&amp;nbsp;
การที่ รฟม. สั่งยกเลิกการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และล่าสุด ยังเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำเงื่อนไขการประมูล( RFP )รอบใหม่ โดยอ้างว่า มีอำนาจดำเนินการได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากต้นสังกัด และคณะรัฐมนตรี (ครม.) น่าจะมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย และน่าจะเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมทุนระหว่างรัฐเอกชน เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเอกชน พ.ศ.2563 ซึ่งออกตามความใน พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 และเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่า ยังคงมีความพยายามที่จะจัดประมูลหาเอกชนเข้าร่วมลงทุนภายใต้หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกที่ยังคงมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย และเป็นเกณฑ์ที่ถูกตั้งข้อกังขาว่า เอื้อประโยชน์ต่อเอกชนบางรายอยู่ต่อไป
&amp;nbsp;
ด้วยเหตุนี้ เครือข่าย ส.ท.ช. &amp;nbsp;จึงได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าต่อสิ่งที่ได้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ก่อนหน้าว่า มีการดำเนินการตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว &amp;nbsp;เพราะหากปล่อยให้ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ดำเนินการต่อไป โดยปราศจากความชัดเจนในเรื่องอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ย่อมกระทบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของโครงการรถไฟฟ้า สายสีส้ม ในอนาคตตามมา &amp;nbsp;จึงต้องการให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เร่งรัดตรวจสอบเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น และเอาผิดกับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กับความพยายามเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนบางรายในครั้งนี้ &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าจาก ป.ป.ช.แล้วยังได้ทวงถามความคืบหน้าการตรวจสอบคดีเดียวกันนี้จาก คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) อีกด้วย
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;เราไม่อยากเห็น ป.ป.ช. ไต่สวนคดีนี้แบบอ้อยอิ่ง หรือเจริญรอยตามคดีอื้อฉาวอื่นๆ อย่างการไต่สวนคดีเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด GT200 ที่ตรวจสอบมากว่า 8 -9 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95843</URL_LINK>
                <HASHTAG>สายสีส้ม, เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ส.ท.ช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b1caa13647.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 22:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 22:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.โล่งหลังศาลจำหน่ายคดีปมสายสีส้มเดินหน้าเปิดประมูล เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64-นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ว่ารฟม. ได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดี รวมถึงเหตุแห่งการพิจารณาเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองไม่มีอยู่ต่อไป และคดีนี้มิได้เป็นคดีที่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ การพิจารณาคดีต่อไปไม่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ต่อมาต่อมาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ และ รฟม. ได้ยื่นคำร้องชี้แจงข้อเท็จจริงและขอให้จำหน่ายคดีต่อศาลปกครองกลาง และศาลปกครองกลางได้มีคำสั่ง ฉบับลงวันที่ 5 มีนาคม 2564 จำหน่ายคดีในข้อหาที่ฟ้องขอให้เพิกถอนหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีตามคำขอที่ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งพิพาทหมดสิ้นไป ไม่มีเหตุที่จะให้ศาลต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อออกคำบังคับตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ต่อไปอีก และศาลยังได้มีคำสั่งให้ คำสั่งศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 ที่ให้ทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 สิ้นผลบังคับลงไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเอกชนนั้น รฟม.ยังคงยืนยันที่จะพิจารณาทั้งจากด้านเทคนิค 30% ควบคู่กับผลตอบแทนการลงทุนอีก 70% เนื่องจากสภาพพื้นที่เส้นทางโครงการมีอาคารอนุรักษ์อยู่เป็นจำนวนมาก ต้องดำเนินการด้วยเทคนิคก่อสร้างที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด แต่อย่างไรก็ตามเอกชนสามารถเสนอความคิดเห็นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเสนอราคาอย่างเดียวหรือจะใช้สัดส่วนด้านเทคนิคและราคาเป็นเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการล้มประมูลครั้งแรก เพื่อเร่งเปิดประมูลใหม่ในครั้งที่ 2โดยไม่รอคำตัดสินของศาลนั้ยนอมรับว่าอาจจะทำให้โครงการล่าช้า กว่ากำหนด 1เดือน แต่หากรอผลการพิจารณาของศาล อาจจะทำให้เกิดความล่าช้า 1ปี ซึ่งอาจสร้างความเสียหายมากกว่า สำหรับขั้นตอนต่อไป หลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 สิ้นผลบังคับลงไปด้วยรฟม.จะออกประกาศเชิญชวนภายในเดือน เม.ย.64 หลังจากนั้นจะขายเอกสาร RFP และเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ ในเดือน มิ.ย. และประเมินข้อเสนอ และประกาศผลได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ค. ทั้งนี้แม้จะมีผู้ยื่นเสนอรายเดียวก็สามารถดำเนินการได้ และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา ภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อเห็นชอบผลการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยการยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่จะช่วยให้การดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มทำได้เร็วกว่าการรอคำสั่งศาลที่คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี ซึ่งตามขั้นตอนศาลแล้วจะต้องมีการอุทธรณ์ของคู่กรณี แต่การเปิดประมูลใหม่เบื้องต้นล่าช้ากว่ากำหนดราว 1 เดือนเท่านั้น &amp;nbsp; ศาลได้สั่งให้จำหน่ายคดีนี้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรอผลคำพิพากษา ถือว่า คำสั่งขอคุ้มครองฉุกเฉินให้ใช้เกณฑ์คัดเลือก ก่อน รฟม แก้ไข สิ้นผลบังคับใช้ไปด้วย ถือว่าคดีสิ้นสุดแล้ว รฟม จึงสามารถเดินหน้าประมูลครั้งใหม่ต่อไปได้&amp;rdquo; นานภคพงศรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครทิศตะวันออกและทิศตะวันตกระยะทาง 35.9 กิโลเมตรแบ่งเป็นส่วนตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ระยะทาง 22.5 กิโลเมตรจำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตกช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย) คาดว่าจะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-สุวินทวงศ์ ในปี 2567 และรถไฟฟ้าสายสีสัมตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ในปี 2569&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95547</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลปกครองจำหน่ายคดี, สายสีส้ม, เปิดประมูลเม.ษ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60385ec13eba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมไม่หวั่นศาลฯคุ้มครองBTSปมปรับเงื่อนไขสายสีส้ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองฉุกเฉิน กรณีคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal Document : RFP) เป็นผู้ร่วมลงทุนโครงการดังกล่าว ภายหลังเปิดขายซองข้อเสนอไปแล้ว ถือเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลมีคำสั่งให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไปใช้หลักเกณฑ์เดิมในการประมูลโครงการนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว หากพิจารณาตาม RFP ข้อ 17 แล้วนั้น สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ ซึ่งตนได้อ่านรายละเอียดแล้ว และเคารพผลการตัดสินของศาลฯ โดยกระบวนการหลังจากนี้ รฟม. จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน โดยได้มอบหมายให้ รฟม. ไปจัดทำกรอบเวลาในดำเนินการว่า การอุทธรณ์จะใช้ระยะเวลาเท่าใด พร้อมทั้งแยกแผนการดำเนินการหลังจากการยื่นอุทธรณ์ แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ 1.กรณีศาลฯ รับอุทธรณ์ และ 2.กรณีศาลฯ ไม่รับอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อคำตัดสินมีผลออกมาอย่างไรนั้น ก็ให้ดำเนินการตามคำสั่งศาลฯ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า เรื่องดังกล่าว ไม่ได้มีปัญหาอุปสรรค โดยหากดำเนินการโดยสุจริต สามารถอธิบายได้ทั้งหมด เพราะเรื่องการก่อสร้างต้องใช้ความละเอียด เนื่องจากเป็นการก่อสร้างที่ลงใต้ดิน และถ้าไม่มีความชำนาญเชี่ยวชาญ อาจจะทำให้เสี่ยงต่อความปลอดภัยได้ ทั้งนี้ ในการยื่นประกวดราคานั้น ยังไม่ทราบว่าบริษัทใดจะยื่นเสนออย่างไร รวมถึงสิ่งที่บริษัทจะยื่นเสนอมานั้น คณะกรรมการคัดเลือก จะต้องพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ไม่มีอะไรต้องวิตกกังวล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตนได้กำชับเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างรถไฟฟ้ามาโดยตลอด เพราะในปัจจุบันยังเกิดกรณีรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างมีอุปกรณ์หรือเครื่องจักรตกหล่นมาข้างล่างอยู่ ดังนั้น ต้องควบคุมการดำเนินการให้ดี ขณะเดียวกัน ตนยังได้กำชับเรื่องนี้ว่า ให้ รฟม. ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย และยึดหลักธรรมาธิบาล เนื่องจากโครงการนี้ ไม่ใช่โครงการแรก และในอนาคตยังต้องมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าในอีกหลายเส้นทาง ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการเปิดประกวดราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมพยายามทำให้ทุกเรื่องเป็นไปตามแผนปฏิบัติการ (แอคชั่นแพลน) และอยู่ในระเบียบกฎหมาย อะไรทำได้ก็ทำ อะไรทำไม่ได้ก็ไม่ทำ ถ้าอนาคตต้องกลับไปดำเนินการเปิดประกวดราคาโดยใช้เงื่อนไขเดิมก็ต้องทำ ซึ่งไม่ได้ซีเรียสอะไร&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BTSC กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค..นี้ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ รฟม.ใช้เกณฑ์เดิมในการประเมินการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยแยกการประเมินข้อเสนอด้านการเงินกับข้อเสนอด้านเทคนิคออกจากกัน และใช้เกณฑ์ให้คะแนนและพิจารณาผู้ชนะตามราคาที่เสนอตามที่ประกาศไว้เดิม ไม่ใช้ประกาศใหม่ที่รวมคะแนนเทคนิคในระหว่างที่ศาลยังไม่มีคำตัดสินเนื่องจากต้องใช้เวลาพิจารณา จากนี้ต้องอยู่ที่ รฟม.จะพิจารณาเดินหน้าการประมูลอย่างไร จะให้ยื่นซองข้อเสนอในวันที่ 9 พ.ย.ต่อหรือไม่ ถ้ายื่นจะต้องใช้เณฑ์ตามศาลมีคำสั่งคุ้มครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81261</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, คุ้มครองชั่วคราว, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, ศาลปกครองกลาง, สายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70bbb68368b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
